เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 056

Divine King Of All Directions - 056

Divine King Of All Directions - 056


Divine King Of All Directions - 056

 

ตอนที่หลินเทียนได้สติกลับมานั้นเป็นช่วงเช้าของวันใหม่

หลังจากที่เขายืนขึ้นแล้วก็กวาดตามองรอบๆและพบว่าตัวเองยังคงอยู่ในป่าทมิฬเช่นเคย

"เกิดอะไรขึ้น ? "

เขาได้แสดงสีหน้าที่ผงะออกมา

ก่อนหน้านี้เขาหมดสติไปในถ้ำแต่ตอนนี้ดันตื่นอยู่หน้าทางเข้าป่าทมิฬ ?

"อ่อใช่แล้วจี่.........จี่เอ๋อ ? "

เขาได้กวาดตามองไปรอบๆอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่มองไปแล้วท่าทางของเขาก็หม่นหมองลงทันทีเพราะเขาไม่พบอะไรเลยแม้แต่น้อย

"จี่น้อย ! "

หลินเทียนได้ตะโกนออกมาอย่าดัง

เขาเดินไปรอบๆและค้นหาอยู่กว่าหนึ่งชั่วโมงแต่น่าเสียดายที่ยังคงไม่พบร่องรอยของนางแม้แต่น้อย

"เกิดอะไรขึ้นกันแน่ ? "

เขาพูดออกมาด้วยท่าทางตกต่ำ

หลังจากนั้นเขาก็ได้ระลึกถึงความทรงจำทั้งหมด

สำรวจร่างกายแล้วก็พบว่ายังอยู่ดีทุกส่วนดังดังนั้นคิ้วของเขาถึงต้องขมวดเข้าหากัน หลังจากนั้นเขายังคงทำการค้นหาต่ออีกกว่าสองชั่วโมงแถมยังเข้าไปภายในตัวป่าทมิฬด้วยแต่ก็ไม่มีวี่แววอะไรอยู่ดีดังนั้นเขาถึงได้ยอมแพ้ไป

"อื้ม "

เขาหันหน้าเข้าไปยังป่าทมิฬก่อนที่จะสวมเสื้อคลุมสีดำแล้วหันหลังเดินจากไป

ป่าทมิฬนั้นตั้งอยู่ไกลจากเมืองมากๆดังนั้นหลังจากที่เขากลับมาถึงเมืองก็เป็นช่วงบ่ายแล้ว

เขาได้กลับเข้าไปยังสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมก่อนที่จะส่งมอบดอกไม้ผีด้วยความระมัดระวังซึ่งสิ่งเหล่านี้ล้วนทำให้พนักงานถึงกับแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมา ผ่านไปเพียงสองวันเท่านั้นแต่หลินเทียนกลับนำดอกไม้ผีกลับมาจากป่าทมิฬได้แล้วนี่มันน่าตกตะลึงอย่างมาก ต้องรู้ก่อนนะว่าก่อนหน้านี้คนที่ส่งมอบเร็วสุดก็ต้องใช้เวลาเก็บเกี่ยวถึงเจ็ดวัน

"เจ้าไม่ได้รับบาดเจ็บ ? "

นางได้ถามออกมา

มันเป็นเพราะก่อนหน้านี้หลินเทียนได้บอกเอาไว้ดังนั้นตอนนี้นางถึงได้พูดออกมาอย่างเป็นกันเอง

"ไม่เป็นอะไรหรอกแต่เหนื่อยหน่อย "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

"ก็ดีแล้ว ดีจริงๆ ! "

นางได้พูดออกมาเพราะว่าก่อนหน้านี้มีคนต้องเสียชีวิตไปกับภารกิจนี้มากมาย

ตอนนี้ดอกไม้ผีนั้นขาดช่วงใบไปหนึ่งใบแต่ก็ไม่ได้ส่งผลเสียอะไรเพราะสิ่งที่สำคัญที่สุดคือส่วนกลีบดอกไม้ เมื่อนางได้รับไปอย่างระมัดระวังแล้วก็ได้ใส่แต้มความสำเร็จให้กับหลินเทียนไปพลางพูดออกมาว่า

