เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 106

Divine King Of All Directions - 106

Divine King Of All Directions - 106


Divine King Of All Directions - 106

 

หลังจากที่เข้าไปยังข่ายอาคมสังหารแล้วก็เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจไปกับสภาพในตอนนี้แม้แต่น้อย

วินาทีต่อมาก็ได้มีเสียงคำรามดังขึ้นก่อนที่จะปรากฏภาพของสัตว์อสูรออกมา

มันเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ซึ่งมีชื่อว่าหนูเพลิงที่มีระดับพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8

แน่นอนว่าทางสำนักได้คำนวณเอาไว้ก่อนแล้วดังนั้นระดับต่ำสุดในข่ายอาคมถึงได้เป็นสัตว์อสูรระดับ 3 นี้

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาพร้อมทั้งพุ่งเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว

"เห้อ ! "

หลินเทียนได้ถอนหายใจออกมาพร้อมกับเริ่มโจมตีสวนกลับไป

ในเวลาเดียวกันนี้ได้ปรากฏข้อมูลเกี่ยวกับทักษะขึ้นภายในสมองของเขา

"รวมพลังฉีไปไว้ที่กำปั้นแล้วทำให้ระดับพลังและร่างกายอยู่ในความถี่ระดับเดียวกัน ในเวลาทีโจมตีก็จะส่งพลังฉีเข้าไปในร่างของศัตรูและส่งผลให้ทำความเสียหายให้กับอวัยวะภายใน"

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

ตอนนี้เขาเริ่มที่จะปรับจังหวะการหายใจของตัวเองก่อนที่จะเริ่มส่งพลังฉีไปไว้ที่กำปั้นขวาอย่างช้าๆก่อนที่จะทำให้กำปั้นของเขาส่องแสงสีเงินออกมา

"ได้แล้ว "

เขาได้กระซิบออกมาก่อนที่จะเริ่มที่จะปรับพลัง

เทียบกับการถ่ายเทพลังไปที่กำปั้นแล้วการปรับสมดุลนั้นยากกว่ามากเพราะถึงอย่างไรก็ตามพลังหมัดมันเป็นอะไรที่ไม่สามารถคาดเดาได้ อย่างไรก็ตามหลินเทียนเองก็เคยผสานพลังฉีเข้ากับพลังวิญญาณมาก่อนแล้วดังนั้นถึงช่วยเรื่องนี้ได้เยอะมาก

สัตว์อสูรหนูเพลิงได้ส่งเสียงคำรามออกมาขณะที่ไล่ตามเขาไปอย่างบ้าคลั่ง

อย่างไรก็ตามความเร็วของหลินเทียนนั้นสูงกว่ามาก สัตว์อสูรระดับ 3 จะไปตามความเร็วของเขาทันได้อย่างไรกัน ?

ดังนั้นพวกเขาถึงได้ทิ้งระยะกันอยู่ตลอด

ณ ตอนนี้ดวงตาของเขาได้เป็นประกายก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดขวาออกไปช้าๆ

หมัดนี้ได้ปะทะเข้ากับร่างของหนูเพลิงอย่างรุนแรง

มันได้ก้าวถอยหลังไปนิดหน่อยแต่ดูเหมือนว่าจะไม่ได้รับผลกระทบอะไรมาก อย่างไรก็ตามมันก็ยังรู้สึกได้ถึงความเจ็บปวดดังนั้นถึงได้คำรามออกมาแล้วไล่ตามหลินเทียนอย่างบ้าคลั่ง

หลินเทียนเองก็ได้แต่สรุปว่ามันล้มเหลว

ล้มเหลวมันไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรเพราะถึงอย่างไรมันก็เป็นถึงทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะที่ไม่สามารถจะสำเร็จได้ในทันที

"ดูเหมือนว่าความถี่ของพลังฉีและพลังหมัดเริ่มจะเท่ากันแล้ว "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ตอนนี้เขาได้หลับตาลงพร้อมทั้งหลบการโจมตีของหนูเพลิงด้วยพลังวิญญาณขณะที่ตัวเองพยายามปรับสมดุลพลังฉีให้เข้ากับพลังกาย

ไม่นานมันก็ผ่านไปได้สักพัก

หลังจากนั้นเมื่อเขาได้ลืมตาขึ้นอีกครั้งก็ได้ส่งหมัดขวาออกไปช้าๆ

หมัดขวาของเขาได้เข้าปะทะหนูเพลิงอีกครั้งแต่ครั้งนี้มันไม่ได้กระเด็นออกไปเหมือนว่าเป็นหมัดที่เบามากๆแต่หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่วินาทีเมื่อหลังจากที่เขาถอนมือกลับมาแล้วหนูเพลิงก็ได้อ้าปากและสำลักเลือดออกมามากมายก่อนที่จะล้มลงกับพื้น

