เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Divine King Of All Directions - 055

Divine King Of All Directions - 055

Divine King Of All Directions - 055


Divine King Of All Directions - 055

 

หลังจากที่ก่นด่าออกมาแล้วเขาก็ไม่ลังเลเลยที่จะเร่งฝีเท้าออกไปแล้วพุ่งออกไปไกลโดยอาศัยทักษะก้าวย่างแห่งสวรรค์ของเขา

เขาไม่คิดเลยว่าแมงป่องสันเขานี่จะไล่ตามเขามาจากกำแพงอีกฟาก

มันได้ส่งเสียงคำรามออกมาก่อนที่จะกระโจนลงมาจากกำแพงสูง

"โครม ! "

แมงป่องตัวนี้ได้กระแทกกับพื้นและส่งผลให้แผ่นดินถึงกับเกิดการสั่นไหวเหมือนว่ากำลังเกิดแผ่นดินไหว

พริบตานี้เองที่ท่าทางของหลินเทียนได้เปลี่ยนไปอีกครั้งก่อนที่จะพบว่าไม่ใช่แค่แมงป่องนี้จะมีร่างกายที่ใหญ่โตแต่ความเร็วในการเคลื่อนไหวของมันยังไม่ธรรมดาอีกด้วย แม้ว่าเขาจะสำแดงทักษะออกมาอย่างถึงขีดสุดแล้วแต่ก็ยังพบว่าระยะห่างระหว่างเขาและมันกำลังใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

"กระบี่วายุสะท้าน ! "

เขาได้กัดฟันแน่นก่อนที่จะเหวี่ยงคลื่นกระบี่กลับไปทางด้านหลัง

เสียงดังสนั่นได้ถูกส่งออกมาก่อนที่คลื่นกระบี่มากมายจะเข้าปะทะกับร่างของแมงป่องสันเขาโดยที่หลินเทียนยังคงทิ้งระยะออกไป

คลื่นกระบี่นี้ได้เปิดโอกาสให้เขาได้ทิ้งระยะห่างระหว่างมัน

"ต้องรีบหาที่ซ่อน "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

เขาได้พุ่งออกไปด้านหน้าอย่างรวดเร็วก่อนที่จะชะงักไป

ทันใดนั้นเองที่กรงเล็บสีดำทมิฬได้กวาดออกมาทางเขา ที่แท้เจ้าของกรงเล็บนี้ก็คือสัตว์ร้ายระดับ 3 หมูลิ้นดำ

"ไปให้พ้นซะ ! "

หลินเทียนได้ยกกระบี่ในมือก่อนที่จะฟาดฟันออกไปตรงหน้า

เสียงร้องโหยหวยได้ถูกส่งออกมาก่อนที่กรงเล็บของหมูลิ้นดำจะถูกตัดโดยคลื่นกระบี่ของหลินเทียน

ตุ๊บ ! เกิดเสียงดังสนั่นขึ้นอีกครั้งก่อนที่แมงป่องสันเขาจะพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วจนฝุ่นตลบ

หลินเทียนได้กวาดตามองกลับไปก่อนที่จะกระโดดถีบหมูลิ้นดำตัวนี้เข้าใส่ร่างของแมงป่องสันเขา

"โฮ๊กก ! "

แมงป่องได้ส่งเสียงคำรามอย่างดังออกมาก่อนที่จะใช้ขาคู่หน้าอันแหลมคมแทงทะลุร่างของหมูลิ้นดำไปโดยทันที

ณ ตอนนี้หลินเทียนก็ได้ทิ้งระยะห่างออกไปไกลแล้ว

อากาศในตอนนี้อึมครึมและส่งผลให้ผืนป่าแห่งนี้มืดลง

"พี่ชาย ข้าลืมตาได้หรือยัง ? "

เสียงอันเบาบางของเด็กสาวได้ถูกส่งออกมา

"จี่เอ๋ออย่ารีบ รออีกสักพักนะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

ตอนนี้พวกเขายังไม่รอดพ้นจากอันตรายเพราะเขายังสามารถสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายของแมงป่องสันเขาว่ามันกำลังตามหลังเขามา

หลังจากที่กวาดตามองไปรอบๆแล้วเขาก็พบกับภูเขาใหญ่

"บางทีที่นั่นน่าจะมีที่หลบภัยนะ "

หลินเทียนได้พูดกับตัวเอง

ความเร็วของเขาเพิ่มสูงขึ้นเหมือนดั่งแสงสีเงินกำลังพุ่งผ่านป่าใหญ่ไปอย่างรวดเร็ว

"!"

