เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 591: การขยายผล

บทที่ 591: การขยายผล

บทที่ 591: การขยายผล


“ถ้ามีขั้นตอนให้เห็นบ้างก็ดี จะได้เก็บรายละเอียดให้ครบถ้วนขึ้น” เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์หันไปคุยกับเพื่อนร่วมงานในทีม

จริงอยู่ งานของพวกเขาแค่เก็บภาพบันทึกไว้ก่อน ค่อยไปเลือกตัดต่อทีหลังก็ยังได้ แต่เอาเข้าจริง ถ้าในที่เกิดเหตุไม่สามารถเก็บภาพที่น่าสนใจได้เลย ต่อให้กลับไปก็ไม่มีอะไรจะเลือกใช้อยู่ดี

คดีที่เจียงหยวนเพิ่งทำเสร็จไปเมื่อครู่นี้ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์รู้สึกเปิดโลกอย่างมาก พูดได้เลยว่าการทำงานที่จะทำให้พวกเขาเปิดโลกได้นั้นจะต้องมีคุณค่าในด้านนวัตกรรมสูงมาก ซึ่งนั่นก็หมายถึงมีคุณค่าทางด้านการประชาสัมพันธ์สูงตามไปด้วย

แต่ถึงอย่างนั้น ถ้าถ่ายทำอย่างหยาบ ๆ เกินไปก็ใช้ไม่ได้ ต่อให้ตอนเผยแพร่จำเป็นต้องตัดต่อหรือแก้ไขเพราะข้อกำหนดด้านการรักษาความลับ อย่างน้อยเวลาเอาไปให้ผู้บังคับบัญชาดู ก็ไม่ควรให้เห็นแต่เวอร์ชันแก้ไขอย่างเดียว

ความคิดนี้วนอยู่ในหัว เขาจึงรีบคุยกับเพื่อนร่วมงานในทีม จากนั้นทุกคนก็หยิบกล้องแยกย้ายกันเก็บภาพในที่เกิดเหตุ

พวกเขาไม่ได้สนใจแค่กระบวนการคลี่คลายคดีของเจียงหยวน ยังตั้งใจสัมภาษณ์บันทึกแนวคิด วิธีทำงาน และเส้นทางความคิดของสมาชิกทีมคนอื่น ๆ ด้วย

ภารกิจจากกระทรวงนั้น แท้จริงไม่ใช่การสร้าง “คนเก่ง” ขึ้นมาเพียงไม่กี่คน แต่เป็นการบ่มเพาะทีมงานที่พร้อมใช้งาน เผยแพร่ยุทธวิธีใหม่ ๆ และพัฒนาเทคนิคที่นำไปใช้งานได้จริง...นี่ต่างหากคือหัวใจสำคัญ

แน่นอนว่า เป้าหมายสูงสุดก็คือการสร้างนักสืบระดับสูงขึ้นมา อย่างเจียงหยวนที่เป็นเหมือน “ต้นแบบ” ในอุดมคติ เพียงแต่ฝีมือทางเทคนิคของเขาสูงเกินไป จนบางทีเจ้าหน้าที่ทีมประชาสัมพันธ์ก็แทบจะตามไม่ทัน

“แต่ถ้าตำรวจท่องจำรูปร่าง ลักษณะ ท่าทาง ไปจนถึงรอยเท้าและลายนิ้วมือของพวกอาชญากรประจำถิ่นพวกนี้ได้จริง ๆ …คนพวกนั้นก็คงหมดที่ยืนในตำบลนี้เลยสิ?” ตำรวจฝ่ายประชาสัมพันธ์เอ่ยขึ้นหลังเดินวนสำรวจรอบหนึ่ง น้ำเสียงยังแฝงความไม่แน่ใจ ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อ เพียงแต่ไม่เคยเห็นกับตา

