เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 341: เหลือเชื่อ

บทที่ 341: เหลือเชื่อ

บทที่ 341: เหลือเชื่อ


เช้าตรู่

ถังเจียลืมตาบนเตียงขนาดกว้างสองเมตรสี่สิบเซนติเมตร มองเพดานนิ่งอยู่นานด้วยท่าทีเหม่อลอย

ห้องที่ดูเรียบง่ายแต่หรูหรา เพดานสูงกว่า 5 เมตรไม่ได้ทำเป็นแบบลอฟต์ซึ่งดูเชย แต่ใช้ดีไซน์แบ่งระดับอย่างมีสไตล์ พื้นที่กว่าร้อยตารางเมตรถูกจัดเป็นห้องนอนเพียงห้องเดียว

ถังเจียรู้สึกว่าเธอไม่เคยได้นอนบ้านที่กว้างขวางขนาดนี้มาก่อน แต่เมื่อนึกได้ว่านี่เป็นการมาทำงานต่างถิ่น ก็ดูเหมือนความฝันไปหน่อย

สภาพการมาทำงานนอกพื้นที่ของตำรวจนั้น เรียกได้ว่าแย่สุด ๆ โรงแรมเล็ก ๆ ในเมืองถึงได้เฟื่องฟู ก็เพราะมีพวกตำรวจกับพวกเซลส์มาพักนั่นแหละ

เธอลุกไปล้างหน้าแปรงฟัน ห้องน้ำกลับตกแต่งด้วยหินอ่อนหรูหราเกินคาด

หลังจากแต่งตัวเรียบร้อย ถังเจียรวบผมเป็นมวยง่าย ๆ แล้วออกจากห้อง กดลิฟต์ขึ้นชั้นบนสุด

#

บ้านเจียงหยวนเริ่มครึกครื้นแล้ว

ตำรวจที่มาพักด้วยต่างไม่กล้านอนตื่นสาย ลุกกันเช้าตรู่ อีกทั้งยังมีชาวบ้านจากหมู่บ้านเจียงชุนอีกสิบกว่าคนมาร่วมรับประทานอาหารเช้าด้วย บ้างเพราะอยากรู้ บ้างก็เพราะว่าง

พ่อของเจียงหยวนเดินเข้าออกช่วยงานอย่างกระตือรือร้น พร้อมกับป้า ๆ หลายคน สำหรับชาวบ้านเจียงชุนแล้ว วันนี้แทบจะเป็นงานเลี้ยงเลยทีเดียว

อาหารเช้าจัดเต็มราวกับงานเลี้ยงจริง ๆ มีทั้งกับข้าวเย็นห้าหกอย่าง กับข้าวร้อนเจ็ดแปดอย่าง และซุปอีกสามสี่ชนิด วางเต็มโต๊ะในห้องอาหาร

“คุณตำรวจถังมาแล้ว หยิบตะเกียบเองเลยนะ” เจียงฟู่เจินพูดด้วยท่าทีอบอุ่นเหมือนต้อนรับญาติในหมู่บ้าน

เมื่อทุกคนพอรู้ฐานะของเจียงฟู่เจิน ก็ยิ่งรู้สึกว่าเขาเป็นคนถ่อมตัวจริง ๆ

“ตามสบายเลยนะ” เจียงหยวนพยักหน้าให้ถังเจีย ไม่พูดจามากความจนเกินไป

ถังเจียหยิบถ้วยตะเกียบมานั่งร่วมโต๊ะ เห็นหวังจง มู่จื้อหยาง และคนอื่น ๆ กำลังกินกันอย่างเอร็ดอร่อย ขณะที่ฝั่งตรงข้ามอย่างหวังชวนซิงกับเซินเหยาเว่ยยังมีท่าทางเกร็ง ๆ แต่ก็ดูจะเริ่มสนุกกับบรรยากาศแล้ว

“กินเยอะ ๆ นะ ที่ว่านเซียงอาหารไม่ค่อยดี กลางวันคงต้องกินง่าย ๆ ไปก่อน” เจียงหยวนพูดพลางกินข้าวฝีมือพ่อกับป้าทั้งหลายอย่างสบายใจ

ออกจากบ้านไปนาน สิ่งที่ปรับตัวยากที่สุดก็คือเรื่องอาหาร เจียงหยวนถึงจะมีบ้านแสนอบอุ่นในฉางหยาง แต่เรื่องอาหาร ถ้าต้องกินติดต่อกันเป็นเดือนก็ไม่ไหว

แต่กลับบ้านมากินข้าวที่พ่อทำ ซุปที่ป้าทั้งหลายต้มให้ ก็รู้สึกสงบใจอย่างบอกไม่ถูก

ตรงกันข้ามกับถังเจีย ที่กินไปไม่กี่คำก็วางตะเกียบแล้วพูดขึ้นว่า “หัวหน้าเจียง คือนี่ไม่ใช่ว่ามีปัญหานะ…แต่ว่าที่พักมันดีเกินไปหน่อย ดูจะไม่เหมาะ”

