เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 074

Divine King Of All Directions - 074

Divine King Of All Directions - 074


Divine King Of All Directions - 074

 

ร่างของโม่ยี่ได้ลอยเคว้งออกไปไกลก่อนที่จะตกลงมากระแทกกับพื้นอย่างรุนแรงจนถึงกับกระอักเลือดออกมา

ท่าทางของเขาผงะไปก่อนที่จะมองไปทางตำแหน่งของหลินเทียน

เขาเห็นเพียงแค่ว่าตอนนี้มีลำแสงเปล่งออกมาพร้อมทั้งก่อตัวกันเป็นร่างของเด็กสาวตัวน้อย

"นี่มัน ? ! "

โม่ยี่ถึงกับแสดงสีหน้าที่เหลือเชื่อออกมาเพราะว่าผู้เชี่ยวชาญกลับเปล่งแสงออกมาแล้วก่อตัวเป็นร่างของเด็กสาวได้ยังไง เขาบ่มเพาะพลังมาตั้งหลายสิบปีและกำลังจะตัดผ่านไปยังเขตแดนผู้รอบรู้แล้วแต่ก็ยังไม่เห็นเคยได้ยินเรื่องแบบนี้มาก่อน

หลินเทียนที่วิสัยทัศน์กำลังเลือนรางลงก็ได้แต่มองไปตรงหน้าด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน

"นี่....เอ๋อ......จี่เอ๋อ...."

ริมฝีปากของเขาขยับเล็กน้อยก่อนที่เลือดจะไหลออกมาจากมุมปากของเขา

ณ ตอนนี้ร่างกายของเขาอ่อนแออย่างมากแต่ก็ยังคงตกตะลึงเพราะว่าก่อนหน้านี้เมื่อครึ่งเดือนก่อนนั้นเขาใช้เวลามากมายเพื่อหาตัวเด็กสาวคนนี้แต่กลับไม่พบทว่าตอนนี้กลับได้พบกับอีกครั้ง

เด็กสาวได้ก้มหน้าลงมามองเขาด้วยนัยน์ตาที่หดเล็กลงโดยทันที

สภาพของหลินเทียนในตอนนี้น่าอนาถอย่างมาก เสื้อผ้าของเขาขาดรุ่งริ่งและร่างกายถูกชโลมไปด้วยเลือด

เด็กสาวคนนี้สวมชุดสีขาวซึ่งหากมองแล้วนางน่าจะมีอายุราวๆ 11 ปีเสมือนว่าเป็นดั่งเอลฟ์ผู้สูงส่ง นางได้แหงนหน้ากลับไปมองที่โม่ยี่ผู้ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่ไกลพร้อมกับพูดว่า

"เจ้าเป็นคนทำร้ายเขา ? "

ริมฝีปากน้อยๆของนางได้ขยับเล็กน้อยพร้อมกับความเย็นยะเยือกที่จะแผดออกมาโดยรอบ

วินาทีต่อมาแรงกดดันอันมหาศาลก็ได้ระเบิดออกไปทั่วพื้นที่ถึงขั้นทำให้ผืนป่าทมิฬแห่งนี้สั่นสะเทือน ก้อนเมฆบนท้องฟ้าถึงกับต้องหยุดเคลื่อนไหวเมื่อเผชิญหน้ากับกลิ่นอายที่น่ากลัวขนาดนี้

ร่างกายของโม่ยี่ได้แต่สั่นระริกไม่หยุด

"ข้า....."

เมื่อมองไปยังเด็กสาวที่มีรูปลักษณ์เหมือนเด็ก 11 ปีแล้วเขารู้สึกเพียงแค่ว่าตอนนี้ตัวเองกำลังเผชิญหน้าอยู่กับอสูรยักษ์

หลินเทียนเองก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน

นี่คือจี่เอ๋อ ? เด็กน้อยคนนั้นทำไมถึงได้แข็งแกร่งขนาดนี้ ?