"แต้มทั้งหมด 800 แต้มแล้วจะแลกเป็นหยาดจันทราเลยหรือเปล่า ? "

"อื้ม ช่วยหน่อยแล้วกัน "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบไป

"ได้ โปรดขอสักครู่ "

นางได้เดินกลับเข้าไปด้านหลังก่อนที่จะหยิบเอาขวดหยกใบเล็กออกมาซึ่งภายในบรรจุของเหลวสีเงินเอาไว้

"ขอบคุณ "

หลินเทียนได้รับมันมากอย่างระมัดระวังก่อนที่จะเก็บกลับเข้าไปใต้เสื้อ

เก้อเจิ้งยังคงไม่กลับมาดังนั้นหลังจากที่หลินเทียนได้บอกลาแล้วก็จากไปทันที

ไม่นานเขาก็ได้กลับขึ้นไปยังยอดสุดของที่พักภายในสำนัก

หลังจากที่ตื่นอยู่หน้าป่าทมิฬแล้วเขาก็พบว่าร่างกายของตัวเองกลับมาแข็งแรงสมบูรณ์ดีแล้วแถมยังพัฒนาขึ้นเล็กน้อยด้วยดังนั้นถึงไม่คิดจะพักผ่อนต่อ

"ข่ายอาคมลมกระโชก "

เขาได้หลับตาลงก่อนที่จะเริ่มทำความเข้าใจ

มันเป็นข่ายอาคมระดับที่ 3 ซึ่งมีความซับซ้อนกว่าข่ายอาคมรวมพลังวิญญาณและข่ายอาคมผสานมาก หลินเทียนได้ใช้เวลาอยู่กว่าสองวันสองคืนจนในที่สุดก็สามารถทำความเข้าใจข่ายอาคมนี้ได้ทั้งหมดส่วนเรื่องของม้วนคัมภีร์นั้นเขาก็ได้เตรียมมาก่อนหน้านี้แล้ว ตอนนี้เขาขาดอยู่เพียงแค่น้ำหมึกที่ต้องผสมเท่านั้น

หลังจากที่ผ่านไปไม่กี่วันแล้วข่ายอาคมลมกระโชกม้วนแรกก็เสร็จสมบูรณ์

"เห้ออ ! "

หลินเทียนได้ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วงก่อนที่จะปาดเหงื่อที่หน้าผาก

ข่ายอาคมลมกระโชกนี้มีการวาดลวดลายอยู่ทั้งหมด 8 ขั้นตอนซึ่งความยากของมันก็ไม่ธรรมดาเลย เขาได้ใช้เวลาอยู่สามวันก่อนที่จะเริ่มทำการลงลวดลายข่ายอาคมนี้

"มาอีก "

หลังจากชิ้นแรกได้รับความสำเร็จแล้วเขาก็เริ่มทำการสร้างข่ายอาคมม้วนที่สองทันที

หากเทียบกับม้วนแรกแล้วครั้งที่สองนี้ง่ายกว่าเดิมมากเพราะถึงอย่างไรก็ตามเขาก็ได้รับประสบการณ์วาดจริงมาแล้ว

หลังจากนั้นหนึ่งวันเขาก็ได้ใช้หยาดจันทราไปจนหมดพร้อมทั้งสร้างข่ายอาคมลมกระโชกมาถึงแปดม้วน

"ดีมาก ! "

ดวงตาของเขาได้เปล่งประกายออกมาทันที

ความมืดเพิ่งจะผ่านพ้นไปก่อนที่หลินเทียนจะกลับลงมาเพื่อรับแสงอาทิตย์ในยามเช้า

"ตระกูลเสี่ยว ! "