หลินเทียนได้ตรวจสอบดูแล้วพบว่าภายนอกร่างกายของมันไม่มีบาดแผลแม้แต่น้อยดังนั้นถึงได้หยิบเอามีดสั้นออกมาเพื่อชำแหละร่างกายของมันอย่างไวแล้วพบว่าอวัยวะภายในทั้งหมดของมันแหลกละเอียดกลายเป็นข้าวต้มไปหมดแล้ว

"เริ่มผ่านขั้นต้นมาแล้ว ! "

ประกายตาของเขาได้เปลี่ยนไปทันที

หลังจากที่เขาได้ยืนขึ้นร่างไร้วิญญาณของหนูเพลิงก็ได้สลายหายไปเป็นเศษฝุ่น

หลินเทียนได้กวาดตามองด้วยท่าทางไม่สนใจ

ครั้งนี้ได้มีเสียงคำรามดังขึ้นอีกครั้งขณะที่อสูรตัวใหม่ได้ปรากฏขึ้น

หลินเทียนรู้กฎของข่ายอาคมนี้อยู่ก่อนแล้วดังนั้นถึงไม่ค่อยแปลกใจกับเรื่องนี้นัก ไม่นานเขาก็เริ่มการฝึกขั้นต่อไปกับสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายที่มีระดับพลังเทียบเท่าเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 แต่หากเทียบกับระดับพลังในปัจจุบันของเขาแล้วมันเทียบไม่ติดเลยด้วยซ้ำถึงได้เริ่มการฝึกทักษะหมัดทลายฟ้าต่อไป

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ปล่อยหมัดออกไปอีกครั้ง

โครม ! สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายได้ถอยกลับไปก่อนที่จะสำลักเลือดออกมาแต่ไม่ตาย

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่หลินเทียนอีกครั้ง

"ความถี่ของพลังฉีและพลังกายเท่ากันเป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้น หากต้องการจะเพิ่งพลังทำลายของทักษะนี้ก็จำเป็นต้องเพิ่มพลังฉีและพลังกายเข้าไปอีก"

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วเขาก็เริ่มตั้งสติพร้อมทั้งถ่ายเทพลังฉีไปอีกครั้ง

แน่นอนว่ามันมากกว่าก่อนหน้านี้

หลังจากนั้นหลินเทียนก็เริ่มปรับความสมดุลของพลังฉีและพลังกายของเขาแต่รู้สึกได้เลยว่ามันทำได้ยากขึ้น

อย่างไรก็ตามมันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

หลินเทียนที่กำลังถ่ายเทพลังอยู่ทำให้จังหวะหายใจของเขาเปลี่ยนไปตามๆกัน

หลังจากนั้นสิบห้านาทีเขาก็ได้เหวี่ยงหมัดครั้งที่สองออกไป

"โครม ! "

สัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายได้กระอักเลือดออกมาอีกครั้งแต่ก็ยังไม่ตายเหมือนเดิมพร้อมทั้งกระโจนเข้าใส่เขาอย่างรวดเร็ว

สัตว์อสูรภายในข่ายอาคมนี้จะไม่รู้จักความกลัวและเอาแต่ฆ่าฟันอย่างบ้าเลือด

ดังนั้นแม้จะรู้ว่าหลินเทียนแข็งแกร่งแค่ไหนแต่มันก็สู้ไม่ถอย

"โครม !"

"โครม !"

"โครม !"

หลังจากนั้นหนึ่งชั่วโมงหลินเทียนก็ได้ส่งหมัดออกไปอีกสามครั้งซึ่งเมื่อถึงหมัดที่สามแล้วสัตว์อสูรระดับ 3 ตอนปลายก็ไม่ขยับอีกต่อไปพร้อมทั้งมีอาการเดียวกับหนูเพลิงก่อนหน้านี้ที่อวัยวะภายในแหลกสลาย

หลินเทียนได้ถอนหมัดกลับมาพร้อมทั้งดวงตาที่เป็นประกาย

"แข็งแกร่งขึ้นอีก "

เขาได้พูดกับตัวเอง

เขายังคงไม่หยุดพักก่อนที่จะปรับจังหวะหายใจแล้วปะทะกับสัตว์อสูรตัวต่อไป

หลังจากนั้น 20 ลมหายใจก็มีสัตว์อสูรระดับ 4 ปรากฏตัวขึ้นซึ่งมันมีชื่อว่าวานรทงหลีที่มีจุดเด่นด้านพละกำลังที่แข็งแกร่งแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือมันหนังเหนียวจนทำให้กระบี่ธรรมดาๆไม่สามารถระคายผิวมันได้แม้แต่น้อย

"ได้ฝึกต่อสู้ระยะประชิดพอดี !"

