- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่: 33 รถหาย
บทที่: 33 รถหาย
บทที่: 33 รถหาย
#ยามเย็น
ในเตาไฟฟืนโบราณที่ทั้งใหญ่ และทั้งหนัก เนื้อแพะกำลังถูกต้มแบบเดือดปุดๆ
เจียงฟู่เจินขึ้นชื่อเรื่องความใจกว้าง ตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ เขายังแบ่งกระต่ายที่ล่าได้ให้เพื่อนกินครึ่งตัว แล้วพอมีกำลังทรัพย์ขึ้นมา การเชิญคนมากินแพะก็กลายเป็นเรื่องธรรมดา
เมื่อเลี้ยงบ่อยขึ้น ฝีมือการต้มแพะของเจียงฟู่เจินก็พัฒนาไปอีกขั้น กลายเป็นแม่เหล็กดึงดูดเพื่อนฝูงให้มาร่วมวงกินด้วยเรื่อยๆ
ทันทีที่เจียงหยวนกลับถึงบ้าน กลิ่นหอมของเนื้อแพะก็ลอยมาทักทายก่อนใครเพื่อน พ่อของเขาไม่เหมือนพ่อครัวร้านอาหารที่เร่งรีบในการทำอาหาร
พ่อของเขาปราณีตทุกขั้นตอน ตั้งแต่การเตรียมวัตถุดิบ ทั้งการตักฟองเลือดออก ซึ่งหลายคนจะรอให้เดือดแรงๆ แล้วค่อยช้อนออก แต่พ่อของเขานั่งเฝ้าหม้อตั้งแต่ต้น ฟองขึ้นแค่ไหน ก็ตักออกทันที ขั้นตอนนี้บางทีใช้เวลาครึ่งชั่วโมงได้
วิธีนี้ช่วยลดกลิ่นสาบของแพะ และควบคุมความเปื่อยได้ดีกว่า เพราะถึงแม้การต้มจะง่ายกว่าการย่าง แต่ก็ต้องอาศัยเทคนิคไม่น้อย
ในหม้อใบใหญ่ขนาดต้มแพะหนึ่งตัวพร้อมห่านอีกตัวได้ เนื้อแพะสีขาวแซมแดง แดงแซมขาว ลอยตะแคงไปมา แค่มองก็ไม่รู้สึกเลยว่านี่คือห้องครัวบ้านคนทั่วไป
---
"หยวนกลับมาแล้วเหรอ"
ญาติและเพื่อนบ้านที่มาร่วมวงทักทายแบบไม่เป็นทางการ บางคนยังพกชามกับเครื่องปรุงมาเองด้วย ที่เหลือก็ชิลๆ ไม่พิถีพิถันอะไร
"ขอโทษทีนะที่ทำบ้านเลอะ"
บางคนก็พูดอย่างเกรงใจ
เจียงหยวนโบกมือสบายๆ
"ที่บ้านมีแต่ผู้ชายสองคน จะให้รกกว่านี้ก็ยากแล้วล่ะ"
เมื่อก่อนอยู่ในหมู่บ้าน เขาก็กินข้าวบ้านคนอื่นบ่อย เวลาใครล่ากระต่ายมา คนอื่นๆ ก็จะเอาของมาร่วมวง บางทีก็ช่วยกันคนละนิดคนละหน่อยรวมเป็นมื้อได้
เจียงฟู่เจินออกมาจากครัว มองลูกชายแล้วพูดว่า
"กลับมาพอดี ใกล้ได้เวลากินแล้ว"
"วันนี้มีผ่าศพไหม?"
