เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 098

Divine King Of All Directions - 098

Divine King Of All Directions - 098


Divine King Of All Directions - 098

 

ทั่วทั้งเมืองได้ถูกปกคลุมไปด้วยความตื่นเต้น เรื่องที่ชายหนุ่มเพียงคนเดียวฆ่าเจ้าหน้าที่อาวุโส

กองบัญชาการไปถึง 3 คนใจกลางถนนนั้นแพร่สะพัดไปทั่วทั้งเมืองอย่างรวดเร็วและส่งผลให้ผู้คนต่างโง่งมไปทันที

"จริงงั้นหรอ ? "

"ใครกันที่กล้าขนาดนั้น ? "

"พระเจ้า .........บ้าเกินไปแล้ว ! "

"เมืองนี้ต้องวุ่นวายอย่างแน่นอน ! "

"เจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการทั้ง 3 นั้นกลับมาจากสมรภูมิรบซึ่งเป็นคนของทางจักรวรรดิ การที่โดนฆ่าแบบนี้ผู้บัญชาการและเจ้าเมืองจะต้องไม่นิ่งเฉยอย่างแน่นอน ฆาตกรจะต้องได้รับโทษอย่างสามา "

หลายๆคนถึงกับผงะไป

การที่เจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการถูกฆ่าไปนั้นเป็นเรื่องใหญ่มากๆ !

แน่นอนว่าทางกองบัญชาการเป็นที่แรกที่ได้รับข่าวนี้ซึ่งเหล่าทหารทั้งหลายได้ลำเลียงศพของเฉินปิงและอีกสองคนกลับมาที่นี่

"ท่านผู้บัญชาการขอรับ โปรดล้างแค้นให้กับท่านเจ้าหน้าที่อาวุโสด้วย ! "

หนึ่งในทหารพวกนั้นได้พูดออกมา

เมื่อมองไปยังร่างไร้วิญญาณทั้งสามแล้วโจวเฮอก็ได้แต่แสดงสีหน้าที่โกรธจัดออกมา

ลูกชายเขาตายไปแล้วแถมตอนนี้ลูกน้องที่ซื่อสัตย์ที่สุดทั้งสามคนยังตกตายไปเพราะคนๆเดียวกันอีก !

"ดี ! ไอ้สัตว์น้อย ! มีความกล้าไม่หน้อยหนิดูซิว่าตอนนี้ใครจะสามารถปกป้องเจ้าได้อีก ! "

โจวเฮอได้แสดงสีหน้าที่ดำมืดออกมาพร้อมกับพูดว่า

"ส่งคนไปรายงานให้ท่านเจ้าเมืองแล้วรวมกำลังพลทั้งหมดเพื่อกดดันสำนักจิ่วหยาง !"

"ขอรับ ! "

หนึ่งในทหารได้ตอบรับพร้อมทั้งรีบวิ่งออกไปทันที

ใบหน้าของโจวเฮอนั้นเต็มไปด้วยจิตสังหารขณะที่กำหมัดแน่นแล้วพูดออกมาว่า

"เฮ่า เจ้ารอก่อนเถอะ พ่อจะล้างแค้นให้ลูกเดี๋ยวนี้แหละ ! พ่อจะฆ่ามันด้วยตัวเองแล้วเอาศพไปเส้นไหว้ลูก ! "

วันนี้แม้ว่าแผนการทั้งหมดของเขาจะล้มเหลวแต่ลูกน้องของเขาทั้งสามถูกฆ่าไปแล้วดังนั้นมันถึงได้ให้เหตุผลมากพอที่จะส่งกองกำลังไปจับตัวหลินเทียน

ม้าเร็วได้ถูกส่งออกไปจากกองบัญชาการเพื่อมุ่งหน้าไปยังตำหนักเจ้าเมืองซึ่งมีประชาชนมากมายอยู่ในเหตุการณ์นี้ หลายๆคนที่มีสมองสามารถคาดการณ์ได้ทันทีว่าสงครามกำลังจะมาถึง

"วุ่นวายจริงๆด้วย "

คนๆหนึ่งได้พึมพำออกมา

.......