เขาได้มองออกไปยังสำนักพร้อมทั้งสีหน้าที่แสยะ

ข่ายอาคมของเขาเสร็จสมบูรณ์แล้วและหลังจากที่ผ่านกลางคืนวันนี้ไปเขาก็จะนำบางสิ่งกลับมา

ตอนนี้เองที่ตราสัญลักษณ์ตรงหน้าอกของเขาได้เปล่งแสงออกมาก่อนที่จะได้ยินเสียงที่ถ่ายทอดเข้าสมองของเขาโดยตรงว่า

"ศิษย์สำนักจิ่วหยางทั้งหมดที่เพิ่งเข้ามาเป็นศิษย์ให้ไปรวมก นที่ลานฝึกภายในหนึ่งชั่วโมง"

หลินเทียนได้ชะงักไป ตรานี่มีความสามารถแบบนี้ด้วย ?

"ลานฝึก"

หลังจากที่หยุดเท้าแล้วเขาก็ได้หันหลังกลับเข้าที่พักไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วเดินไปทางลานฝึกโดยทันที

ตราสัญลักษณ์นี้เป็นสิ่งบ่งบอกว่าเป็นศิษย์ของสำนักจิ่วหยางนี้ ในเมื่อเสียงมันมาจากตรานี่ก็แสดงว่าเขาไม่สามารถขัดคำสั่งนี้ได้

หลังจากนั้นไม่นานเขาก็ได้ไปถึงที่ลานฝึก

ลานแห่งนี้มีขนาดใหญ่มากๆและตอนนี้มีเพียงชายวัยกลางคนกำลังกอดอกอยู่ข้างๆลานซึ่งหลังจากที่เห็นหลินเทียนเดินมาทางนี้แล้วเขาก็ได้ถามออกมาว่า

"เจ้าเป็นศิษย์ใหม่ ? "

"ใช่ "

หลินเทียนได้พยักหน้าตอบ

"ดี "

ชายคนนั้นได้แสดงสีหน้าที่พึงพอใจออกมาเพราะเขาเพิ่งจะถ่ายทอดคำสั่งออกไปได้ไม่นานแต่หลินเทียนกลับมาที่นี่ภายในสิบห้านาทีก็หมายความว่าหลินเทียนตื่นเช้าและขยันมากๆ สำหรับเขาแล้วคนขยันนั้นจะเป็นที่ชื่นชอบเป็นธรรมดาถึงได้พูดออกมาด้วยรอยยิ้มว่า

"เจ้าชื่ออะไร ? "

"หลินเทียน"

เขาได้ตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่เคารพ

ชายวัยกลางคนได้ผงะไปก่อนที่จะพูดต่อว่า

"เจ้าคือหลินเทียนพรสวรรค์ระดับเก้าดารา ? ศิษย์ใหม่ที่แข็งแกร่งที่สุด ? "

เมื่อหนึ่งเดือนก่อนหน้านี้เขาก็อยู่ในการทดสอบด้วยและได้รับรู้มาว่าทางสำนักได้รับผู้มีพรสวรรค์ระดับสัตว์ประหลาดมาหลังจากที่จบการทดสอบแล้ว

หลินเทียนได้พูดออกมาอย่างถ่อมตนว่า

"ผู้อาวุโสก็ชมเกินไป "

เกี่ยวกับมารยาทแบบนี้ของหลินเทียนนั้นยิ่งทำให้เขารู้สึกพึงพอใจยิ่งกว่าเดิม

ผู้มีพรสวรรค์นั้นจะมีแต่คนชอบแต่ผู้มีพรสวรรค์ที่ถ่อมตนนั้นจะทำให้คนอื่นรู้สึกใกล้ชิดมากกว่า

"ไม่ต้องถ่อมตัวไปหรอก ข้าว่าเจ้าเหมาะกับชื่อผู้มีพรสวรรค์แล้วแหละ ! "