"วันนี้ไม่มีศพ" เจียงหยวนตอบ
"งั้นก็กินด้วยมือได้ ถ้าเพิ่งผ่าศพมาก็อย่าจับเนื้อในอ่างล่ะ แต่ถึงจะไม่มีศพก็ล้างมือก่อนนะ"
เจียงฟู่เจินขีดเส้นไว้ชัด แล้วอีกสักพักก็ยกอ่างใหญ่ที่เต็มไปด้วยเนื้อแพะออกมาเสิร์ฟ
---
เจียงหยวนนั่งรวมกับคนอื่น ๆ หยิบตะเกียบพร้อมลุย
"เริ่มที่ซี่โครงก็ได้" เจียงฟู่เจินพูดอย่างอารมณ์ดี
"วันนี้เราต้มแพะตัวผู้หนักเกือบสี่สิบกิโล ฉันว่าน่าจะตรงนี้แหละที่อร่อย"
เขาวาดมือลอยๆ เหนืออ่างใหญ่ แค่พริบตาเดียว ซี่โครงก็ลงในชามของทุกคนเรียบร้อย
เจียงหยวนได้จานเล็กมา เขาโรยเกลือกับพริกไทยลงไป เม็ดเกลือขาวดำกระจายคล้ายหิมะปนเถ้า เสริมรสแพะได้ยอดเยี่ยม
เนื้อแพะนุ่มแต่ไม่เละ เคี้ยวหนึบแต่ไม่เหนียว คำแรกที่กัดเข้าไป ความหอมหวานพุ่งขึ้นจมูก ความมันชุ่มทะลุขึ้นสมอง
"เนื้อแพะของลุงเจียงอร่อยสุดๆ ไม่มีกลิ่นสาบเลย หอมมาก"
ใครคนหนึ่งในวงอาหารชื่นชม
ที่เหลือไม่พูดอะไร ก้มหน้ากินกันเงียบๆ
---
เจียงฟู่เจินหัวเราะอยู่ในครัว พลางจัดการกับเนื้อส่วนที่เหลือ
เขาอายุมากแล้ว กินไม่เกินสองชิ้นก็พอ โดยเฉพาะแพะที่มันจัด ถ้ากินสองวันติดกระเพาะจะรับไม่ไหว แต่เขาก็ยังชอบทำ ชอบเห็นลูกชายกินกับเพื่อนฝูง เป็นภาพฝันในวัยเด็กที่เขาเคยจินตนาการถึง
เจียงหยวนนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง เขาอายุเพียง 22 ปี ทำงานที่ใช้สมองหนักแต่ก็ใช้แรงงานด้วย นี่เป็นช่วงที่กินได้มาก ไม่ว่าจะเป็นเนื้อวัว แกะ หมู หรือไก่ ตราบใดที่ทำอร่อย เขาไม่เคยปฏิเสธ แม้แต่อาหารที่ไม่อร่อย เขาก็กินได้จนอิ่มเจ็ดส่วนก่อนจะวางตะเกียบและแสดงความคิดเห็น
ระหว่างกิน คนก็คุยกันไปด้วย บรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง
หากพูดถึงความคุ้นเคย ผู้ที่นั่งอยู่ที่นี่วันนี้ล้วนรู้จักกันมานานอย่างน้อย 10-20 ปี อาจเป็นเพราะความคุ้นเคยนี้เอง หัวข้อสนทนาเปลี่ยนมาถามเรื่องหมอนิติเวชอย่าง—เจียงหยวน
"หยวน ตอนนี้เป็นตำรวจแล้วใช่ไหม จับคนร้ายไปกี่คดีแล้ว?"
ป้าฮวาที่กินไม่เยอะแต่พูดมากถามขึ้น
เจียงหยวนหัวเราะเบาๆ
"ผมเป็นนิติเวชครับ แค่มีส่วนร่วมในคดีบางคดีเท่านั้น"
"คดีอะไรบ้างล่ะ?"
