เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 118

Divine King Of All Directions - 118

Divine King Of All Directions - 118


Divine King Of All Directions - 118

 

หลินเทียนได้โค้งคำนับพร้อมกับพูดว่า

"หลินเทียนทำความเคารพผู้อาวุโสซูโจว "

เมื่อสำรวจซูโจวแล้วเขาก็พบว่าแม้ว่าชายคนนี้จะดูอายุหนุ่มกว่ามู่ชิงและฉีดงทว่ามีระดับพลังที่เทียบเท่ากับทั้งสองซึ่งชายคนนี้กลับเป็นได้เพียงแค่อาจารย์ธรรมดาในสำนักเป่ยหยานเท่านั้น แล้วผู้อาวุโสของที่นั่นไม่เป็นถึงผู้เชี่ยวชาญเขตแดนผู้รอบรู้เลยหรือไง ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วหลินเทียนก็อดสูดหายใจเข้าลึกไม่ได้ สมแล้วจริงๆที่เป็นสำนักที่แข็งแกร่งที่สุดในจักรวรรดินี้ ดูเหมือนว่าจะมีเบื้องหลังไม่ธรรมดาและไม่ใช่อะไรที่สำนักจิ่วหยางของเขาจะเทียบได้เลย

ณ ตอนนี้ซูโจวก็ได้สำรวจหลินเทียนเช่นกันก่อนที่ดวงตาของเขาจะเปล่งประกายออกมา

"ดี ! ดีมากๆ ! "

ก่อนหน้านี้มู่ชิงและฉีดงได้เล่าเรื่องราวของหลินเทียนให้เขาฟังก่อนแล้วและตอนนี้เมื่อได้พบตัวเป็นๆแล้วมันก็ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะพยักหน้าซ้ำๆ ด้วยสายตาของเขาสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่าหลินเทียนในตอนนี้อยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 แล้ว

16 ปี ชีพจรเทวะระดับ 2 นี่มันถือว่ามีพรสวรรค์มากๆ !

ซูโจวได้มองไปทางมู่ชิงพร้อมกับพูดออกมาว่า

"เพื่อนมู่ ไม่ทราบว่าจะขอตรวจสอบพรสวรรค์อีกรอยได้ไหม ? เจ้าก็รู้ว่าข้าต้องเห็นด้วยตาตัวเองจะได้กลับไปรายงานได้ถูก "

"ไม่มีปัญหาอยู่แล้ว "

มู่ชิงได้พูดออกมา

ที่ตำหนักผู้อาวุโสนั้นมีเครื่องมือทดสอบพรสวรรค์อยู่แล้วดังนั้นหลังจากที่พวกเขาเดินเข้าไปในห้องเล็กๆแล้วก็พบกับศิลาหินที่ใช้สำหรับทดสอบวางอยู่ตรงหน้า

"เจ้าหนู ไปซะสิ "

ฉีดงได้พูดออกมา

เขาและมู่ชิงนั้นได้แต่แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาไม่หยุด ก่อนหน้านี้พวกเขาไม่ได้เห็นกับตาถึงตอนที่หลินเทียนได้ผลทดสอบเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราและครั้งนี้ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกคาดหวัง

ซูชูวที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่จ้องมองไปที่ร่างของหลินเทียนอย่างไม่วางตา

หลินเทียนได้ก้าวออกไปตรงหน้าพร้อมกับวางมือขวาลงไปแล้วส่งพลังฉีจนทำให้ดวงดาวห้าดวงเปล่งแสงออกมาทันที หลังจากที่เขาหมุนวนพลังในร่างแล้วดาวดวงที่ 6 ถึง 9 ก็เปล่งแสงออกมาตามๆกัน

มู่ชิงและคนอื่นๆเองก็ได้แต่มองด้วยดวงตาที่เป็นประกาย

"สุดยอดไปเลย ! "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบของนาง แม้ว่านางจะรู้อยู่แล้วว่าหลินเทียนนั้นเป็นผู้มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราแต่หลังจากที่ได้เห็นกับตาตัวเองแล้วก็อดไม่ได้ที่จะทำให้นางตกตะลึง ต้องรู้ก่อนนะว่าแม้จะเป็นทั่วทั้งจักรวรรดินี้ก็หาผู้ที่มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดาราไม่ได้ง่ายๆและส่วนใหญ่แล้วก็ล้วนอยู่ในสำนักเป่ยหยานที่เมืองหลวง

"ดี ! ดีมากๆ !"