ฉุยเสี่ยวหู่เองก็ไม่เคยเห็นมาก่อนเช่นกัน ตอนนี้เขาก็ทำเป็นว่าเข้าใจแล้ว พูดว่า “พี่หลี่หวนไม่รู้เหรอครับ ตั้งแต่สัปดาห์นี้เป็นต้นมา แทบไม่มีคดีใหม่ในตำบลหลี่ถังเลย ตำรวจแทบไม่ได้ออกสายตรวจ ส่วนพวกอัธพาลทั้งหลาย ใครที่มือไม่สะอาดก็หนีหัวซุกหัวซุนเข้าชนบทบ้าง หรือย้ายออกไปไกล ๆ หมดแล้ว”

“ฟังดูคล้ายกับช่วงปราบปรามครั้งใหญ่เลยนะ?”  หลี่หวน เจ้าหน้าที่ประชาสัมพันธ์คนนั้น ถูกฉุยเสี่ยวหู่ทำให้หัวเราะออกมา

ฉุยเสี่ยวหู่พูดอย่างจริงจังว่า “รู้ไหมว่ามันไม่เหมือนตรงไหน?”

“ตรงไหนเหรอ?”

“พวกมันหนีไม่รอดน่ะสิครับ ตอนนี้ตำรวจหลี่ถังส่งสายตรวจลงพื้นที่แค่วันละไม่กี่คนก็พอแล้ว ที่เหลือก็อยู่สถานีเพื่อไล่ย้อนดูคดีเก่าๆ คดีที่พวกมันเคยก่อไว้ ตราบใดที่เจียงหยวนจับตามองแล้ว ก็เตรียมตัวถูกจับกุมได้เลย ตอนนี้แค่ก็คนไม่พอและงบประมาณไม่พอเท่านั้น ไม่อย่างนั้นยอดจับกุมจะพุ่งสูงขึ้นกว่านี้อีก”

“แต่ผมเห็นก็มีการจับคนจากต่างเมืองกลับมานี่” หลี่หวนท้วง

“ใช่ครับ แต่ถ้าดูให้ดี ส่วนใหญ่จับมาจากเมืองใหญ่ไม่กี่แห่งทั้งนั้น วิธีคือสะสมคดีไว้ชุดหนึ่ง เลือกเมืองที่มีผู้ต้องหาหลบหนีอยู่เยอะที่สุด แล้วค่อยจัดกำลังลงไปกวาดล้างทีเดียว” เสี่ยวหู่หยุดหายใจสั้น ๆ ก่อนพูดต่อ “เพิ่งมาที่นี่ถึงได้เข้าใจ งานของตำรวจด่านหน้ามันไม่ได้ง่ายเลย”

การรอสะสมคดีแล้วค่อยออกไปจับกุม ฟังดูเหมือนง่าย แต่ความจริงเต็มไปด้วยความยากลำบาก ทั้งเรื่องผู้ร้ายที่ย้ายที่กบดานต่อเนื่อง หากตำรวจตามช้าไปนิดเดียวก็หลุดมือ อีกทั้งการพาตัวผู้ต้องหาหลายรายกลับมาพร้อมกัน ก็มีความเสี่ยงระหว่างทางอย่างมาก เพราะปกติเจ้าหน้าที่ตำรวจสองคนพาผู้ต้องหาคนเดียวกลับมาก็ยังต้องประคบประหงมสารพัดให้ไม่คิดก่อเรื่อง แต่คราวนี้ต้องขนผู้ต้องหาหลายรายในรถคันเดียว ถือว่ากดดันเป็นอย่างมาก ดีที่ส่วนใหญ่เป็นคดีลักเล็กขโมยน้อย หรือไม่ก็พวกหลบหนีตกค้างจากแก๊งตระกูลจิน จึงยังพอจัดการได้บ้าง

แต่ข้อเสียก็คือข้อเสียอยู่ดี สถานการณ์แบบนี้เกิดขึ้นเพราะขาดทรัพยากรทั้งงบประมาณและกำลังคน หากเทียบกับตำรวจเมืองใหญ่ ๆ อย่างที่ปักกิ่งหรือเซี่ยงไฮ้ก็คงไม่ใช้วิธีจับกุมแบบนี้หรอก และอีกอย่างหนึ่ง ก็เพราะคดีเล็กๆ อาชญากรระวังตัวไม่มาก จึงยังพอใช้วิธีนี้ได้

