เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 073

Divine King Of All Directions - 073

Divine King Of All Directions - 073


Divine King Of All Directions - 073

 

หลินเทียนรู้สึกกดดันเป็นอย่างมากขณะที่กวาดตามองขึ้นไปยังฟากฟ้า ตัวเขารีบพุ่งเข้าไปในส่วนป่าลึกอย่างรวดเร็ว

เมื่อต้องเผชิญหน้ากับทั้งสองคนนี้แล้วเขาไม่มีความมั่นใจอะไรแม้แต่น้อย มีเพียงการหนีหัวซุกหัวซุนเท่านั้น

เสียงแสยะอันเย็นชาได้ถูกส่งออกมาจากฟากฟ้าก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะพุ่งลงมาดั่งสายฝน

ต้นไม้น้อยใหญ่ที่อยู่โดยรอบต่างล้มโค่นและตัวของหลินเทียนเองก็มีสภาพไม่ได้ต่างกัน

หลังจากที่เข้าไปถึงส่วนลึกของป่าแล้วเขาก็ไดหยุดเท้าลงและมองกลับขึ้นไปบนฟากฟ้า นกยักษ์ยังคงกระพือปีกของมันตามมาอย่างรวดเร็วแม้ว่าทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ของเขาจะมีความว่องไวมากแค่ไหนแต่ความต่างชั้นของทั้งคู่มันต่างกันเกินไป

เมื่อวิ่งไปถึงหินก้อนยักษ์แล้วหลินเทียนก็ได้แต่แหงนมองกลับขึ้นไปบนท้องฟ้า

"หนีสิ ! ดูหน่อยสิว่าจะหนีได้ถึงไหน ! "

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ถูกส่งลงมา

ดวงตาของพวกเขาจับจ้องไปที่หลินเทียนด้วยประกายตาที่ดุร้าย

หลินเทียนยังคงเงียบอยู่ในตอนนี้แต่หลังจากที่จ้องมองขึ้นไปแล้วเขาก็ไม่ได้เคลื่อนไหวอะไรต่อ ต่อให้วิ่งหนีไปแต่ก็ยังถูกนกยักษ์นั่นไล่ล่าอยู่ดีดังนั้นเขาถึงได้คิดว่ายืนอยู่เฉยๆเพื่อออมแรงเอาไว้ยังดีกว่า

ตอนนี้คลื่นกระบี่อันรุนแรงได้ถูกส่งลงมาอีกครั้ง

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์เพื่อหลบการโจมตีอย่างรวดเร็ว

"ไอ้เด็กระยำ ! "

ท่าทางของผู้นำตระกูลโม่ดุร้ายเป็นอย่างมาก

โม่ยี่ได้พูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำว่า

"ความเร็วของไอ้ระยำนี่สูงมากๆ มันได้แต่ทำให้ป่าไม้โดยรอบได้รับความเสียหายเท่านั้น "

"ข้าจะลงไปฆ่ามันเอง ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา

โม่ยี่ได้พยักหน้าตอบพร้อมทั้งพูดว่า

"ไปซะ เจ้าเป็นคนลงมือน่าจะเหมาะที่สุดแล้ว "

ผู้นำตระกูลโม่ได้จ้องมองไปยังร่างของหลินเทียนก่อนที่จะกระโดดลงมาจากความสูงประมาณ 200 เมตร

ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปโดยทันทีเพราะว่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะนี่ไม่ธรรมดาจริงๆ สูงขนาดนั้นแต่กลับยังอยู่ดีได้

"ตายซะ ! "

หลังจากที่ลงมาถึงพื้นแล้วผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมาพร้อมทั้งเหวี่ยงฝ่ามือเข้าใส่หลินเทียนอย่างรวดเร็ว ลูกชายคนเล็กของเขาตายลงด้วยเงื้อมมือของหลินเทียนดังนั้นเขาถึงได้แต่เฝ้าหวังว่าจะสามารถฆ่าหลินเทียนได้ด้วยมือตัวเอง