หลินเทียนได้จูงหลินซี่กลับไปถึงที่พักขณะที่แยกสิ่งของต่างๆที่ซื้อมากับซูชูวซึ่งมันมีมากมายแต่ส่วนใหญ่ก็เป็นของเล็กๆน้อยๆ

"ขอบคุฯเรื่องในวันนี้มากๆ "

หลินเทียนได้มองไปยังซูชูว แน่นอนว่าเขาหมายถึงเรื่องที่นางปิดตาของหลินซี่

แม้ว่ามันจะเป็นการกระทำเล็กๆน้อยๆแต่กลับมีความหมายมากมาย

ซูชูวได้ขมวดคิ้วพร้อมกับพูดออกมาว่า

"เจ้ายังมีอารมณ์พูดได้อีกนะ ! ทำไมไม่คิดก่อนจะทำอะไรห๊ะ ? หลินซี่ยังเป็นเด็กน้อยที่ต้องพึ่งพาพี่ชายแบบเจ้าแล้วหากว่าต้องให้นางเห็นฉากเจ้าฆ่าคนแล้วตื่นกลัวขึ้นมาจะทำไง ? เจ้าอยากจะให้นางฝันร้ายทุกคืน ! หรืออยากจะให้นางกลัวเจ้า ! "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยสีหน้าอึดอัด

"ใช่ อย่างที่เจ้าว่านั่นแหละ ข้าคิดไม่ถี่ถ้วนเอง "

หลังจากที่พูดออกมาแล้วเขาก็ได้หันหน้ากลับไปที่ห้องของหลินซี่ซึ่งตอนนี้นางกำลังจัดระเบียบสิ่งของต่างๆที่เพิ่งซื้อมาด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน

"เอาล่ะไม่ต้องมองแล้ว มีเรื่องอื่นให้คิดอีก "

ซูชูวได้ยิ้มออกมา

"เรื่องอื่น ? เรื่องอะไร ? "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางสงสัย

"เรื่องอะไร ? "

ซูชูวได้กัดฟันของนางพร้อมกับสีหน้าที่อยากจะกัดเขาแล้วพูดว่า

"เจ้าฆ่าเจ้าหนาที่ระดับสูงกองบัญชาการไปกลางถนนมันร้ายแรงกว่าเรื่องที่เจ้าฆ่าโจวเฮ่าด้วยซ้ำ เจ้าคิดว่าโจวเฮอจะปล่อยเรื่องนี้ไป ? เมื่อเจ้าฆ่าพวกมันแล้วก็ทำให้เขามีข้ออ้างจัดการกับเจ้า เจ้าทำเรื่องขนาดนั้นไปต่อให้เป็นสำนักของเราก็ไม่สามารถปกป้องเจ้าได้แน่นอน ! "

หลังจากที่คิดถึงผลลัพธ์ของเรื่องนี้แล้วนางก็ได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์ว่า

"ทำไมเจ้านี่ถึงได้ทำอะไรไม่เคยคิดเลย ! "

"พวกมันทำให้ซี่เอ๋อหวาดกลัวแถมยังอยากจะฆ่าข้าอีกดังนั้นแน่นอนว่าข้าต้องตอบโต้กลับไป พ่อแม่อุส่าเลี้ยงดูมาจนโตไม่ได้อยากจะให้คนอื่นมารังแกเรา "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่สนใจ

"เจ้า..."

ซูชูวได้แต่จ้องมองไปที่เขาพร้อมกับพูดต่อว่า

"ข้าพูดจริงจังนะ ! "

"ข้าก็จริงจัง "

หลินเทียนได้มองกลับไปพร้อมกับพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"หรือว่าชูวเอ๋อกลัวว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า ? "

"ใครจะกลัวว่าเจ้าจะตายไปกันล่ะ ! เจ้าตายตอนนี้ไปเลยแล้วข้าจะดูแลหลินซี่ให้อย่างดี ! "

ซูชูวได้ตอบกลับไป

หลินเทียนได้ยิ้มออกมาและอดหัวเราะไม่ได้

"ยิ้มอะไร ! "

"เปล่า ๆ "

หลินเทียนได้รีบส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"เอาล่ะ สรุปคือเจ้าไม่จำเป็นต้องกังวลไปหรอกเพราะว่าหากว่ามันกล้าที่จะทำเรื่องโง่ๆข้าก็จะทำให้มันต้องประหลาดใจอย่างแน่นอน "

ซูชูวได้จ้องมองไปที่เขาพร้อมกับคิดว่าเจ้านี่มันกำลังพูดอะไร ?