หลี่หวนเข้าใจแล้ว เขาหัวเราะและพูดว่า “พูดแบบนี้เหมือนจะกำลังหาทุนให้สถานีฯ หลี่ถังเลยนะ”

“ขอเงินทุนให้ทีมของเจียงหยวนมีประโยชน์มากกว่าครับ ดังนั้นคุณต้องถ่ายทำออกมาให้ดีๆ นะ” ฉุยเสี่ยวหู่เน้นย้ำอีกครั้ง “ก็แค่อีกไม่กี่วัน พอคดีกลุ่มนี้เสร็จแล้ว ทีมของเจียงหยวนก็จะกลับไปแล้ว”

“ตำบลหลี่ถังจะสะอาดกว่าช่วงปราบปรามครั้งใหญ่อีกเหรอ?” หลี่หวนกะพริบตา

“มีการคลี่คลายคดีจำนวนมากด้วยหลักฐานที่ชัดเจน และสะสางคดีค้างเก่าทั้งหมด” ฉุยเสี่ยวหู่ให้คำจำกัดความใหม่ แล้วเสริมว่า “พอคุณได้ดูแล้วก็จะรู้เองครับ ทุกอย่างเป็นหลักฐานที่แน่นหนาริงๆ”

หลี่หวนซึ่งเป็นตำรวจด้านประชาสัมพันธ์มานานไม่ค่อยเชื่อคำโม้ของฉุยเสี่ยวหู่มากนัก พวกเขาทั้งคู่อยู่ที่กระทรวงก็จริง แต่เป็นพวกที่ต้องเดินทางบ่อยๆ เขาเห็นผู้นำที่ชอบคุยโม้โอ้อวดมาเยอะแล้ว

แม้ว่าเมื่อครู่เขาจะได้ดูคดีของเจียงหยวน แต่เขาก็ยังไม่มีความเข้าใจลึกซึ้งถึงสิ่งที่ฉุยเสี่ยวหู่เรียกว่า “การเผชิญหน้า” มากนัก

หลังจากทำความเข้าใจสถานการณ์คร่าวๆ แล้ว หลี่หวนก็ยกกล้องวิดีโอขึ้นและยืนอยู่ด้านหลังเจียงหยวนอีกครั้ง

#

เจียงหยวนยังคงพลิกดูแฟ้มลายนิ้วมืออยู่

ลายนิ้วมือที่เขากำลังดูอยู่ตอนนี้ล้วนเกี่ยวข้องกับคดีเล็กๆ น้อยๆ คดีที่ร้ายแรงกว่านี้นั้นส่วนใหญ่แล้วถูกส่งขึ้นไปให้เมืองจัดการแล้ว

แน่นอนว่านี่คือคำจำกัดความของตำรวจ สำหรับเหยื่อที่เป็นคนธรรมดาทั่วไป แม้ทรัพย์สินมูลค่าไม่มาก แต่ก็เป็นความเจ็บปวดที่คนส่วนใหญ่ในชีวิตไม่เคยได้รับ

หลักฐานของคดีเล็กๆ ส่วนใหญ่ก็ถูกรวบรวมอย่างสมบูรณ์แล้ว

ทุกวันนี้ คนหนุ่มสาวกระตือรือร้นที่จะสอบเข้าเป็นตำรวจ คุณภาพของตำรวจหนุ่มสาวจึงเทียบชั้นกับต่างประเทศได้อย่างรวดเร็ว ทั้งตำรวจในสถานีตำรวจและตำรวจฝ่ายสืบสวนล้วนมาจากวิทยาลัยตำรวจทั้งในและนอกมณฑลใกล้เคียงกัน

วิทยาลัยที่คล้ายกันก็สอนวิธีการจัดการหลักฐานที่ไม่ต่างกันนัก แต่ในทางกลับกัน เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์กลับมีจำนวนไม่เพียงพอและไม่แข็งแกร่งพอ