"!"

"!"

เสียงแปลกๆได้ดังอยู่ทุกทิศทางและส่งผลให้เขารู้สึกระมัดระวังอยู่ภายในใจ

เขาได้วิ่งออกไปไกลขณะที่ยังคงกวาดสายตาไปรอบๆอย่างระมัดระวังเช่นเคย

หลังจากที่ผ่านไปได้ประมาณสิบลมหายใจแล้วเขาก็เผชิญเข้ากับลมแรงซึ่งห่างออกไปไม่ไกลนั้นมีตะขาบตัวใหญ่กำลังยกตัวขึ้นซึ่งทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะรู้สึกสั่นสะท้านไป

"สัตว์ร้ายระดับ 4 ตะขาบฉีเหมา ! "

หัวใจของเขาตกไปอยู่ที่ตาตุ่มโดยทันที

หนีเสือปะจระเข้ , นี่คือความรู้สึกที่เขากำลังเผชิญ

ตะขาบฉีเหมาได้ส่งเสียงแปลกประหลาดออกมาก่อนที่จะเลื้อยเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

"ฝ่ามือเงาเพลิง ! "

หลินเทียนได้ส่งฝ่ามือเงาเพลิงทั้ง 18 ออกไป

จริงๆแล้วเขาไม่ได้ขาดหวังอยู่แล้วว่าการโจมตีพวกนี้จะสร้างความเสียหายให้กับมันได้แต่มันเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้หนีเท่านั้น

ฝ่ามือเหล่านี้ได้บดบังวิสัยทัศน์ของตะขาบฉีเหมาก่อนที่หลินเทียนจะพุ่งหนีไปไกล

"วิ้ส ! "

"วิ้ส !"

"วิ้ส ! "

ความเร็วของเขาสูงมากๆขณะที่พุ่งผ่านป่าออกไปอย่างรวดเร็วไม่ต่างจากเงาพรายท่ามกลางความมืด

หลินเทียนได้ใช้เวลาไปกว่าหนึ่งชั่วโมงแต่ตอนนี้จำนวนของสัตว์ร้ายที่วิ่งไล่ตามหลังเขากลับเพิ่มมามากขึ้นเรื่อยๆแถมสัตว์ร้ายระดับ 4 ยังมีเป็นสิบๆตัว

"ไอ้ดอกไม้ผีบ้านี้มันอะไรกัน !! "

หลินเทียนได้แต่แสดงสีหน้าที่หม่นหมองออกมาพร้อมกับพูดว่า

"เอาเถอะ หากหมดหนทางจริงๆก็ค่อยซัดมันทิ้งไปแล้วกัน "

ดอกไม้นี้มันสำคัญก็จริงแต่ชีวิตของเขาสำคัญกว่า

เวลาได้ผ่านไปไม่นานก่อนที่หลินเทียนจะรู้สึกได้ว่าร่างกายกำลังหมดแรงลง

"พี่ชาย....."

