เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 121

Divine King Of All Directions - 121

Divine King Of All Directions - 121


Divine King Of All Directions - 121

 

คลื่นกระบี่สีเงินมากมายได้ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าส่งผลให้เหล่าคนตระกูลโม่ต่างแสดงสีหน้าที่หวาดหวั่นออกมา

"พระเจ้า ! นี่มันอะไรกัน ? "

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางตกตะลึง

ณ ตอนนี้ท้องฟ้าเหนือบ้านหลักตระกูลโม่นั้นมืดมนขณะที่คลื่นสายฟ้ามากมายส่งเสียงออกมาทำให้ภาพเหล่านี้ดูน่ากลัวเข้าไปอีก

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วขณะที่รุ่นเยาว์ตระกูลโม่ต่างพากันแสดงสีหน้าที่ขวัญผวาออกมา

"ระยำ ! นี่มันอะไรกัน ? "

โร๊วว !!!!

"ของขวัญเล็กๆน้อยๆยังไงล่ะ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยสีหน้าราบเรียบ

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่สายฟ้ามากมายที่ปกคลุมอยู่ทั่วท้องฟ้าก็กระหน่ำลงมาเบื้องล่างเป็นห่าฝน

"พุฟฟฟ !"

"พุฟฟ ! "

"พุฟฟฟ ! "

กองเลือดได้กระจายไปทั่วและในพริบตาเดียวเหล่ารุ่นเยาว์หลายสิบคนก็ตกตายลงนอนจมกองเลือดของตัวเอง

ก่อนหน้านี้สิบกว่าวันก่อนเขาได้แอบลอบเข้ามาโดยอาศัยประโยชน์จากข่ายอาคมลมกระโชกเพื่อวางข่ายอาคมผสานทักษะกระบี่สายฟ้ามรกตนับร้อยม้วนในแต่ละมุมของบ้านหลักแห่งนี้แถมมันยังถูกผสานการทำงายเข้ากับข่ายอาคมคุกโดดเดี่ยวอีกด้วย

"!"

"ไม่ ! "

เสียงร้องโหยหวนดังขึ้นไม่หยุดขณะที่เขาเริ่มฆ่ารุ่นเยาว์ตระกูลโม่ไปเรื่อยๆ คนเหล่านี้เป็นผู้เชี่ยวชาญธรรมดาๆเท่านั้นแล้วจะไปป้องกันการโจมตีได้อย่างไรกัน

พริบตาเดียวลานแห่งนี้ก็ถูกย้อมไปด้วยเลือด

มีบางคนที่พยายามจะหนีแต่น่าเสียดายที่ต้องเผชิญเข้ากับม่านพลังที่มองไม่เห็น

"ช่วยด้วยท่านผู้นำตระกูล"

บางคนได้โห่ร้องออกมาแต่ไม่นานเสียงก็ซาลงอย่างรวดเร็วแล้วกลายเป็นกองเลือดไปช้าๆ

ไม่นานบ้านหลักแห่งนี้ได้ถูกเปลี่ยนกลายเป็นนรกบนดินดีๆนี่เอง

ชาวบ้านที่อยู่ด้านนอกต่างมีใบหน้าซีดเผือดและอดสั่นไปไม่ได้

"นี่มันเป็นความสามารถที่ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะทำได้ ? "

"เป็นไปได้ไงกัน ? ! "

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ! มันต้องเป็นความสามารถของข่ายอาคมอย่างแน่นอน ! เขาคือปรมาจารย์ด้านข่ายอาคม ! "

หลายๆคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางหวาดหวั่น

ดวงตาของซูชูวได้แต่เบิกกว้างขณะที่มองไปยังภาพเหตุการณ์รุ่นเยาว์ทั้งหลายตกตายลงและยังมีภาพที่ตำหนักต่างๆพังทลายลงเมื่อต้องเผชิญหน้ากับคลื่นกระบี่ที่รุนแรงขนาดนั้น

ซินเหยาเองก็ได้แต่แข็งค้างไปพร้อมกับพูดว่า

"พู นี่มัน.........ใช่ความสามารถของข่ายอาคม ? "

"ยืนยันได้อย่างเดียวว่านี่มันไม่ใช่ทักษะอย่างแน่นอนเพราะว่าด้วยระดับพลังของเขาแล้วไม่สามารถมีพลังพอที่จะทำเรื่องแบบนี้ มีเพียงแค่ข่ายอาคมเท่านั้นที่พอเป็นไปได้ "

พูชิได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 สามารถต่อกรกับทั้งตระกูลได้ด้วยตัวคนเดียวเลยงั้นหรอ น่ากลัวจริงๆ "