เจ้าหน้าที่นิติวิทยาศาสตร์ที่มีทักษะระดับ 1 สามารถพบได้ทั่วไปในสำนักงานตำรวจทุกอำเภอ แต่พอถึงทักษะระดับ 2 ขึ้นไปก็เริ่มหายากทั้งในระดับอำเภอหรือแม้แต่ระดับเมือง

สำหรับเจียงหยวนแล้ว สามารถจัดการกับหลักฐานเหล่านี้ได้อย่างง่ายดายมาก หลี่หวนได้แต่เฝ้ามองดูขณะที่เจียงหยวนพลิกดูไปเรื่อยๆ แล้วจู่ ๆ ก็หยุดลงทันที

...จากนั้นเขาก็เห็นเจียงหยวนหยิบรูปภาพทั้งหมดของคดีนี้และเพ่งดูใหม่อีกครั้ง

หลี่หวนรู้สึกว่าเขาไม่สามารถรอได้อีกต่อไป ดังนั้นในขณะที่เจียงหยวนพักช่วงสั้นๆ เขาก็ถามด้วยเสียงเบาๆ ว่า “เราเจอลายนิ้วมือที่คล้ายกันอีกแล้วเหรอครับ?”

“อ๋อ อันนี้...ไม่ใช่ครับ...” เจียงหยวนตอบอย่างไม่คาดคิด

หลี่หวน “แล้วเรา...”

“อืม คุณดูหน้าต่างนี้สิครับ ร่องรอยการงัดหน้าต่างตรงนี้ กับร่องรอยการงัดหน้าต่างตรงนี้ มันเหมือนกันไหมครับ” เจียงหยวนถามหลี่หวน

หลี่หวนดูอย่างตั้งใจอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “เหมือนจะคล้ายกันนิดหน่อยนะครับ?”

“อืม ลักษณะเฉพาะชัดเลย ใช้ชะแลงที่ปลายหักเล็กน้อย เดี๋ยวค่อยทำการเปรียบเทียบเชิงเทคนิคเพิ่ม แต่คดีนี้น่าจะคลี่คลายได้แล้ว”เจียงหยวนมีทักษะการประเมินร่องรอยเครื่องมือระดับ 6 ถ้าเขาใช้ทักษะนี้แล้ว ก็มั่นใจได้เลยว่าผลลัพธ์จะถูกต้องแม่นยำ

หลี่หวนมองสีหน้าของเจียงหยวนที่ไม่ดูเหมือนกำลังแสร้งทำ เขาจึงเรียกเพื่อนทีมให้มาถ่ายภาพพร้อมกับถามว่า “ก็เท่ากับว่าคดีนี้คลี่คลายแล้วเหรอครับ?”

“ใช่ครับ”

“มันง่ายเกินไปแล้ว!” หลี่หวนอุทาน

ฉุยเสี่ยวหู่รีบเข้ามาและพูดว่า “ไม่ง่ายหรอก เจียงหยวนทำงานต่อเนื่องมานาน กว่าจะคุ้นกับพื้นที่ตำบลหลี่ถังทั้งหมด ถึงได้มีประสิทธิภาพแบบนี้”

“จริงหรือครับ?” หลี่หวนอดมองเจียงหยวนไม่ได้ นี่ดูเหมือนจะเป็นสิ่งที่สามารถนำไปพูดออกสื่อประชาสัมพันธ์ได้

ฉุยเสี่ยวหู่จึงรีบส่งสัญญาณให้เจียงหยวนพูดบ้าง

เจียงหยวนครุ่นคิดก่อนและพูดว่า “จริงๆ แล้วการคลี่คลายคดีเล็กๆ ของสถานีตำรวจนั้นความยากไม่ต่างจากคดีใหญ่ที่เราคุ้นเคยกัน อาจจะง่ายกว่าเล็กน้อยเท่านั้น แต่จากการทำงานของเราในช่วงนี้ เราพบว่าคดีในสถานีตำรวจมีลักษณะพิเศษอย่างหนึ่งคือส่วนใหญ่เป็นฝีมือของอาชญากรคนเดิมๆ”