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งออกไปปะทะกับมันโดยตรง

หลินเทียนได้หลบการโจมตีครั้งแล้วครั้งเล่าก่อนที่จะยกมือต่อยอัดเข้าใส่

หากเทียบกับสัตว์อสูรตัวก่อนหน้านี้แล้ววานรทงหลีตัวนี้จัดการยากกว่ามาก หลินเทียนรู้สึกได้ทันทีว่าหมัดของเขาทำอะไรมันไม่ได้เลยด้วยซ้ำ

"โฮ๊ก ! "

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาเหมือนปีศาจก่อนที่จะส่งแรงกดดันเข้าใส่หลินเทียน

หลินเทียนได้ปรับจังหวะลมหายใจของตัวเองก่อนที่จะเหวี่ยงหมัดออกไป

เสียงดังสนั่นได้ตามมาขณะที่การต่อสู้ของเขาและวานรทงหลียังคงผ่านไปกว่าสองชั่วโมงซึ่งในช่วงเวลานี้เขาได้สำแดงทักษะหมัดทลายฟ้าออกไปถึง 9 ครั้งและแต่ละครั้งระยะห่างของการสำแดงแต่ละครั้งก็จะลดลงเรื่อยๆ

"การต่อสู้จริงมันช่วยเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนจริงๆ "

หลินเทียนได้คิดอยู่กับตัวเอง

มันเป็นเพราะว่าคิดได้แบบนี้เขาถึงได้ตระหนักว่าการมาฝึกฝนในข่ายอาคมนี้มันเป็นเรื่องที่ดีมากๆ

อย่างไรก็ตามเขาก็รู้ดีว่ามันไม่สามารถเรียกว่าการสู้จริงได้เพราะว่าสัตว์อสูรภายในข่ายอาคมนี้อาจจะดูเสมือนจริงแต่มันไม่มีอันตรายอะไร ในอีกความหมายคือเขาไม่มีวันตายและในเมื่อไม่มีวันตายก็จะไม่รู้สึกถึงภัยคุกคามที่ต่างจากการสู้จริงๆ

เขาได้ส่ายศีรษะออกมาก่อนที่จะสูดหายใจเข้าลึกแล้วเริ่มการฝึกต่อไป

ไม่นานก็ผ่านไปกว่า 4 ชั่วโมง

"โครม ! "

เสียงดังสนั่นได้ถูกส่งออกมาขณะที่วานรทงหลีได้ล้มลงไปด้วยปากที่กลบไปด้วยเลือด

หลินเทียนได้ชำแหละร่างกายของมันแบบเดียวกันก่อนที่จะพบว่าจะมีสภาพเดียวกันกับตัวก่อนๆที่อวัยวะภายในแตกสลาย

"ดีมากๆ !"

เขาได้พยักหน้าด้วยท่าทางที่พึงพอใจเล็กๆ

ภายในหกชั่วโมงหลังจากนั้นเขาก็ได้อาศัยทักษะหมัดทลายฟ้านี้ฆ่าวานรทงหลีจนสำเร็จขั้นต้นมาได้แล้ว

"เอาล่ะ วันนี้พอแค่นี้ดีกว่า "

เขาได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากนั้นเขาก็เดินออกไปที่ทางออกของข่ายอาคม

เถาไป่และคนอื่นๆนั้นออกไปก่อนนานแล้วดังนั้นหลังจากที่เห็นหลินเทียนพวกเขาก็เดินเข้ามาทักทายโดยทันที

"น้องชายหลินนี่ขยันจริงๆเลยนะ "

เทียนเซอได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มฝืนๆ

เถาไป่เองก็ได้พูดต่อว่า

"ดูเหมือนว่าการจะแข็งแกร่งไม่ได้เกี่ยวกับพรสวรรค์อย่างเดียวนะ ความขยันก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน "

หลังจากที่เข้าไปในข่ายอาคมนั้นพวกเขาได้ฝึกไปกว่า 2 ชั่วโมงแต่หลินเทียนกลับใช้เวลาฝึกอยู่ทั้งหมดกว่า 8 ชั่วโมงซึ่งมันทำให้พวกเขาได้แต่แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาไม่เว้นแม้แต่คงฮาง