ชายวัยกลางคนได้พูดออกมาตรงๆว่า

"ข้าชื่อว่าหลัวเสี้ยวเป็นผู้รับผิดชอบฝึกร่างกายของพวกเจ้าชั่วคราว หากว่าหลังจากนี้มีปัญหาอะไรก็มาหาข้าได้ทุกเมื่อ "

"ขอบคุณผู้อาวุโส "

หลินเทียนได้แสดงความขอบคุณกลับไป

ไม่นานก็ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมงก่อนที่จะมีศิษย์ใหม่มากมายทยอยกันมากว่าร้อยคนซึ่งในหมู่พวกเขาหลายคนมาในสภาพเสื้อผ้ายับเยินเพราะช่วงที่ตราสัญลักษณ์ได้ส่งเสียงออกมานั้นพวกเขายังคงนอนหลับกันอยู่ เมื่อมองไปทางคนเหล่านี้แล้วหลัวเสี้ยวก็ได้แต่ส่ายศีรษะซ้ำๆ

"จัดแถวในห้าลมหายใจ ! "

หลัวเสี้ยวได้คำรามออกมาอย่างดัง

กลิ่นอายที่เขาปลดปล่อยออกมานั้นทำให้ศิษย์หลายคนถึงกับผงะไปพร้อมทั้งเคลื่อนไหวเร็วขึ้นกว่าเก่า

หลินเทียนเองก็มีท่าทางเปลี่ยนไปเช่นกัน

"ผู้เชี่ยวชาญเขตแดนชีพจรเทวะ ! "

แม้ว่ากลิ่นอายที่ปลดปล่อยออกมาจะยังห่างชั้นกับมู่ชิงและฉีดงอยู่แต่ก็ยังอยู่ในเขตแดนชีพจรเทวะระดับ 3

หลัวเสี้ยวได้กวาดตามองคนเหล่านี้ก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"ที่นี่เป็นสถานที่ฝึกและบ่มเพาะพลังแต่ด้านหลังนี้ยังมีสถานที่ฝึกพิเศษอยู่ ! มันแบ่งออกเป็นการฝึกทางกายภาพและการฝึกพลังฉี วันนี้ที่ข้าเรียกพวกเจ้ามาก็เพราะว่าจะให้พวกเจ้าเข้าไปหล่อหลอมร่างกาย ! "

"ตามข้ามา ! "

หลังจากที่พูดจบแล้วหลัวเสี้ยวก็ได้หันหลังเดินไปอีกทางของลานฝึกโดยทันที

ลานฝึกของสำนักแห่งนี้กว่างใหญ่มากๆแถมตรงอีกฝั่งก็มีประตูหินที่ต่างกันสองประตูตั้งอยู่และด้านบนสลักเอาไว้ว่ากายภาพ อีกบานสลักเอาไว้ว่าพลังฉีซึ่งความหมายของมันก็ธรรมดามากๆ ฝั่งหนึ่งมีไว้เพื่อขัดเกลาร่างกาย อีกฝั่งไว้ขัดเกลาพลังฉี

หลังจากที่มาถึงแล้วหลัวเสี้ยวก็ได้พยักหน้าให้กับผู้ดูแลก่อนที่จะเปิดประตูหินนี้ออก

"เข้าไป ! "

หลัวเสี้ยวได้พูดออกมาก่อนที่จะเดินเข้าไปคนแรก

ศิษย์ทั้งหลายได้เดินตามเข้าไปอย่างพร้อมเพรียงก่อนที่จะมีหลายคนแสดงสีหน้าที่ประหลาดใจออกมาเพราะความรู้สึกเมื่ออยู่ภายในนี้มันแตกต่างจากข้างนอกมาก มันให้ความรู้สึกกดดัน!

หลัวเสี้ยวได้มองไปยังผู้คนเหล่านี้ก่อนที่จะคำรามออกมาว่า

"ภายในสถานที่แห่งนี้มีข่ายอาคมที่ชื่อว่าคลื่นยักษ์ถูกวางเอาไว้ซึ่งแน่นอนว่าผลของมันคือการเพิ่มแรงโน้มถ่วงที่ทำให้การเคลื่อนไหวยากกว่าเดิม "

"ภายในสถานที่แห่งนี้ถูกแบ่งออกเป็น 9 ระดับและยิ่งก้าวลึกเข้าไปก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้น ระดับที่ 2 มีแรงโน้มถ่วงเป็น 2 เท่า ระดับที่ 3 ก็ 3 เท่า จนถึงช่วงสิบเท่า "

สำนักแห่งนี้ก่อตั้งมานานแล้วซึ่งข่ายอาคมอื่นๆเหมือนข่ายอาคมลวงตาที่ใช้ในการทดสอบเข้าเป็นศิษย์ก็อาศัยปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมที่แข็งแกร่งวางเอาไว้ด้วยกันทั้งหมด

หลัวเสี้ยวได้มองไปที่พวกเขาก่อนที่จะพูดออกมาว่า

"อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ยิ่งแรงโน้มถ่วงเยอะก็ยิ่งหล่อหลอมร่างกายได้ดีขึ้น คิดสิว่าหากเจ้าสามารถเคลื่อนไหวอย่างอิสระได้ภายในระดับที่ 2 แล้วถ้าออกไปที่โลกภายนอกจะรู้สึกอย่างไร ? มันเป็นการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดยังไงล่ะ ! "

"วิ้ส ! "

หลังจากที่คำพูดของหลัวเสี้ยวเพิ่งจะจบก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นโดยทันที

"นี่เป็นหนึ่งในทรัพยากรบ่มเพาะของสำนัก ? ดีมาก !"

"หากว่าอยู่ในนี้สักปีนึงจะแข็งแกร่งขนาดไหน ? "

"รู้สึกมีไฟขึ้นมา ล้วสิ !"

ศิษย์หลายคนได้แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นออกมา

ไม่เพียงแค่คนเหล่านี้เท่านั้นแต่มันยังรวมถึงหลินเทียนก็ด้วย เขาได้แต่คิดอยู่ในใจว่าสมแล้วที่เป็นสำนักจิ่วหยางเพราะว่าสิ่งเหล่านี้คงไปหาที่อื่นไม่ได้อีกแล้ว !

หลังจากที่เห็นเหล่าศิษย์แสดงสีหน้าที่ตื่นเต้นอย่างมีความสุขออกมาแล้วหลัวเสี้ยวก็ได้แสยะออกมาว่า

"อย่าเพิ่งรีบดีใจเถอะเพราะแม้ว่าประโยชน์ของมันจะดีจริงแต่ขั้นตอนของมันยากลำบากมากๆและถือได้ว่าเจ็บปวดเกินกว่าที่คนธรรมดาจะแบกรับได้เลยล่ะ ! ข้าเองยังเข้าไปได้เพียงแค่แรงโน้มถ่วงขั้นที่ 5 เท่านั้น "

หลังจากที่หยุดไปสักพักหลัวเสี้ยวก็ได้พูดต่อว่า

"ยิ่งไปกว่านั้นคือครั้งนี้ข้านำพวกเจ้ามาหาประสบการณ์เท่านั้นเพราะหลังจากนี้โอกาสที่จะได้เข้ามาในที่แห่งนี้จะเป็นเรื่องยากมากๆ ส่วนเรื่องที่ว่ายากแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับระดับของการสอบรอบที่ผ่านมา ยิ่งเจ้าอยู่ในระดับสูงก็จะได้สิทธิฝึกในนี้ได้นานขึ้นและน้อยลงมาตามระดับ"

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 056

คัดลอกลิงก์แล้ว