- หน้าแรก
- ตำนานจอมมารเนตรซ้อน เริ่มต้นข้าก็จับอาจารย์มาทำศพมาร
- บทที่ 2: มุกจ้าววัฏจักรตื่นรู้! ยกระดับตนเอง! เนตรซ้อนฟื้นคืน! กายาวิญญาณหยิน!
บทที่ 2: มุกจ้าววัฏจักรตื่นรู้! ยกระดับตนเอง! เนตรซ้อนฟื้นคืน! กายาวิญญาณหยิน!
บทที่ 2: มุกจ้าววัฏจักรตื่นรู้! ยกระดับตนเอง! เนตรซ้อนฟื้นคืน! กายาวิญญาณหยิน!
ข้อมูลมากมายหลั่งไหลเข้ามาในห้วงคำนึง แววตาของหลี่อวี้ฉายแววตกตะลึง
มุกวิเศษเม็ดนี้... มีนามว่า ‘มุกจ้าววัฏจักร’!
ขอเพียงได้รับ ‘จิตวิญญาณ’ ก็จะสามารถชำระล้างและยกระดับเป้าหมายให้สมบูรณ์แบบที่สุด!
ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดวิชา อิทธิฤทธิ์ หรือแม้แต่สิ่งมีชีวิตและสมบัติวิเศษจากสวรรค์และปฐพี ล้วนสามารถยกระดับได้ทั้งสิ้น!
หรือแม้กระทั่งหลอมรวมพวกมันเข้าด้วยกันก็ยังได้!
สิ่งที่เรียกว่าจิตวิญญาณ ก็คือแสงแห่งชีวิตที่แฝงอยู่ในสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมดา เพียงสังหารพวกมันก็จักได้รับมา!
การยกระดับและการหลอมรวม แบ่งออกเป็น ขั้นต้น ขั้นกลาง ขั้นสูง และขั้นสูงสุด!
บัดนี้หลังจากฟูมฟักมานานหลายปี ในที่สุดมันก็ตื่นขึ้น
มุกจ้าววัฏจักรไม่ต้องการจิตวิญญาณใดๆ แต่กลับมอบการยกระดับขั้นต้นให้ฟรีถึงสามครั้ง!
พลันดวงตาของหลี่อวี้ก็สว่างวาบ
หนทางพลิกสถานการณ์... อยู่ตรงนี้แล้วมิใช่หรือ!
หลังไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่ง หลี่อวี้ก็สงบจิตใจลง เชื่อมต่อกับมุกจ้าววัฏจักร
‘ยกระดับตนเอง!’
ตูม!!!
ภายในห้วงจิตสำนึก มุกจ้าววัฏจักรปลดปล่อยแสงแห่งการสร้างสรรค์อันเจิดจรัสออกมาสายแล้วสายเล่า หลอมรวมเข้าสู่ร่างกายของหลี่อวี้
ขจัดสิ่งเจือปน กลั่นกรองแก่นแท้!
มิได้มีของเสียสีดำถูกขับออกมาตามรูขุมขนดั่งในตำนาน ร่างกายของหลี่อวี้เพียงแค่มีไอหมอกสีเทาพวยพุ่งออกมาไม่ขาดสาย ขับไล่สิ่งสกปรกภายในกายออกไปจนหมดสิ้น
เวลาผ่านไปนานเท่าใดไม่อาจทราบ
เมื่อหลี่อวี้ลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาที่เคยสดใสมีชีวิตชีวาก็เลือนหายไป สิ่งที่เข้ามาแทนที่คือดวงตาอันน่าเกรงขาม ซึ่งได้รับการขนานนามว่าเป็นลักษณะแห่งอริยปราชญ์... เนตรซ้อน!
เมื่อสัมผัสได้ถึงความรู้สึกสดใหม่ทั่วร่าง มุมปากของหลี่อวี้ก็ยกขึ้นเป็นรอยยิ้ม
มิใช่เพียงแค่ปลุกเนตรซ้อนให้ตื่นขึ้นเท่านั้น
ชีพจรหยินซึ่งเป็นพรสวรรค์ดั้งเดิมของเขา ก็ถูกมุกจ้าววัฏจักรชำระล้างและยกระดับ จนกลายเป็นกายาวิญญาณหยิน!
ยามใช้วิชานอกรีตหรือวิชาภูตผี การเสริมพลังของกายาวิญญาณหยินนั้นน่าสะพรึงกลัวอย่างยิ่ง!
ลดการสิ้นเปลืองพลังเวท เพิ่มอานุภาพของคาถาอาคม!
อีกทั้งในด้านการฝึกฝนวิชานอกรีต กายาวิญญาณหยินยังถือเป็นพรสวรรค์ที่แข็งแกร่งอย่างหาใดเปรียบ!
แม้จะไม่ถึงขั้นมองปราดเดียวก็บรรลุ แต่ก็เหนือล้ำกว่าชีพจรหยินในอดีตหลายเท่าตัวนัก!
หลี่อวี้ผู้ครอบครองกายาวิญญาณหยินในยามนี้ กล่าวได้เต็มปากว่าสามารถบดขยี้ตัวเขาในอดีตได้อย่างง่ายดาย!
ส่วนเนตรซ้อนนั้น มอบพลังการสังเกตและสายตาอันเฉียบคมให้แก่หลี่อวี้!
ยิ่งไปกว่านั้นยังสามารถมองทะลุภาพลวงตา เข้าถึงแก่นแท้ และไม่ถูกภาพมายาใดๆ ทำร้ายได้!
หลี่อวี้สัมผัสได้ว่า ภายในเนตรซ้อนนั้น กำลังฟูมฟักพลังที่แข็งแกร่งยิ่งกว่าซ่อนอยู่!
เพียงแต่ตัวเขาในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไป ไม่อาจเรียกใช้มันได้ก็เท่านั้น
แน่นอนว่า สำหรับหลี่อวี้ในเวลานี้...
สิ่งที่สำคัญที่สุด ก็คือตราประทับห้ามในร่างกายได้สลายไปแล้ว!
มันถูกมุกจ้าววัฏจักรตัดสินว่าเป็นสิ่งเจือปนและขจัดทิ้งโดยตรง!
และภายใต้การควบคุมของหลี่อวี้ มุกจ้าววัฏจักรมิเพียงลบล้างพันธนาการของตราประทับห้าม แต่ยังทิ้งเปลือกนอกจอมปลอมเอาไว้ชั้นหนึ่ง เพื่อไม่ให้หวังเจิ้งหยางตาเฒ่านั่นล่วงรู้!
เขาเชื่อมต่อกับมุกจ้าววัฏจักรอีกครั้ง จิตสำนึกพลันปรากฏหน้าต่างสถานะที่มีเพียงเขาเท่านั้นที่มองเห็น
【ผู้ครอบครอง】: หลี่อวี้
【พรสวรรค์】: เนตรซ้อน, กายาวิญญาณหยิน
【ตบะบารมี】: ขอบเขตกลั่นลมปราณ ขั้นที่ห้า
【เคล็ดวิชาบ่มเพาะ】: เคล็ดกลืนปราณ
【คาถาอาคม】: วิชามารพับกระดาษ, วิชามนต์สะกดวิญญาณ, หัตถ์กัดกร่อนใจ
【สัตว์เลี้ยงวิญญาณ】: ชื่อเหลียน
..................
ระดับการบ่มเพาะในโลกใบนี้ แบ่งออกเป็น กลั่นลมปราณ, สร้างรากฐาน, จินตาน, หยวนอิง, ชูเชี่ยว, เหอถี่, ต้าเฉิง, ตู้เจี๋ย, และเซียน โดยแต่ละขอบเขตมีเก้าขั้นย่อย
เวลานี้โอกาสในการยกระดับของหลี่อวี้ ยังเหลืออีกสองครั้ง
เขากวาดตามองหน้าต่างสถานะ ไตร่ตรองครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจ
‘ยกระดับวิชามารพับกระดาษ และหัตถ์กัดกร่อนใจ!’
มุกจ้าววัฏจักรสั่นไหวเล็กน้อย ก่อนจะระเบิดแสงแห่งการสร้างสรรค์อันเจิดจรัสออกมาอีกครั้ง!
ชั่วครู่ต่อมา วิชามารพับกระดาษก็เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่
พับกระดาษเป็นกองทหาร!
ถ่ายเทพลังเวทลงในกระดาษวิญญาณ แปรเปลี่ยนเป็นอาวุธและทหาร รับใช้ตามบัญชา!
พลันดวงตาของหลี่อวี้ก็สว่างวาบ
เขารู้ว่าตนเองเดิมพันถูกแล้ว!
ต้องทราบเสียก่อนว่า วิชามารพับกระดาษแต่เดิมนั้น ทำได้เพียงสร้างตุ๊กตากระดาษตัวเล็กๆ เพื่อใช้สอดแนมเท่านั้น
เป็นเพียงคาถาประเภทสอดแนมธรรมดาๆ
แต่หลังจากผ่านการยกระดับ วิชามารพับกระดาษก็กลายเป็นวิชาพับกระดาษเป็นกองทหาร แปรเปลี่ยนเป็นคาถาจู่โจมที่ทรงอานุภาพยิ่ง!
สำหรับสถานการณ์ของหลี่อวี้ในตอนนี้ มันสำคัญอย่างยิ่งยวด!
ส่วนหัตถ์กัดกร่อนใจนั้น ได้แปรเปลี่ยนเป็น ‘ตราประทับเหี่ยวเฉา’
หนึ่งฝ่ามือฟาดออก สรรพสิ่งร่วงโรย เหี่ยวเฉาเน่าเปื่อย สร้างความเสียหายที่มิอาจย้อนคืน!
หัตถ์กัดกร่อนใจแต่เดิม คือการสัมผัสร่างกายเพื่อส่งพลังเวทเข้าสู่กายคู่ต่อสู้ ทำลายเส้นเอ็นและชีพจร สร้างความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
แต่หากว่ากันตามตรง พลังสังหารนับว่าธรรมดา
ขอเพียงอีกฝ่ายใช้พลังเวทต้านทานก็สามารถสลายได้
แต่ตราประทับเหี่ยวเฉาที่ยกระดับขึ้นมานี้ นับว่าโหดเหี้ยมอำมหิตอย่างแท้จริง!
สรรพสิ่งร่วงโรย เหี่ยวเฉาเน่าเปื่อย...
หากสิ่งนี้ประทับลงบนร่างคน ผลลัพธ์จะเป็นเช่นไร!
การยกระดับทั้งสามครั้งถูกใช้จนหมดสิ้น หลี่อวี้เองก็เกิดการเปลี่ยนแปลงราวกับได้ผลัดเปลี่ยนกระดูกเส้นเอ็นใหม่!
เขามิได้รีบร้อนบุกไปหาหวังเจิ้งหยางเพื่อตัดสินแพ้ชนะ
แต่กลับเตรียมการอย่างเงียบเชียบ เฝ้ารอเวลาสามวันให้หลัง... ยามจี๋หยิน ซึ่งก็คือวันเกิดของเขามาถึง!
.....................
ชั่วพริบตา สามวันก็ผ่านไป
กลางดึก ณ โถงใหญ่ที่ผุพังแห่งเดิม
หลี่อวี้หรี่ตาลงครึ่งหนึ่ง เผยให้เห็นเพียงรอยแยกเล็กน้อย ทำให้ผู้คนมองเห็นแววตาภายในได้ไม่ชัดเจน
เวลานั้น เสียงฝีเท้าดังขึ้นเป็นระลอก พร้อมกับเสียงลากของหนักอึ้ง
ปัง!
ประตูใหญ่ถูกถีบเปิดออก
พลันปรากฏร่างของหวังเจิ้งหยางตาเฒ่า กำลังลากโลงศพสีดำสนิทที่สลักยันต์อักขระสีเลือดไว้จนเต็มเดินเข้ามา
“เฮ้อ... เหนื่อยนักพรตเฒ่าอย่างข้าเสียจริง!”
“อวี้เอ๋อร์เอ๋ย แต่ก่อนเจ้าไม่เคยยอมให้นักพรตเฒ่าอย่างข้าทำงานหนักเลยสักนิด ช่างกตัญญูเสียจริงนะ!”
หวังเจิ้งหยางหอบหายใจแรง พลางจัดวางโลงศพเพื่อเตรียมการขั้นสุดท้าย ปากก็บ่นพึมพำไม่หยุด
“แต่ไม่เป็นไร วันนี้อย่างไรเสียก็เป็นวันเกิดของเจ้า อาจารย์อย่างข้าจะไม่ถือสาเจ้าก็แล้วกัน!”
“เป็นอย่างไร ชอบของขวัญวันเกิดที่อาจารย์มอบให้ชิ้นนี้หรือไม่?”
เมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้น หวังเจิ้งหยางก็หันมามองหลี่อวี้ บนใบหน้าไร้ซึ่งความเมตตาแม้แต่น้อย มีเพียงความตื่นเต้นและรอคอยอย่างใจจดใจจ่อราวกับชาวนาเฒ่าที่กำลังจะเก็บเกี่ยวผลผลิต!
เมื่อสังเกตเห็นดวงตาที่หรี่ลงจนมองไม่ชัดของหลี่อวี้ หวังเจิ้งหยางก็เดาะลิ้น
“จิ๊ๆ... อะไรกัน ยังโกรธข้าอยู่รึ? แม้แต่จะมองหน้าข้าสักนิดก็ไม่อยาก?”
“อวี้เอ๋อร์ เจ้าต้องยอมรับชะตากรรมของตนเอง หากปีนั้นไม่มีข้า...”
ไม่รอให้หวังเจิ้งหยางพูดจบ หลี่อวี้ก็เอ่ยขัดขึ้น
“ตาเฒ่า พูดมากเกินไปแล้ว!”
ฉับพลันนั้น หลี่อวี้ก็เบิกตาโพลง เนตรซ้อนส่องประกายเจิดจรัสออกมาวูบหนึ่ง!
