เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 76 - มาถึงอาณาจักรต้าลู่

บทที่ 76 - มาถึงอาณาจักรต้าลู่

บทที่ 76 - มาถึงอาณาจักรต้าลู่


ผมพาพวกเขาตรงกลับไปที่ชายแดนระหว่างอาณาจักรซิวต้ากับอาณาจักรอ้ายเซี่ย ตอนแรกพวกเขาคิดว่าผมพาไปผิดทาง จนได้ฟังผมอธิบายว่าผมยังต้องไปหาใครบางคนก่อน พวกเขาถึงเชื่อว่าผมไม่ได้หลงทิศ

ผมให้สัญญากับพี่ใหญ่จ้านหู่ว่าหลังจากที่เสร็จธุระในเมืองซิวต้าแล้ว ผมจะต้องกลับมาตามหาเขาก่อน เอาข่าวครอบครัวเขากลับมาเล่าให้เขาฟัง แน่นอนว่าผมต้องกลับไปที่หมู่บ้านโจรนั่นก่อน แม้ว่าระยะทางมันจะไกลขึ้นอีกมาก แต่พวกของซิวซือก็ไม่ได้บ่นอะไร

นี่มันก็เข้าใจได้ง่าย ๆ เลย เพราะตั้งแต่ออกเดินทางมา พวกเขาตื่นเต้นกันมาก เหมือนออกมาเที่ยวชมวิวทิวทัศน์กันมากกว่า แม้ว่าซิงโอวกับเกาเต๋อจะอายุเกือบ 30 ปีแล้ว แต่พวกเขาทั้งคู่ตอนนี้ทำตัวเหมือนเด็กเลย ส่วนตงรื่อก็วิ่งไปหาอะไรที่ไม่เคยเห็นไม่เคยเจอกลับมาอวดเป็นระยะ แม้แต่ซิวซือก็ทำตัวผ่อนคลายมากอย่างไม่น่าเชื่อ

หลังจากเดินทางอย่างต่อเนื่องไม่หยุด ในที่สุดพวกเราก็มาถึงจุดหมายจนได้ แต่แค่พอเราเริ่มเข้าเขตเทือกเขา เราก็เจอปัญหาแล้ว กลุ่มคน 20 กว่าคนกระโดดลงมาจากต้นไม้ ล้อมพวกเราไว้ หัวหน้าของพวกมันตะโกนออกมา “หยุดเดี๋ยวนี้! พวกแกคิดว่าจะไปไหนกัน? ส่งของมีค่าออกมาให้หมด แล้วรีบหันหลังกลับไป มาทางไหนกลับไปทางนั้น อย่าขัดขืน! ไม่อย่างนั้นอย่างโทษว่าปู่ของเจ้าใจร้ายล่ะ”

ดูเหมือนว่าพวกเราจะเดินมาเจอกับลูกน้องของพี่ใหญ่เข้าแล้ว ผมเดินล้ำออกไปข้างหน้า มองไปที่พวกโจรนั่น เหมือนว่าจะเป็นคนที่คอยอยู่ข้าง ๆ พี่ใหญ่ใช่มั้ยนะ? ผมไม่แน่ใจว่าเขายังจะจำผมอยู่ได้มั้ย แต่ยังไม่ทันที่ผมจะพูดอะไร เขาก็ตะโกนออกมาอีกครั้ง “อา!! หัวหน้ารอง”

ผมนี่ล่ะปวดหัว ผมถามออกไปดัง ๆ “ข้าไปเป็นหัวหน้ารองตั้งแต่เมื่อไหร่?”

กลุ่มโจรได้ยินเสียงผม ก็กล่าวด้วยความดีใจ “ใช่ท่านจริง ๆ ด้วย หัวหน้ารอง!” ได้ยินเหล่าโจรเรียกผมเป็นหัวหน้ารอง ตอนที่ผมหันกลับไปมองด้านหลัง มีแต่สายตาแฝงด้วยความสงสัยจ้องมองมา เฮ้อ!! มันช่างน่าปวดหัวจริง ๆ อย่ามาคิดว่าผมเป็นหัวหน้าโจรไปด้วยเลยนะ พวกนายน่ะ

“ไม่ต้องมาเรียกข้าว่าหัวหน้ารอง! พี่ใหญ่จ้านหู่สบายดีมั้ย?”

“ท่านเป็นพี่น้องร่วมสาบานกับหัวหน้าเรา ดังนั้นท่านต้องเป็นหัวหน้ารองอย่างแน่นอน หัวหน้าพูดถึงท่านบ่อยมาก ตอนนี้ท่านกลับมาแล้ว พวกเรารีบกลับเข้าไปในหุบเขากันเถอะ พี่น้อง! เปิดทางให้หัวหน้ารอง”

จ้านหู่ออกมาต้อนรับพวกเราตั้งแต่ตอนที่เราเพิ่งเข้าเขตหมู่บ้าน ดูเหมือนว่าที่นี่จะวางเวรยามเอาไว้ไม่น้อย ผมรีบวิ่งเข้าไปกอดทักทายเขา “พี่ใหญ่ ข้ากลับมาแล้ว” เสียงของผมเต็มไปด้วยความดีใจ

