เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 105

Divine King Of All Directions - 105

Divine King Of All Directions - 105


Divine King Of All Directions - 105

 

หลินเทียนเตรียมที่จะไปยังตำหนักสรรพยุทธ์เพื่อเลือกทักษะส่วนซูชูวนั้นไม่ได้ตามเขาไปเพราะถึงอย่างไรก็ตามผู้ที่เข้าไปได้นั้นจะต้องเป็นผู้ที่คิดจะเลือกทักษะเท่านั้น

"งั้นข้ากลับไปพักผ่อนก่อนล่ะ ลาก่อน! "

ซูชูซได้แสยะออกมา

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้หันหลังแล้วเดินจากไปอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาและส่ายศีรษะพลางเดินไปทางตำหนักสรรพยุทธ์อย่างรวดเร็ว ไม่นานเขาก็ได้ไปถึงหน้าตำหนักพร้อมทั้งเดินเข้าไปยื่นตราสัญลักษณ์ให้กับผู้อาวุโส

"ดี ! "

ผู้อาวุโสคนนี้รู้เรื่องของหลินเทียนเป็นอย่างดีดังนั้นถึงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"ไปที่ชั้นสามได้เลย เจ้าสามารถเลือกเคล็ดวิชาบ่มเพาะหรือว่าจะเป็นทักษะระดับต่ำเขตแดนชีพจรเทวะมาก็ได้ส่วนตอนนี้ไม่มีการจำกัดเวลาแล้ว "

"ขอขอบคุณท่านผู้อาวุโส "

หลินเทียนได้พูดออกมาพร้อมกับเดินขึ้นไปที่ชั้นสาม

หลังจากที่ไปถึงแล้วเขาก็พบว่าที่นี่กว้างกว่าชั้นสองมากแต่เขาก็ไม่ได้รู้สึกแปลกใจอะไรเพราะว่าที่นี่เป็นสถานที่เก็บเคล็ดวิชาบ่มเพาะและทักษะเขตแดนชีพจรเทวะเอาไว้ซึ่งมันถือเป็นจุดสูงสุดของสำนักแห่งนี้แล้วดังนั้นเมื่อเทียบกับพื้นที่จัดเก็บทักษะเขตแดนหล่อหลอมร่างกายถึงได้กว้างกว่า

"เคล็ดวิชาบ่มเพาะหัวใจคุณธรรม"

"เคล็ดวิชาบ่มเพาะสายลมทำลายล้าง "

"เคล็ดวิชาบ่มเพาะนุ่นสีขาว "

หลินเทียนได้กวาดตามองไปยังเคล็ดวิชาบ่มเพาะเขตแดนชีพจรเทวะมากมายตามใจชอบก่อนที่จะเดินไปถึงส่วนของทักษะเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งเขาพบว่าเคล็ดวิชาซือจี่ของตัวเองนั้นสามารถทำให้เขาฝึกฝนไปได้ถึงเขตแดนจักรพรรดินภาเลยด้วยซ้ำดังนั้นถึงไม่จำเป็นต้องใช้เคล็ดวิชาบ่มเพาะใหม่

เมื่อเดินไปถึงที่เก็บตำราทักษะแล้วเขาก็พบกับตำรามากมายถูกจัดเรียงเอาไว้

"หอกนักบุญ เมื่อโจมตีออกไปแล้วพลังทำลายของมันรุนแรงมากแต่ความสามารถในการป้องกันต่ำ "

"เพลงกระบี่อสูรหมาป่า ทั้งพลังโจมตีและป้องกันรุนแรง "

"ธนูไล่ล่าหมู่เมฆ พลังโจมตีรุนแรงจากระยะไกลซึ่งไม่สามารถป้องกันตัวเองได้ "