จี่จิงหลิงได้จ้องมองไปทางโม่ยี่ด้วยสายตาที่ไม่แยแสแม้แต่น้อย

" จงจมสู่ห้วงนรกอเวจีอย่างได้ผุดได้เกิดอีกเลย "

น้ำเสียงที่เย็นชาได้ถูกส่งออกมาจากนางอีกครั้ง

ด้านหลังของโม่ยี่ได้เกิดรอยแยกของมิติขึ้นก่อนที่จะส่งเสียงของภูตผีปีศาจออกมา

โม่ยี่ในตอนนี้หวาดกลัวเป็นอย่างมากพร้อมทั้งแสดงสีหน้าที่ตกตะลึงออกมา

"ท่าน.........ท่านผู้อาวุโสโปรดอภัย ! "

โม่ยี่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

หลังจากที่สัมผัสได้ถึงความตายที่ใกล้แค่เอื้อมนั้นมันทำให้เขารู้สึกกลัวเป็นอย่างมาก

จี่จิงหลิงได้แต่มองมาทางเขาอย่างไม่แยแสด้วยดวงตาที่ดูน่ากลัว

กรงเล็บยักษ์ของอสูรได้ยื่นออกมาจากช่องว่างของมิติและคว้าร่างของโม่ยี่เอาไว้เหมือนคว้าเหยื่อพร้อมทั้งลากร่างเขาหายเข้าไปภายในรอยแยก

ทันใดนั้นเองที่รอยแยกเริ่มปิดตัวลงอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนที่กำลังจ้องมองอยู่ก็ได้แต่รู้สึกตกตะลึงเป็นอย่างมาก

นี่มันอะไรกัน ?

ทักษะ ?

ในโลกนี้มันมีทักษะที่น่ากลัวขนาดนั้นเลย ?

แล้วนี่.........ใช่จี่เอ๋ย ?

ตอนนี้รอยแยกได้ปิดตัวลงอย่างสมบูรณ์เหมือนว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนด้วยซ้ำ

และตอนนี้แรงกดดันทั้งหมดก็ได้สลายหายไปเช่นกัน

จี่จิงหลิงได้หันหน้ากลับมามองมาทางเขาพร้อมกับใบหน้าที่เปลี่ยนเป็นรอยยิ้มจากเดิมที่เป็นสีหน้าที่ไม่แยแส

นางได้ย่อตัวลงอยู่ข้างเขาเพื่อสังเกตเขาอย่างตั้งใจ

"จี่เอ๋อ ? "

หลินเทียนได้เรียกออกมา

จี่จิงหลิงที่กำลังจ้องมองเขาอยู่ก็ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เจ้าเป็นคนแรกที่เรียกข้าแบบนั้น"

หลินเทียนได้แต่อ้าปากเหมือนอยากจะพูดอะไรแต่ก็ไม่กล้าพูดออกมา

ภาพก่อนหน้านี้มันน่ากลัวเกินไป !

เขาไม่แน่ใจเลยว่าเด็กสาวคนนี้............คือคนเดียวกันกับเมื่อครึ่งเดือนก่อน ?

เสมือนนางรู้ว่าเขาคิดอะไรถึงได้พูดออกมาว่า

"ข้าเอง "

หลังจากที่ได้รับคำยืนยันจากนางแล้วเขาก็ได้แต่ชะงักไปก่อนที่จะแสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมา

ณ ตอนนี้เองที่ร่างของนางค่อยๆเลือนรางลง

"เกิดอะไรขึ้น ! "

หลินเทียนได้พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจอย่างมาก

"นี่มันเป็นเพียงร่างความคิดเท่านั้น การเคลื่อนไหวเมื่อครู่ได้ผลาญพลังไปมาก "

จี่จิงหลิงได้พูดออกมาด้วยร่างที่เลือนรางลงเหมือนกำลังจะหายไปพร้อมกับพูดว่า

"ฟื้นฟูตัวเองด้วยแล้วกัน"

หลังจากที่พูดจบแล้วนางก็ได้แสดงรอยยิ้มที่น่ารักออกมาพร้อมทั้งขยับตัวเข้าไปใกล้หูของเขาแล้วพูดต่อว่า

"ลาก่อน โอกาสหน้าไว้พบกันอีกนะคะท่านพี่ "

หลังจากที่พูดจบแล้วร่างของนางก็สลายหายไปทันที

หลินเทียนได้แต่อ้าปากค้างโดยที่ยังไม่ทันจะได้พูดอะไร

เขาได้แต่มองอยู่ที่เดิมด้วยท่าทางที่ประหลาดใจสุดๆ

"จี่เอ๋อคนนั้น............"

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

พลังเมื่อครู่นี้มันแข็งแกร่งจนน่ากลัว

"ก่อนหน้านี้เป็นเพียงการโจมตีจากร่างความคิดเท่านั้น "

หลังจากที่ตัดผ่านเขตแดนผู้รอบรู้ไปได้แล้วก็จะสามารถเปิดทะเลแห่งความคิดในศีรษะของตัวเองได้แต่เขาไม่เคยได้ยินเลยว่าทะเลความคิดจะสามารถก่อตัวเป็นร่างได้แถมยังมีพลังที่กล้าแกร่งขนาดนั้น

หลังจากที่ตกอยู่ในห้วงความคิดอยู่ครู่หนึ่งเขาก็ได้แต่ส่ายศีรษะไปมา

"ไปจากที่นี่ก่อนแล้วกัน "

เขาได้แต่หยิบเอายาแก่นแท้ออกมาทานอย่างยากลำบากพร้อมทั้งหมุนวนเคล็ดวิชาซือจี่เพื่อฟื้นฟูพลังฉีและบาดแผลในร่าง หลังจากที่ผ่านไปประมาณสิบห้านาทีแล้วเขาก็พยายามลุกขึ้นอย่างช้าๆและเดินไปหยิบกระบี่คืนสู่หยวนที่อยู่ไกลออกไปโดยที่อาศัยมันเป็นไม้ค่ำแล้วเดินทางต่อ

โม่ยี่ได้ตายไปแล้วก็จริงแต่ในป่าแห่งนี้ก็ยังมีผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่อยู่อีกดังนั้นสถานการณ์ตอนนี้ก็ยังตึงเครียดเช่นเคย

ไม่นานเขาไม่รู้ว่าตัวเองกำลังมุ่งหน้าไปไหนดังนั้นถึงได้หาที่ซ่อนตัวเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ

ไม่นานก็ได้ยินเสียงคำรามของสัตว์อสูรอีกครั้ง

สัตว์อสูรตัวหนึ่งได้กระโดดออกมาจากพุ่มไม้

"สัตว์อสูรระดับ 2 พยัคฆ์พิษ"

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่ดูไม่ได้ออกมา

สัตว์อสูรตัวนี้มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 6 ซึ่งถ้าเป็นสภาพปกติแล้วฝ่ามือของเขาก็สามารถสังหารมันได้แล้วแต่ในสถานการณ์ปัจจุบันนั้นเพียงแค่พิษเล็กน้อยก็เป็นภัยร้ายแรงสำหรับเขา

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะกระโจนเข้าใส่เขาทันที

"อนาถแน่ ! "

เขาได้แต่สาปแช่งออกมาก่อนที่จะคว้ากระบี่คืนสู่หยวนขึ้นมาแล้วกวัดแกว่งออกไปอย่างยากลำบาก

และในเวลาเดียวกันนี้เองที่ลูกศรสีเงินได้พุ่งเฉียดศีรษะเขาและทะลุศีรษะของพยัคฆ์พิษไปทันที

มันได้ส่งเสียงร้องออกมาอย่างน่าสังเวชก่อนที่จะกระตุกเล็กน้อยแล้วตายไป

หลินเทียนได้แต่รู้สึกระมัดระวังอยู่ภายในใจก่อนที่จะหันหน้ากลับไปมอง

"เฮ้ ! พวก ! "

ชายหนุ่มในชุดจีนก่อนหน้านี้กำลังถือธนูเอาไว้พร้อมทั้งวิ่งมาทางเขาอย่างรวดเร็ว

หลินเทียนได้แต่รู้สึกระมัดระวังอยู่ภายในใจก่อนที่จะนึกขึ้นได้ถึงกลุ่มคนที่ถูกสัตว์อสูรสายฟ้าโจมตีก่อนหน้านี้ดังนั้นถึงได้เอ่ยปากทักทายออกไป

"เจ้าเอง ? อยู่นี่ได้ไง ? "

หลินเทียนได้พูดออกมา

แค่เพียงคำพูดนี้ก็ทำให้ความเจ็บปวดโลดแล่นไปทั่วร่างจนเกือบจะชะงักไป

"ข้าออกมาหาประสบการณ์น่ะ "

ชายหนุ่มชุดจีนนั้นดูมีอายุเท่าๆกันกับหลินเทียนและหลังจากที่เขาพูดจบแล้วก็ยื่นมือออกไปพยุงร่างของหลินเทียนเอาไว้ทันที เมื่อมองไปยังสภาพที่น่าอนาถของหลินเทียนแล้วเขาก็ได้แต่พูดออกมาด้วยท่าทางประหลาดใจว่า

"เฮ้เพื่อนไปทำอะไรมา ? ข้าว่าบาดแผลนี่ไม่น่าจะเกิดจากอสูรสายฟ้าได้นะ "

หลินเทียนได้ส่ายศีรษะเพราะเขาไม่อยากพูดถึงมัน

เมื่อเห็นท่าทางของหลินเทียนแล้วชายหนุ่มก็ไม่ได้ถามอะไรอีก

"อ่อใช่ ข้ามีชื่อว่าจูยี่ เจ้ามีชื่อว่าอะไร ? "

ชายหนุ่มได้ถามออกมา

หลินเทียนได้ตอบกลับไปว่า

"หลินเทียน "

ณ ตอนนี้มีผู้คนมากมายเดินเข้ามารวมกลุ่มกับชายหนุ่มและดูเหมือนว่าพวกเขาจะมาด้วยกัน

ชายหนุ่มชุดจีนได้มองไปยังหลินเทียนพร้อมกับพูดออกมาด้วยน้ำเสียงกระตือรือร้นว่า

"ดูเหมือนอาการบาดเจ็บของเจ้าจะรุนแรงนะ ข้าว่าไปไหนมาไหนคนเดียวในป่านี้มันอันตรายไปหน่อยดังนั้นไปด้วยกันกับพวกเราไหม ? "

หลินเทียนได้ไตร่ตรองก่อนที่จะตอบออกกลับไปว่า

"ได้"

จากดวงตาของชายหนุ่มชุดจีนนั้นใสกระจ่างแถมยังเป็นคนที่ง่ายๆและไม่ยุ่มย่ามเรื่องของคนอื่นซึ่งดูไม่เหมือนกับพวกที่ชอบหลวกลวงแม้แต่น้อย

ชายหนุ่มชุดจีนได้ยิ้มกลับพร้อมทั้งสำรวจร่างกายของหลินเทียนก่อนที่จะมองไปยังคนรับใช้ที่อยู่ห่างไปไม่ไกลแล้วสั่งการออกไปว่า

"เฒ่าหลี่ไปเอาเสื้อผ้าสะอาดๆมาให้พี่น้องของข้าหน่อย "

"ได้....ขอรับนายน้อย "

คนรับใช้ได้ตอบกลับไป

ไม่นานคนรับใช้ก็ได้หยิบเอาเสื้อผ้าชุดใหม่กลับมา

หลินเทียนได้มองไปทางเขาด้วยท่าทางขอโทษพร้อมทั้งพูดออกมาว่า

"ขออภัยท่านด้วยแต่มีผ้าคลุมแบบจีนไหม ? แบบที่สามารถปิดบังใบหน้าได้ "

ด้านนอกและด้านในป่าทมิฬนั้นมีผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่มากมายดังนั้นเขาถึงไม่สามารถประมาทได้

คนรับใช้ได้แต่ชะงักไปพร้อมกับพูดว่า

"มี มี น้องชายโปรดรอสักครู่"

คนรับใช้ได้หันหลังแล้วรีบวิ่งไปเอาชุดคลุมสีเทากลับมา

"ขอบคุณมาก "

หลินเทียนได้แสดงความขอบคุณกลับไป

"ที่ไหนกันล่ะน้องชาย ไม่ต้องสุภาพหรอก "

คนรับใช้ได้ส่ายศีรษะพร้อมทั้งพูดต่อด้วยรอยยิ้มว่า

"หากว่าก่อนหน้านี้ไม่ได้น้องชายช่วยเอาไว้แล้วพวกเราทุกคนคงถูกฝังอยู่ในกระเพาะของอสูรสายฟ้าไปแล้ว "