“นี่... นี่มันอะไรกัน?!”
“เนตรซ้อน?! ลักษณะแห่งอริยปราชญ์?! เจ้าครอบครองนิมิตเช่นนี้ตั้งแต่เมื่อใด!”
หวังเจิ้งหยางมีสีหน้าตื่นตะลึง แทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตนเอง!
ศิษย์ที่ตนเฝ้าดูมาจนเติบใหญ่กับตา เพียงไม่เจอหน้ากันสามวัน ในดวงตากลับมีนัยน์ตาเพิ่มขึ้นมาอีกชั้นหนึ่งได้อย่างไร?
เผชิญหน้ากับหลี่อวี้ที่พุ่งเข้ามาหมายจะสังหาร
หวังเจิ้งหยางข่มความตกตะลึงในใจ แสยะยิ้มพลางเอ่ยขึ้น
“ศิษย์รัก บอกข้ามาตามตรง สามวันนี้ เกิดอะไรขึ้นกับเจ้ากันแน่!”
ปัง!!!
เพียงยกมือขึ้นเล็กน้อย หวังเจิ้งหยางก็รับหมัดที่หลี่อวี้ทุบลงมาได้
ในโลกของผู้บำเพ็ญเพียร ไม่มีสิ่งที่เรียกว่ามวยวัดล้มปรมาจารย์ ผู้ที่ถูกสังหารได้... ก็เป็นเพราะยังเจนจัดไม่พอ!
หวังเจิ้งหยางแสยะยิ้มเตรียมจะพล่ามต่ออีกสองสามประโยค จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บแปลบที่ข้อมือ
พลันปรากฏงูตัวเล็กสีแดงฉาน เลื้อยออกมาจากแขนเสื้อของหลี่อวี้อย่างกะทันหัน แล้วฉกกัดลงไปเต็มแรง!
เร็วเกินไป! หลบไม่ทันแล้ว!
ฉับพลัน ความเจ็บปวดที่ยากจะทานทนก็แล่นพล่านไปทั่ว!
หวังเจิ้งหยางดีดตัวถอยห่างในพริบตา แต่เพียงแค่ชั่วไม่กี่ลมหายใจ แขนทั้งข้างของเขาก็บวมเป่ง กลายเป็นสีดำสนิท และยังลุกลามไปยังส่วนอื่นของร่างกายอย่างรวดเร็ว!
“บัดซบ! งูตัวนี้ถูกข้าตีตายไปแล้วมิใช่รึ?!”
“ไอ้เดรัจฉานน้อย เจ้ามันร้ายกาจนัก!”
ในยามนี้ หวังเจิ้งหยางไม่เหลือความเยือกเย็นอีกต่อไป ใบหน้าบิดเบี้ยวด้วยความเดือดดาล
เขาบำเพ็ญวิชานอกรีตมากว่าแปดสิบปี ไม่เคยพบเห็นใครเช่นหลี่อวี้มาก่อน นี่มันต้นกล้าแห่งวิชามารโดยกำเนิด! อัจฉริยะแห่งวิถีนอกรีตโดยแท้!
จิตใจลึกล้ำ วางแผนก่อนลงมือ เมื่อลงมือก็โหดเหี้ยมอำมหิต ต่อให้ต้องตายก็ยังจะฉีกเนื้อศัตรูออกมาให้ได้สักชิ้น!
มิใช่เพียงพรสวรรค์ที่ล้ำเลิศ แม้แต่จิตใจก็ยังไร้ที่ติ!
หากมิใช่เพราะมันมีชีพจรหยิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับแผนการใหญ่ของตน หวังเจิ้งหยางคงอดไม่ได้ที่จะรับมันเป็นผู้สืบทอดวิชาอย่างแท้จริงไปแล้ว!
“ไอ้สัตว์เดรัจฉานเฒ่า ก็เพราะเจ้าสั่งสอนมาดีอย่างไรเล่า!”
ปะทะคารมพลางลงมือ หลี่อวี้ไม่ปล่อยให้การเคลื่อนไหวหยุดชะงัก กระทืบเท้าพุ่งเข้าสังหารอีกครั้ง!
เห็นดังนั้น หวังเจิ้งหยางก็เผยสีหน้าเย้ยหยัน
“เปล่าประโยชน์น่า ศิษย์รักของข้า!”
“ต่อให้เจ้าใช้นางงูน้อยนั่นทำร้ายข้าได้ แล้วจะทำไม?”
“ตราบใดที่ตราประทับห้ามยังอยู่ เจ้าก็ไม่มีวันหนีพ้นฝ่ามือของข้าไปได้!”
สิ้นเสียง หวังเจิ้งหยางก็ส่งกระแสจิต กระตุ้นการทำงานของตราประทับห้ามทันที