“ดี! ดี! ดีมาก! เจ้ากลับมาก็ดีแล้ว ไป! พวกเราไปคุยกันที่บ้าน”

หลังจากมาถึงกระท่อมโกโรโกโสของจ้านหู่ ผมเริ่มแนะนำเพื่อนร่วมทางให้เขารู้จัก พี่ใหญ่ดีใจมากที่ได้เจอคนที่มาจากบ้านเกิดของเขา หลังจากนั้นก็นำอาหารน่าอร่อยออกมาจัดเลี้ยงต้อนรับพวกเขา

บนโต๊ะอาหาร ผมเห็นพี่ใหญ่มีอาการกระวนกระวาย ก็รู้ว่าเขาต้องการจะถามอะไร เลยยิ้มแล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ บ้านของพี่ยังดีอยู่ ไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง เดี๋ยวหลังจากพวกเรากินข้าวเสร็จ ข้าจะเล่าให้ฟังอย่างละเอียด” จ้านหู่เลยค่อยสงบลงได้

ระหว่างมื้ออาหาร ทุกคนครึกครื้นกันมาก เรียกจ้านหู่ว่าพี่ใหญ่กันทุกคน เหมือนว่าวันนี้พี่ใหญ่เจตนาจะไม่ดื่มเหล้ามากนัก แน่นอนผมก็แค่จิบ ๆ เหมือนกัน

กลางดึก หลังจากที่ทุกคนเข้านอนกันหมดแล้ว จ้านหู่กับผมเดินอยู่ด้วยกันที่เนินเขา ผมเริ่มอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ผมออกจากหมู่บ้านนี้ไป เขาอารมณ์ดีเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินว่าพี่รองของเขาตอนนี้บรรลุถึงระดับอัศวินศักดิ์สิทธิ์แล้ว และรู้สึกตระหนกเมื่อรู้ว่าผมเคยได้รับบาดเจ็บหนัก

“พี่ใหญ่! พี่ใหญ่ซานหยุนบอกว่าพวกเขาคิดถึงพี่มาก ตลอดเวลาที่ผ่านมาพวกเขาไม่ได้โทษพี่เลย พี่รีบกลับบ้านให้เร็วหน่อยได้มั้ย? พี่ใหญ่ซานหยุนสัญญากับข้าว่าเขาจะไม่บอกเรื่องพี่กับท่านจอมพล แต่ข้ารู้สึกว่าพี่ควรจะกลับได้แล้ว เวลามันผ่านมานานมากแล้ว”

จ้านหู่ถอนหายใจแรง “ข้าควรจะต้องกลับไปดูแล้วจริง ๆ ท่านพ่อชรามากแล้ว ลูกชายอกตัญญูคนนี้ไม่ควรปล่อยให้เขาเป็นห่วงให้นานนัก รอจนพวกเราพาเจ้าไปหาดาบศักดิ์สิทธิ์พบแล้ว ข้าจะกลับไป”

“หา!! พี่ใหญ่! พี่ใหญ่จะไปกับข้าด้วยเหรอ? พี่ไม่ต้องไปก็ได้ รีบกลับไปซิวต้าเถอะ”

“เจ้าเด็กนี่! คิดว่าดาบศักดิ์สิทธิ์มันหาพบง่าย ได้รับมาง่ายขนาดนั้นเลยเหรอ? พวกเจ้าต้องเจออันตรายอย่างไม่จบสิ้นแน่ ถ้าข้าไม่ร่วมทางไปกับพวกเจ้า ข้าจะวางใจได้ยังไง? เจ้าไม่ต้องพูดแล้ว ข้าจะไปด้วย”

“พี่ใหญ่....” ผมได้แต่กอดไหล่เขาโดยไม่มีคำพูดใด ๆ

ตอนที่เราออกจากหมู่บ้านมาในวันรุ่งขึ้น พวกเรามีสมาชิกเพิ่มขึ้นอีก 1 คน ทุกคนให้ความเคารพจ้านหู่เป็นอย่างมาก ก็เขาเป็นถึงพี่ใหญ่ของผมนี่ พวกเราออกเดินทางไกลเพื่อหาประสบการณ์แล้ว ใช่! มันเป็นการเดินทางเพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ แม้ว่าเริ่มแรกมันควรจะเป็นการเดินทางของผมคนเดียว ตามความตั้งใจตอนแรกของอาจารย์ตี้ แต่มันก็แค่กลายเป็นการเดินทางหาประสบการณ์ของคน 6 คนเอง อาจารย์ตี้ไม่น่าจะบ่นอะไรหรอก ก็พวกเขาอยากติดตามผมมาเองนี่ ผมเป็นคนปฏิเสธคนอื่นไม่เก่งนี่นา ผมลองพยายามโน้มน้าวพี่ใหญ่อีกครั้งแล้ว ให้อยู่ดูแลหมู่บ้าน แต่คำตอบของเขาคือ ตอนนี้ที่หมู่บ้านมีเงินเก็บอยู่มากพอสมควรแล้ว ตอนที่เขาไม่อยู่ คนในหมู่บ้านไม่จำเป็นต้องออกไป ‘ล่า’ ได้อีกสักพัก พวกเขาสามารถรออย่างสงบในหมู่บ้านได้ แล้วผมจะพูดอะไรได้อีกล่ะ