ซูโจวได้ตบมืออย่างดังขณะที่เดินเข้าไปหาหลินเทียนแล้วพูดว่า

"เจ้าชื่อหลินเทียนใช่ไหม ? ได้ยินมาว่าเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่แข็งแกร่งหนิ ช่วยแสดงให้ดูหน่อยได้หรือเปล่า ? "

เมื่อพูดถึงเรื่องของปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วดวงตาของซูโจวก็เป็นประกายออกมาทันที

"ขอรับ "

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขา

มันเป็นเพราะว่าไม่มีน้ำหมึกดังนั้นเขาถึงได้หยิบน้ำเปล่ามาพร้อมทั้งขยับนิ้วทั้งห้าพร้อมกันแล้ววาดลวดลายข่ายอาคมผสานออกมาบนกระดาษเปล่า

"นี่........"

ซูโจวได้แต่ชะงักไป

ด้วยความที่เขาเป็นอาจารย์ของสำนักดังนั้นถึงเคยได้พบกับปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมมาหลายคนแต่ครั้งนี้เขาเห็นได้อย่างชัดเจนว่าระดับความเชี่ยวชาญของหลินเทียนนั้นไม่ธรรมดาและถึงขั้นทำให้เขาตกตะลึง ยิ่งไปกว่านั้นเส้นทั้งหลายก็ดูราบรื่นแถมยังแฝงไปด้วยมนต์เสน่ห์ที่น่าหลงใหล

มู่ชิงและฉีดงที่อยู่ข้างๆเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

ซูชูวได้แต่กระพริบตาปริบๆพร้อมทั้งตระหนักดีว่าการลงลวดลายของหลินเทียนนั้นมันดูน่าทึ่งอย่างแท้จริง

หลังจากผ่านไปได้สักพักมู่ชิงและฉีดงก็ได้เผยรอยยิ้มออกมา

"เป็นไงเพื่อนโจว ? "

ฉีดงได้พูดอ กมาด้วยรอยยิ้ม

"ดี ดี !! ดีมากๆ ! "

ซูโจวได้พยักหน้าซ้ำๆพร้อมกับพูดต่อว่า

"หลินเทียน เจ้าเองก็น่าจะรู้ถึงเป้าหมายการมาของข้าในครั้งนี้ เจ้ายินดีที่จะเข้าร่วมเป็นศิษย์สำนักเป่ยหยานทีเมืองหลวงหรือไม่ ? ที่นั่นเจ้าจะได้รับทรัพยากรบ่มเพาะอย่างดีที่สุดแถมยังมีทักษะระดับสูงสุดด้วย "

หลังจากที่พูดจบแล้วซูโจวก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองกองสมบัติ อายุ 16 ปี เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 2 มีพรสวรรค์ระดับ 9 ดารา แถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมนี่มันถือเป็นหัวกะทิแนวหน้าชัดๆ หลังจากที่รับเขาเป็นศิษย์ได้แล้วทางสำนักคงตบรางวัลให้เขาอย่างงาม

หลินเทียนได้มองไปทางมู่ชิงและฉีดงโดยทันที

"ไปสิ ไม่ต้องลังเลอะไรหรอก "

มู่ชิงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

ฉีดงเองก็พยักหน้าเช่นกัน

หลินเทียนได้ตั้งสติกลับมาพร้อมกับมองไปทางซูโจวแล้วพูดว่า

"ขอรับ "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วซูโจวก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาไม่หยุด

"ดีมากๆ !"

ซูโจวได้หยิบเอาตราสัญลักษณ์ส่งให้เขาพร้อมกับพูดว่า

"นี่เป็นตราของสำนักเราและหลังจากนี้ภายในครึ่งเดือนก็มารายงานตัวด้วยแล้วกัน "

หลินเทียนได้รับตราสัญลักษณ์มาพร้อมทั้งเห็นว่ามันเป็นตราที่สลักตัวอักษรว่าจักรพรรดิเอาไว้ซึ่งให้ความรู้สึกที่น่าเกรงขามอย่างมาก

"ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูโจวได้แต่โบกมือด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มตลอดเวลา

เมื่อมองไปยังมู่ชิงแล้วซูโจวก็ได้พูดออกมาว่า

"ไม่ต้องเป็นห่วงนะเพราะว่าหลังจากนี้ข้าจะแจ้งไปทางสำนักเองว่าทางสำนักจิ่วหยางได้ให้กำเนิดศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ไร้ที่ติออกมา รับรองเลยว่าทางสำนักคงจะตบรางวัลให้ไม่น้อย "

มู่ชิงได้แต่ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"งั้นก็ฝากด้วยแล้วกัน"

"สมควรแล้ว "