เด็กสาวสามารถได้ยินเสียงหอบเขาอย่างชัดเจนดังนั้นถึงได้เรียกออกมาด้วยน้ำเสียงกระซิบ

"ไม่เป็นอะไรหรอก ไม่นานจะได้ลืมตาแล้วนะ "

หลินเทียนได้ปลอบประโลมออกมา

แม้ว่าจะเป็นเช่นนั้นแต่ใจใจของเขานั้นกลับหนักอึ้ง เสียงของฝูงสัตว์ยังคงใกล้เข้ามาจากทั้งสองฝั่งเหมือนดั่งพายุทรายกำลังพัดเข้ามา

ตอนนี้เป็นช่วงค่ำแล้วและไม่รู้เลยว่าดวงจันทร์ได้ขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่

"แสงจันทร์นี้กับสถานการณ์มันไม่ค่อยเหมาะเท่าไหร่นะ "

หลินเทียนได้แต่รู้สึกอยู่ภายในใจ

ความเร็วของเขาสูงมากๆพร้อมพบว่าสัตว์ร้ายยังคงไล่ล่าตามหลังมาก หากไม่ได้เป็นเพราะพวกมันตีกันเองแล้วก็คงจะไล่ตามเขาทันไปนานแล้ว

หลังจากที่หนีไปได้ไม่ไกลเขาก็ได้แต่กัดฟันแน่นก่อนที่จะหยิบเอาดอกไม้ออกมาจากถุงย่ามอย่างระมัดระวัง

"ลองโยนไว้สักใบดีไหม "

เขาได้คิดอยู่ภายในใจ

หลังจากที่วิ่งออกไปได้สองชั่วโมงแล้วเขาก็ยังคงสำแดงทักษะกระบี่วายุสะท้านออกมาเพื่อเพิ่มระยะห่างของตัวเองกับสัตว์ร้ายแต่สิ่งเหล่านี้ล้วนเผาผลาญพลังฉีของเขา ตอนนี้เขารู้สึกเพียงแค่ว่าพลังของตัวเองได้ถูกใช้ไปจนหมดเกลี้ยงแล้วดังนั้นถึงได้เปิดถุงย่ามเพื่อโยนใบดอกไม้ผีเอาไว้

ใบดอกไม้ผีสีดำพัดผ่านตามสายลมไปก่อนที่จะส่งผลให้ท่าทางของสัตว์ร้ายทั้งหมดเปลี่ยนไปอย่างมาก

"โฮ๊ก ! "

"โร๊ว ! "

สัตว์ร้ายระดับสี่นับสิบตัวได้หันมาสู้กันเองเพื่อแย่งชิงใบดอกไม้โดยทันที

การปะทะกันนี้ทำให้นัยน์ตาของเขาถึงกับเบิกกว้าง นี่มันดอกบ้าอะไรทำไมถึงได้ทำให้สัตว์พวกนี้คลั่งขนาดนี้

เขาได้ส่ายศีรษะไม่หยุดก่อนที่จะเร่งฝีเท้าขึ้น

เป็นเพราะเขาทิ้งใบดอกไม้เอาไว้ดังนั้นสัตว์ร้ายระดับ 4 ต่างต่อสู้เพื่อแย่งชิงมัน หลินเทียนได้เก็บถุงย่ามกลับไปก่อนที่จะพุ่งไปทางภูเขาอย่างรวดเร็ว

หลังจากที่ผ่านไปได้ครึ่งชั่วโมงแล้วเขาก็ไปถึงที่ภูเขา

ภูเขานี้ใหญ่มากๆแถมห่างออกไปไม่ไกลยังมีถ้ำอยู่ด้วยซึ่งทางเข้าถ้ำก็ไม่ได้ใหญ่อะไรนักดังนั้นสัตว์ร้ายธรรมดาๆไม่มีทางหาพบแน่นอน หลินเทียนได้คลานเข้าไปอย่างยากลำบากก่อนที่จะหมดแรงแล้วนั่งลง

"จี่เอ๋อ ลืมตาได้แล้วนะ "

เขาพูดออกมาก่อนที่จะแก้มัดผ้าที่หน้าอกตัวเองพลางอุ้มเด็กสาวลง

เด็กสาวตัวน้อยได้ลืมตากลับขึ้นมาก่อนที่จะพบว่าตอนนี้ใบหน้าของหลินเทียนซีดเผือดอย่างมากดังนั้นถึงได้ร้องไห้ออกมาพลางก้มตัวลงจับหลินเทียนเอาไว้แล้วถามอย่างกระวนกระวายว่า