ฝ่ามือของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 นั้นอาจดูธรรมดาๆแต่กลับแฝงไปด้วยพลังทำลายล้างสูง

หลินเทียนได้สำแดงทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ออกมาเพื่อหลบการโจมตีอีกครั้ง

เมื่อมองกลับขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วเขาก็พบว่าโม่ยี่ยังคงยืนกอดอกอยู่ที่เดิมพลางจ้องมองลงมาทางเขาอย่างไม่แยแสก็ทำให้ท่าทางของเขาโล่งขึ้นเป็นอย่างมากที่มันไม่ได้ลงมือด้วยแต่ก็ยังสร้างแรงกดดันให้เขาไม่น้อยเพราะว่าในเมื่อมีโม่ยี่คอยจ้องมองเขาอยู่บนฟากฟ้าแล้วก็หมายความว่าเขาไม่สามารถหนีไปไหนพ้น

เขาได้แต่สาปแช่งอยู่ภายในใจและพุ่งหลบไปด้านข้างอีกครั้ง

ใบหน้าของผู้นำตระกูลโม่ได้ดำมืดเพราะว่าการโจมตีหลายครั้งของเขาไม่สามารถสัมผัสร่างกายของหลินเทียนเลยแท้แต่น้อย เขาได้ยกมือขวาขึ้นก่อนที่จะเรียกเอากระบี่ออกมาซึ่งมันทำให้ท่าทางของหลินเทียนต้องเปลี่ยนไปเช่นกันพร้อมทั้งมองไปยังแหวนมิติในมือของชายวัยกลางคน

แหวนมิติ !

"แกร๊ง !"

เสียงกระบี่คำรามได้ถูกส่งออกมาก่อนที่จะฟาดฟันไปทางหลินเทียน

หลินเทียนในตอนนี้ถึงกับตกตะลึงเพราะว่าการฟาดฟันนี้สามารถเทียบเท่ากับทักษะกระบี่วายุสะท้านของเขา ! เขารีบเรียกเอากระบี่คืนสู่หยวนออกมาแล้วสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านเพื่อตอบโต้การโจมตีอย่างรวดเร็ว

"ตูม ! "

กระโจมตีของทั้งสองได้ปะทะกันก่อนที่หลินเทียนจะกระเด็นออกไปไกลพร้อมทั้งกระอักเลือดออกมาไม่หยุด

การโจมตีของผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะนั้นไม่สามารถป้องกันเอาไว้ได้

เขาไม่ลังเลเลยที่จะวิ่งหนีออกไปทางข้างๆ ก่อนหน้านี้เพียงแค่สัมผัสกับคลื่นกระบี่ของฝ่ายตรงข้ามก็ทำให้เขาได้รับความเสียหายอย่างหนักแล้ว ตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่อวัยวะภายในได้เคลื่อนไปหมดแล้ว

"ไอ้เด็กระยำ ! อย่าได้คิดจะหนีเพราะวันนี้ข้าจะเอาศีรษะของเจ้ากลับไปวางหน้าหลุมศพลูกข้า ! "

น้ำเสียงอันเย็นชาของผู้นำตระกูลโม่ได้ถูกส่งออกมา

หลินเทียนยังคงเงียบอยู่และพยายามหนีต่อไปอย่างรวดเร็ว ทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ได้ถูกสำแดงออกมาจนถึงขีดสุดถึงได้พอรักษาระยะห่างเอาไว้ได้บ้างแต่เรื่องความแข็งแกร่งนั้นเขาไม่สามารถสู้กับผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะได้เลยแม้แต่น้อยส่วนเรื่องความเร็วก็พอจะถูไถไปได้บ้าง