เจียงหยวนพูดเรียบ ๆ ว่า “ก็บอกแล้วว่านี่แค่พักชั่วคราว ไว้ค่อยตัดสินใจว่าจะอยู่ต่อหรือไม่”

ที่เขาพูด ไม่ได้หมายถึงแค่เรื่องที่พัก แต่รวมถึงการจะอยู่ทำงานในอำเภอหนิงไท่ต่อหรือไม่ด้วย

ถ้าใครจะอยู่ต่อ ก็ต้องหาที่อยู่ถาวร ถ้าใครแค่มาชั่วคราว เขาก็ไม่ขัดอะไรอยู่แล้ว ทุกคนคือทรัพยากรบุคคล

ใครจะไป เขาก็ไม่สามารถห้ามได้ แม้จะอยากให้อยู่ ก็รั้งไม่อยู่อยู่ดี เพราะเงื่อนไขของหน่วยสืบสวนหนิงไท่นั้น ไม่สามารถรั้งยอดฝีมือของกองปราบปรามจากที่อื่นไว้ได้หรอก

พวกที่มีวุฒิการศึกษาสูงที่หน้างานทำแต่ PowerPoint  อาจจะดูเหมือนไม่มีประโยชน์ แต่จริงๆ แล้วยังคงเป็นบุคลากรที่หายาก ท้ายที่สุดแล้วในหน่วยงานตำรวจแบบนี้ คนที่ทำงานหนัก ออกแรงเยอะ อดหลับอดนอนไม่กินข้าวได้ กลับมีอยู่เยอะแยะมากมาย และเป็นคนที่ไม่ได้ถูกให้ความสำคัญมากที่สุด

คำพูดนี้ทำเอาถังเจียพูดไม่ออก เซินเหยาเว่ยที่นั่งข้าง ๆ เหลือบมองเธอแล้วพูดว่า

“ที่พักฟรีไม่อยากอยู่ ถ้าเกรงใจนักก็จ่ายค่าที่พักเอาสิ”

หลังจากคดีก่อนหน้านี้ เซินเหยาเว่ยเองก็ตั้งใจแน่วแน่ที่จะติดตามเจียงหยวนแล้ว

ถ้าไม่ตามเจียงหยวน เขาก็ต้องกลับไปอยู่กับพี่ชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) แต่พี่ชายก็ยังต้องมาขอให้เจียงหยวนช่วยเลย แล้วทำไมเขาจะต้องไปเสียเวลาหาคนอื่นล่ะ?

อีกอย่าง พี่ชาย (ลูกพี่ลูกน้อง) ก็เป็นลูกพี่ลูกน้องตลอดไป แต่สารวัตรเจียงไม่ได้เป็นสารวัตรเจียงตลอดไปนี่นา

เซินเหยาเว่ยตอนนี้แทบจะอยากผูกขาดกับเจียงหยวนไปตลอด เขาไม่ชอบท่าทางเสแสร้งทำเป็นสูงส่งของถังเจียเลย

ถังเจียยังคงพูดเสียงเรียบ “บ้านดีขนาดนี้ ฉันพักไม่ไหวหรอก”

“งั้นก็ย้ายไปที่อื่นเอง อย่าพาลพวกเราด้วย จริง ๆ แล้วที่อยู่ไม่ได้น่ะ... ฮ่า ๆ ๆ…” เซินเหยาเว่ยเกือบจะปล่อยมุกลามก แต่ยังไม่สนิทกับทุกคน เลยไม่กล้าพูดออกไป

ถังเจียมีความคิดนี้อยู่แล้ว จึงพูดกับเจียงหยวนว่า “งั้นฉันขอย้ายออกไปหาที่อยู่เองแล้วกันนะ”

เจียงหยวนตอบทันที “ไม่มีปัญหา”

ในฐานะลูกชายของเศรษฐีจากการเวนคืน เจียงหยวนเคยเจอผู้หญิงสวยมาก็มาก ส่วนใหญ่จะไม่คิดจะมาเกาะเขาเรื่องเงิน ผู้หญิงที่ยินดีจ่ายหรือแชร์ค่าใช้จ่ายก็มีเยอะ ยิ่งกับถังเจียที่เป็นแค่เพื่อนร่วมงาน ก็ไม่มีเหตุผลอะไรต้องคิดมาก

เซินเหยาเว่ยเลยถาม “หัวหน้าเจียง งั้นผมอยู่ต่ออีกหน่อยได้ไหม?”

