เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 099

Divine King Of All Directions - 099

Divine King Of All Directions - 099


Divine King Of All Directions - 099

 

หลังจากที่ได้ยินคำพูดของเถาไป่แล้วหลินเทียนก็ตระหนักได้ทันทีพร้อมทั้งพึมพำออกมาว่า

"อ่อ ที่แท้ก็เรื่องนี้นี่เอง "

หลังจากที่เขาระลึกได้แล้วก็คิดได้ว่าทำไมผู้ดูแลประตูทางเข้าตำหนักในถึงได้มีสีหน้าแบบนั้น ที่แท้มันก็เป็นเพราะเรื่องที่เขาฆ่าเฉินปิงและคนอื่นๆไปนี่เอง

หลังจากที่เห็นการตอบสนองของหลินเทียนแล้วเถาไป่ถึงได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

"เจ้าไม่กังวลเลย ? "

"ไม่หนิ "

หลินเทียนได้ตอบกลับพร้อมทั้งพูดต่อว่า

"ข้าไม่ได้ทำอะไรผิดซะหน่อย มันเป็นเพราะพวกมันทำตัวเอง "

เถาไป่และคนอื่นๆได้แต่มองไปทางหลินเทียนที่กำลังแสดงสีหน้าที่สุขุมออกมาเหมือนว่าไม่ได้เสแสร้งก็ทำให้ประกายตาของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก

"น้องชายหลินนี่เป็นคนที่สุดยอดไปเลย ! "

เถาไป่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดว่า

"ที่ไหนกันล่ะสหาย "

เถาไป่ได้โบกมือพร้อมกับพูดว่า

"เอาล่ะ พวกเราเองก็อายุไม่ได้ห่างกันมากดังนั้นเรียกชื่อข้าตรงๆเลยก็ได้ "

"ได้สิ "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"น้องชายหลินเพิ่งจะเข้ามายังตำหนักในงั้นพวกเราจะนำเจ้าไปชมรอบๆแล้วกัน"

เถาไป่ได้พูดขึ้น

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งพูดว่า

"ก็ดี รบกวนด้วยนะ "

"ไม่เป็นไร "

เทียนเซอได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ณ ตอนนี้พวกเขาทั้งสามคนได้นำหลินเทียนไปทำความรู้จักกับสถานที่ต่างๆพร้อมกับอธิบายถึงสิทธิต่างๆว่า

"ศิษย์ภายในอย่างเรานั้นมีอภิสิทธิ์อยู่ 4 อย่าง 1 คือเราสามารถเลือกทักษะต่างๆได้โดยไม่มีการจำกัดเวลาอีกต่อไป อย่างที่ 2 คือจะได้รับอาหารปี่กู่ 10 ชิ้นต่อเดือน อย่างที่ 3 คือเราจะสามารถเข้าใช้ข่ายอาคมคลื่นยักษ์และข่ายอาคมเสริมพลังฉีได้เป็นเวลา 20 วันต่อเดือน อย่างสุดท้ายคือจะมีเพียงศิษย์ภายในเท่านั้นที่มีคุณสมบัติเป็นผู้สมัครเข้าร่วมกับสำนักเป่ยหยานแถมพื้นที่ภายในยังกว้างกว่าของตำหนักนอกด้วยและยังมีข่ายอาคมสังหารไว้สำหรับฝึก"

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบเพราะว่าเรื่องเหล่านี้เขาเคยได้ยินมาจากหลัวเสี้ยวแล้ว

"งั้นจะพูดเกี่ยวกับเรื่องของศิษย์ภายในอีกหน่อยแล้วกัน"

เขาได้พูดต่อว่า

"ศิษย์ภายในมีทั้งหมด 29 คนและหากรวมเจ้าด้วยก็จะมี 30 คน และทั้ง 30 คนนี้มีเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 อยู่ 10 คน ระดับ 9 อีก 9 คน เขตแดนชีพจรเทวะระดับ1กว่า 6 คน ระดับ 2 อีก 4 คน และระดับ 3 เพียงคนเดียว "

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปเพราะแม้ว่าศิษย์ภายในจะมีจำนวนน้อยมากๆแต่ก็เป็นเหล่าหัวกะทิทั้งนั้น แย่สุดอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 และเมื่อเขากวาดตามองไปยังกลุ่มของไป่เถาแล้วก็พบว่าไป่เถาและเทียนเซออยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 1 ส่วนคงฮางนั้นอยู่ในระดับ 2

หัวใจของเขาได้สั่นไปเล็กน้อยก่อนที่จะนึกถึงชายหนุ่มชุดม่วงก่อนหน้านี้

"แล้วเจ้าชุดม่วงนั่น..."