ณ ตอนนี้คลื่นกระบี่ได้ถูกส่งลงมาจากฟากฟ้าอีกครั้ง

โม่ยี่ที่กำลังมองลงมาได้ลงมือเพื่อหยุดการเคลื่อนไหวของเขา

โม่ยี่นั้นแข็งแกร่งกว่าผู้นำตระกูลโม่เพราะอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 9 ดังนั้นแม้ว่าในมือของมันจะไม่มีกระบี่แต่พลังทำลายที่ส่งออกมาก็น่ากลัวไร้ที่ติ

หลินเทียนได้หลบออกไปอีกทางอย่างรวดเร็ว

"แกร๊ง ! "

พริบตานี้เองที่กระบี่ได้ฟาดฟันมาทางหน้าอกของเขา

หลินเทียนถึงกับตกตะลึงก่อนที่จะรีบยกกระบี่คืนสู่หยวนขึ้นมาป้องกันไว้และทำให้เขากระเด็นออกไปไกล

แกร๊ง ! เมื่อกระบี่ของผู้นำตระกูลโม่ได้ฟาดฟันลงไปยังกระบี่คืนสู่หยวนแล้วก็ได้แตกสลายลงทันทีแต่ถึงอย่างนั้นก็ส่งผลให้ร่างของหลินเทียนกระเด็นออกไปกระแทกกับต้นไม้ใหญ่และกระอักเลือดคำโตออกมาทันที

"อาวุธวิญญาณ "

ผู้นำตระกูลโม่ได้ทิ้งกระบี่ในมือตัวเองก่อนที่จะเรียกเอากระบี่อันใหม่ออกมาซึ่งหากดูแล้วมันดูงดงามกว่ากระบี่คืนสู่หยวนในมือของหลินเทียนอย่างมาก นี่แสดงให้เห็นว่านั่นเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง !

หลินเทียนได้แต่รู้สึกหนักอึ้งอยู่ภายในอก

เขาพยายามตะเกียกตะกายยืนขึ้นพร้อมทั้งอดทนกับความเจ็บปวดแล้ววิ่งหนีเข้าไปในป่าลึกอีกครั้ง

หากว่าสู้กับซึ่งๆหน้าเขาไม่ใช่คู่มือของผู้นำตระกูลโม่อย่างแน่นอน มีเพียงความเร็วเท่านั้นที่พอจะเทียบได้ หากว่าเขาสามารถชักนำสัตว์อสูรออกมาได้ก็อาจจะมีโอกาสรอดชีวิตจากที่นี่

"ยังคิดจะหนีอีกงั้นหรอ ! วันนี้เจ้าถูกกำหนดให้ตาย ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้พูดออกมา

ระหว่างที่กำลังหนีเขาก็เริ่มหมุนวนเคล็ดวิชาหนึ่งวิญญาณสวรรค์พร้อมทั้งสัมผัสถึงกลิ่นอายอสูรของสัตว์อสูรระดับ 4 ในไม่ช้า

นี่คือวานรพฤกษาซึ่งเป็นสัตว์อสูรระดับ 4 ช่วงปลายที่มีพลังเทียบเท่าผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3 !

เขาได้แต่กัดฟันก่อนที่จะฟาดวันออกไปทางมัน

วานรพฤกษาได้ส่งเสียงคำรามออกมาอย่างดังจนเป็นเหตุให้พื้นดินยังต้องสั่นไหว

หลินเทียนได้หันหน้าไปอีกทางก่อนที่จะพุ่งเข้าหาวานรตัวนั้น

"แกร๊ง ! "

ตอนนี้เองที่คลื่นกระบี่อันเย็นยะเยือกได้พุ่งลงมาจากท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว

พุฟฟฟ ! มันได้ทะลุผ่านร่างกายของวานรพฤกษาไปหลังจากนั้นมันก็ได้ส่งเสียงร้องออกมาจนสุดท้ายก็นอนจมกองเลือด

โม่ยี่ที่อยู่บนหลังของนกยักษ์ได้แสดงสีหน้าที่ไม่แยแสออกมา

หลินเทียนที่เห็นเช่นนั้นถึงกับผวาไปเพราะว่าโม่ยี่นี่มันแข็งแกร่งจริงๆ ขนาดสัตว์อสูรระดับ 4 ช่วงปลายยังไม่สามารถรับการโจมตีได้

"ตายไปซะ !"