"นี่เจ้าไม่ได้มีไข้แน่นะ ? "

นางได้ยื่นมือออกไปแตะหน้าผากของหลินเทียน

หลินเทียนถึงกับหมดคำพูดไปทันทีก่อนที่จะปัดมือนางออกแล้วพูดว่า

"ไม่ต้องเป็นห่วงข้ายังปกติดีแต่เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก "

"พี่สาวซู....."

เสียงเรียกที่อ่อนหวานได้ดังขึ้น , หลินซี่ได้ส่งเสียงเรียกออกมาจากภายในห้องโดยที่ไม่รู้ว่าต้องการอะไร

หลินเทียนได้มองตามเสียงไปก่อนที่จะหันกลับมามองซูชูวแล้วพูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"น้องข้าเรียกเจ้าแล้วน่ะ ดูเหมือนว่าจะติดหนี้เจ้าครั้งใหญ่แล้วสิ "

"ข้าชอบนางไม่เกี่ยวอะไรกับเจ้า ! "

ซูชูวได้แสยะออกมา

หลังจากนั้นนางก็เดินเข้าไปในห้องของหลินซี่โดยทันที

ณ ตอนนี้เป็นช่วงบ่ายซึ่งพวกเขาทั้งสามคนได้ซื้ออาหารกลับมามากมาย หลินซี่และซูชูวเริ่มทำอาหารด้วยกันก่อนที่อาหารอันหอมหวนจะถูกนำมาจัดวางเอาไว้ที่โต๊ะ

"สมแล้วที่เป็นน้องสาวข้า ! ทำอาหารเก่งจริงๆ ! "

หลินเทียนได้พูดออกมา

"เฮ้ ! ข้าล่ะ ! เราทำมันด้วยกันนะ ! "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางไม่สบอารมณ์

"อ่อใช่เกือบลืมไปเลย "

หลินเทียนได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"จะว่าก็ว่าข้าไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะทำอาหารเป็นด้วย น่าแปลกใจจริงๆ "

"เจ้าหมายความว่าไง !!! "

เสียงขดฟันดังขึ้นขณะที่นางได้จ้องมองไปทางเขาด้วยท่าทางมีน้ำโห

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่อับอายออกมาทันทีเพราะเขาไม่คิดว่านางจะทำอาหารเป็นจริงๆถึงได้หยอกล้อไปด้วยประโยคก่อนหน้านี้

หลังจากที่ทานอาหารกับเสร็จแล้วหลินเทียนก็ได้เตือนหลินซี่ว่าอย่าไปไหนพร้อมทั้งเดินออกไปกับซูชูว

"เจ้าจะไปไหน ? "

ซูชูวได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับว่า

"การทดสอบศิษย์ภายในก็ผ่านมาหลายวันแล้วดังนั้นข้าน่าจะเข้าไปรายงานตัวเสียหน่อย "

"สุดยอดไปเลย ข้าไม่คิดเลยนะว่าเจ้าจะคิดเรื่องนี้ได้ด้วย "

ซูชูวได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจ

หลินเทียน

"..........."

เมื่อมาถึงทางแยกแล้วหลินเทียนและซูชูวก็ได้แยกกันไปคนละทาง , เขาได้มุ่งหน้าไปทางตำหนักศิษย์ภายในสำนัก

สำนักจิ่วหยางนั้นถูกแบ่งออกเป็นส่วนของตำหนักนอกและตำหนักในสำนักซึ่งตำหนักในนั้นจะมีพื้นที่ฝึกกว่างกว่ามาก สภาพแวดล้อมและการเป็นอยู่นั้นสูงกว่าตำหนักนอกหลายเท่าตัวแถมยังมีทรัพยากรบ่มเพาะอีกดังนั้นตำหนักในล้วนเป็นความฝันของเหล่าศิษย์สำนักทุกคน