หลินเทียนได้ถามออกมาเพราะว่าก่อนหน้านี้เขาได้เรียกชายคน

เถาไป่ได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"ซูมู่หยางอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 ตอนปลายซึ่งตอนนี้ถือเป็นลำดับที่ 1 ในศิษย์ภายใน "

หลังจากที่เงียบไปแล้วเขาก็ได้พูดต่อว่า

"บอกไว้ก่อนเลยนะว่าเขาและโม่จี่นั้นเป็นเพื่อนรักกัน เจ้าน่าจะเข้าใจที่ข้าจะสื่อนะ "

ความแค้นระหว่างหลินเทียนและตระกูลโม่นั้นรู้ไปทั่วทั้งสำนักดังนั้นเถาไป่เองก็ไม่ใช่ข้อยกเว้น

"ขอบคุณ "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบพร้อมกับเข้าใจความหวังดีของเถาไป่

เถาไป้ได้โบกมือพร้อมกับแสดงท่าทางว่าไม่ต้องใส่ใจ

เถาไป่และคนอื่นๆนั้นมีอายุราวๆ 18 ปีซึ่งพวกเขาเป็นคนที่ให้ความรู้สึกอบอุ่นมากๆ เมื่ออยู่กับพวกเขาทั้งสามคนแล้วมันทำให้หลินเทียนไม่รู้สึกอึดอัดเลยแม้แต่น้อย

ไม่นานพวกเขาก็ได้นำหลินเทียนเดินไปทั่วทั้งตำหนักใน

"วันนี้รบกวนมากๆ "

หลินเทียนได้แสดงความขอบคุณออกมา

เขาได้มาที่นี่กว่าสองชั่วโมงแล้วแถมยังรายงานตัวไปแล้วด้วยดังนั้นตอนนี้เขาอยากจะกลับที่พักแล้ว

"แล้วน้องชายหลินไม่ได้ย้ายเข้ามาอาศัยในตำหนักใน ? "

เถาไป่ได้ถามออกมา

ศิษย์ภายในสำนักนั้นจะมีที่พักเป็นของตัวเองซึ่งมันดีกว่าของศิษย์ภายนอกมากๆ ที่สำคัญที่สุดคือมันจะสะดวกต่อการบ่มเพาะพลังมากกว่า

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมกับพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"ข้าคุ้นเคยกับที่เก่ามากกว่าน่ะ "

"ไม่คิดเลยนะว่าน้องชายหลินจะเป็นพวกโฮมซิกด้วย ข้าชอบคนนิสัยอย่างเจ้าจริงๆ เหมาะกับการเป็นเพื่อนข้ามากๆ "

เถาไป่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะเงียบไปแล้วพูดด้วยสีหน้าที่จริงจังว่า

"แล้วน้องชายหลินไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องในวันนี้เลยหรอ ? คิดว่าจะจัดการยังไง ? "

ระหว่างที่เถาไป่ได้พูดออกมานั้นเทียนเซอและคนอื่นๆก็มองไปทางเขาเป็นสายตาเดียวกัน

หลินเทียนได้เงียบไปพร้อมกับพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"ใช่ "

ทั้งสามคนได้ชะงักไปก่อนที่จะพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"งั้นก็ดีแล้ว"

สำหรับพวกเขาแล้วไม่หวังว่าหลินเทียนจะตายตั้งแต่ยังหนุ่ม

ไม่นานหลินเทียนก็ได้กลับออกไปถึงที่พักของเขาเพื่อนจัดการบางสิ่ง

"ตัดผ่านเขตแดนชีพจรเทวะมาได้แล้วก็น่าจะไปเลือกทักษะดีกว่า "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตก็แข็งแกร่งแต่มันสมบูรณ์เพียงแค่ 30 % เท่านั้นซึ่งเขาได้บรรลุมันหมดแล้ว เมื่อคิดไตร่ตรองดูอีกทีเขาก็ตัดสินใจได้ว่าจะต้องไปที่ตำหนักสรรพยุทธ์เสียหน่อย

...........