ผู้นำตระกูลโม่ที่พุ่งตามหลังมาได้ฟาดฟันออกไป

หลินเทียนได้ป้องกันการโจมตีด้วยกระบี่คืนสู่หยวนในมือซึ่งส่งผลให้ร่างของเขาปลิวออกไปไกลอีกครั้ง

หลังจากที่ได้รับการโจมตีไปหลายครั้งก็ส่งผลให้เลือดที่กระอักออกมาย้อมเสื้อของจนเป็นสีแดงฉ่ำ

อาวุธวิญญาณระดับสูงมันยากจะป้องกันจริงๆ

"วิ่งต่อไปสิ ! ิ่งหนีต่อไป ! "

น้ำเสียงอันเย็นชาได้ถูกส่งตามหลังของเขา

หลินเทียนได้กำกระบี่ไว้ด้วยมือซ้ายของเขาและหลังจากที่เขากระโดดออกไปแล้วก็ได้สำแดงทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกตออกมาส่งผลให้เกิดเสียงกระแสไฟฟ้าจากทุกทิศทาง

"ทักษะเพลงกระบี่สายฟ้ามรกต ! "

โม่ยี่ที่อยู่บนหลังของนกยักษ์ได้แต่มีท่าทางเปลี่ยนไปเพราะด้วยความที่เขาเป็นผู้อาวุโสของสำนักดังนั้นถึงได้รู้จักทักษะนี้เป็นธรรมดา

"ไม่คิดเลยนะว่าไอ้เด็กระยำนี่มันจะเลือกฝึกฝนทักษะนี้แถมยังสำเร็จขั้นต้นแล้วด้วย ไม่แปลกใจจริงๆที่ผู้เชี่ยวชาญระดับเดียวกันถูกจัดการอย่างง่ายดาย"

ทักษะนี้เป็นทักษะที่ยากที่สุดในสำนักซึ่งแม้ว่าเงื่อนไขขึ้นต้นจะอันตรายแถมยังไม่สมบูรณ์แต่ก็ยังแข็งแกร่ง หลินเทียนที่เลือกทักษะนี้มาฝึกฝนนั้นทำให้โม่ยี่สัมผัสได้ถึงภัยอันตรายโดยทันที

"ยังไงก็ต้องรีบกำจัดไอ้ระยำนี่ ! "

"โครม ! "

คลื่นกระบี่ได้ส่งเสียงคำรามออกมาในมือซ้ายของเขาก่อนที่จะห่อหุ้มไปด้วยสายฟ้ามากมาย

โม่ยี่ยังคงยืนกอดอกเช่นเคยพร้อมทั้งพูดกับตัวเองว่า

"ระดับพลังมันยังไม่พอดังนั้นสุดท้ายแล้วก็เปล่าประโยชน์อยู่ดี "

ตอนนี้ระดับพลังของผู้นำตระกูลโม่นั้นอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 ส่วนหลินเทียนนั้นอยู่ในเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8ดังนั้นมันไม่สามารถเทียบกันได้

"เหอะ ! "

ผู้นำตระกูลโม่ได้ส่งเสียงแสยะอันเย็นชาออกมาพร้อมทั้งปัดป้องการโจมตีของหลินเทียนอย่างรวดเร็ว

แกร๊ง ! เมื่อกระบี่ทั้งสองได้ปะทะกันแล้วก็ได้ก่อเกิดเสียงดังขึ้นทันที

กระแสไฟฟ้ามากมายส่งเสียงร้องออกมาขณะที่โลดแล่นไปทั่ว

ณ ตอนนี้เองที่หลินเทียนได้แสดงรอยยิ้มที่ชั่วร้ายออกมา

เขาได้ยกมือขวาขึ้นขณะที่เจตจำนงแห่งกระบี่อันรุนแรงจะก่อตัวขั้นและสำแดงทักษะกระบี่สายฟ้าออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อหมายปองตำแหน่งลำคอของผู้นำตระกูลโม่

ในมือไม่มีกระบี่ กระบี่ลวงตา !

