เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 41 - ผมอยากกลับบ้าน

บทที่ 41 - ผมอยากกลับบ้าน

บทที่ 41 - ผมอยากกลับบ้าน


“ให้อาจารย์คิดก่อน” อาจารย์ตี้นิ่งไปอยู่สักพัก “การเติบโตของเสี่ยวจินดูเหมือนว่าจะเร็วมาก เร็วกว่าอัตราการเจริญเติบโตที่บันทึกไว้ในหนังสือ ภายในเวลา 1 ปี มันโตจนเกือบจะพ้นวัยทารกแล้ว ในหนังสือบอกไว้ว่าโดยปกติต้องใช้เวลาอย่างน้อย 600 ปี ถึงจะเติบโตผ่านช่วงวัยทารกได้ แต่มันยังไม่ครบ 1 ปีหลังจากเสี่ยวจินเกิด แต่มันกำลังจะผ่านช่วงทารกเข้าสู่ช่วงเจริญวัยแล้ว อาจารย์คิดว่าการที่เธอกับเสี่ยวจินแบ่งชีวิตกัน มีผลต่อการเจริญเติบโตของเสี่ยวจิน หลังจากอุบัติเหตุครั้งนั้น ใช่หรือเปล่าว่าเสี่ยวจินโตเร็วขึ้นมาก?”

“ใช่แล้วครับ หลังจากเหตุการณ์นั้น เสี่ยวจินโตเร็วมาก ซึมซับพลังงานเวทย์มากขึ้นกว่าเดิม”

“จางกง ไม่ใช่แค่ว่าเธอเก็บสมบัติได้แล้ว เหมือนเธอเจอขุมทรัพย์เลยล่ะ ไม่ว่าอย่างไรเธอต้องไม่ให้คนอื่นรู้ว่า เสี่ยวจินเป็นมังกร รอจนกว่าเสี่ยวจินจะเข้าสู่ช่วงเจริญวัย หลังจากนั้นก็ไม่ต้องกังวลแล้ว ถึงตอนนั้น ปีก และกงเล็บของมันน่าจะแข็งแรงเต็มที่ มันจะเป็นผู้ช่วยที่พิเศษสุดของเธอ”

“ครับ แต่มันวิเศษจริง ๆ ผมมีสัตว์เวทย์เป็นมังกร!”

“ไม่ต้องรีบมีความสุขไป อย่างแรกอาจารย์จะยกหนังสือเล่มนี้ให้เธอ หนังสือเล่มนี้ถูกส่งผ่านมาจากอาจารย์ของอาจารย์ ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น เก็บรักษาไว้ให้ดีล่ะ มันจะมีประโยชน์กับเธอต่อไปในอนาคต บนหน้าสุดท้ายของหนังสือ จะมีแผนที่และวิธีการเดินทางไปยังดินแดนของเผ่ามังกรเขียนเอาไว้ หลังจากที่เธอสำเร็จการศึกษาจากสถาบันเวทย์มนต์ชั้นสูง เธอควรจะเดินทางไปที่นั่น บางทีราชามังกรตัวปัจจุบันอาจต้องการที่จะนำตัวเสี่ยวจินกลับไป ซึ่งเธอควรจะยินยอมตามนั้น พวกเราไม่มีเบาะแสเลยจริง ๆ ว่าทำไมเสี่ยวจินถึงออกมาอยู่ข้างนอกนี้ได้”

“ผมต้องส่งเสี่ยวจินคืนด้วยเหรอ?” ผมไม่อยากแยกกันกับเสี่ยวจิน ถึงแม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นมังกร ผมก็รู้สึกอย่างเดียวกัน

“เธอต้องคืน จางกงทำตามที่อาจารย์บอกเธอ เธอต้องคิดถึงหัวอกของพ่อและแม่ที่สูญเสียลูกไป ว่ามันเจ็บปวดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เธอต้องคิดในมุมนี้ด้วย”

นั่นก็ถูก! ถ้าพ่อกับแม่ของผมหาผมไม่เจอ พวกเขาจะต้องเศร้ามากแน่ ๆ หลังจากผมเรียนจบแล้วมีโอกาส ผมจะเดินทางไปที่หุบเขามังกรแน่นอน ในกรณีที่แย่ที่สุด ผมจะขอร้องพวกเขาให้อนุญาตให้เสี่ยวจินอยู่เป็นเพื่อนผมก่อน

อา! ผมไม่ได้เจอพ่อกับแม่นานแล้วเหมือนกัน ตอนนี้ผมมีวันหยุดแล้ว ผมอยากกลับบ้านไปหาพวกเขา ตอนที่พวกเขารู้ว่าตอนนี้พลังเวทย์ของผมมีมากขนาดไหนแล้ว พวกเขาต้องมีความสุขมากแน่ ๆ

“อาจารย์ครับ ผมจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่ครับ? ผมคิดถึงพ่อกันแม่” ผมไม่ได้มีเป้าหมายอะไรซ่อนเร้นอยู่ มันแค่ผมนึกถึงระยะทางอันไกลโพ้น กว่าจะถึงบ้าน