หลินเทียนได้กวาดตามองไปเรื่อยๆก่อนที่จะวางตำราเหล่านี้ลง

เมื่อต้องเลือกทักษะนั้นเขาไม่เคยรีบร้อนอยู่แล้ว

"ฝ่ามือลวงตา สามารถส่งฝ่ามือออกไป 98 ฝ่ามือซึ่งมีคุณสมบัติขัดขวางจากทุกทิศทาง พลังโจมตีรุนแรงเป็นอย่างมาก "

หลินเทียนได้กวาดตามองพร้อมกับพูดว่า

"ดูเหมือนว่านี่มันเป็นทักษะที่โจวเฮ่าเลือกหนิ "

แต่เขาไม่มีความสนใจสำหรับทักษะนี้แม้แต่น้อย

หลังจากที่เดินต่อไปเขาก็พบกับทักษะเคลื่อนไหวซึ่งไม่ว่าจะเป็นทักษะย่นระยะพริบตา ทักษะเมฆา ทักษะก้าวย่างมรกตและอื่นๆอีกมากมายที่ดูไม่ธรรมดาแต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นเขาก็ไม่ได้เลือกมันเพราะเขามีทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์อยู่แล้ว มันเป็นทักษะที่ไม่สามารถเทียบได้เลยด้วยซ้ำดังนั้นเขาถึงไม่จำเป็นต้องฝึกทักษะเคลื่อนไหวเพิ่ม

"ทักษะเพลงกระบี่สะบั้นทำลายล้าง กระบี่คู่ที่มีพลังทำลายรุนแรงกว่าใช้กระบี่เดี่ยว ! "

"ทักษะคำราม มันเป็นทักษะเสียงซึ่งการจะฝึกฝนเป็นเรื่องที่ยากมากๆแต่พลังทำลายก็ไม่ธรรมดา "

หลินเทียนได้กวาดตามองไปเรื่อยๆพลางส่ายศีรษะซ้ำไปซ้ำมา

หลังจากนั้นไม่นานก็ผ่านไปกว่าชั่วโมง

ณ ตอนนี้สายตาของเขาจดจ่ออยู่ที่ทักษะเพลงหมัดซึ่งมันมีชื่อว่าเพลงหมัดทลายฟ้า

"เพลงหมัดทลายฟ้าเป็นการโจมตีภายในซึ่งศัตรูจะไม่ได้รับบาดแผลภายนอกแม้แต่น้อยอย่างไรก็ตามอวัยวะภายในทั้งหมดจะป่นปี้เป็นผุยผง "

หลินเทียนได้อ่านคำอธิบายด้วยสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างมาก

เงื่อนไขการฝึกฝนทักษะนี้น้อยกว่าทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตหรือแม้กระทั่งเพลงกระบี่วายุสะท้านด้วยซ้ำแต่ว่ามันอาศัยการใช้ประโยชน์จากร่างกายและพลังฉีเพื่อผสานเป็นกำปั้นที่รุนแรง

"ดูเหมือนว่ามันจะไม่ต่างกับการผสานพลังฉีและพลังวิญญาณในการวาดข่ายอาคมเลยแหะ "

หลินเทียนได้พูดอยู่กับตัวเอง

หลังจากนั้นเขาก็ได้ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกทักษะนี้

โจมตีภายนอกแต่ได้รับความเสียหายภายในนี่มันดึงดูดเขามากๆ

ณ ตอนนี้หลินเทียนได้หยิบเอาทักษะนี้ไปพร้อมทั้งเดินลงมาจากชั้นสามโดยทันที

หลังจากที่เดินลงมาแล้วเขาก็ได้ส่งทักษะไปให้ผู้อาวุโสโดยทันที

"อื่ม เลือกได้ดี "

ผู้อาวุโสได้จดบันทึกพร้อมทั้งส่งทักษะคืนให้เขาแล้วพูดว่า

"แล้วทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตไปถึงไหนแล้ว ? "

"ทั้งหมด 30% บรรลุหมดแล้วขอรับ "