“ได้เลย” เจียงหยวนตอบเร็วมาก แล้วยังเสริมอีกว่า “ห้องนี้ว่างอยู่แล้ว ถ้าพวกนายไม่มา พ่อฉันยังต้องจ้างคนมาอยู่เป็นครั้งคราวเลย”

“ใช่เลย บ้านถ้าไม่มีคนอยู่ เดี๋ยวมันก็พัง ต้องมีคนอยู่ถึงจะมีชีวิตชีวา เฟอร์นิเจอร์ถึงจะอยู่ได้” เจียงฟู่เจินยกอ่างใส่เนื้อออกมาพลางพูดอย่างอารมณ์ดี

“มีตั้งหลายห้องไม่ให้เช่าล่ะ เสียดายออก” เมิ่งเฉิงเปียวที่อายุมากหน่อย คิดถึงค่าเช่าแล้วรู้สึกเสียดายแทน

“ไม่มีทาง ตอนสร้างอาคารหลังนี้ กะว่าจะให้เช่าระยะสั้น หมู่บ้านเจียงชุนสมัยก่อนอยู่ได้ด้วยเขาซือหนิงกับแม่น้ำไท่ การเวนคืนก็เพราะทางจังหวัดจะทำเป็นแหล่งท่องเที่ยว แต่เราถูกเวนคืนหลายรอบกว่าจะได้สร้างบ้านนี้ขึ้นมา พอที่นี่สร้างเสร็จ ชาวบ้านจำนวนมากเพิ่งเริ่มถูกรื้อถอน ก็ยังไม่มีที่อยู่กัน ฉันได้พื้นที่เยอะสุด ก็เลยคิดว่าจะให้ชาวบ้านมาอยู่ด้วยซะเลย พออยู่ไปเรื่อยๆ ก็ชิน ส่วนทางเขตท่องเที่ยวก็ทำตลาดอาหารและที่พักใหม่ ๆ ฝั่งโน้นเสร็จ ที่นี่ก็เลยไม่ได้ให้ช่าระยะสั้นแล้ว ปลอดภัยกว่า และก็ลดความยุ่งยากวุ่นวายด้วย

สรุปคือ เจียงฟู่เจินก็แค่ร่ำรวยขึ้นเรื่อยๆ จากการถูกเวรคืน ความตั้งใจเดิมที่อยากจะหารายได้จากการเช่าระยะสั้นนั้นก็หายไปอย่างสิ้นเชิง เหลือเพียงแต่การใช้เงินอย่างเดียวเท่านั้น

ตำรวจที่นั่งอยู่ บางคนเข้าใจ บางคนไม่เข้าใจ แต่สุดท้ายก็เงียบลงกันหมด

--

หลังอาหารเช้า

ทุกคนออกเดินทางไปว่านเซียง

ตอนนี้เองที่ความแข็งแกร่งของทีมสืบสวนคดีอาญาประจำอำเภอหนิงไท่ได้ปรากฏให้เห็นชัดเจน ทีมสามารถจัดหารถให้ได้เพียงสองคันเท่านั้น การจัดหารถสองคันสำหรับคดีขโมยแกะ  ก็ถือเป็นการอนุมัติพิเศษแล้ว

ตำรวจที่ขับรถมาเองเลยต้องเอารถส่วนตัวมาใช้เพื่อราชการ

คาราวานที่มุ่งหน้าไปว่านเซียง จึงประกอบด้วยรถหรู V8 รุ่นพิเศษ G-Class, Camry 2.0T และ Volkswagen Tiguan แน่นอนว่าส่วนใหญ่เป็นรถ Great Wall Cannon รุ่นใหม่เมื่อสี่ปีก่อน, รถ Santana เกือบใหม่เมื่อสิบสี่ปีที่แล้ว, และรถ Jinbei ที่วิ่งมาแล้วห้าแสนกิโล สภาพ 85%

ทุกคนมาถึงที่หมายโดยสวัสดิภาพ

ผู้อำนวยการสถานีตำรวจว่านเซียง ซ่งจินโหยว ออกมาต้อนรับทีมเจียงหยวนด้วยตัวเอง

เขาเห็น G-Class, Camry และ Volkswagen Tiguan เข้ามาในลานจอดรถด้วยสีหน้าเรียบเฉย เพราะรู้ว่าเจียงหยวนเป็นคนในหมู่บ้านเจียงชุน และพาคนจากฉางหยางมาด้วย เรื่องของเจียงหยวนเขาได้ยินมาจนหูชา

แต่พอเห็น Great Wall Cannon รุ่นใหม่เมื่อสี่ปีก่อน เขาก็แอบแสดงสีหน้าแปลกใจ เพราะรถคันนี้เป็นของรักของหวงของหวงเฉียงหมิน  ไม่ใช่คนทั่วไปที่จะยืมออกมาได้ และยังแสดงให้เห็นถึงตำแหน่งของเจียงหยวนในใจของหวงเฉียงหมินอย่างเต็มที่