“คิดถึงบ้าน? พักอีกสัก 2 วัน รอให้ร่างการของเธอฟื้นฟูก่อน ค่อยกลับบ้าน วันมะรืนถึงจะเป็นวันหยุดของโรงเรียนอย่างเป็นทางการ” อาจารย์ตี้ตอบ

“อา! อีกเรื่องหนึ่งครับ อาจารย์ ผมไม่อยากท้าทายผู้ชนะของชั้นปีที่สูงกว่าอีกแล้ว ผมคิดว่าผมยังไม่แข็งแกร่งพอ ผมยังต้องฝึกฝนอย่างหนัก เพื่อให้ตัวเองมีพลังมากกว่าเดิม ก่อนที่จะเริ่มคิดเรื่องท้าทายพวกเขา”

“คิดถูกแล้ว ถือว่ามีทัศนคติที่ดี อาจารย์กลัวว่าเธอจะพอใจกับความก้าวหน้าของตัวเองแต่เพียงแค่นี้ ถ้าไม่มีเสี่ยวจิน เธอไม่สามารถเป็นผู้ชนะได้ด้วยซ้ำ อาจารย์ก็หวังว่าเธอจะทุ่มเทให้กับการฝึกฝน รอจนเธอเข้าสถาบันเวทย์มนต์ชั้นสูงได้แล้ว ค่อยปล่อยวางได้ ตอนนี้เธอพักผ่อนไปก่อน เดี๋ยวอาจารย์ยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ” อาจารย์ตี้ลูบหัวผม ก่อนที่จะเดินออกไป

ผมไม่ได้คาดคิดว่าการประลองจะทำให้เกิดเรื่องมากมายขนาดนี้ แต่มันก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร อย่างน้อยผมก็ได้รู้ว่าเสี่ยวจินเป็นอะไร ตอนที่ผมโตกว่านี้ แน่นอนว่าผมจะต้องหาเวลาไปช่วยเสี่ยวจินตามหาพ่อแม่

ผมมองไปที่เสี่ยวจินอย่างอบอุ่น ลูบหัวอันใหญ่โตขอมัน เสี่ยวจินเหมือนจะรับรู้ได้ มันเอนตัวเข้ามาหาผมอย่างขี้เกียจ

พออาจารย์ตี้ออกไป กำแพงเวทย์มนต์ของเขาก็เริ่มสลายตัว ผมเลยรีบส่งเสี่ยวจินกลับเข้าไปในร่างของผม

อยากนอนแล้ว! ผมทิ้งตัวลงบนเตียง แต่ก็หลับไม่ลง อาจารย์ซิวน่าจะมารับผมวันมะรืน ด้วยความคาดหวังอย่างสูงที่เขามีให้ผม เขาจะต้องมีความสุขเป็นที่สุดถ้ารับรู้ถึงความก้าวหน้าที่ผมมี ผมไม่รู้เกี่ยวกับพ่อและแม่ แต่พวกเขาต้องคิดถึงผมมากแน่ ๆ ตอนนี้ผมก็คิดถึงพวกเขามากเช่นกัน

ผมมองออกไปที่ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ผ่านหน้าต่างด้วยความรู้สึกคิดถึงบ้าน ด้วยความที่นอนไม่หลับ ผมเริ่มสะสมพลังเวทย์ พยายามฟื้นฟูมันให้ได้มากที่สุดก็เป็นสิ่งที่สำคัญ ผมเริ่มดูดซับและควบแน่นธาตุแสง ธาตุแสงไหลเข้าสู่ตัวผมไม่หยุดแล้วควบแน่นเป็นดวงแสง ก่อนที่จะถูกดูดซับไปโดยดวงเวทย์อีกทีหนึ่ง วิธีนี้รวดเร็วกว่าการปล่อยให้ดวงเวทย์สีทองของผมดูดซับพลังเวทย์ด้วยตัวมันเอง

.... 2 วันต่อมา

ผมไปหาอาจารย์ตี้ตั้งแต่เช้าตรู่ “อาจารย์ครับ พลังเวทย์ของผมใกล้จะฟื้นฟูได้อย่างเต็มที่แล้ว ผมกลับบ้านได้หรือยังครับ?”

เขาเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือที่กำลังอ่านอยู่และยิ้มให้ผมอย่างสดใส “เจ้าเด็กโง่ รีบร้อนทำไม? อยากหลบหน้าตาแก่นี่ใช่มั้ยถึงได้อยากรีบกลับ?”