ซินเหยาได้แต่พูดกับตัวเอง

พูชิได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดออกมาอย่างจริงจังว่า

"ไม่ใช่หรอก ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 ธรรมดาๆทำแบบนี้ไม่ได้แน่นอน ไม่ได้แม้แต่ครึ่งด้วยซ้ำแต่ว่าน้องชายคนนี่น่าจะมีข่ายอาคมในตำนานอยู่ในครอบครองไม่งั้นก็ไม่สามารถสร้างเรื่องที่น่าเหลือเชื่อแบบนี้ได้หรอก "

"ใครเป็นอาจารย์ของเจ้านี่กันนะ "

ซินเหยาได้แต่ฝืนยิ้มออกมา

เสียงคลื่นกระบี่คำรามยังคงดังขึ้นเรื่อยๆขณะที่คลื่นสายฟ้ายังคงตกลงมาดั่งสายฝนจนทำให้ตำหนักมากมายพังทลายลงมา ตอนนี้ทั้งตระกูลโม่ได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา

"!! "

เสียงโอดครวญได้ถูกส่งออกมาอย่างน่าสังเวช

เมื่อมองไปยังภาพเหตุการณ์เหล่านี้แล้วผู้นำตระกูลโม่ได้แต่โกรธจัดจนนัยน์ตาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำพร้อมทั้งกระโจนออกไปทันที

"ตาย !! "

ผู้เชี่ยวชาญได้ฟาดฟันกระบี่ออกไปด้วยมือซ้าย

หลินเทียนได้หันกลับมามองด้วยสายตาที่เย็นชาก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่สายฟ้ามากมายเข้าปะทะจนลอยออกไปไกล

โม่อันเองก็ลงมือเช่นกันแต่น่าเสียดายที่มันจะไปสามารถป้องกันการโจมตีที่น่ากลัวของคลื่นกระบี่สายฟ้าได้อย่างไรกัน ?

"พุฟฟฟ !"

"พุฟฟ !"

พวกเขาได้แต่กระอักเลือดออกมาพร้อมกับลอยออกไปไกล

ทันใดนั้นเองที่ผู้คนร่วม 100 ในตระกูลโม่ต่างพากันขวัญหายและวิ่งหนีกันอย่างอลหม่านแต่น่าเสียดายที่ทุกทิศทางถูกปิดกั้นเอาไว้ด้วยม่านพลังถึงไม่สามารถหนีไปไหนได้และได้แต่ยืนรอรับการโจมตีจากคลื่นกระบี่สายฟ้ามากมาย

"ไม่!"

เสียงร้องโหยหวนได้ดังขึ้นซึ่งทำให้เหล่าผู้ฟังถึงกับขนหัวลุก

ณ ตอนนี้เสียงฝีเท้ามากมายกำลังเข้ามาใกล้สถานที่แห่งนี้ซึ่งนั่นก็คือเจ้าเมืองและกองกำลังทหารกว่า 100 คน , ต๊วนหยานนั้นกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของหลินเทียนมากๆแต่หลังจากที่เห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วเขาก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ไม่อยากจะเชื่อออกมา

ทหารธรรมดาได้แต่แสดงสีหน้าที่หวาดผวาออกมา

ผู้คนตระกูลโม่ทั้งหลายที่เห็นการมาถึงของเจ้าเองเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

"ท่านเจ้าเมือง ได้โปรดช่วยหยุดเขาด้วย ! "

เสียงของผู้นำตระกูลโม่ได้ดังขึ้น

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่รุ่นเยาว์ทั้งหลายเองก็พยายามจะคว้าฟางเส้นสุดท้ายเอาไว้พร้อมกับช่วยกันตะโกนออกมาว่า

"ท่านเจ้าเมืองช่วยเราด้วย ! "

ต๊วนหยานที่อยู่ด้านหน้าและมองเข้าไปเห็นภาพลานที่ชโลมไปด้วยเลือดพร้อมกับศพนับร้อยถึงกับสูดหายใจเข้าลึกแม้จะเป็นคนที่เคยผ่านสมรภูมิรบมามากมายอย่างขา

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่อยู่ภายในแล้วเขาก็ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นว่า

"ท่าน ข้าคิดว่า..........."

ตระกูลโม่นั้นเป็นตระกูลผู้บ่มเพาะเดียวในเมืองนี้และหลังจากที่ต้องเห็นภาพคนตระกูลโม่ตกตายลงมากมายแล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะพูดออกมา

หลินเทียนได้หันหน้ากลับไปพร้อมกับพูดออกมาอย่างราบเรียบว่า

"เจ้าคิดจะขวางทางข้า ? "

สีหน้าของต๊วนหยานได้เปลี่ยนไปทันทีพร้อมกับพูดว่า

"นี่...........ข้าน้อยมิกล้าขอรับ ! "

"งั้นก็รออยู่ตรงนั้นนั่นแหละ "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

หลังจากนั้นคลื่นกระบี่มากมายก็ได้ตกลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง

"พุฟฟฟ !"