หลินเทียนได้เดินผ่านทางเลี้ยวมากมายก่อนที่จะไปถึงตำหนักในสำนักอย่างรวดเร็ว

ที่หน้าทางเข้านั้นมีผู้ดูแลอยู่สองคนซึ่งเมื่อหลินเทียนได้ส่งตราสัญลักษณ์ให้แล้วท่าทางของทั้งสองก็ผงะไปแล้วถามออกมาว่า

"เจ้าคือหลินเทียนคนนั้น ? "

"ข้าเอง "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

ทั้งสองคนได้มองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าแปลกๆก่อนที่จะส่งตราคืนให้แล้วพูดว่า

"เอาล่ะเรียบร้อย เข้าไปได้ "

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาแต่ก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วเดินต่อไป

หลังจากที่ทำการรายงานตัวแล้วเขาก็ได้มุ่งหน้าไปยังลานฝึกของตำหนักใน ที่นี่มีผู้อาวุโสดูแลอยู่หนึ่งคนซึ่งศิษย์ภายในส่วนใหญ่มักจะมาฝึกที่นี่

หลังจากที่เดินเข้าไปในลานฝึกแล้วก็พบกับชายหนุ่ม 3 คน

ในทั้ง 3 คนนั้นชายหนุ่มที่มีร่างกายกำยำกำลังเหวี่ยงหมัดเข้าใส่ชายหนุ่มสวมชุดคลุมยาวส่วนชายหนุ่มชุดดำที่อยู่ห่างออกไปนั้นกำลังยืนกอดอกดูพวกเขาต่อสู้กัน

"โครม !"

"โครม !"

"โครม !"

การต่อสู้ของทั้งสองนั้นส่งเสียงปะทะกันของกำปั้นออกมาอย่างดังเหมือนเสียงกลอง

ตัวของหลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเล็กน้องเพราะว่าทั้งสองคนนี้แข็งแกร่งมากๆ !

"พอ ! วันนี้พอแค่นี้แหละ "

ชายหนุ่มชุดคลุมยาวได้พูดออกมา

ชายหนุ่มรูปร่างกำยำได้ยิ้มตอบพร้อมทั้งหยุดมือ

จนถึงตอนนี้เองที่หลินเทียนได้ก้าวเข้าไปแล้วพูดว่า

"สหายร่วมสำนักทั้งสามข้าเพิ่งเข้าเป็นศิษย์ภายในมีชื่อว่า...."

อย่างไรก็ตามเขาไม่ทันได้มีโอกาสพูดแต่ชายสวมชุดคลุมยาวก็ได้พุ่งเข้ามาตรงหน้าของเขาโดยทันที

"สหายหลิน "

ชายคนนั้นได้พูดออกมา

ชายรูปร่างกำยำที่อยู่ห่างออกไปกับชายหนุ่มชุดดำก็ได้หันตามมา

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าแปลกๆออกมาพร้อมกับพูดว่า

"สหายร่วมสำนักเจ้ารู้จักข้าด้วย ? "

เพราะถึงอย่างไรก็ตามเขาเป็นศิษย์ที่เพิ่งรับการเลื่อนระดับดังนั้นถึงไม่สามารถหยาบคายกับคนเหล่านี้ได้

"รู้สิ แน่นอนว่ารู้อยู่แล้ว "

ชายหนุ่มชุดคลุมได้พูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"ตอนที่จัดการทดสอบเราก็มีโอกาสได้รับชมการประลองรอบสุดท้ายด้วย มันสุดยอดไปเลย ! "

หลินเทียนได้ตอบกลับอย่างถ่อมตัวว่า

"สหายก็ชมเกินไป "

ระหว่างที่พูดนั้นหลินเทียนเองก็รู้สึกประหลาดใจเหมือนกันเพราะเขาไม่คิดเลยว่าผู้แข็งแกร่งทั้งสามจะไปสังเกตการณ์เขาด้วย

ณ ตอนนี้ชายหนุ่มรูปร่างกำยำได้เดินเข้ามาพลางยื่นมือขวาให้เขาแล้วพูดด้วยรอยยิ้มว่า

"สวัสดีสหายหลินข้ามีชื่อว่าเทียนเซอ จะเรียกข้าว่าสหายเทียนหรือเทียนเซอเลยก็ได้ "