"ลืมเวลาไปหน่อย "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางสุภาพ

หลังจากที่สนทนากันนิดหน่อยแล้วหลินเทียนก็ได้กลับไปยังที่พักของเขา

เมื่ออาบน้ำแล้วเขาก็กลับขึ้นไปที่ยอดของที่พักพร้อมทั้งหยิบเอาวัตถุดิบบางอย่างออกมา

เมื่อมองไปยังวัตถุดิบเหล่านี้แล้วมันมีพอสำหรับข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณเพียง 5 ม้วนเท่านั้น

"ดูเหมือนว่าต้องออกไปซื้อวัตถุดิบหน่อยแล้วสิ หลังจากนี้เราต้องใช้มันอีกเยอะเลยแหะ "

หลังจากที่ตัดผ่านมาได้แล้วเขาก็ยังจำเป็นต้องบ่มเพาะเพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งและแน่นอนว่าต้องใช้ข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณไม่น้อยและเมื่อคิดได้ถึงจุดนี้แล้วเขาก็ได้แต่พูดกับตัวเองว่า

"อื้ม ดูเหมือนว่าเราต้องแวะไปที่ตำหนักแลกสมบัติหน่อยแล้ว "

พูชิและซินเหยานั้นดีกับเขามากๆดังนั้นในเมื่ออีกฝ่ายเชิญเขาหลายครั้งแล้วก็ต้องแวะไปเสียหน่อย

"เอาของฝากไปด้วยดีกว่า"

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ขณะที่พูดอยู่นั้นเขาก็เริ่มการวาดข่ายอาคมโดยทันที

..........

ตอนนี้ชาวบ้านในเมืองล้วนแต่พูดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้

เด็กหนุ่มอายุ 16 ปีลงมือสังหารเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการถึง 3 คนและหลังจากนั้นก็เผชิญหน้ากับกองทหารนับพันและท้ายที่สุดก็สั่งให้ทุกคนแยกย้ายกลับไป

"ตราแม่ทัพนี่มีสถานะเทียบเท่ากับแม่ทัพผู้ยิ่งใหญ่ของจักรวรรดิเลยนะ !"

"ปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 !? "

"ท้าทายสวรรค์เกินไปแล้ว ! "

เสียงฮือฮาพวกนี้สามารถพบได้ตามทุกหัวมุมถนนในเมือง

แน่นอนว่าหลินเทียนที่กำลังเดินอยู่ได้ยินเรื่องพวกนี้แต่เขาก็ไม่ได้สนใจอะไรก่อนที่จะไปถึงหน้าตำหนักแลกสมบัติอย่างรวดเร็ว

"น้องชายหลิน ! "

หลังจากที่เดินเข้าไปแล้วชายวัยกลางคนก็รีบเดินมาต้อนรับเขาอย่างรวดเร็ว

เกี่ยวกับสถานะของหลินเทียนนั้นพูชิได้ชี้แจงไว้ก่อนแล้วดังนั้นแม้ว่าตอนนี้หลินเทียนจะไม่ได้สวมชุดคลุมสีดำมาแต่ชายวัยกลางคนก็รู้ดีว่านี่เป็นใคร

"ท่านพูชิได้สั่งเอาไว้ว่าหากน้องชายหลินมาที่นี่ก็ให้ไปที่ตำหนักที่สองได้เลย "

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาด้วยท่าทางเคารพ

เขารู้ถึงเรื่องเมื่อวานนี้ดีดังนั้นถึงได้พูดกับหลินเทียนด้วยสายตาที่เคารพอย่างมาก

"ได้ "

หลินเทียนได้พยักหน้าของเขา

ไม่นานพวกเขาก็ไปถึงตำหนักที่สองภายใต้การนำของชายวัยกลางคนอย่างรวดเร็ว

ชายวัยกลางคนได้เคาะประตูพร้อมทั้งพูดว่า

"ท่านพูชิ น้องชายหลินเทียนมาขอพบขอรับ "

พริบตาเดียวประตูก็ได้ถูกเปิดออกจากด้านใน

พูชิที่กำลังยืนอยู่หน้าประตูด้วยท่าทางมีความสุขเองก็ได้มองไปทางหลินเทียนพร้อมทั้งพูดว่า

"เข้ามาสิน้องชาย "

"รบกวนด้วย "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบด้วยรอยยิ้ม

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่เสียงอันไพเราะได้ดังขึ้นว่า

"ที่รัก ในที่สุดก็อดใจไม่ไหวงั้นหรอ ? "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 106

คัดลอกลิงก์แล้ว