ซูโจวได้พูดออกมา

ตอนนี้เขามีความสุขมากๆแถมยังผสมไปด้วยความรู้สึกตื่นเต้นอย่างถึงที่สุดแล้วรีบพุ่งตรงกลับไปเมืองหลวงเพราะว่าการที่เขารับสมัครศิษย์ผู้มีพรสวรรค์ระดับนี้มาได้ต้องรายงานให้กับทางสำนักได้รับรู้

หลินเทียนและซูชูวได้เดินออกมาจากตำหนักผู้อาวุโสด้วยสีหน้าที่แปลกไปเล็กน้อย

เพราะถึงอย่างไรก็ตามอีกไม่นานก็ต้องไปจากที่นี่แล้ว

ซูชูวได้แต่จ้องมองไปที่ร่างของหลินเทียนพร้อมกับแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะยิ้มออกมา

หลินเทียนพบว่าท่าทางของนางเปลี่ยนไปดังนั้นถึงได้ถามออกมาว่า

"มีอะไรงั้นหรอซูชูวเอ๋อ ?"

"เปล่า"

ซูชูซได้พูดต่อว่า

"เจ้านี่เพิ่งเข้าสำนักเรามาได้แค่ 4 เดือนแต่กลับกำลังจะได้ไปสำนักเป่ยหยานแล้วมันเร็วเกินไปมากๆ ในประวัติศาสตร์ของเราไม่มีใครเข้าร่วมสำนักเป่ยหยานได้เร็วขนาดนั้นด้วยซ้ำ "

หลินเทียนได้แต่จ้องมองไปที่นางอย่างไม่วางตา

"จะทำอะไร ? "

ซูชูวได้ก้าวถอยหลังออกไป

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดหยอกล้อว่า

"นี่เจ้าคงไม่อยากให้ข้าไปสินะ ? "

ใบหน้าของนางได้เปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำทันทีพร้อมทั้งกัดฟันกรุบๆ แล้วก่นด่าออกมาว่า

"แหวะ ! ใครไม่อยากให้เจ้าไปกัน ! อย่าฝันไปหน่อยเลย ! ข้าแค่ไม่อยากจากหลินซี่ไปเท่านั้นแหละ "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วหลินเทียนก็ได้แต่เงียบไป

หลังจากที่เงียบไปสักพักเขาก็ได้มองไปที่นางแล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า

"ซูชูว ข้ามีเรื่องจะขอร้องเจ้า"

ซูชูวได้แต่ชะงักไปเพราะนี่เป็นครั้งแรกที่นางเห็นเขาแสดงสีหน้าจริงจังแบบนี้

"ว่ามาสิ "

ซูชูวได้พูดออกมา

หลินเทียนได้พูดต่อว่า

"ช่วงที่ข้าไปที่สำนักเป่ยหยานนี่ดูแลหลินซี่แทนข้าหน่อยได้หรือเปล่า ? "

หลังจากที่คิดดูแล้วหลินเทียนก็รู้ดีว่าเมืองหลวงนั้นไม่ธรรมดาและเต็มไปด้วยอันตรายมากมาย นี่เป็นครั้งแรกที่เขาไปที่นั่นและยังไม่คุ้นเคยด้วยซ้ำแถมหลายๆเรื่องก็ยังไม่นิ่งนอนใจซึ่งหากว่านำหลินซี่ติดไปด้วยก็กลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับนาง เขาไม่กลัวอะไรแม้แต่น้อยแต่เป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยของน้องสาวของเขา

เหมือนรู้ว่าหลินเทียนกำลังคิดอะไรนางถึงได้ตอบกลับไปว่า

"เจ้ากังวล ? "

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับตอบกลับแบบไม่ปิดบังเลยว่า

"ตอนนี้ในโลกนี้มีเพียงเจ้าเท่านั้นที่ข้าวางใจฝากหลินซี่เอาไว้ได้ ยิ่งไปกว่านั้นนางอยู่กับเจ้าแล้วก็มีความสุขมากๆแถมที่นี่ก็ยังเป็นสถานที่ๆปลอดภัยสุดๆซึ่งหากข้าฝากนางไว้กับเจ้าแล้วข้าก็จะรู้สึกสบายใจ "

หลังจากที่พูดจบแล้วเขาก็ได้ถามต่อว่า

"ได้ไหม ? "

"แน่นอนว่าไม่มีปัญหา ! "

ซูชูวได้รีบพยักหน้าทันที หลังจากที่นางได้ยินหลินเทียนพูดถึงเรื่องที่เขาเชื่อใจนางคนเดียวแล้วก็ทำให้นางมีความสุขมากๆก่อนที่จะพูดต่อว่า