หลินเทียนได้ตอบกลับไป

ผู้อาวุโสเองก็เหมือนจะรู้อยู่แล้วแต่ก็ได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้มว่า

"สมแล้วที่เป็นสัตว์ประหลาดตัวน้อย เอาล่ะไปเถอะ "

"ศิษย์ขอตัว "

หลินเทียนได้ทำความเคารพทันที

หลังจากที่ออกมาแล้วเขาก็ได้กลับไปยังที่พักของตัวเองเพื่อพักผ่อน ในช่วงสามเดือนมานี้เขาไม่เคยได้พักผ่อนอย่างเต็มอิ่มเลยเพราะว่าแต่ละวันก็เอาแต่ออกไปฝึกอย่างขยันแต่ตอนนี้หลายๆเรื่องก็ได้จบลงแล้วดังนั้นเขาจึงตัดสินใจว่าจะนอนให้เต็มอิ่มแล้วค่อยเริ่มฝึกในวันพรุ่งนี้

..........

แสงอาทิตย์ยามเช้าได้สาดส่องขณะที่หลินเทียนได้ลุกขึ้นจากเตียงเพื่อออกไปยืดเส้นยืดสาย

"เห้อ "

หลังจากนั้นเขาก็ได้ถอนหายใจออกมา

เมื่อบอกลาหลินซี่แล้วเขาก็เดินไปทางตำหนักในอย่างรวดเร็ว

ภายในตำหนักในนั้นมีข่ายอาคมสังหารอยู่ซึ่งแม้ว่ามันจะเล็กกว่าข่ายอาคมสังหารในถ้ำแต่มันสามารถสร้างสัตว์ร้ายเขตแดนชีพจรเทวะออกมาได้

ในวันนี้เขามาเพื่อข่ายอาคมสังหารนี้แหละ มันเป็นเพราะเขาอยากจะฝึกทักษะฝ่ามือทลายฟ้าของเขา

ไม่นานหลินเทียนก็ได้ไปถึงหน้าตำหนักในแล้วก็พบกับผู้ดูแลที่กำลังมองมาทางเขาด้วยสีหน้าที่ตกตะลึง

เรื่องฮือฮาเมื่อวานนั้นทำให้ชื่อของเขาดังกระฉ่อนดังนั้นทั่วทั้งเมืองนี้ถึงได้รู้จักชื่อเขาเป็นอย่างดีไม่เว้นแม้แต่ผู้ดูแลประตูทางเจ้า

สำหรับหลินเทียนแล้วเขาไม่ได้สนใจเรื่องนี้แม้แต่น้อยก่อนที่จะเดินไปยังลานฝึกของตำหนักในทันที

ไม่นานเถาไป่และคนอื่นๆก็ได้เดินเข้ามาทักทายเขา

"น้องชายหลิน ในที่สุดเจ้าก็มา "

เถาไป่ได้พูดออกมา

ทั้งสามคนได้มองไปทางหลินเทียนด้วยท่าทางที่แปลกไปเพราะว่าพวกเขารู้ถึงเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวานดีว่าหลินเทียนเป็นผู้ถือครองตราแม่ทัพแถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 เป็นอย่างน้อยนี่มันทำให้พวกเขาได้แต่ผงะไป

เทียนเซอได้จ้องมองไปทางเขาพร้อมกับพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"น้องชายหลินเทียนทักจะทำให้เราประหลาดใจได้ตลอดเลยนะ ไม่คิดเลยว่าจะถือครองตราแม่ทัพแถมยังเป็นปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 อีก เมื่อวานนี้ขอโทษด้วยที่ข้าเสียมารยาท"

หลินเทียนในตอนนี้ได้มีท่าทางเปลี่ยนไปเพราะการแสดงออกของทั้งสามคนได้เปลี่ยนไปจากเมื่อวานมาก