หลี่หวนพยักหน้าตาม อย่างสถานที่อย่างตำบลหลี่ถังนี้ คนนอกแทบจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะต้องหนีมาที่นี่

และพฤติกรรมอย่างการลักขโมยเล็กๆ น้อยๆ ก็มักจะเกิดขึ้นซ้ำๆ อยู่แล้ว ถ้าการเป็นโจรคืออาชีพหนึ่ง ชั่วโมงการทำงานของพวกมันก็ย่อมไม่น้อย

เจียงหยวนก็พูดต่ออีกว่า “เราสรุปจากประสบการณ์ได้ว่า การคลี่คลายคดีอาชญากรรมเพียงคดีเดียวมีความยากที่สุด ได้ผลตอบแทนน้อยที่สุด และไม่คุ้มค่าที่สุด แต่ในทางกลับกัน หากเป็นคดีชุดที่สามารถหารูปแบบการก่อเหตุ เครื่องมือที่ใช้ หรือรอยเท้าและลายนิ้วมือที่เหมือนหรือคล้ายกันได้ ก็จะง่ายต่อการคลี่คลายมากกว่า และคุ้มค่ามากกว่าครับ”

“นี่เป็นแนวคิดที่ยอดเยี่ยมมาก คล้ายกับความรู้สึกของตำรวจเก่าๆ ที่คุ้นเคยกับคดีทั้งหมดในเขตอำนาจของตนเองเลยใช่ไหมครับ”

“ใช่ครับ โดยเฉพาะถ้าเราย้อนศึกษาแฟ้มคดีเก่า ๆ ได้เข้าใจมากเท่าไหร่ ก็จะช่วยได้มาก เท่านั้น เพียงแต่ต้องลงทุนช่วงแรกหนักหน่อย” เจียงหยวนพูดถึงตรงนี้ก็ยิ้มและพูดว่า “ตอนนี้เราลงทุนในตำบลหลี่ถังเสร็จเรียบร้อยแล้ว ดังนั้นในช่วงสองวันนี้เราจึงต้องเร่งเก็บเกี่ยว โดยคัดกรองคดีที่สามารถทำได้ออกมาให้หมด จะได้ไม่เสียเปล่า”

“ผมขอขอบคุณพวกคุณแทนชาวตำบลหลี่ถังด้วยครับ” หลี่หวนรีบชูธงตัวแทนทันที

“นี่คือหน้าที่ของพวกเรา และต่อไปยังต้องขยายผลเผยแพร่ไปอีก อย่างเช่นอำเภอหนิงไท่ ก็สามารถนำวิธีการแบบนี้ไปปรับใช้ได้เช่นกัน” เจียงหยวนคิดเรื่องนี้อย่างถี่ถ้วนมาก่อนแล้ว ก่อนหน้านี้เขาจะคัดกรองคดีเฉพาะคดีใหญ่ๆ อย่างคดีฆาตกรรมหรือคดีปล้นในอำเภอหนิงไท่ ซึ่งทำให้การรับมือกับคดีเล็กๆ กลายเป็นเรื่องที่ยากไปโดยปริยาย

แต่พอมาที่ตำบลหลี่ถังนี้ ประสิทธิภาพของเจียงหยวนก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง ทำให้เห็นว่าคดีเล็ก ๆ ก็สำคัญและใช้แนวทางเชื่อมโยงได้

หลี่หวนถ่ายวิดีโอเพิ่มอีกสองสามคลิปก่อนจะออกจากห้องประชุมไป

ฉุยเสี่ยวหู่เดินตามไปและถามพร้อมรอยยิ้มว่า “เป็นไงบ้างครับ ทีมเฉพาะกิจของเจียงหยวนพิเศษใช่ไหมครับ มีความรู้สึกยังไงบ้าง?”

หลี่หวนพยักหน้าแล้วพูดว่า “พวกโจรในตำบลหลี่ถังนี่ โชคร้ายสุดๆ เลยจริงๆ”

----------

(จบบทที่ 591)

จบบทที่ บทที่ 591: การขยายผล

คัดลอกลิงก์แล้ว