"พี่ชาย พี่เป็นไงบ้าง ? "

"ไม่เป็นอะไรหรอก พี่แค่เหนื่อยไปหน่อย "

หลินเทียนได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

เขาได้ยิ้มออกมาอย่างธรรมชาติก่อนที่จะหันหน้ามองออกไปยังภายนอกถ้ำด้วยสายตาที่เริ่มมัวหมองลง ความรู้สึกนี้เป็นแบบเดียวกันกับตอนที่อยู่ภายในสมาคมปรมาจารย์ด้านข่ายอาคมแล้วเขาใช้พลังไปจนหมดซึ่งเขาในตอนนี้ก็ไม่ได้แปลกใจเท่าไหร่นักเพราะการถูกไล่ล่าโดยสัตว์ร้ายระดับ 4 แล้วยังรอดมาได้ก็ถือเป็นปาฏิหาริย์แล้วดังนั้นการที่พลังจะถูกใช้ไปจนหมดก็เป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว

"จี่เอ๋ออย่าไปไหนนะ อยู่ที่นี่นะ "

หลินเทียนได้พูดออกมา

หนังตาของเขาเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆก่อนที่จะอดทนไม่ไหวแล้วสลบไป

"พี่ชาย ? พี่ชาย ! พี่ชาย ! "

เด็กสาวพยายามสะกิดร่างของเขา

เมื่อเห็นว่าไม่มีการตอบสนองท่าทางของนางจึงเปลี่ยนเป็นกระวนกระวายอย่างรวดเร็วก่อนที่จะร้องไห้ออกมา นางได้ตะเกียกตะกายเพื่อแนบหูเข้ากับหน้าอกของเขาก่อนที่จะพบว่าหัวใจของเขายังเต้นดีอยู่ถึงโล่งใจในที่สุด

แม้ว่าเด็ก 11 ปีจะไม่รู้อะไรมากแต่เรื่องง่ายๆก็ยังพอทำได้

ทางได้ปาดคราบน้ำตาก่อนที่จะนอนลงแนบร่างของหลินเทียนอย่างฉลาดและสงบนิ่ง

เมื่อมองไปรอบๆแล้วนางก็ได้กวาดตามองออกไปยังแสงจันทร์ที่อยู่ท่ามกลางท้องฟ้า

"ดวงจันทร์งดงามจริงๆ "

เด็กสาวได้กระซิบออกมา

ดวงจันทร์ในตอนนี้เต็มดวงขณะที่เปล่งแสงสีเงินออกมาปกคลุมโลกใบนี้เอาไวทั้งใบ

แสงจันทร์สีเงินได้ตกกระทบถ้ำ

เมื่อมองไปที่แสงเหล่านี้แล้วก็เกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นในสายตาที่บริสุทธิ์ของเด็กสาวเหมือนว่ามันเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

หลังจากที่ผ่านไปได้ไม่นานท่าทางของเด็กสาวก็เปลี่ยนไป

เหมือนว่านางไม่ใช่เด็กน้อยอีกแล้ว

เมื่อนางยืนขึ้นจากร่างของหลินเทียนขณะที่ผมสีดำยาวสลัวถึงเอวได้โบกสะบัดอยู่ท่ามกลางสายลมนั้นนางไม่ได้อยู่ในสภาวะสับสนในตัวเองอีกแล้ว นางไม่ได้แสดงสีหน้าที่ดูบริสุทธิ์อีกแล้วแต่ดูสงบและยากจะหยั่งถึง

"วันนี้ของทุกๆปีนี่เป็นปัญหาจริงๆ "

นางได้พูดกับตัวเอง

"!"

"!"

"!"

เสียงประหลาดได้ถูกส่งออกมาจากภายนอกถ้ำขณะที่สัตว์ร้ายร่างใหญ่ได้ปรากฏตัวขึ้นและจ้องมองเข้ามาภายใน

หลังจากนั้นดวงตามากมายของเหล่าสัตว์ร้ายก็เป็นประกายกระหายเลือดและดุร้าย

หลังจากที่สัตว์ร้ายที่ไล่ตามหลังหลินเทียนได้หยุดลงชั่วขณะนึงนั้นไม่นานพวกมันก็ไล่ตามมาซึ่งในตอนนี้ไม่ได้มีเพียงแค่แมงป่องสันเขา ตะขาบฉีเหมา สัตว์ร้ายรูปลักษณ์เหมือนสุนัขเท่านั้นแต่ยังมีแม้กระทั่งสัตว์ร้ายระดับที่ 5 อย่างพญานาค

มันได้แลบลิ้นออกมาก่อนที่จะขดตัวอยู่หน้าถ้ำ

มันได้จับจ้องไปที่ร่างของหลินเทียนที่กำลังหลับใหลอยู่ด้วยสายตาที่ชั่วร้ายและเย็นชา

มันได้เลื้อยเข้าใกล้ร่างของหลินเทียนอย่างช้าๆเหมือนว่ากำลังจับจ้องไปที่เหยื่อของตัวเอง

"ไสหัวไปให้พ้น "

ณ ตอนนี้เสียงอันเย็นชาได้ดังสนั่นออกมา

เด็กสาวได้หันหน้ากลับมาด้วยสีหน้าที่ไม่แยแสก่อนที่จะกวาดมือออกไปยังพญานาคที่อยู่นอกถ้ำ

ดวงตาของมันได้มีเลือดทะลักออกมามากมายก่อนที่จะไม่ส่งเสียงอะไรออกมาอีกเลย , ขณะนี้เองที่สัตว์ร้ายทั้งหลายที่อยู่ภายนอกถ้ำถึงกับสั่นสะท้านด้วยท่าทางที่หวาดกลัวพร้อมทั้งถอยห่างออกไปโดยไม่ทิ้งร่องรอยไว้แม้แต่น้อย

ที่นี่เหลือเพียงแต่ร่างไร้วิญญาณของสัตว์ร้ายพญานาคระดับ 5 เท่านั้น

เด็กสาวได้หันหน้ากลับมามองลงไปที่ร่างของหลินเทียนก่อนที่จะเห็นสัญลักษณ์หยกตรงหน้าอกของเขาถึงได้ย่อตัวลงแล้วหยิบมันขึ้นมา

"หลินเทียนจากสำนักจิ่วหยาง ..."

นางได้พูดกับตัวเองก่อนที่จะแสดงรอยยิ้มแปลกๆออกมาพลางพูดว่า

"น่าสนใจจริงๆ "

นางได้วางตราสัญลักษณ์กลับไปก่อนที่จะจับไปที่คอเสื้อของเขาแล้วลากเขาหายเข้าไปในถ้ำลึก

หลังจากนั้นขณะที่ลมเย็นได้พัดผ่านป่าทมิฬแห่งนี้ก็ปรากฏร่างของนางขึ้นอีกครั้งที่หน้าทางเข้าของป่า

หลังจากที่ได้วางร่างของหลินเทียนลงแล้วก็จดจ่อไปยังใบหน้าที่กำลังหลับลึกของเขาก่อนที่จะย่อตัวลงแล้วยื่นมือซ้ายออกไปแตะที่หน้าอกพลางส่งแสงเข้าร่างของเขาไปอย่างรวดเร็ว

"ติดหนี้บุญคุณเจ้าซะแล้วสิ "

นางได้พูดออกมาด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

น้ำเสียงของนางยังคงเป็นของเด็กอายุ 11 ปี แต่หากฟังดีๆแล้วก็จะรู้สึกแปลกๆ

หลังจากที่มองไปยังร่างของหลินเทียนแล้วนางก็ได้แต่ยิ้มออกมาก่อนที่จะหายตัวไปอย่างเงียบๆ

จบบทที่ Divine King Of All Directions - 055

คัดลอกลิงก์แล้ว