เมื่อเห็นรถ Santana อายุ 14 ปีเข้ามา สีหน้าซ่งจินโหยวก็เริ่มแปลกใจยิ่งกว่า แค่คดีขโมยแกะ  ก็ใช้เจียงหยวนก็ดูจะเกินเลยไปหน่อยแล้ว กองสืบสวนคดีอาญายังจัดหารถมาให้ถึงสองคันอีก นี่ทำให้ซ่งจินโหยวคิดไม่ตกว่าทำไม

จนกระทั่ง Jinbei คันสุดท้ายที่เต็มไปด้วยคนก็ขับเข้ามาช้า ๆ

ซ่งจินโหยวสูดหายใจเข้าลึกๆ นี่มันไม่ถูกต้องแล้ว

#

จากประสบการณ์ 20 ปีในฐานะตำรวจ เขารู้ว่าการมาของตำรวจจำนวนขนาดนี้ ต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน

“ให้ทุกคนเตรียมพร้อม” ซ่งจินโหยวหันไปสั่งลูกน้อง แล้วเดินออกมาต้อนรับเจียงหยวนด้วยสีหน้าจริงจัง

หลิวเหวินไค่ที่มาด้วย ทำหน้าที่แนะนำตัวเจียงหยวนกับซ่งจินโหยว

แม้หลิวเหวินไค่จะอยู่แผนกคดีใหญ่ แต่พักนี้ไม่มีคดี เขาก็ว่างกว่าหัวหน้าหน่วยทั่วไป เลยถูกหวงเฉียงหมินส่งมาด้วย

ซ่งจินโหยวเห็นหลิวเหวินไค่เหมือนได้รับการยืนยันอะไรบางอย่างเลยถามว่า “มีคดีใหญ่มาใช่ไหม?”

เจียงหยวนอึ้ง “ไม่มีครับ คดียังเหมือนเดิม ขโมยแกะ”

“ต่อให้ปิดบังคนอื่น แต่คุณหลอกผมไม่ได้หรอก” ซ่งจินโหยวยิ้มแหย ๆ ทำเป็นเดา

หลิวเหวินไค่อดขำไม่ได้ พูดว่า “พี่ซ่ง ไม่มีอะไรซับซ้อนหรอก เจียงหยวนแค่พามาฝึกมือ”

“แค่มาฝึกมือ ต้องมาถึงว่านเซียงเลย?” ซ่งจินโหยวยิ้ม “ต้องพามาหลายคนขนาดนี้ด้วย?”

“เอ่อ…” หลิวเหวินไค่เริ่มจนคำพูด

“พูดมาเถอะ พวกคุณจะทำคดีไหน? ฉันพร้อมช่วยเต็มที่” ซ่งจินโหยวพูดอย่างตั้งใจ

เจียงหยวนพูดว่า “จริง ๆ ครับ แค่คดีขโมยแกะ…”

ซ่งจินโหยวเริ่มสีหน้าไม่ดี “พวกคุณปิด ๆ บัง ๆ แบบนี้ ฉันก็ช่วยอะไรไม่ได้”

เจียงหยวนไม่รู้จะตอบยังไง หันไปมองหลิวเหวินไค่

หลิวเหวินไค่พูดขึ้นว่า “พวกเราจับค้าประเวณีบ่อย เวลาจะเข้าจับ คู่ชายหญิงในโรงแรมไม่รู้แม้แต่ชื่อกัน แต่ก็เปลือยอยู่บนเตียง ผู้ชายยังหน้าตาแย่สุด ๆ แต่ดันบอกว่าไม่ใช่ค้าประเวณี แบบนี้ใครจะเชื่อ?”

เจียงหยวนฟังแล้วนิ่งไป แล้วหันไปบอกหวังชวนซิงว่า “เปิดพาวเวอร์พอยต์ให้เขาดู”

--

สิบห้านาทีต่อมา

ซ่งจินโหยวนิ่งเงียบ

ดูจากเนื้อหาในพาวเวอร์พอยต์ เขาเชื่อว่าคดีขโมยแกะครั้งนี้ ได้รับการจัดระดับให้เป็นคดีใหญ่จริง ๆ

“คาดไม่ถึงเลย…” ซ่งจินโหยวถอนหายใจยาว

หลิวเหวินไค่พยักหน้าอย่างจริงจัง “ใช่เลย ผมเคยเจอชายคนหนึ่ง ตัวเตี้ย หน้าตาแย่ ผู้หญิงบนเตียงสวยใช้ได้ แต่เขาดันไม่ได้เสียเงิน มันเหลือเชื่อจริง ๆ…”

----------

(จบบทที่ 341)

จบบทที่ บทที่ 341: เหลือเชื่อ

คัดลอกลิงก์แล้ว