เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 77 - พักผ่อนที่เมืองหลุนวา

บทที่ 77 - พักผ่อนที่เมืองหลุนวา

บทที่ 77 - พักผ่อนที่เมืองหลุนวา


แต่จ้านหู่กลับกล่าวว่า “มันจะไปดีอะไร? การเหาะของพวกเรานักรบ ไม่เหมือนกับการเหาะของนักเวทย์ พวกนักเวทย์สามารถเหาะช้า ๆ หรือลอยตัวเพื่อชื่นชมกับทิวทัศน์ได้ แต่การใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ในการเหาะนั้นสิ้นเปลืองพลังอย่างมาก นักรบต้องรีบรุดหน้าไปให้ได้ไกลที่สุด เร็วที่สุด พวกเราไม่ได้ชอบการเหาะเลยสักนิด”

“แต่ไม่ว่ายังไง เหาะได้ก็คือเหาะได้! เหาะได้คือดีเยี่ยมแล้ว! ไม่รู้ว่าเมื่อไรจิตวิญญาณต่อสู้ของข้าจะไปถึงระดับนั้น”

ตงรื่อรีบขัดผมทันที “พอเลยจางกง! ตอนนี้นายก็น่ากลัวมากพอแล้ว อายุเท่าไรกับเชียว ยังไม่ถึง 20 ปี ตอนนี้เป็นเมธีเวทย์แล้ว นี่นายยังอยากเป็นอัศวินสวรรค์อีกเหรอ? มันจะมากเกินไปแล้วนะ”

น่าประหลาดที่ทำไมทุกคนเห็นด้วยกับคำพูดของตงรื่อ (ทำไมอ่ะ? ผมแค่อยากเหาะได้) ขนาดจ้านหู่ยังพูดว่าผมไม่ควรเน้นไปที่วิชาต่อสู้มากเกินไป ควรจะเน้นอยู่ที่การศึกษาเวทย์มนต์มากกว่า ถึงแม้ว่าผมจะเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่ม แต่ผมก็เป็นคนที่มีอายุน้อยที่สุดด้วย (ไม่นับตงรื่อนะ) ผมจะพูดอะไรได้ ผมคงต้องเชื่อฟังพวกเขา และปล่อยให้ความฝันที่จะบินได้ให้ลอยหายไป

เมืองหลุนวาเป็นเมืองแรกของอาณาจักรต้าลู่ที่พวกเรามาถึง อาณาจักรนี้สมควรแล้วที่ได้ชื่อว่าอาณาจักรแห่งการค้า แค่เมืองชายแดน การค้าก็เบ่งบานไปทุกที่ ถนนสายหลังเต็มไปด้วยเสียงและความน่าตื่นเต้น เหมือนกับว่าทุกคนที่อยู่ที่นั่น จะดื่มด่ำกับความพึงพอใจที่ได้ซื้อและขาย

พวกเรามุ่งหน้าไปหาโรงแรมที่ค่อนข้างดีเพื่อเข้าพักก่อน อย่างไรเสีย พวกเรานั้นไม่ขาดเงินอยู่แล้ว ผมยังไม่ได้ใช้เหรียญเพชรที่อาจารย์ตี้ให้มาเลยซักเหรียญเดียว ยังไม่ต้องนึกถึงเงินจำนวนมากที่พี่ใหญ่จ้านหู่นำติดตัวมาด้วย หลังจากเก็บข้าวของกันเสร็จเรียบร้อย พวกเรามารวมตัวกันเพื่อวางแผนการเดินทางต่อไป

ผมกางแผนที่ไว้บนโต๊ะ ชี้ไปยังจุดที่บอกว่าเป็นอาณาจักรต้าลู่ แล้วพูดขึ้น “ทุกคนดู ตอนนี้พวกเราอยู่กันที่นี่ ห่างออกไปทางใต้อีก 400 กิโลเมตรจะเป็นเขตปกครองเคอน่า อาจารย์ตี้บอกเอาไว้ว่าดาบศักดิ์สิทธิ์อยู่ตรงไหนสักที่ในหุบเขาของเขตปกครองเคอน่านี่แหละ พวกเราคงต้องค้นหาให้ทั่วทั้งป่า มีใครมีคำถามอะไรมั้ย?”