"ใช่เพื่อน ตอนนั้นเจ้าดูน่าหลงใหลมาก ! ไม่งั้นเราเกือบจะโดยเล่นแล้วล่ะ "

จูยี่ได้พูดออกมา

ห่างออกไปไม่ไกลเหล่าชายที่แบกสัมภาระเอาไว้ก็ได้แต่มองไปทางหลินเทียนด้วยรอยยิ้มที่ซาบซึ้ง

หลินเทียนได้แสดงสีหน้าที่มีความสุขออกมาก่อนที่จะอาศัยจูยี่พยุงเขาต่อไป

"เฒ่าหลี่ เอายาหยูเซียงมาหน่อย "

จูยี่ได้พูดออกมา

คนรับใช้ที่ชื่อว่าเฒ่าหลี่ก็ได้พยักหน้าตอบก่อนที่จะหยิบเอาขวดหยกจากใต้เสื้อออกมาส่งให้กับเขา

"เฮ้เพื่อน นี่เป็นยาฟื้นฟูที่มีสรรพคุณดีมากๆ "

จูยี่ได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้ม

หลินเทียนได้ขอบคุณพวกเขาก่อนที่จะกลืนมาลงไปทันที เขาไม่ได้กลัวว่ายานี้จะมีปัญหาอะไรเพราะว่าจากสภาพในปัจจุบันของเขาหากคนเหล่านี้ปองร้ายจริงๆก็สามารถฆ่าเขาได้โดยทันที

หลังจากที่ทานยาลงไปแล้วกลิ่นหอมก็ได้แตกตัวออกและทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมาก

แม้ว่าจะเป็นช่วงกลางคืนแล้วแต่ระยะห่างจากที่นี่กับสุดเขตแดนป่าทมิฬก็ไม่ได้ไกลกันมาก จูยี่และคนอื่นๆก็กำลังจะกลับกันแล้วแถมหลินเทียนในตอนนี้ก็บดบังใบหน้าเอาไว้ด้วยชุดคลุมแล้วถึงได้เดินออกไปทางสุดเขตโดยทันที

ระหว่างทางหลินเทียนเห็นร่างหลายร่างพุ่งผ่านป่าไปมากมายซึ่งคนเหล่านั้นล้วนเป็นของตระกูลโม่

ไม่นานพวกเขาก็ไปถึงทางออกของป่า

"หยุด ! "

หนึ่งในตระกูลโม่ได้กวางทางพวกเขาเอาไว้พร้อมกับเดินเข้ามาพลางพูดด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

"ต้องขออภัยด้วยเรากำลังหาตัวคนอยู่ดังนั้นช่วยถอดผ้าคลุมหน้าออกด้วย"

ชายคนนี้คือผู้เชี่ยวชาญเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 9 ช่วงปลาย

ในเวลาเดียวกันนี้เหล่ารุ่นเยาว์ของตระกูลโม่ก็ได้ล้อมพวกเขาเอาไว้

หลินเทียนที่อยู่ภายใต้ผ้าคลุมเองก็ถึงกับใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม

ณ ตอนนี้เองที่ชายรูปร่างกำยำที่อยู่ข้างๆได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชากับผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่ว่า

"หลีกทาง ! "

"ท่าน...เราคิดว่า"

ผู้เชี่ยวชาญคนนี้ได้มีท่าทางหม่นหมองลงแต่หลังจากที่เห็นตราสัญลักษณ์สีทองที่ชายรูปร่างกำยำหยิบออกมาแล้วท่าทางของผู้เชี่ยวชาญตระกูลโม่ทั้งหมดก็เปลี่ยนไปอย่างใหญ่หลวงพร้อมทั้งรีบก้าวถอยไปพลางโค้งคำนับแล้วพูดด้วยน้ำเสียงระมัดระวังว่า

"ต้องขออภัยด้วยที่ล่วงเกินท่านทั้งหลาย ! เชิญผ่านไปได้เลยขอรับ ! "

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 074

คัดลอกลิงก์แล้ว