"ระวัง ! "

ท่าทางของโม่ยี่ที่อยู่บนท้องฟ้าได้เปลี่ยนไปทันที

ในเวลาเดียวกันนี้ผู้นำตระกูลโม่ก็รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวก่อนที่จะรีบร่นถอยกลับไปอย่างรวดเร็ว

"พุฟฟฟ ! "

เลือดได้สาดกระจายไปทั่วตามมาด้วยเลือดที่ไหลรินออกมาจากบาดแผลทิ่มแทงที่หน้ อกของผู้นำตระกูลโม่

หลินเทียนได้ถูกแรงปะทะของกระบี่ดีดคนกระเด็นกลับไปพลางกระอักเลือดอีกครั้ง

หลินเทียนที่ยืนขึ้นอย่างยากลำบากเองก็ได้แต่สาปแช่งอยู่ภายในใจเพราะผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 4 มันแข็งแกร่งจริงๆที่สามารถหลบการโจมตีถึงชีวิตในระยะประชิดได้ขนาดนี้ หลังจากที่ชะงักไปครู่หนึ่งเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะพุ่งหนีไปทันที ด้วยความแข็งแกร่งของเขาในตอนนี้ไม่สามารถฆ่าฝ่ายตรงข้ามได้แน่นอนแถมยังมีโม่ยี่บนอากาศอีก เขาไม่มีหวังที่จะฆ่าภายใต้สายตาของโม่ยี่ด้วยซ้ำ

โม่ยี่ได้กระโดดลงมาอยู่ข้างๆกับผู้นำตระกูลโม่พร้อมกับถามว่า

"น้องสองเป็นอย่างไรบ้าง ? "

โม่ยี่ได้ถามออกมา

"ไม่เป็นอะไรมาก "

ผู้นำตระกูลสามารถหลบเลี่ยงจุดตายออกมาได้แต่ก็ยังได้รับความเสียหายหนักอยู่ดี

เมื่อมองไปยังหลินเทียนที่กำลังวิ่งหนีไปแล้วท่าทางของเขาก็ยิ่งดุร้ายขึ้น

โม่ยี่ได้หยิบเอายาส่งให้กับเขาพร้อมกับพูดต่อว่า

"เจ้าฟื้นฟูร่างกายตัวเองไปก่อน ยกมันให้ข้าจัดการเอง"

"ฝากพี่ใหญ่จัดการด้วย "

ผู้นำตระกูลโม่ โม่ไฮ่เต๋าได้พูดออกมา

โม่ยี่ได้พยักหน้าตอบพร้อมกับยืนขึ้นแล้วไล่ตามไป

.........

หลินเทียนพุ่งหนีไปอย่างรวดเร็ว

ณ ตอนนี้ปากของเขากลบไปด้วยเลือดมากมายแต่ความเร็วก็ยังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

"แกร๊ง ! "

คลื่นกระบี่ได้พุ่งผ่านเข้ามาอย่างรวดเร็ว

ตูมมม ! คลื่นกระบี่ได้ตกลงข้างๆเขาก่อนที่ทุกอย่างจะระเบิดออกแม้จะเป็นหินน้อยใหญ่และทำให้ร่างของเขากระเด็นออกไปและกระอักเลือดออกมากลางอากาศ

หลังจากนั้นเขาก็ได้กวาดตามองกลับไปและหัวใจถึงกับตกลงไปที่ตาตุ่มเพราะว่าโม่ยี่กำลังไล่ตามเขามา

"ระยำ ! "