“ไม่ใช่ครับ ไม่มีทาง ผมออกจะไม่ชอบที่ต้องห่างจากอาจารย์ อาจารย์เป็นอาจารย์ที่ดีที่สุดที่ผมเคยเจอเลย” นี่เป็นคำพูดที่ออกมาจากใจจริงของผม มันเป็นเพราะคำแนะนำของอาจารย์ตี้ที่ทำให้ผมพัฒนาขึ้นมาได้อย่างรวดเร็วอย่างนี้ เพียงแค่เวลา 1 ปี ผมกลายเป็นตัวแทนนักเรียนชั้นปีที่ 2 แล้ว

อาจารย์ตี้ยิ้มกว้างกว่าเดิม เมื่อเห็นอาการตระหนกของผม “อาจารย์แค่ล้อเธอเล่น รีบไป เธอเก็บของเสร็จเมื่อไรก็กลับบ้านไปได้เลย เดินทางระวังตัวด้วย มีคนมารับเธอหรือเปล่า?” เขาถามผมเรื่องนี้ เพราะเขารู้ว่าบ้านของผมอยู่ค่อนข้างไกล

“มีครับ แต่ผมไม่ทราบว่าเขามาถึงหรือยัง เขาเป็นอาจารย์คนก่อนของผมจากโรงเรียนปฐมเวทย์มนต์ครับ”

“โอ้! ถ้ามีโอกาสอาจารย์ก็อยากจะพบเขาอยู่เหมือนกัน จะได้ถามถึงวิธีที่เขาใช้ในการฝึกฝนให้เธอมีพื้นฐานที่แข็งแกร่งได้ถึงขนาดนี้ (นี่ไม่มีทางเป็นไปได้ เพราะตอนนี้อาจารย์ตี้ไม่อยากให้คนอื่นรู้ว่ารับผมเป็นศิษย์)

“ไม่ต้อง ไม่ต้องหรอกครับ” ผมรีบปฏิเสธอาจารย์ตี้ ถ้าผมให้เขาใช้วิธีของอาจารย์ซิวเพื่อจัดการกับผม ผมจะมีชีวิตรอดต่อไปได้ยังไง? “วิธีการสอนของอาจารย์นั้นเหนือกว่าอาจารย์ท่านอื่น ๆ อยู่แล้วครับ ไม่ต้องไปปรึกษาอาจารย์ท่านอื่นอีกแล้ว” โดยไม่รั้งรอ ผมสวมหมวกสูงให้เขาทันที

หลังจากได้ยินคำพูดของผม อาจารย์ตี้รู้สึกยินดี “จริงรึ? ถ้าอย่างนั้นที่สอนเธอไปถือว่าไม่เสียเปล่า” จากท่าทางที่เขาแสดงออกมา เขาดูพอใจกับตัวเองมาก “โอ้! ใช่แล้ว อาจารย์มีบางอย่างที่ต้องให้เธอ เพราะเธอกำลังจะไปแล้ว”

“อาจารย์ไม่ต้องให้อะไรผมแล้วครับ ชุดคลุมเวทย์ที่อาจารย์มอบให้ผมครั้งที่แล้ว มันมากพอแล้ว” ถึงแม้ว่าประสิทธิภาพของชุดคลุมเวทย์จะไม่ดีพอที่จะต้านทานเวทย์ผนึกอย่างโลกต้องห้ามได้ แต่มันก็ถือว่าทรงพลังมากพอสำหรับเวทย์อื่น ๆ

“อาจารย์ไม่ได้จะส่งของขวัญให้เธอคราวนี้ มันเป็นสิ่งที่เธอควรได้รับอยู่แล้ว” หลังจากพูดจบ เขาหยิบบัตรสีม่วงที่สูงค่าออกมาจากกระเป๋าในอกเสื้อเขา

“มันคืออะไรครับ?”

“นี่คือบัตรม่วงที่เก็บเหรียญเพชรไว้ มีน้อยคนนักบนทวีปที่จะครอบครองบัตรแบบนี้ได้ คนอื่นไม่สามารถใช้บัตรใบนี้ได้ เพราะอาจารย์ใส่ข้อมูลส่วนตัวของเธอเข้าไปแล้ว มันไม่สามารถเปลี่ยนได้อีก ในนี้มีอยู่ 100 เหรียญเพชรที่เธอได้รับจากการเป็นผู้ชนะ น่าจะพอให้เธอใช้จ่าย ต่อไปถ้าเธออยากจะใช้เงิน ก็แค่นำมันออกมา ประโยชน์สูงสุดของมันคือคนอื่นใช้มันไม่ได้ เธอต้องไม่ทำมันหาย เธอสามารถใช้เวทย์อันเชิญกับบัตรสีม่วงใบนี้ แล้วให้มันเก็บไว้ในตัวเธอได้”

นี่มันสวยงาม! หลังจากรับมันมา ผมกลายเป็นเศรษฐีแล้ว นี่มันไม่ใช่เงินก้อนเล็ก ๆ วิเศษจริง ๆ!!

“อาจารย์ครับ งั้นผมไปก่อนนะครับ อาจารย์ดูแลตัวเองด้วย ผมจะกลับมาก่อนเปิดภาคการศึกษาใหม่” หลังจากกล่าวจบประโยค ผมหันหลังกลับ แล้วเริ่มวิ่งไปที่ห้องพัก ผมต้องไปเก็บของ แล้วผมจะได้กลับบ้านแล้ว เย่ เย่ เย้!!!

“เดินทางก็ระวังตัวด้วย อย่าให้พลังเวทย์ลดลงล่ะตอนอยู่บ้าน” เสียงเตือนดังไล่หลังผมมา

จบบทที่ บทที่ 41 - ผมอยากกลับบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว