- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 739: งบประมาณที่เพิ่มขึ้น
บทที่ 739: งบประมาณที่เพิ่มขึ้น
บทที่ 739: งบประมาณที่เพิ่มขึ้น
“หลุมหลบภัยทางอากาศ?”
สวีไท่หนิงฟังคำพูดของเจียงหยวนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะคลายกระดุมคอเสื้อเชิ้ตออกแล้วพูดว่า “แผนการปูพรมค้นหาของเราคือตรวจสอบพื้นที่ขนาดใหญ่ทั้งหมด ใช้ภาพถ่ายจากดาวเทียมกับโดรนสแกนอยู่นะ”
“ใช่ครับ” เจียงหยวนพยักหน้ารับตามน้ำ
“แต่การใช้ดาวเทียมและโดรน เราไม่สามารถมองเห็นภายในหลุมหลบภัยทางอากาศได้เลย” สวีไท่หนิงย้ำ
“ก็จริงครับ” เจียงหยวนเห็นพ้อง
สวีไท่หนิงหันขวับไปมองหลิวจิ่งฮุ่ย “ขอบเขตการค้นหา นายเป็นคนเสนอใช่ไหม”
การโยนความรับผิดชอบเป็นหนึ่งในทักษะพื้นฐานในการทำงาน หลิวจิ่งฮุ่ยก็คลายกระดุมคอเสื้อเชิ้ตของเขาออกเช่นกัน “ไม่ต้องพูดถึงเงื่อนไขที่เปลี่ยนแปลงตลอดก่อนหน้านี้ ในฐานะที่ผมเป็นฝ่ายเสนอนโยบาย เหตุผลในการตัดสินใจขั้นสุดท้ายมีหลายมิติ อันที่จริงแล้ว แทนที่จะหาว่าใครเป็นคนตัดสินใจ สู้บอกว่าเป็นเจตจำนงร่วมของกลุ่มจะดีกว่า และจากสภาพความเป็นจริง สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป ก็ย่อมแตกแขนงความเป็นไปได้สารพัด…”
เจียงหยวนเหม่อมองไปข้างหน้าอย่างว่างเปล่า ตรงหน้าเขาคือหน้าต่างระบบ
> [ภารกิจ: เมื่อห่านบินผ่านก็ทิ้งรอยไว้]
> [เนื้อหาภารกิจ: อาชญากรรมจะไม่หายไปง่ายๆ ศพก็ไม่สามารถถูกฝังได้ง่าย ๆ หาศพที่ถูกฝังไว้ ทำให้พวกเขาได้รับความยุติธรรม และปลอบโยนจิตใจของครอบครัว]
> [ความคืบหน้าของภารกิจ: (2/X)]
> [รางวัลภารกิจ: การวาดภาพทางนิติเวช (ระดับ 1)]
ทันทีที่ทักษะโผล่ขึ้นมา เจียงหยวนก็ลองหมุนความคิด ยกมือ “ร่าง” ในอากาศดูคร่าว ๆ
เขาเคยได้รับทักษะการวาดภาพระดับ 2 มาก่อนแล้ว ถึงแม้ชื่อทักษะจะดูครอบคลุมการวาดภาพทางนิติเวช (ระดับ 1) ทั้งหมด แต่ในความเป็นจริงแล้วก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่
ความแตกต่างหลัก ๆ การวาดภาพทางนิติเวชมีองค์ประกอบเกี่ยวข้องกับการคาดเดาแบบเคลื่อนไหว ส่วนการวาดภาพทางนิติเวชไม่ใช่การวาดภาพศพตรงหน้า เพราะใช้การถ่ายรูปก็จบปัญหาแล้ว
แต่การวาดภาพทางนิติเวชคือ การเห็นศพแล้วสามารถวาดภาพผู้ตายตอนที่ยังมีชีวิตอยู่ได้
บางกรณีอาจคาดคะเนได้ง่าย บางกรณีต้องอาศัยทั้งสาเหตุการตาย เทคนิคชันสูตร และลักษณะกายวิภาคประกอบ...ก็ซับซ้อนเอาเรื่องเหมือนกัน
อย่างไรก็ตาม นี่เป็นครั้งแรกที่เจียงหยวนได้รับทักษะระดับ 1 ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำจนทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะคิดถึงหวังจงขึ้นมา
“เจียงหยวน” สวีไท่หนิงเรียกชื่อเขาแล้วยื่นน้ำให้ขาดหนึ่ง “เราต้องปรับแผนตรวจปูพรมไหม?”
“เกรงว่าเราจะต้องเอาหลุมหลบภัยทางอากาศไว้ในขอบเขตการพิจารณาแล้วล่ะครับ” เจียงหยวนปิดหน้าต่างระบบและกลับมาตั้งสติ
นี่จัดว่าเป็น ‘รูรั่ว’ อย่างชัดเจน เพราะพวกเขาส่วนมากมาจากซานหนาน ไม่คุ้นระบบหลุมหลบภัยทางอากาศของเมืองหลวงเลย
สวีไท่หนิงส่ายหัว เขารู้ผลลัพธ์นี้อยู่แล้ว และทำได้แค่พูดว่า “งั้นต้องเขียนแผนใหม่ แล้วก็ทำงบใหม่”
เจียงหยวนหัวเราะ “ฮ่าฮ่า” สองครั้ง ในใจคิดว่า: ผมเป็นหมอนิติเวช เรื่องพวกนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับผม
สายตาของสวีไท่หนิงมองผ่านเจียงหยวนไปที่เถาลู่
ทั้งตัวเถาลู่เกร็งวาบ เหมือนผิวจะลอก
บรรยากาศในห้องประชุมอึมครึมเหมือนช่วงก่อนฝนจะตก ทุกคนต่างก็เริ่มตึงเครียดขึ้น
ลูกน้องในตอนนี้ต่างก็หดคอลง หลิวเซิ่งเป็นทัพหน้าให้กับเถาลู่ เขายิ้มอย่างไม่เป็นมิตรแล้วพูดว่า “หัวหน้าสวีครับ คุณนี่เป็นอาวุธนิวเคลียร์ชัด ๆ เลยใช่ไหม?”
“ยังไง?” สวีไท่หนิงกวาดสายตามองหลิวเซิ่ง
หลิวเซิ่งกลืนน้ำลายแล้วพูดว่า “เป้าหมายตายไม่ตายยังไม่รู้ ท่านซัดทีเป็นโจมตีแบบไม่เลือกหน้าเลยนะครับ อย่าพูดถึงงบบ่อยนักเลยครับ ท่านเดินเครื่องก่อนเถอะครับ”
อันที่จริง หลิวเซิ่งอยากจะพูดมากกว่านั้นอีกว่า ในประวัติศาสตร์มนุษย์ คนที่เปิดฉากด้วยการ “ยิงเจ้านายตัวเอง” มีไม่กี่แบบ...และมันเหมือนระเบิดนิวเคลียร์จริงๆ
สวีไท่หนิงย่นริมฝีปากอย่างไม่ใส่ใจแล้วพูดว่า “กองทัพยังไม่เคลื่อน เสบียงต้องถึงก่อน ทั้งคนทั้งม้าก็ต้องกินเหมือนกัน ตรงไหนไม่ใช้เงินบ้าง ให้เลิกพูดถึงคงไม่ได้หรอก แผนเปลี่ยน งบก็ต้องเปลี่ยน ถ้าไม่มีแผน ก็ไม่มีงบ จะให้ฝ่าไปดื้อ ๆ นั่นคือไม่รับผิดชอบทั้งภารกิจและชีวิตเพื่อนร่วมงาน”
เสียงของเถาลู่ไม่ได้ทรงพลังเหมือนเมื่อก่อน เขาพูดอย่างอ่อนแรงว่า “ถึงอย่างนั้นก็เถอะ แต่เวลาของกรอบงบเดิมก็ยังไม่หมดนี่ครับ เราใช้ของเดิมไปก่อน ตอนนี้น่าจะยังไม่ถึงขั้นต้องขยายงบนะ”
“งบเดิมก็ตีเป็นค่าปูพรมค้นหาทั่วทั้งชานเมือง พอเพิ่มงานใต้ดิน แล้วงานบนพื้นดินจะทิ้งไหมล่ะ? ก็ทำได้แค่ทำไปพร้อม ๆ กันเท่านั้น นั่นเท่ากับพื้นที่การค้นหาขยายเพิ่มมหาศาล คนก็ต้องเพิ่มและระบบสนับสนุนและระบบบัญชาการก็ต้องตามให้ทันด้วย…” เมื่อต้องต่อสู้เพื่อของบ สวีไท่หนิงจริงจังมาก หลักฐานครบ เหตุผลแน่น
เถาลู่เลียริมฝีปาก แล้วกวาดตามองทุกคนที่อยู่รอบโต๊ะประชุม บรรดาตำรวจที่ยังเถียงกันเมื่อครู่เงียบกริบราวกับถูกสาป
และที่สำคัญที่สุดคือ...ที่สวีไท่หนิงพูดนั้นมีเหตุผล!