เขาได้แต่กัดฝันแน่นขณะที่อดทนกับความเจ็บปวดแล้วพุ่งเข้าไปยังป่าลึก

โม่ยี่ยังคงไล่ตามหลังเขาไม่หยุดก่อนที่จะส่งคลื่นกระบี่ออกมาอีกครั้งและส่งผลให้ต้นไม้ใหญ่มากมายหักโค่นลง ในเวลาเดียวกันนี้เองเสื้อผ้าของหลินเทียนก็ขาดรุ่งริ่งไม่มีชิ้นดีพร้อมกับร่างกายที่โชกไปด้วยเลือดซึ่งดูน่าสงสารเป็นอย่างมาก

ความเร็วของโม่ยี่นั้นสูงกว่าหลินเทียนมากก่อนที่จะเข้าประชิดร่างของเขาอย่างรวดเร็วพร้อมทั้งเตะเข้าที่กลางหน้าอกอย่างจัง

โครม ! หลินเทียนได้ตีลังกาอยู่กลางอากาศก่อนที่จะกระแทกเข้ากับพุ่มไม้

"หนีอีกสิ "

โม่ยี่ได้พูดออกมาอย่างเคร่งขรึม

เขาได้แต่กอดอกเอาไว้เพราะกับหลินเทียนที่มีระดับพลังเขตแดนหล่อหลอมร่างกายระดับ 8 นั้นถือเป็นของเล่นสำหรับเขา

หลินเทียนได้พยายามพยุงตัวเองขึ้นพร้อมทั้งกำกระบี่เอาไว้ในมือ

วิ้ส ! โม่ยี่ได้ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าของเขาอีกครั้งก่อนที่จะกวาดลูกเตะเข้าใส่เขา

"!"

หลินเทียนได้ลอยขึ้นฟ้าพลางกระอักเลือดออกมาแล้วตกลงมากระแทกกับพื้นซึ่งมีเสียงกระดูกแตกหักดังออกมาอย่างชัดเจน

เขาได้พยายามตะเกียกตะกายยืนขึ้นอีกครั้งก่อนที่จะรับลูกเตะที่สามของโม่ยี่

"โครม ! "

เขาได้กระเด็นออกไปอีกครั้งก่อนที่กระบี่ในมือจะหลุดออกไป ตอนนี้เขาไม่มีแรงพอจะขยับด้วยซ้ำ

โม่ยี่ยังคงกอดอกเอาไว้พร้อมทั้งเดินเข้ามาหาเขาด้วยท่าทางเคร่งขรึม

เมื่อมองไปยังโม่ยี่ที่กำลังใกล้เข้ามาแล้วเขาได้พยายามใช้พลังทั้งหมดเพื่อพยุงตัวเองขึ้นแต่น่าเสียดายที่มันเป็นได้เพียงความพยายาม ณ ตอนนี้ร่างกายของเขาชโลมไปด้วยเลือดขณะที่วิสัยทัศน์ค่อยๆหมองลงเรื่อยๆพร้อมๆกับความเจ็บปวดที่รุนแรงกว่าการหล่อหลอมร่างกายกำลังแล่นไปทั่ว

โม่ยี่ได้เดินเข้ามาใกล้เขาพร้อมทั้งง้างฝ่ามือไปทางหลินเทียนพลางพูดว่า

"ข้าจะทำลายรากฐานการบ่มเพาะแล้วตัดศีรษะเจ้าไปเส้นไหว้หลุมศพ "

โม่ยี่ได้พูดออกมา

เมื่อมองไปยังมือขวาของโม่ยี่ที่กำลังขยับเข้ามาแล้วหลินเทียนก็รู้สึกเพียงแค่ว่าการตะเกียกตะกายของเขาไม่มีผลอะไรเลย

มือขวาของโม่ยี่ได้กดลง

"บึ้สสสส ! "

ตอนนี้เองที่ร่างของเขาได้เปล่งแสงอันอบอุ่นออกมาก่อนที่จะ "ตูมมมม !" ร่างของโม่ยี่ได้ถูกดีดกระเด็นออกไปไกล

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 073

คัดลอกลิงก์แล้ว