"แต่ไม่รู้ว่าซี่เอ๋อจะยอมอยู่หรือเปล่านี่สิ ข้าดูออกนะว่านางต้องพึ่งเจ้ามากๆ "

หลินเทียนได้แต่ชะงักไปพร้อมกับส่ายศีรษะออกมา

"เปล่าหรอก เป็นข้านี่แหละที่ต้องพึ่งนาง "

เมื่อคิดถึงนางแล้วก็อดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าที่อ่อนโยนออกมาพร้อมทั้งมองไปทางซูชูวแล้วพูดออกมาอย่างจริงจังว่า

"ขอบคุณนะ เรื่องนี้ข้าจะไปพูดกับนางเอง นางเป็นเด็กฉลาดดังนั้นก็น่าจะเข้าใจและยอมอยู่กับเจ้า "

"ไม่ต้องขอบคุณหรอกเพราะเจ้าเชื่อใจข้าแค่คนเดียว "

ซูชูวได้พูดต่อว่า

"อีกอย่างข้าชอบซี่เอ๋อด้วย "

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่ซาบซึ้งออกมาและไม่รู้ว่าจะพูดอะไรต่อดี

"อ่อใช่ ยังมีเวลาเตรียมตัวอีกครึ่งเดือนใช่ไหม ? มีอะไรหรือเปล่า ? "

ซูชูวได้ถามออกมา

"ไม่ต้องเตรียมอะไรทั้งนั้นแหละ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับมองออกไปนอกสำนักแล้วพูดออกมาด้วยสายตาที่เป็นประกายเย็นยะเยือกว่า

"มีเพียงแต่เรื่องที่ข้าจะต้องกำจัดทุกภัยคุกคามก่อนไปเท่านั้น "

ซูชูวได้มองตามสายตาของเขาออกไปและพบว่ามันเป็นทางของบ้านหลักตระกูลโม่

"เจ้า........"

ตอนนี้เองที่ท่าทางของนางได้เปลี่ยนไปทันที

หลินเทียนพูดออกมาโดยไม่ปิดบังอะไรเลยว่า

"ก่อนหน้านี้ไม่นานโม่จี่ได้กลับมาที่เมืองนี้แล้วนำกองกำลังมากมายไปรุมฆ่าข้าที่ป่าทมิฬแต่น่าเสียดายที่เขาเป็นฝ่ายถูกข้าสังหารแทน เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่าความแค้นระหว่างข้าและตระกูลโม่นั้นมันไม่สามารถแก้ปมได้อีกแล้ว ก่อนที่ข้าจะจากเมืองนี้ไปต้องเก็บกวาดตระกูลนี้ให้สิ้นซากไม่งั้นข้าก็ไม่สามารถไปได้อย่างโล่งใจ"

"โม่จี่ไปฆ่าเจ้าในป่าทมิฬ ? ไม่ใช่ว่าเจ้าถือครองตราแม่ทัพ ? ยังกล้าจะทำอีก ? "

ดวงตาของซูชูวได้แต่เบิกกว้างพร้อมกับพูดต่อว่า

"เจ้าฆ่าโม่จี่ ? แต่เจ้านั่นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 เลยนะ ! แถมกองกำลังที่ไปกับเขาก็ตายด้วย ? เจ้าทำได้ไงกัน ? "

ซูชูวได้แต่ผงะไปพร้อมกับถามออกมาอย่างรวดเร็ว

"ใช่แล้ว แม้ว่าข้าจะถือครองตราแม่ทัพแต่โม่จี่ก็ยังต้องใจสังหารข้าแถมยังมีผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่มาด้วย หากว่านับรวมเรื่องก่อนหน้านี่ที่โม่เซินจะฆ่าข้าด้วยพวกมันก็พยายามลอบสังหารข้ามา 5 ครั้งแล้ว เจ้าเองก็น่าจะรู้ว่ามันไม่สามารถจบเรื่องนี้ได้และมีเพียงฝั่งหนึ่งต้องสูญสิ้นเท่านั้น "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ซูชูวได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดว่า

"แต่เจ้าจะจัดการกับตระกูลโม่ทั้งตระกูลอย่างไรกัน ? "

"เชื่อข้าเถอะว่าไม่มีปัญหาอะไรหรอก ข้าฆ่าแม้กระทั่งกองกำลังบุกเบิกมาแล้วแถมพวกนั้นแต่ละคนยังเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะด้วยกันทั้งหมด "

เขาได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

"ตอนนี้ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดในตระกูลโม่คือผู้นำตระกูลแต่ก็ยังอ่อนแอกว่าโม่จี่อยู่ดีดังนั้นไม่เป็นปัญหาอะไรหรอก "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 118

คัดลอกลิงก์แล้ว