จ้านหู่กล่าวออกมา “แผนที่ของเจ้ามันหยาบเกินไป ไม่ค่อยมีรายละเอียด ข้าว่าพวกเราควรจะต้องหาแผนที่ของเขตปกครองเคอน่าโดยเฉพาะ เราจะได้ทำเครื่องหมายที่สถานที่เราจะค้นหา และสถานที่ที่เราเคยค้นหาแล้วได้อย่างแม่นยำ เอาอย่างนี้เป็นยังไง?” ทุกคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของจ้านหู่

ซิวซือกล่าวบ้าง “นี่ก็เป็นทั้งหมดที่เราทำได้ในตอนนี้แล้ว เบาะแสของพวกเราน้อยเกินไป พวกเราได้แต่หว่านแหไปให้ทั่ว แล้วก็ค่อย ๆ คลำทางไปทีละนิด พวกเราไม่สามารถยกเว้นพื้นที่ที่น่าสงสัยได้เลย”

ตงรื่อออกความเห็น “ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเราตอนนี้ พวกเราน่าจะสามารถจัดการกับอันตรายได้เกือบทุกอย่าง ที่เราต้องเป็นกังวลคือการที่จะหาสถานที่ไม่เจอเท่านั้น”

ผมถอนหายใจออกมา “เอาล่ะ! ถ้าอย่างนั้นตงรื่อไปกับฉัน เดี๋ยวพวกเราไปหาซื้อแผนที่เขตปกครองเคอน่ากันก่อน จะได้ค่อย ๆ ปรึกษาเรื่องนี้กันต่อ ทุกคนที่เหลือพักผ่อนกันก่อน หลังจากที่เราได้แผนที่มาแล้วค่อยมาคุยกันอีกครั้ง”

ผมกับตงรื่อพากันมาที่ถนนอันคึกครื้นนั่นอีกครั้ง หลังจากสอบถามข้อมูลไป 2-3 ครั้ง พวกเราก็มาถึงร้านที่ขายแผนที่จนได้ ผมมองไปทั่วร้านและเห็นแผนที่ของทุก ๆ สถานที่วางอยู่ เจ้าของร้านเดินเข้ามาหาเราแล้วถามว่า “ท่านลูกค้า! ไม่ทราบว่าต้องการแผนที่ของบริเวณพื้นที่ไหน? แผนที่ของที่ร้านนี้นับได้ว่าค่อนข้างที่จะสมบูรณ์มาก ถ้าจะให้พูดแล้ว ในร้านนี้มีแผนที่ของทั้งทวีป แม้แต่แผนที่ของทวีปตะวันตกก็ยังพอหาได้”

ผมกล่าวด้วยความประหลาดใจ “โอ้! ท่านมีแผนที่ของทวีปตะวันตกขายด้วยหรือ? ข้าขอดูหน่อยได้หรือไม่?” เผ่าปีศาจกับเผ่าอสูรกายเป็นเรื่องลึกลับสำหรับผม มันทำให้ผมอยากรู้ว่าสภาพพื้นที่ของทวีปตะวันตกกับตะวันออกนั้นแตกต่างกันหรือไม่

เจ้าของร้านนำกระบอกขนาดเล็กที่ถูกปิดที่ปลายทั้ง 2 ข้างออกมา เปิดฝาออกข้างหนึ่งเผยให้เห็นแผนที่ที่ทำจากหนังแกะม้วนอยู่ข้างใน มันมีสีเหลืองพอสมควร น่าจะมีอายุหลายสิบปีแล้ว

เขาส่งแผนที่ให้ผม ก่อนจะกล่าวว่า “นายท่าน แผนที่ผืนนี้ถูกส่งต่อลงมาจากบรรพบุรุษของข้า มันเป็นแผนที่ของทวีปตะวันตกเมื่อ 200 ปีก่อน ตอนนี้มันน่าจะไม่ตรงกับปัจจุบันไปทั้งหมด แต่สถานที่หลัก ๆ ควรจะยังมีความถูกต้องอยู่”

ผมรับแผนที่มาดู มันถูกวาดขึ้นมาอย่างละเอียด มีพื้นที่ขนาดเล็กหลายแห่งปรากฏอยู่บนนั้น ตรงกลางเยื้องไปทางด้านซ้ายของแผนที่ ผมเจอเมืองหลวงของเผ่าปีศาจ เมืองซาตาน ผมเริ่มนึกถึงสาวสวยที่น่าตกตะลึงคนนั้น ใบหน้าสาวเผ่าปีศาจที่ผมเคยเจอโผล่ขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ตอนนี้เธอจะอยู่ที่นั่นหรือเปล่า? นึกถึงหน้าตาของเธอขึ้นมา ผมนี่ออกอาการเหม่อลอยไปทันที

“จางกง! จางกง! นายเป็นอะไร? นายมองหาอะไรในแผนที่ของทวีปตะวันตก? รีบทำธุระของพวกเราให้เรียบร้อยเถอะ” ตงรื่อเตือนผมจากทางด้านข้าง

ผมตื่นขึ้นจากจินตนาการของตัวเอง “อา! นายว่าอะไรนะ? โอ้! รู้แล้ว เจ้าของร้านท่านช่วยนำแผนที่ของเขตปกครองเคอน่ามาให้พวกเราหน่อยได้มั้ย? ข้าต้องการแผนที่ผืนนี้ด้วย ทั้งหมดนี่จะมีราคาเท่าไหร่?”