พวกเรามุ่งหน้าไปเขตปกครอง ‘เคอน่า’ ของอาณาจักรต้าลู่ มันเป็นเพียงเบาะแสเดียวที่อาจารย์ตี้มอบให้ผม มันไม่ใช่ระยะทางสั้น ๆ เลย อาณาจักรต้าลู่อยู่อีกด้านของอาณาจักรซิวต้า นั่นหมายความว่า เราต้องเดินทางผ่านอาณาจักรซิวต้าทั้งประเทศ ดังนั้นตอนที่เราออกมาจากหมู่บ้าน พวกเราเลือกที่จะนำม้ามาด้วย

นอกจากผมแล้ว พวกเขาทุกคนเป็นอัศวิน พวกเขาเก่งเรื่องการควบคุมม้ามาก ผมเคยขี่ม้าแค่ไม่กี่ครั้งเอง แต่พวกเขามอบตัวที่สูงที่สุด แข็งแรงที่สุดให้ผม แค่พวกเราเดินทางออกมาได้ไม่ไกลนัก ผมก็ปวดไปหมดทั้งตัวแล้ว ผมต้องใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ปกป้องร่างกายของผมมั้ยเนี่ย? ในที่สุดผมก็ทนไม่ไหว ผมต้องขอร้องให้พวกเขาสอนวิธีการขี่ม้าที่ถูกวิธีให้ผม หลังจากเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ผมก็พอที่จะขี่ม้าได้โดยไม่เจ็บ ไม่เหนื่อยมากแล้ว ผมเคยคิดที่จะบอกให้พวกเขาขี่ม้าไปกันเอง ส่วนผมจะใช้เวทย์เคลื่อนย้ายตามไป แต่คงไม่มีใครยอมเห็นด้วยแน่ ผมมีทางเลือกอื่นด้วยเหรอ ผมคงต้องทนแหละ

หลังจากเดินทางกันมาเกือบ 2 เดือน พวกเราก็มาถึงชายแดนของอาณาจักรต้าลู่จนได้ ผมมองแผนที่ เขตปกครองเคอน่ายังอยู่ห่างไปอีกเกือบ 400 กิโลเมตร แต่ที่อยู่เบื้องหน้าของเราตอนนี้คือ ‘เมืองหลุนวา’

ผมหันไปบอกกับทุกคน “หลังจากที่พวกเราเข้าเมืองแล้ว พวกเราควรหาที่พักแล้วพักให้สบายก่อนสัก 2 วัน พวกเราเดินทางกันมาอย่างหนัก ตอนนี้ฉันเหมือนจะตายอยู่แล้ว”

ได้ยินเสียงซิงโอวเยาะเย้ยกลับมา “อา! เมธีเวทย์ผู้ยิ่งใหญ่หมดแรงเดินทางแล้ว น่าเสียดายที่นายไม่รู้จักเวทย์ลม ไม่อย่างนั้นนายคงเหาะไปได้แล้ว”

คำพูดของซิงโอวสะกิดให้ผมนึกถึงบางอย่างขึ้นมาได้ ตอนที่เราเริ่มเคลื่อนที่ต่อเพื่อเข้าเมืองหลุนวา ผมหันไปถามจ้านหู่ “ข้าเคยได้ยินอาจารย์บอกว่า ถ้าจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้บรรลุถึงระดับหนึ่ง เราจะสามารถใช้มันเหาะได้ มันเป็นเรื่องจริงมั้ย?”

จ้านหู่ตอบกลับมาด้วยความประหลาดใจ “ข้าไม่นึกว่าเจ้าจะรู้เรื่องนี้ด้วย ใช่! มันสามารถเหาะได้โดยใช้จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ แต่เจ้าต้องมีความแข็งแกร่งอย่างน้อยก็ระดับอัศวินสวรรค์ จริง ๆ แล้วนี่คือเหตุผลที่พวกเขาถูกเรียกว่าอัศวินสวรรค์ด้วย”

ผมรีบถามต่อด้วยความตื่นเต้น “แล้วพี่กับซิวซือเหาะได้มั้ย?”

เสียงของซิวซือขัดจังหวะเข้ามาจากด้านข้าง “ก็พอได้! ฉันสามารถเหาะได้ราว ๆ 5 กิโลเมตรก่อนที่จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของฉันจะหมด พี่ใหญ่จ้านหู่น่าจะเหาะได้ไกลกว่านั้น”

“ก็ไม่ได้ไกลกว่าสักเท่าไร” พี่ใหญ่หู่จ้านดูเหมือนจะถ่อมตัว

ผมรีบพูดด้วยอย่างโหยหา ผมอยากเรียน “ฉันล่ะอิจฉาพวกนายจริง ๆ อา! มันจะดีขนาดไหนนะ ถ้าเหาะได้”

จบบทที่ บทที่ 76 - มาถึงอาณาจักรต้าลู่

คัดลอกลิงก์แล้ว