เมื่อคิดๆดูแล้วเขาก็พอเข้าใจว่ามันเป็นเพราะอะไรดังนั้นถึงได้พูดออกมาว่า

"พี่ชายเทียนอย่าพูดแบบนั้นสิ สรุปดูแล้วข้าเพิ่งเข้าเป็นศิษย์ใหม่ของที่นี่และพวกเจ้าก็นำข้าเดินทัวร์ไปทั่วดังนั้นข้ารู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก หากว่าจะบอกว่าเมื่อวานเสียมารยาทงั้นข้าก็คงทำให้พวกเจ้าเสียเวลาบ่มเพาะกันพอดี "

หากว่าให้ความเคารพเขาหนึ่งฟุตเขาก็จะตอบแทนด้วยความเคารพ 3 เมตร นี่มันนิสัยของเขา

เทียนเซอเองก็ได้แต่ชะงักไปเพราะไม่คิดเลยว่าหลินเทียนจะพูดดีแบบนี้เพราะถึงอย่างไรก็ตามสถานะของผู้ถือครองตราแม่ทัพและปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 3 นั้นน่ากลัวมากๆ แม้แต่เจ้าเมืองนี้ยังต้องให้ความเคารพหลินเทียนเลยด้วยซ้ำ

เสียงหัวเราะได้ดังขึ้นจากเถาไป่ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ข้าบอกแล้วว่าน้องชายหลินไม่ใช่คนหยิ่งยโสน่ะ "

"นี่........ ข้าคิดตื้นๆไปเอง "

เทียนเซอได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

"นั่นแหละ"

เถาไป่ได้พูดออกมา

หลังจากนั้นพวกเขาก็ได้เข้าประชิดหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนถึงกับแสดงสีหน้าที่อับอายออกมาพลางถามว่า

"เจ้าคิดจะทำอะไรน่ะ !"

"อย่าพูดเยอะเลย มาๆข้าจะบริการเจ้าอย่างดี "

เมื่อพูดจบแล้วเถาไป่ก็เริ่มนวดตัวให้เขา

หลินเทียน

"......."

เทียนเซอได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"น้องชายหลินคิดจะมาฝึกงั้นหรอ ? "

"ใช่ ข้าเพิ่งเลือกทักษะเขตแดนชีพจรเทวะมาน่ะ "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

"งั้นก็ควรจะเข้าไปในข่ายอาคมสังหารนะ "

เทียนเซอได้พูดออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"ใช่แล้ว "

"พอดีเลย พวกเราเองก็ว่าจะไปที่นั่นอยู่เหมือนกัน "

เทียนเซอได้พูดต่อว่า

"งั้นไปด้วยกันเถอะ "

แน่นอนว่าหลินเทียนไม่ออกความคิดเห็นอะไรพร้อมทั้งเดินไปทางข่ายอาคมสังหารด้วยกันกับพวกเขา

ข่ายอาคมนี้ถูกจัดวางไว้ในส่วนลึกของตำหนักในซึ่งหลินเทียนได้เดินผ่านทางเดินเข้าไปกับเทียนเซอและคนอื่นๆและระหว่างที่เดินอยู่นั้นก็จะพบว่าสองข้างทางเดินจะเต็มไปด้วยดอกไม้ที่ส่งกลิ่นหอมออกมา

"เป็นสถานที่ๆดีจริงๆ "

หลินเทียนได้คิดอยู่ภายในใจ

เมื่อวานนี้เขาได้กวาดตามองผ่านๆดังนั้นถึงไม่ทันสังเกตว่าบรรยากาศภายในนี้มันงดงามเป็นอย่างมาก

หลังจากที่เดินผ่านมุมๆหนึ่งแล้วก็เดินไปพบเข้ากับชายหนุ่มชุดคลุมสีม่วง

หลินเทียนได้มองไปทางนั้นเพราะว่าชายคนนี้คือลำดับที่ 1 ในศิษย์ภายใน ซูมู่หยาง

แน่นอนว่าทางฝ่ายนั้นก็สังเกตเห็นเขาเช่นกัน สายตาของเขาได้เปลี่ยนไปเล็กน้อยก่อนที่จะกลับเป็นอย่างเก่าแล้วเดินตรงมา