ท่ามกลางถนนเมืองเฟิงเจียนนั้นพื้นดินได้สั่นสะเทือนไม่ยุด

กองทหารมากมายเดินอยู่ตามถนนขณะที่กลุ่มทหารได้โผล่ออกมาในทุกๆทิศทางและทำให้ประชาชนธรรมดาถึงกับมีใบหน้าที่ซีดเผือด

"เกิดอะไรขึ้น ? "

"มีผู้รุกรานจักรวรรดิ ? "

"นี่...."

หลายๆคนถึงกับแสดงสีหน้าที่หวาดกลัวออกมา

อย่างไรก็ตามผู้เชี่ยวชาญบางคนได้ตระหนักถึงบางสิ่ง

"คนพวกนี้เป็นทหารของเมืองนี้ เส้นทางที่พวกเขากำลังมุ่งหน้าไปคือ...........สำนักจิ่วหยาง ! "

หลายๆคนได้มีท่าทางเปลี่ยนไป

"เจ้าหนุ่มที่ฆ่าเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการนั้นเป็นศิษย์ของสำนักจิ่วหยาง ดูเหมือนว่าทหารพวกนี้กำลังจะมุ่งหน้าไปทางนั้น ? "

"นี่......"

"ดูนั่นสิ นั่นมันผู้บัญชาการโจวเฮอ ! ยังมี......ทะ...ท่านเจ้าเมือง ! "

หลายๆคนได้แต่แสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

กลางถนนเมืองเฟิงเจียนนั้นเต็มไปด้วยทหารหลายพันนายซึ่งแต่ละคนได้แสดงสีหน้าที่เคร่งขรึมออกมา พวกเขาสวมชุดเกราะแถมยังมีกองทหารม้านำหน้าซึ่งตรงหน้าสุดของกองทหารม้ามีชายวัยกลางคน 2 คนซึ่งคนแรกมีร่างกายที่ดูกำยำขณะที่ปลดปล่อยกลิ่นอายอันรุนแรงออกมาซึ่งชายคนนี้คือโจวเฮอและอีกคนแม้ว่าจะเป็นชายรูปร่างอ้วนแต่กลิ่นอายที่ส่งออกมาไม่ได้ด้อยไปกว่าโจวเฮอเลยแม้แต่น้อยแถมยังดูรุนแรงกว่าด้วย เขาคือท่านเจ้าเมือง !

ก่อนหน้านี้โจวเฮอได้เอาเรื่องที่เฉินปิงและคนอื่นๆถูกสังหารไปรายงายให้กับเจ้าเมืองฟังและมันทำให้เจ้าเมืองโกรธจัดเป็นอย่างมากจนถึงขั้นทุบโต๊ะแตกละเอียดเป็นผุยผง เฉินปิงและคนอื่นๆนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะซึ่งเรียกได้ว่าเป็นผู้ที่แข็งแกร่งรองลงมาจากเขาแต่ตอนนี้กลับถูกฆ่าตายกลางถนนนี่มันเป็นการขัดกฎระเบียบแล้วจะไม่ให้เขาโกรธได้อย่างไรกัน ? ณ ตอนนี้เจ้าเมืองได้รวมกำลังพลพร้อมทั้งมุ่งหน้าตรงไปยังสำนักจิ่วหยาง

"ไป ! "

กองกำลังทหารม้าได้มุ่งหน้าต่อไปขณะที่พัดพาฝุ่นดินไปทั่วพื้นที่

ที่ตำหนักที่ 2 ของตำหนักแลกสมบัติ , พูชิและซินเหยาเองก็ถูกปลุกด้วยเสียงดังขนาดนี้