จะเพิ่มพื้นที่ปูพรมค้นหา แต่ไม่เพิ่มงบ ไม่เพิ่มคน มันจะเป็นไปได้ยังไง? เถาลู่ก็เข้าใจหลักการนี้โดยไม่ต้องให้สวีไท่หนิงย้ำอีกครั้ง
แต่ความเข้าใจก็คือความเข้าใจ พอจะต้องลงมือทำจริง ๆ เถาลู่ก็รู้สึกเจ็บปวด
ยิ่งไปกว่านั้น งบที่เหลือของหน่วยสืบสวนอาชญากรรมก็เหลือน้อยมากแล้ว เพราะงบก้อนนี้ก็เกินมาตั้งแต่แรกแล้ว…
“ผมจะกลับไปดูวิดีโอก่อนครับ” เจียงหยวนรู้สึกว่าการประชุมในส่วนของเขาจบลงแล้ว เขาจึงลุกขึ้นเตรียมที่จะถอยออกไป
เถาลู่ได้ยินเช่นนั้นแล้ว ก็นึกถึงตอนก่อนที่เจียงหยวนเจอศพจากการดูวีดิโอ เขาก็อดไม่ได้ที่จะยื่นมือออกไปราวกับอยากจะฉุดรั้งอะไรบางอย่างเอาไว้
แต่เขาก็ไม่สามารถรั้งเจียงหยวนเอาไว้ได้
ทำได้เพียงมองเจียงหยวนเดินออกจากห้องประชุมไป
สวีไท่หนิงก็ลุกขึ้นเช่นกันแล้วพูดว่า “ผมจะไปเตรียมตัวแล้วครับ เรื่องงบต้องตามให้ทันด้วย ไม่อย่างนั้นถ้าการตรวจสอบถูกบังคับให้หยุดกลางคันแล้วค่อยเริ่มใหม่ ค่าใช้จ่ายก็จะสูงขึ้นไปอีกมาก”
นี่เป็น “กลอุบาย” ที่สวีไท่หนิงใช้บ่อย และเมื่อใช้วิธีนี้ ก็ไม่มีใครกล้าขัด ประมาณว่า ‘ถ้าคุณไม่เตรียมเงินให้พร้อม มันก็จะแพงขึ้น! ถามหน่อยว่าคุณกลัวไหม’
แน่นอนว่าจะเลิกปูพรมตรวจสอบไปเลยก็ได้ แต่การตัดสินใจปูพรมตรวจสอบนั้นไม่ใช่อารมณ์ชั่ววูบ แต่มันคือความจำเป็น ท้ายที่สุดแล้ว สวีไท่หนิงมาเพื่อช่วยเหลือ ไม่ใช่มาทวงหนี้ หน่วยงานไหนจะหน้าด้านให้สวีไท่หนิงทำงานไปก่อนแล้วค่อยจ่ายทีหลัง? แล้วงานยังเดินต่อได้อีกเหรอ?
“หัวหน้าเถาครับ พวกเราก็… ออกไปก่อนนะครับ” หลิวเซิ่งเห็นว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว เขาก็รีบก้มหน้าวิ่งออกไป
ไม่ต้องพูดถึงคนจากซานหนานอย่างหลิวจิ่งฮุ่ยเลย พวกเขารีบลุกขึ้นทักทายแล้วก็ถอนตัวออกไป
สุดท้ายก็เหลือเถาลู่เพียงคนเดียว เขาก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วโทรหาผู้กำกับฉู่
“ผู้กำกับฉู่ครับ คดีปืนของเราก็เกือบจะคลี่คลายแล้วครับ… ใช่แล้วครับ อืม เกี่ยวกับคดีของจางลี่เจิน ผมก็อยากจะรายงานให้คุณทราบ พอเกี่ยวโยงกับคดีปืน เราคิดว่าขอบเขตการปูพรมตรวจสอบ…เกรงว่าต้องนับพื้นที่หลุมหลบภัยทางอากาศเข้าไปด้วยครับ…”
เถาลู่พูดจานุ่มนวลราวกับกำลังลูบไตของผู้กำกับฉู่ จากนั้นก็ค่อย ๆ เพิ่มภาระเข้าไป “ใช่ครับ เรื่องหลุมหลบภัยทางอากาศนี้มีโอกาสถูกบางองค์กรใช้ประโยชน์…ครับ ขอบเขตยังคงต้องขยายให้กว้างขึ้นใช่ไหมครับ แล้วงบประมาณจะต้องอ้างอิงกับขอบเขตของเมืองทั้งเมืองเลยไหมครับ… ใช่ครับ ถ้าเป็นอย่างนี้ ค่าใช้จ่ายก็คง…”
ตู้ด ตู้ด ตู้ดๆ—
เถาลู่มองดูโทรศัพท์ที่ถูกตัดสายไป ไม่ได้รู้สึกอะไรเป็นพิเศษ
แม้ว่าผู้กำกับฉู่จะมีตำแหน่งสูงกว่าเขาเยอะ แต่ผู้กำกับฉู่ก็มีทั้งความลำบาก และมีอารมณ์ที่ต้องระบายออก เถาลู่ก็สามารถรอได้
----------
(จบบทที่ 739)