"สหายซู"

เทียนเซอได้พูดออกมา

ซูมู่หยางได้แสดงสีหน้าที่ยิ่งยโสออกมาพร้อมทั้งเดินผ่านพวกเขาไปทันที

หลังจากนั้นเถาไป่ได้กวาดตามองไปพร้อมทั้งแสยะออกมาว่า

"ภูมิใจอะไรกะอีแค่เขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 แล้วคิดว่าตัวเองเป็นที่หนึ่งในโลกนี้หรือไงกัน "

เทียนเซอเองก็ได้แต่แสดงสีหน้าอึดอัดออกมาพร้อมทั้งพูดว่า

"ช่างเถอะ แต่ละคนก็แตกต่างกัน เราไปกันเถอะ "

"ไปกัน"

เถาไป่ได้จับไหล่ของหลินเทียนเอาไว้พลางพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"มีแต่น้องชายหลินนี่แหละที่เป็นคนตรงไปตรงมา "

หลินเทียนได้แต่ยิ้มออกมาโดยที่ไม่ได้พูดอะไร

ไม่นานพวกเขาก็ได้เดินไปถึงข่ายอาคมสังหารที่ตั้งอย่าภายใน

เมื่อมองออกไปแล้วก็จะพบว่ามีศิษย์ภายในอยู่มากมายซึ่งเขาไม่ได้สนใจเรื่องพวกนี้เลยแม้แต่น้อย

เทียนเซอได้พูดขึ้นว่า

"ที่นี่คือข่ายอาคมสังหารแม้ว่าจะเล็กแต่สามารถใช้งานพร้อมกันได้ 27 คนอย่างหมดห่วง มันเป็นเพราะศิษย์ภายในมีทั้งหมด 30 คนดังนั้นถึงไม่มีการแย่งที่กันแต่การจะใช้งานต้องแลกกับแก่นอสูร"

หลินเทียนได้พยักหน้าพร้อมกับพูดอย่างอึดอัดว่า

"แต่ข้าไม่ได้เอาแก่นอสูรติดตัวมาด้วย"

สามเดือนมาแล้วที่เขายุ่งอยู่กับการบ่มเพาะซึ่งแม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีแก่นอสูรที่ได้จากป่าทมิฬมาบ้างแต่ก็ถูกดูดกลืนไปโดยสัญลักษณ์กระบี่ที่มือขวาไปหมดแล้ว

หลินเทียนพบว่าสัญลักษณ์นี้สามารถทำให้เขาดูดกลืนกลิ่นอายอสูรได้จากแก่นแท้โดยตรงแต่ต้องเป็นตัวที่มีระดับสูงกว่าเขา แน่นอนว่าระดับเดียวกันก็ได้แต่จะไม่มีผลอะไร

"เรื่องเล็กๆหน่า ข้ามีอยู่ "

เถาไป่ได้พูดออกมา

หลินเทียนได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางอับอายว่า

"ขอบคุณมากๆ"

เถาไป่ได้โบกมือพร้อมทั้งตอบกลับว่า

"ไม่เป็นไรหรอก ยินดีอย่างยิ่ง !"

ทุกคนต้องเอาแก่นอสูรไปส่งให้กับผู้ดูแลดังนั้นพวกเขาได้พยักหน้าให้กันและกันแล้วเดินไปทันที

หลังจากที่ได้เดินเข้าไปแล้วหลินเทียนก็พบว่าเถาไป่และคนอื่นๆได้หายไปก่อนที่รอบข้างจะมืดลงไม่ต่างกับข่ายอาคมลวงตาในถ้ำเลยแม้แต่น้อย

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 105

คัดลอกลิงก์แล้ว