"พู นี่มัน.......... "

ซินเหยาได้หรี่ตาของนางลง

พูชิได้พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า

"สถานะของทั้งสามคนนั้นไม่ใช่ธรรมดาๆดังนั้นเกรงว่ากองทหารพวกนั้นน่าจะมุ่งหน้าไปทางสำนักจิ่วหยาง"

ดวงตาของซินเหยาได้เปล่งประกายออกมาพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าเมืองและผู้บัญชาการต่างไปกดดันด้วยกันข้าว่าแม้จะเป็นทางสำนักก็คงไม่สามารถปกป้องเจ้าหนูนั่นไว้ได้แน่ หลังจากนี้อาจารย์ของเจ้านั่นต้องโผล่ออกมาแน่นอน ! "

เมื่อได้ยินเช่นนั้นแล้วพูชิก็อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้

"อะไร ? พูยิ้มอะไร ? "

ซินเหยาได้พูดออกมาด้วยสีหน้าแปลกๆ

พูชิได้พูดต่อว่า

"เปล่าหรอกแต่มันไม่ง่ายที่จะเอาตัวเขาหรอก เรื่องเล็กๆแค่นี้ไม่เพียงพอจะเรียกผู้อยู่เบื้องหลังของเขาแน่นอน "

"เรื่องเล็กๆ ? เจ้าหนูนี่จัดการเองได้ ? "

ซินเหยาได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

"จัดการได้ง่ายๆเลยล่ะ "

พูชิได้พยักหน้าพร้อมกับพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"แม่นางดูเหมือนจะสนใจเขาจริงๆเลยนะ หรือว่าจะไปสังเกตการณ์กันหน่อยไหม ? "

"ไป ! "

ซินเหยาได้พยักหน้าอย่างรวดเร็วด้วยดวงตาที่เปล่งประกาย

ณ ตอนนี้พวกเขาทั้งสองคนได้เดินลงมาจากตำหนักพร้อมทั้งมุ่งหน้าตรงไปทางสำนักจิ่วหยางอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกันนี้ขุมกำลังทั้งหมดภายในเมืองนี้ก็ต่างได้รับการแจ้งเตือนนี้

ตระกูลโม่...

"อะไรนะ ? มีเรื่องแบบนี้ด้วยงั้นหรอ !"

ผู้นำตระกูลโม่ได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา

"ใช่แล้วขอรับท่านผู้นำตระกูล ! เจ้าหลินเทียนนั่นลงมือสังหารเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการลงกลางถนนและตอนนี้กองกำลังทหารติดอาวุธนับพันกำลังมุ่งหน้าไปทางสำนักจิ่วหยางเพื่อขอตัวหลินเทียน ! "

รุ่นเยาว์ของตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้น

ผู้นำตระกูลโม่ได้ทุบโต๊ะข้างๆพร้อมกับพูดว่า

"ดีมาก ! ไปดูกันหน่อยสิว่าไอ้ขยะนั่นมันจะมีชีวิตต่อไปอย่างไร "

"ท่านผู้นำตระกูลจะไปสังเกตการณ์ ? "

รุ่นเยาว์ตระกูลโม่ได้ถามออกมา

"แน่นอน ! นำทางไป !"

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมา

สำหรับตระกูลโม่ของเขาแล้วแน่นอนว่านี่เป็นข่าวที่ดีที่สุดในรอบหลายเดือนนี้ !

ตระกูลชิน !

"อะไรนะ ? เจ้าเมืองกับผู้บัญชาการกำลังไปที่สำนักเพื่อเอาตัวด้วยกัน ? "

ท่าทางของชินหลัวเปลี่ยนไปอย่างมาก แล้วหลินเทียนจะตกอยู่ในอันตราย ?