ป้าฮวารีบถามต่อ พร้อมกับลุกไปตักซุป
"เรื่องคดีเล่าไม่ได้ครับ" เจียงหยวนตอบ
"เขามีกฎของตำรวจอยู่"
หนุ่มข้างๆ เสริมอย่างเข้าใจโลก
เจียงหยวนพยักหน้า
"เรื่องคดีต้องเป็นความลับครับ"
"พูดถึงเรื่องตำรวจ หยวน ช่วยลุงหน่อย"
ลุงสิบสามที่ซัดเนื้อไปหลายชิ้น เงยหน้าพูดพลางซดน้ำซุปอย่างสบายใจ
"รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้าลุงหายไป ครึ่งปีกว่าแล้ว แจ้งความก็ไม่เจอ ช่วยลุงตามให้หน่อยได้ไหม?"
---
ตั้งแต่หมู่บ้านเจียงถูกเวนคืนเพื่อพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยว ทุกคนก็รวยขึ้น หลายบ้านมีรถยนต์ แต่เพราะถนนในเมืองเล็กและระยะทางไม่ไกล คนส่วนมากรวมถึงเจียงหยวน ยังคงใช้รถมอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า
แต่คดีรถไฟฟ้าหาย… เกิดขึ้นบ่อยและมีอัตราการจับกุมต่ำมาก
เจียงหยวนวางเนื้อในมือ
"ลุง รถหายแบบนี้เป็นคดีของสถานีตำรวจครับ ไม่ใช่ของแผนกผม"
"แต่แกก็เป็นตำรวจเหมือนกันใช่ไหมล่ะ?"
"ก็พอจะช่วยสอบถามได้ครับ"
เขาคิดในใจว่าถ้าให้อาจารย์อู๋จวินช่วยสอบถามไปยังสถานีตำรวจ น่าจะพอได้ผล เพราะเวลามีคดีตายผิดปกติ นิติเวชอย่างเขาก็ต้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย อู๋จวินรู้จักคนเยอะอยู่แล้ว
ลุงสิบสามขมวดคิ้ว
"จะถาม หรือไม่ถามก็ไม่เป็นไร ฉันแค่อยากได้รถคืนเอง ราคาแพงตั้งห้าพันกว่า ยังไม่ทันได้ขี่ดีๆ ก็หายไปแล้ว เมียฉันด่าฉันไม่หยุดเลย"
เจียงหยวนยิ้มแห้ง
"เป็นตำรวจไม่ได้แปลว่าจะตามของหายเจอทุกอย่าง คดีแบบนี้ซับซ้อนมากครับ"
"ฉันว่าน่าจะเป็นพวกเก็บของเก่าที่ชอบมาแถวนี้นั่นแหละ ขโมยแน่ๆ นายช่วยเช็คคนกลุ่มนี้ให้หน่อยได้ไหม?"
ลุงสิบสามเริ่มเสนอแผน
"ทางนิติบุคคลเขาจดชื่อไว้ ฉันจะไปขอมาให้..."
เจียงหยวนได้ยินคำว่าต้องครวจสอบคน ก็ตกใจแล้ว เดี๋ยวนี้แค่สืบคนผิดก็ไม่ใช่แค่ผิดวินัยแล้ว แต่ถึงขั้นผิดกฎหมาย
เขารีบโบกมือห้าม
"อย่าๆ เดี๋ยวผมลองถามให้ก็ได้"
จะหาหรือไม่หาไม่รู้ล่ะ แต่ถ้าถึงขั้นให้เขาสืบคนจริงๆ งานเข้าแน่ ยังเป็นเด็กใหม่อยู่ ไม่อยากมีเรื่อง
เจียงหย่งซินที่เปิดร้านล้างรถอยู่ชั้นล่าง ชูมือพร้อมคีบเนื้อเข้าปาก
"นับฉันด้วยนะ ของฉันหายไปสองคันแล้ว"
"ของฉันก็หายไปตั้งแต่ปีก่อน นับด้วยได้ไหม?"
ป้าฮวาก็ไม่ยอมพลาดความสนุก
-----
(จบบทที่ 33)