"พุฟฟ !"

"พุฟฟฟ ! "

เลือดมากมายได้เลอะไปทั่วพื้นที่ขณะที่เสียงร้องเริ่มจะซาลงหลังจากที่รุ่นเยาว์ของตระกูลโม่มากมายได้ตายอย่างอนาถ

ตอนนี้ดวงตาของผู้นำตระกูลและทั้งสองคนที่เหลือได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำเหมือนจะระเบิดออกมา

รุ่นเยาว์ทั้งหลายเหล่านี้เป็นศิษย์สายตรงของทางตระกูลซึ่งมันถือได้ว่าเป็นเหมือนดั่งความหวังของตระกูล

"ระยำ ! หยุด !! เจ้ามันไม่มีความเป็นมนุษย์ !! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางโกรธจัด

"ไม่มีความเป็นมนุษย์ ? "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างเย็นชาเหมือนเพิ่งได้ยินเรื่องที่ตลกที่สุดในโลกกลับไปว่า

"อยากจะมาพูดเรื่องความเป็นมนุษย์กันใช่ไหม มา ก็ดี ข้าจะบอกให้ว่าความเป็นมนุษย์มันคืออะไร มันคือโม่เซินและไอ้โสเภณีเสี่ยวหยุนมันเตะข้าลงจากหน้าผาด้วยกัน ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกสุนัขรับใช้ตระกูลโม่ได้เผาบ้านหลักตระกูลข้าลง ความเป็นมนุษย์คือการที่โม่เซินและโม่ยี่มันกล้าทำคิดจะเอาชีวิตข้าในการทดสอบเข้าเป็นศิษย์สำนัก ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกเจ้าส่งคนไปลอบสังหารข้าในการทดสอบศิษย์ภายใน ความเป็นมนุษย์คือการที่ใช้กองกำลังทั้งตระกูลมาไล่ฆ่าข้า ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกเจ้าคิดจะลอบสังหารข้าในการประลองทดสอบเข้าเป็นศิษย์ภายใน ความเป็นมนุษย์คือการที่พวกเจ้ารู้ทั้งรู้ว่าข้าถือครองตราแม่ทัพแต่ก็ยังกล้าส่งคนมาลอบสังหารข้า !"

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดุร้ายซึ่งทุกๆคำพูดนั้นเหมือนดั่งใบมีดที่ทิ่มแทงหน้าอกของผู้นำตระกูลโม่จนทำให้ใบหน้าของเขาซีดลง

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่เหล่าชาวบ้านรอบนอกต่างพากันตกตะลึงเพราะว่าพวกเขารู้ดีว่าหลินเทียนและตระกูลโม่นั้นมีความแค้นกันแต่ก็มีอยู่น้อยคนที่รู้ว่าเกิดจากอะไร จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ได้เข้าใจแล้วว่ามันเกิดอะไรขึ้น

"นี่มันเกินไปแล้ว ! "

หลายๆคนได้พูดออกมาในแนวทางเดียวกัน

ต๊วนหยานเองก็อยากจะขอให้หลินเทียนหยุดมือแต่หลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียนแล้วสีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปทันที

"กล้านักนะ ! ไม่คิดเลยนะว่ากล้าแม้กระทั่งลอบสังหารท่านแม่ทัพ !! "

ต๊วนหยานได้คำรามออกมาด้วยความโกรธถึงขีดสุด

เขาไม่สนใจเรื่องความแค้นก่อนหน้านี้ของหลินเทียนและตระกูลโม่แต่สิ่งที่เขาสนใจคือประโยคสุดท้ายที่ว่าตระกูลโม่รู้ทั้งรู้ว่าหลินเทียนถือครองตราแม่ทัพแต่ก็ยังส่งคนมาลอบสังหารนี่มันเป็นการขัดอำนาจแม่ทัพและจักรวรรดิ

มันมีโทษประหาร 9 ชั่วโครต !

เหล่าทหารที่อยู่เบื้องหลังต๊วนหยานเองก็สั่นไปทั้งตัวด้วยโทสะ

ตอนนี้ใบหน้าของผู้นำตระกูลโม่นั้นเปลี่ยนเป็นซีดเผือด

หลังจากที่นิ่งไปแล้วเขาก็ได้มองไปยังหลินเทียนพร้อมกับคำรามออกมาด้วยท่าทางดุร้ายว่า

"ถึงอย่างไรก็ต้องฆ่าเจ้าให้ได้ ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็พุ่งออกไปทางหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

"ตาย !!"