หลินเทียนได้ยื่นมือออกไปจับมือพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"สหายเทียน"

จากท่าทางของเทียนเซอนั้นดูเป็นคนตรงไปตรงมาดังนั้นมันเป็นเรื่องง่ายที่จะทำความรู้จักกัน

เทียนเซอได้ยิ้มออกมาพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าคนนี้มีชื่อว่าเถาไป่ "

หลังจากที่นิ่งไปสักพักเขาก็ได้ชี้ไปที่ชายหนุ่มชุดดำแล้วพูดต่อว่า

"เจ้านี่ชื่อคงฮาง เป็นผู้ใช้กระบี่แบบเจ้าและเป็นลำดับที่ 2 ในผู้ที่แข็งแกร่งที่สุดในศิษย์ภายใน "

หลังจากที่พูดจบแล้วคงฮางก็ได้พยักหน้าให้กับเขาแล้วมองไปอีกทาง

"อย่าไปถือสาหล่ะเพราะเขาเป็นคนแบบนี้นั่นแหละ "

เถาไป่ได้พูดออกมาพลางเตะไหล่หลินเทียนแล้วพูดต่อว่า

"บอกไว้เลยนะว่าตอนที่เขาสังเกตการณ์เจ้าน่ะเจ้านี่มันชื่นชมเจ้าอย่างมากเลยนะ เจ้าเองก็เป็นผู้ใช้กระบี่ที่เขายังเทียบไม่ได้ด้วยซ้ำ "

"พูดมากหน่า ! "

คงฮางได้พูดออกมา

พื้นที่ตำหนักในนั้นกว้างเป็นอย่างมากแถมบรรยากาศโดยรอบก็ดี อากาศก็สดชื่น

เถาไป่อาสาเป็นคนนำเขาไปทำความรู้จักกับสถานที่ต่างๆ

ณ ตอนนี้ชายหนุ่มชุดคลุมสีม่วงได้เดินผ่านตรงทางเดินที่อยู่ไม่ไกล

"สหายซู "

เถาไป่ได้พูดออกมาพร้อมกับพูดต่อว่า

"มีศิษย์ใหม่เข้ามาตำหนักในและเป็นเพียงคนเดียวของปีนี้ ทักทายกันหน่อยสิ "

ชายหนุ่มชุดคลุมม่วงได้หยุดเท้าลงพร้อมทั้งหันมองมาทางหลินเทียนแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า

"คนใกล้ตายมันไม่จำเป็นต้องรู้จักหรอก "

หลังจากนั้นเขาก็ได้เดินหายไปอย่างรวดเร็ว

"คนหน้าเน่าจริงๆ "

เถาไป่ได้พูดออกมาด้วยสีหน้าที่ดูไม่ค่อยจะดีเท่าไหร่

หลินเทียนได้จ้องมองไปยังชายหนุ่มชุดคลุมม่วงด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสแต่เขาสนใจคำพูดก่อนหน้านี้มากถึงได้ถามออกมาว่า

"สหาย ก่อนหน้านี้ที่เขาบอกว่าคนใกล้ตายมันหมายความว่าไง ? "

"นี่..."

เถาไปที่จ้องมองไปทางหลินเทียนก็ได้ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

"นี่เจ้าไม่รู้ ? "

ไม่เพียงแค่เถาไป่เท่านั้นแต่เทียนเซอและคงฮางเองก็ได้จ้องมองไปทางหลินเทียนด้วยสีหน้าแปลกๆ

"ไม่รู้ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะพร้อมตอบกลับไปเพราะเขาไม่รู้จริงๆ

เถาไป่ถึงกับหมดคำพูดไปก่อนที่จะตอบว่า

"สหายหลิน ! ไม่สิ ! พี่ชายหลิน ! ข้าไม รู้หรือว่าเจ้าได้ทำอะไรลงไป ! "

เถาไป่ได้พูดต่อว่า

"เจ้าฆ่าเจ้าหน้าที่อาวุโสกองบัญชาการกลางถนนไปถึง 3 คนจนกลายเป็นเรื่องฮือฮาไปทั้งเมือง บอกได้เลยว่านี่มันเป็นปัญหาใหญ่มากๆ ! "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 098

คัดลอกลิงก์แล้ว