- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 772: ดูหลุมของฉันสิ
บทที่ 772: ดูหลุมของฉันสิ
บทที่ 772: ดูหลุมของฉันสิ
เจียงหยวนใช้แป้นพิมพ์รัวข้อความลงในกลุ่มอย่างรวดเร็ว:
【การใช้ความเปลี่ยนแปลงของพืชเพื่อหาศพ แก่นแท้มันคือการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่าง “พืช” กับ “การเน่าเปื่อยของร่างมนุษย์” …】
【มีทฤษฎีหนึ่งที่เรียกศพว่า “เกาะแห่งการสลายตัว” โดยใช้เกาะเป็นหน่วยหลัก พืชรอบ ๆ เกาะจะแสดงผลที่แตกต่างกันออกไป สมมติว่าป่าเป็นมหาสมุทร และศพเป็นเกาะ พื้นผิวทะเลรอบเกาะย่อมเกิดความเปลี่ยนแปลงที่แตกต่าง และยังเปลี่ยนไปตามช่วงเวลาหลังการตาย…】
【ดูจากตำแหน่งที่กำลังไลฟ์อยู่ ทำไมผมถึงคิดว่า “ตรงนี้ไม่มีศพ” ก็เพราะการเปลี่ยนแปลงของพืช ณ จุดนี้ แม้จะสอดคล้องกับแนวคิดของ “ธนาคารเมล็ดพันธุ์” แต่กลับไม่แสดงผลของ “เกาะแห่งการสลายตัว” อย่างแท้จริง...ประการแรก—การเติบโตของพืชรอบจุดนี้ไม่สมดุล ในขณะที่เกาะแห่งการสลายตัวจะปล่อยสารอาหารออกไปรอบทิศอย่างค่อนข้างสม่ำเสมอ...】
#
ในกลุ่มแชต มีเพียงเจียงหยวนที่พิมพ์ข้อความอยู่คนเดียว
ชุยฉีซานยืนอยู่ตรงข้ามเจียงหยวน มองดูเจียงหยวนพิมพ์และดูข้อความในกลุ่ม เมื่อเห็นว่าไม่มีใครพูดอะไร เขาก็อดเป็นกังวลไม่ได้ กดเปิดแชตส่วนตัวส่งให้เซียวซือว่า 【นายพิมพ์อะไรสักหน่อย ปรับบรรยากาศในกลุ่มหน่อยสิ】 เขาก็หันไปเตือนเจียงหยวนว่า “หัวหน้าเจียง จะคมไปไหมครับ? ผู้ใหญ่ทั้งนั้น อาจรับฟังยากหน่อยนะ”
“ผมกำลังสอนเทคนิคให้พวกเขาอยู่ครับ ถ้าใครไม่พอใจก็เตะออกจากกลุ่มไปก็จบแล้ว” EQ ของเจียงหยวนไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เขาพูดด้วยท่าทีที่เหนือกว่าเล็กน้อย “พวกเขาเป็นนักพฤกษศาสตร์ ถ้าไม่สนใจ ถ้าไม่อินกับนิติพฤกษศาสตร์แล้วล่ะก็ โอกาสที่เราจะได้เจอกันอีก ก็คงจะเป็นบนโต๊ะผ่าศพแล้วล่ะครับ”
ชุยฉีซานใช้เวลาคิดครู่หนึ่ง พอเข้าใจความหมายของเจียงหยวน อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาพลางพูดว่า“คุณอย่าออกไปพูดแบบนี้ล่ะ เดี๋ยวคนอื่นจะหาว่าคุณเป็นคนฆ่าเอง! เอาเถอะครับ ขอแค่อย่าให้ใครมาว่าเราวางอำนาจก็พอ...”
ขณะที่เขากำลังพูด ข้อความก็เด้งขึ้นมาในกลุ่ม
ม.วิทย์ฯ จ้าวเถียน: 【ขอบคุณคำแนะนำจากหมอเจียงมากๆ ครับ แนวคิดเรื่องเกาะแห่งการสลายตัวนี้ผมเคยได้ยินมาบ้าง แต่ยังไม่ได้ลงลึกอย่างละเอียดเลยจริง ๆ นี่เป็นการข้ามสายงานที่ต่างกันอย่างสิ้นเชิง อย่างงั้น...จุดที่ผมปักหมุดไว้ต่อจากนี้ก็คงมีปัญหาเช่นกัน】
ม.วิทย์ฯ จ้าวเถียน: 【ผมขอแก้ไขจุดปักหมุดที่เหลือของผมก่อนดีกว่า จะได้ไม่ให้ตำรวจเสียเวลา วันนี้ต้องขอบคุณตำรวจทุกท่านมาก ๆ …】
เซียวซือ: 【โอเคครับ ทีมขุดของเราขุดลงไปถึงใต้ดิน 50 เซนติเมตรแล้ว ตอนนี้เราจะขุดลึกลงไปอีก ทุกคนทายสิว่าข้างในจะมีศพไหม...】
ม.เกษตรฯ หวังปิน: 【ดูเหมือนตำรวจจะตื่นเต้นกันนะ】
ม.เทคโนฯ ผังซื่อเฉียง: 【ตื่นเต้นกว่าพวกเราอีก เพราะอยู่หน้างานจริงหรือเปล่า】
สีหน้าของชุยฉีซานดำมืด เขาอดไม่ได้ที่จะบ่นในห้องทำงานว่า “ไอ้เซียวซือคนนี้ ทำงานทีไรเป็นต้องมีเรื่องให้ปวดหัวอยู่เรื่อย”
“ผมเห็นคุณชอบใช้เขานะครับ” เจียงหยวนไม่ได้สนใจบรรยากาศในกลุ่มแชตแต่อย่างใด ด้วยเทคนิคนิติพฤกษศาสตร์ระดับ 4 ของเขาก็เพียงพอที่จะดึงดูดนักวิชาการที่รักในวิชานี้ได้อย่างอยู่หมัด
ส่วนใครที่ไม่รักไม่ชอบ...ก็เหมือนเหยื่อล่อปลามันก็ล่อได้แต่ปลาที่เป็นเป้าหมายเท่านั้น ปลาที่ไม่ชอบเหยื่อก็ปล่อยให้พวกมันเป็นอิสระไป
ชุยฉีซานรู้สึกจนปัญญาเล็กน้อย “ไอ้เด็กเซียวซือบางครั้งก็ทำให้คนประหลาดใจได้จริงๆ ครับ แค่คำพูดคำจามันน่าหมั่นไส้ ตอนผมดูคอมเมนต์ก็ยังเสียว ๆ อยู่
“เขาพิมพ์ช้าไปหน่อย” เจียงหยวนยิ้ม แล้วพิมพ์ข้อความในกลุ่มต่อ: 【ศาสตราจารย์จ้าวจัดระเบียบจุดปักหมุดใหม่ได้เลยครับ มีบางจุดที่ไม่จำเป็นต้องขุดแล้วจริง ๆ 】
สถาบันวิจัยเกษตรฯ ซูเหล่ย: 【ถ้าอย่างนั้น มีบางจุดที่ฉันปักหมุดไว้ก็คงต้องแก้ไขด้วยค่ะ】
ม.เทคโนฯ ผังซื่อเฉียง: 【ผมก็เหมือนกันครับ】
เจียงหยวน: 【ถ้าอย่างนั้นรบกวนทุกคนแก้ไขแล้วส่งมาให้ผมทางข้อความส่วนตัวอีกครั้งนะครับ】
#
ในระหว่างที่คุยกันในกลุ่ม การขุดค้นที่ตำแหน่งหมายเลข 1 ก็ใกล้จะสิ้นสุดลง
เซียวซือไปจ้างทีมก่อสร้างมาช่วยขุด ปรกติทีมพวกนี้ไม่อยากยุ่งงาน “ขุดศพ” เท่าไร แต่กองร้อยที่ 4 มีทีมที่คุ้นมือกันอยู่ แรก ๆ เขาก็ไม่กล้ารับงานขุดแบบนี้ จะรับแค่งานทั่วไปกับกองร้อย 4 ก่อน แต่พอ “บังเอิญเจอศพ” บ่อยๆ เข้า ก็หายกลัว แถมคิดค่าตัวเพิ่มอีกหน่อย กลายเป็นสนุกคุ้มค่ากว่าเดิมอีก
“จะขุดลงไปอีกไหมครับ?” คนงานก่อสร้างยืนอยู่ในหลุมลึกระดับตัวคน มองไปทางเซียวซือ
“ไม่ต้องขุดแล้วครับ ไปจุดที่สอง” เซียวซือโบกมือ แล้วบันทึกวิดีโอสั้น ๆ ส่งเข้าไปในกลุ่มแชตทันที
--
#ในห้องทำงาน
เจียงหยวนเปิดวิดีโอในคอมพิวเตอร์ ก็มีเสียงของเซียวซือเล็ดลอดออกมา
เซียวซือ: “นักพฤกษศาสตร์ทุกท่าน หัวหน้าทุกท่านครับ การขุดค้นจุดที่ 1 ของเราสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ไม่สามารถขุดพบศพได้สำเร็จนะครับ ต่อไปเราจะย้ายไปที่... อ่า จุดที่ 2 ก็ยกเลิกแล้วนะครับ... ผมดูจุดที่ 3... จุดที่ 4... โอเค เราจะไปที่จุดที่ 5 กันครับ!”
ในกลุ่มแชตเริ่มกลับมาคึกคักอีกครั้ง
ม.เทคโนฯ ผังซื่อเฉียง: 【ทายกันอีกแล้วเหรอครับ?】
ซูเหล่ย สถาบันวิจัยเกษตรฯ: 【อันนี้ใครปักหมุดไว้คะ? ดูไม่น่าใช่เลย】
วนศาสตร์ฯ หวังหยงเชา: 【ผมเองครับ การวิเคราะห์ของผมคือ บริเวณนี้มีการเติบโตของพืชที่มี รอยต่อ อย่างเห็นได้ชัด หากไม่มีสัตว์ขนาดใหญ่อาศัยอยู่แถวนั้น ผมคิดว่าก็น่าจะมีแค่มนุษย์เท่านั้นที่ทำให้เกิดระดับนี้ได้...】
ชุยฉีซานหาที่นั่งเรียบร้อยแล้ว ดูหวังหยงเชาที่กำลังวิเคราะห์อย่างมีเหตุผลในกลุ่ม อดไม่ได้ที่จะถามด้วยความสงสัยว่า “จุดนี้เป็นอย่างไรบ้างครับ?”
“คลาดเคลื่อนมากครับ แต่คลาดจากอีกมุมหนึ่ง” เจียงหยวนตอบอย่างแผ่วเบา “แต่ถือเป็นตัวอย่างที่ดีมาก ทำให้ทุกคนเข้าใจได้ง่ายครับ”
ขณะที่เจียงหยวนพูด เขาก็เริ่มพิมพ์ลงบนแป้นพิมพ์
ดังนั้น ชุยฉีซานจึงได้เห็นเจียงหยวน “ยึดไมค์คืน” ได้ในกลุ่มอีกครั้ง
ชุยฉีซานส่ายหัวเล็กน้อย พลางคิดในใจว่า ‘พวกนักวิชาการนี่มีความอดทนต่อการโต้แย้งสูงจริงๆ ถ้าเป็นกลุ่มของทีมตัวเอง ป่านนี้คงทะเลาะกันดุเดือดไปแล้ว’
กลุ่มขุดศพเงียบลงอย่างรวดเร็ว
ตรงกันข้าม เสียงพิมพ์แป้นพิมพ์ของเจียงหยวนข้าง ๆ หูกลับดังขึ้นเรื่อย ๆ
ถ้าเป็นชุยฉีซานคนก่อนหน้า อาจจะคิดว่าทุกคนกำลังเงียบ แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่า มีคนจำนวนหนึ่งที่ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อยว่าตัวเองจะถูกโต้แย้ง
บางทีการถูกโต้แย้งอาจทำให้พวกเขามีความสุขด้วยซ้ำ
เจียงหยวนเองก็ค่อนข้างอารมณ์ดี “คนเราบางทีก็ต้องได้ ‘ปล่อยของ’ บ้าง”
【สรุปแล้ว จุดที่ 5 ก็ไม่มีหวังเช่นกัน แต่ในเมื่อขุดมาถึงตรงนี้แล้ว ก็ขุดต่อให้จบไปก่อน จะได้เป็นการยืนยันผล】เจียงหยวนพิมพ์ข้อความสุดท้ายด้วยความรู้สึกเบิกบานใจ ขยับนิ้วมือ แล้วดูนาฬิกา “ดูเหมือนว่าจะถึงเวลาเลิกงานแล้ว”
“อ่า ใช่ครับ เลิกงานแล้ว!” ชุยฉีซานที่ยังคงดูข้อความในกลุ่มอยู่รู้สึกเคว้งคว้างเล็กน้อย “ไม่ได้เลิกงานตามเวลาปกติมานานแล้วครับ ทำงานล่วงเวลาจนจะเกิดอาการสต็อกโฮล์มซินโดรม*อยู่แล้ว”
“ไปกินข้าวที่บ้านผมไหมครับ?” เจียงหยวนชวนทันที “พ่อผมตุ๋น ขาหมู ใหม่วันนี้ นุ่มเปื่อยยุ่ย ไม่ต้องใช้ฟันกัดเลย ใช้แค่ริมฝีปากก็ดูดเนื้อหลุดออกมาได้...”
ช่วงนี้เขาอาศัยอยู่ในเมืองหลวง เจียงฟู่เจิน ก็มาอยู่เป็นเพื่อนด้วย ทุกวันก็ใช้ชีวิตอย่างสนุกสนาน สิ่งเดียวที่ไม่ค่อยชินคือมีคนมากินข้าวด้วยน้อยไปหน่อย ไม่ครึกครื้นเหมือนที่หมู่บ้านเจียง
ชุยฉีซานเลียริมฝีปากแล้วหัวเราะว่า “เกรงใจมากเลยครับ ที่บ้านก็ทำอาหารรออยู่แล้ว”
“ชวนมาหลายคนก็ได้ครับ วันนี้ก็ถือว่าทำคดีผ่าน WeChat ไปก่อน” เจียงหยวนลุกขึ้นเก็บของ ที่จริงเขาไม่จำเป็นต้องเข้างานเลยด้วยซ้ำ แต่วันนี้ถือว่าให้เกียรติแล้ว
ชุยฉีซานเห็นดังนั้นจึงลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดไม่รู้ว่าถูกคำพูดไหนเอาชนะไปได้ ก็พยักหน้าตกลง
เจียงหยวนชวนคนไปตลอดทาง พอถึงบ้านก็มีคนติดตามมาเกือบ 20 คน
เจียงฟู่เจินยิ้มแย้มต้อนรับ แล้วชมลูกชายว่า “ไม่เลวเลยนะ ชวนคนกลับมากินข้าวที่บ้านได้เยอะขนาดนี้ ดีมาก ดีมาก...”
ชุยฉีซานวัยสี่สิบกว่ายังรู้สึกไม่คุ้นเคยกับการไปกินข้าวบ้านคนอื่น เลยพูดว่า“พวกเราน่าจะซื้ออะไรมาบ้างนะครับ...”
“ไม่ต้องเลย มาทานข้าวด้วยกันนี่แหละคือของขวัญที่ดีที่สุด!” เจียงฟู่เจินโบกมืออย่างชำนาญ แล้วถามว่า “มีเมียหรือยัง?”
“อ่า... มีครับ”
เจียงฟู่เจินพยักหน้า แล้วพูดว่า“ถ้าอย่างนั้นก็ดีเลย วันนี้ฉันตุ๋นหอยนางรมหม้อแรงดันไว้ ใครมีเมียก็มากินกันซะ”
ชุยฉีซาน “อ้อ” แล้วพูดว่า“ถ้าอย่างนั้นคงไม่จำเป็นสำหรับผมหรอกครับ”
“ถึงร่างกายจะแข็งแรงดี การบำรุงไว้ก็ไม่เสียหายหรอก!”
“ไม่... ผมหมายถึงผม ไม่ต้องใช้ภรรยาในการกินหอยครับ” สีหน้าของชุยฉีซานดูไม่แน่ชัดว่าพูดจริง พูดเล่น หรือจริงครึ่งเล่นครึ่ง
เจียงฟู่เจินคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วหัวเราะเสียงดัง “คนปักกิ่งอย่างพวกคุณนี่ตลกจริง ๆ ไม่เป็นไรหรอกครับ ตราบใดที่พวกคุณสามารถหาวิธีที่จะทำให้ตัวเองมีความสุขได้ก็พอแล้ว”
พูดเสร็จ เจียงฟู่เจินก็กลับเข้าครัวไปถอดวาล์วระบายแรงดันของหม้ออัดแรงดันออก
เสียงไอน้ำ ฟู่ฟ่า ๆ พุ่งตรงไปยังเครื่องดูดควัน
เจียงหยวนต้อนรับทุกคนจัดที่ให้นั่งลง แล้วตัวเองก็เลือกนั่งบนโซฟาเดี่ยว หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดู
“ขุดเจอศพหรือยัง?” ชุยฉีซานนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างอยากรู้อยากเห็น
“ยังครับ” เจียงหยวนส่ายหัว “โอกาสไม่สูง”
“ขุดไปถึงไหนแล้ว?”
“จุดที่ 45 ครับ”
“ขุดไปได้ครึ่งทางแล้วสิ?”
“อันที่จริงเพิ่งขุดไป 6 ตำแหน่งเองครับ” เจียงหยวนยิ้มแล้วพูดว่า “หลายคนกลับไปแก้ไขใหม่”
ชุยฉีซานที่เคยได้ยินมากับหู ก็หัวเราะ “ก็จริงครับ หลายคนความคิดก็เปลี่ยนไปแล้ว”
“อืม แต่ก็ต้องขุดลองดูบ้าง ไม่อย่างนั้นก็ไม่มีอะไรมาพิสูจน์ได้ อย่างเช่นจุดนี้... อืม...” เจียงหยวนพูดๆไปแล้วก็หยุดลง
ไม่เพียงแต่ชุยฉีซานเท่านั้น แต่หลายคนที่อยู่ที่นั่นก็คุ้นเคยกับสไตล์ของเจียงหยวนแล้ว
มู่จื้อหยาง ลุกขึ้นยืนทันที “เจอศพแล้วเหรอครับ?”
“นี่ไม่น่าใช่ศพ แต่ที่แน่ ๆ คือ ขุดเจอของบางอย่าง” เจียงหยวนหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วดูตำแหน่งอีกครั้ง ซึ่งเป็นจุดเดียวที่จ้าวเถียนไม่ได้แก้ไขและยังคงรักษาไว้
โทรศัพท์ของเจียงหยวนสั่น ตืดๆๆ
จากนั้นโทรศัพท์ของชุยฉีซานก็ดังขึ้นด้วย
ทั้งสองมองหน้ากัน รอยยิ้มที่เพิ่งผุดขึ้นมาก็หยุดชะงักลง
“ฮัลโหล”
“ฮัลโหล ๆ”
โทรศัพท์ของทั้งสองมีการตอบสนอง
จากนั้น เสียงของเซียวซือก็ดังออกมาพร้อมกันจากหูฟังของโทรศัพท์ทั้งสองเครื่องว่า “ฮัลโหล ๆ ๆ... ได้ยินไหมครับ?”
“ได้ยินแล้ว ไม่ต้องโทรมาสองสาย” ชุยฉีซานกล่าวอย่างโมโหพลางกดวางสายของตัวเอง “ไม่รู้ว่าไอ้หมอนี่สมองมันทำมาจากอะไรกันแน่”
เสียงหัวเราะ ฮ่า ๆ ของเซียวซือดังออกมาจากโทรศัพท์ของเจียงหยวนว่า “ยังมีอีกอย่างหนึ่งที่คุณไม่รู้ครับ ลองทายดูสิว่าเราเจออะไรในหลุมที่เพิ่งขุดไป”
“อะไร?” ชุยฉีซานยังคงถูกดึงดูดความสนใจ
“กระเป๋าหนังสองใบ ข้างในบรรจุโถกระเบื้องสองใบ และพระพุทธรูปทองสัมฤทธิ์สององค์ ห่อด้วยโฟมกันกระแทกแบบเดียวกับที่ใช้ส่งของ” เซียวซือกล่าวจบก็หัวเราะ “ถ้าพวกคุณจะมาที่นี่ ช่วยเอาขาหมูมาให้ผมด้วยนะครับ เอาแบบใหญ่ ๆ เลย ยิ่งมีข้าวสวยด้วยยิ่งดี”
----------
(จบบทที่ 772)
หมายเหตุ:
*สต็อกโฮล์มซินโดรม (Stockholm Syndrome) เป็นอาการของคนที่ตกเป็นเชลยหรือตัวประกันเกิดมีความรู้สึกเห็นอกเห็นใจคนที่เป็นคนร้ายหลังจากต้องใช้เวลาอยู่ด้วยกันระยะหนึ่ง และอาจจะลงเอยด้วยการแสดงอาการปกป้องคนร้ายหรือยอมเป็นพวกเดียวกันด้วยซ้ำ