เจ้าของร้านรีบคำนวณ “แผนที่ของเขตปกครองเคอน่าราคา 2 เหรียญทองแดง ส่วนแผนที่ของทวีปตะวันตกผืนนี้มีราคา 2 เหรียญเพชร”

ตงรื่ออุทานเสียงดังออกมา “2 เหรียญเพชร? เจ้าพยายามจะปล้นพวกเราหรือยังไงกัน? จางกง คืนแผนที่เขาไป”

ผมยกมือขึ้นขวางตงรื่อไว้ หยิบบัตรม่วงออกมาจากอกเสื้อ และมอบมันให้กับเจ้าของร้าน พอมองเห็นบัตรสีม่วงนั้น เจ้าของร้านรู้ได้ทันทีว่าผมไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ด้วยรอยยิ้มกว้างไปทั้งหน้าของเขา เขากล่าวว่า “อันที่จริง ผู้ต่ำต้อยมีตาหามีแววไม่ อย่างนั้นเอาเป็นว่าข้าขอมอบแผนที่ของเคอน่าให้เป็นของกำนัล ส่วนแผนที่ทวีปตะวันตก.....”

ผมโบกมือให้เขาอย่างเริ่มรำคาญ “คิดราคามาตามปกติเถอะ รีบหน่อย!” พอเห็นว่าผมต้องการแผนที่ผืนนั้นจริง ๆ ตงรื่อก็ไม่ได้พูดอะไรอีก หลังจากที่เจ้าของร้านทำเรื่องการจ่ายเงินเสร็จเรียบร้อย เขาคืนบัตรม่วงให้ผมอย่างให้ความเคารพ ผมเก็บแผนที่ทวีปตะวันตกไว้ในกระเป๋าเก็บของมิติ ถือแผนที่ของเขตปกครองเคอน่าเอาไว้ในมือ ชวนตงรื่อกลับไปที่โรงแรม

ขณะที่เดินทางกลับไปด้วยกัน ผมชวนตงรื่อคุย “ตอนที่นายออกจากเมืองหลวงมา นายไม่ได้บอกน้องสาวหงเสวียใช่มั้ย? นายไม่ได้บอกแน่ ๆ ฮ่าฮ่า!”

ตงรื่อเผยรอยยิ้มอันขมขื่นออกมา “อย่ามาล้อฉันเล่นเรื่องนี้เลย ตอนที่ออกมาฉันไม่ได้บอกเธอหรอก สถานะของเธอเป็นแบบไหน? สถานะของฉันเป็นแบบไหน? เรื่องแบบนี้มันเป็นไปไม่ได้หรอก”

“พอได้แล้ว! นายพูดแบบนี้อีกแล้ว พวกเราบอกนายกี่ครั้งแล้ว? ไม่ต้องคิดว่าตัวเองต่ำต้อยเกินไป นายไม่ได้แตกต่างกับคนอื่น ๆ หรอก ก็แค่บอกมาว่านายชอบเธอหรือเปล่า!”

ตงรื่อหน้าแดง แล้วก็พูดออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “ก็น่าจะมีโอกาสอยู่”

“ฮิฮิ! นั่นแหละ! แสดงว่านายชอบเธอ ฉันเห็นว่าหงเสวียก็ชอบนายจริง ๆ จะมีอะไรจะมีความสุขมากไปกว่าหญิงชายใจตรงกันอีก? กลับไปก็ไปบอกเธอเลย อาจารย์เหวินน่าจะเป็นเจ้าภาพให้กับนายแน่นอน ฮ่าฮ่า! แต่ครั้งนี้นายออกมาโดยไม่ได้บอกเธอ หงเสวียต้องเสียใจมากแน่ ๆ ตอนที่นายกลับไป นายต้องไปขอโทษเธอให้ดี ๆ ล่ะ”

ตลอดระยะทางที่เหลือ ตงรื่อไม่พูดอะไรอีก ดูเหมือนเขากำลังคิดเกี่ยวกับน้องสาวหงเสวียอยู่แน่ ๆ ผมไม่อยากรบกวนเขาแล้ว

กลับมาถึงโรงแรม พี่ใหญ่จ้านหู่เห็นผมถือแผนที่กลับมาก็กล่าวด้วยรอยยิ้ม “ในที่สุดก็ได้มา! วางไว้ก่อน ไปหาอะไรกินกัน พวกเรากำลังหิวเลย ค่อยดูแผนที่ตอนที่พวกเรากลับมา”

พวกเราหาโต๊ะที่ค่อนข้างเงียบในร้านอาหารของโรงแรมนั่นเอง สั่งอาหารพิเศษหลายอย่างมาเติมท้องของพวกเรา ในช่วงหลายวันที่ผ่านมา พวกเราแทบจะไม่ได้กินอาหารอร่อย ๆ เลย การกินกันอย่างบ้าคลั่งของพวกเราในครั้งนี้ทำให้พวกเราหมดเงินไปเกือบ 40 เหรียญทอง พวกเราอิ่มท้อง แต่ในหัวใจกลับรู้สึกปวดขึ้นมาแล้ว

จบบทที่ บทที่ 77 - พักผ่อนที่เมืองหลุนวา

คัดลอกลิงก์แล้ว