โม่อันได้คำรามออกมา

ตอนนี้พวกเขารู้แล้วว่าตระกูลของตนไม่มีทางรอดแล้ว อย่าว่าแต่หลินเทียนเลยเพราะว่าเจ้าเมืองก็คงไม่ปล่อยพวกเขาไป โทษของการลอบสังหารผู้ถือตราแม่ทัพนั้นเพียงพอจะกวาดล้างตระกูลของเขาด้วยซ้ำดังนั้นความคิดเดียวในสมองของพวกเขาคือฆ่าหลินเทียนให้ได้

"ทั้งหมดมันเพราะเจ้าเพียงคนเดียว !!! "

ผู้นำตระกูลโม่ไม่คิดเลยว่าตระกูลของเขาจะถูกต้อนถึงขั้นนี้

เมื่อมองออกไปยังคนเหล่านั้นแล้วหลินเทียนได้แต่แสยะออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"พยายามเฮือกสุดท้ายงั้นหรอ ? น่าเสียดายที่มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย โม่จี่ข้ายังฆ่ามาแล้ว เจ้าคิดว่ามีใครแข็งแกร่งกว่ามันไหมล่ะ ? "

หลังจากที่พูดจบแล้วหลินเทียนก็ได้ยกมือขวาขึ้นพร้อมทั้งส่งคลื่นกระบี่มากมายเข้าใส่พวกเขาทั้งสามคนที่เหลือ

พริบตาเดียวผู้เชี่ยวชาญแขนด้วนก็ได้รับบาดเจ็บสาหัสก่อนที่จะตกตายลงทันที โม่อันนั้นพยายามจะหลบการโจมตีจากคลื่นกระบี่สายฟ้า 2 เล่มแต่น่าเสียดายที่หลบไม่พ้นและถูกทะลวงผ่านลำคอไปจนต้องนอนจมกองเลือด

"โครม ! "

คมกระบี่ของผู้นำตระกูลโม่ได้ใกล้เข้ามาแต่น่าเสียดายที่หลินเทียนสามารถหลบได้ก่อนที่จะเตะอัดเขาจนลอยเคว้งออกไปไกล

ริมฝีปากของผู้นำตระกูลโม่ได้มีเลือดซิบออกมาพร้อมกับคำรามว่า

"ไอ้ระยำ !!! "

หลินเทียนได้แสยะกลับไปอย่างเย็นขาก่อนที่คลื่นกระบี่สายฟ้า 4 เล่มจะพุ่งทะลุผ่านแขมและขาของเขาเพื่อยึดไว้กับพื้น

ผู้นำตระกูลโม่ได้ส่งเสียงโอดครวญออกมาก่อนที่ความเจ็บปวดจะแผดไ ทั่วร่างของเขาจนทำให้ใบหน้าบิดเบี้ยวไปทันที

"ดูให้ดีว่านี่แหละคือจุดจบของตระกูลโม่ มันเป็นผลที่ตามมาจากการกระทำของพวกเจ้าเองทั้งนั้น "

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างดุร้าย

หลังจากที่พูดจบแล้วคลื่นกระบี่มากมายก็ได้ตกลงมา

"ไม่ !!! อย่า !! หยุดนะ ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้แต่เป็นบ้าไป

"คงจะเป็นไปได้อยู่แหละ "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างเย็นชา

คลื่นกระบี่ได้พุ่งลงมาด้วยความเร็วมากกว่าเก่าก่อนที่จะปกคลุมเหนือศีรษะของเหล่ารุ่นเยาว์ตระกูลโม่ที่เหลืออยู่

"พุฟฟฟฟ !"

"พุฟ !"

"พุฟฟฟฟ ! "

เลือดสาดกระจายไปทั่วขณะที่ส่งเสียงร้องระงมไม่หยุดหย่อน

ขั้นตอนนี้คงสภาพอยู่ไม่นานก่อนที่บรรยากาศโดยรอบจะเงียบสงบพร้อมๆกับร่างไร้วิญญาณที่ย้อมไปด้วยเลือด

หลินเทียนยังคงแสดงสีหน้าราบเรียบอยู่เช่นเคยพร้อมกับเดินเข้าไปหาผู้นำตระกูลโม่ทีละก้าว

"ระยำ !! ไอ้ชั่ว !! ข้าขอสาปแช่งเจ้าให้ตายเยี่ยงสุนัข !!! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้คำรามออกมาอีกครั้ง

ตระกูลโม่ของเขาถูกทำลายจนสิ้นและเขาทำได้เพียงจ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนด้วยความเกลียดชัง

หลินเทียนได้ยกกระบี่ขึ้นมาด้วยความรู้สึกดูถูกพร้อมกับเหวี่ยงออกไปอย่างไร้หัวใจ

"หากว่าคำสาปมันมีประโยชน์ป่านี้ก็คงไม่มีสงครามแล้วล่ะ "

พุฟฟฟฟ ศีรษะของผู้นำตระกูลโม่ได้ถูกกุดโดยทันที

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 121

คัดลอกลิงก์แล้ว