เมื่อคิดถึงตรงนี้แล้วท่าทางของเขาก็กระวนกระวายอย่างมาก

"ท่านผู้นำตระกูลเป็นอะไร ? หากว่าเจ้าหลินเทียนนั่นถูกเจ้าเมืองและผู้บัญชาการจับตัวไปก็ถือเป็นข่าวดีของตระกูลเราเลยนะขอรับ หากว่าเป็นเช่นนั้นแล้วธุรกิจทั้งหมดของตระกูลหลินก็จะเป็นของเรา "

หนึ่งในอาวุโสของตระกูลชินได้พูดขึ้น

แน่นอนว่าพวกเขารู้ถึงความสัมพันธ์ของตระกูลและหลินเทียนดีเพราะถึงอย่างไรก็ตามเรื่องแบบนี้มันไม่สามารถปกปิดพวกเขาได้อยู่แล้ว

"เจ้ามันจะไปรู้อะไร ! ไม่รู้แล้วยังกล้าพูดไม่เข้าเรื่อง ! "

ชินหลัวได้ตะโกนออกมาอย่างดัง

ผู้อาวุโสของตระกูลชินรู้เพียงแค่ว่าหลินเทียนและตระกูลของเขามีธุรกิจร่วมกันแต่มีเพียงชินหลัวเท่านั้นที่รู้ว่าหลินเทียนไม่เพียงเป็นศิษย์ของสำนักจิ่วหยางแต่ยังเป็นถึงปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมระดับ 2 ด้วย ! หากเทียบกันแล้วการที่มีปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมคอยหนุนหลังมันดีกว่าธุรกิจร่วมกันของพวกเขาไม่รู้ตั้งกี่ขุม

มันเรียกได้ว่าหากเกินอะไรขึ้นกับหลินเทียนนั้นจะส่งผลต่อการพัฒนาของตระกูลเขาอย่างแน่นอน

"ไม่ดีล่ะ ข้าต้องออกไปดู "

ชินหลัวได้รีบพูดออกมา

ณ ตอนนี้ชินหลัวได้รีบวิ่งออกไปด้านนอกพร้อมทั้งพุ่งไปทางสำนักจิ่วหยางโดยทันที

วันนี้เป็นวันที่ขุมกำลังผู้มีอำนาจทั้งหมดในเมืองได้ตื่นตัวด้วยความรู้สึกปะปนกันไปมากมาย

อย่างไรก็ตามผู้คนส่วนใหญ่ล้วนร่วมรับชมความสนุกนี้

ณ ตอนนี้กลุ่มทหารนับพันนำโดยโจวเฮอและเจ้าเมืองได้ไปถึงที่หน้าทางเข้าสำนักจิ่วหยางซึ่งหลักๆแล้วทหารส่วนใหญ่นั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 7-8 ที่ผ่านสมรภูมิรบมาแล้วถึงได้ทำให้ผู้ชมรอบข้างต้องรู้สึกขนหัวลุก

"นี่........ ล้อมสำนักจิ่วหยางไว้จริงๆด้วย "

"ค่ายกลที่แข็งแกร่งมากๆ !"

"นี่มันกองทหารของจักรวรรดิเลยนะ ! ใครกล้าที่จะก่อกวนพวกเขากัน "

หลายๆคนได้พึมพำออกมา

ศิษย์ทั้งหลายที่อยู่ภายในสำนักต่างมองไปยังสถานการณ์ตรงหน้าด้วยท่าทางที่ดูไม่ดีเท่าไหร่นัก

มีคนกล้าที่จะล้อมพวกเขาเอาไว้ในเมืองนี้ !

ในเวลาเดียวกันนี้เองที่เสียงแสยะอั เย็นชาได้ถูกส่งออกมาพร้อมทั้งฉีดง มู่ชิงและอาจารย์มากมายของสำนักที่ปรากฏตัวออกมา ฉีดงที่กำลังยืนอยู่หน้าทางเข้าได้จ้องมองไปยังโจวเฮอและเจ้าเมืองพร้อมกับพูดด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือกว่า

"ต๊วนหยาน โจวเฮอ พวกเจ้าทานอัณฑะเจ้าป่ามาหรือไงกัน ! ถึงได้กล้ามาก่อกวนสำนักของข้า ! "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 099

คัดลอกลิงก์แล้ว