เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11: คดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา

บทที่ 11: คดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา

บทที่ 11: คดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา


“เสี่ยวหวังก็ชอบเล่นซอฟต์แวร์คอมพิวเตอร์เหมือนกันนะ เมื่อก่อนเวลาเขตเรามีคดีที่ต้องขอความร่วมมือจากภายนอก ก็เป็นเสี่ยวหวังนี่แหละที่จัดการทั้งหมด”

เหยียนเก๋อรับรองฝีมือของเสี่ยวหวัง พร้อมถือโอกาสปกป้องศักดิ์ศรีของเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยในเขตที่ตอนนี้มีอยู่เพียงสองคนเท่านั้น

หวังจงยิ้มเขินๆ แล้วถ่อมตัวว่า

“ของผมน่ะเทียบกับหมอเจียงไม่ได้หรอกครับ คุณน่ะเป็นผู้เชี่ยวชาญลายนิ้วมือตัวจริง ผมน่ะแค่ตรวจร่องรอยจากฐานข้อมูลลายนิ้วมือเฉยๆ”

ฐานข้อมูลลายนิ้วมือนั้นมีการอัปเดตอยู่ตลอด โดยเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยตามท้องที่ต่างๆ จะเป็นผู้รับผิดชอบถ่ายภาพลายนิ้วมือที่เก็บได้ จัดเก็บเข้าแฟ้ม ลงบันทึกคำอธิบาย บางครั้งก็ต้องประมวลผลด้วยมือ ก่อนที่จะนำเข้าฐานข้อมูลอีกด้วย นอกจากนี้ ลายนิ้วมือของคดีเก่าๆ ก่อนใช้ระบบคอมพิวเตอร์ ก็ต้องตรวจสอบด้วยมือก่อนเช่นกัน

การนำลายนิ้วมือเก่ามาตรวจเทียบกับในระบบเป็นครั้งคราว เราเรียกว่า “รันฐาน” บางครั้งผู้ต้องสงสัยที่เคยตรวจสอบไม่พบ อาจจะถูกจับได้เพราะอื่น ๆ เช่น เมาแล้วขับหรือทะเลาะวิวาท แล้วมีการบันทึกลายนิ้วมือใหม่เข้าระบบ ก็จะสามารถจับคู่กับคดีเก่าได้ หรือแม้แต่การที่ผู้ต้องสงสัยไปทำบัตรที่พักอาศัยชั่วคราว ก็อาจจะทำให้ลายนิ้วมือที่เคยโดดเดี่ยวได้เจอคู่ที่ใช่เช่นกัน ถือเป็นการ “สร้างความสำเร็จให้ทุกฝ่าย”

อีกประเภทคือคนที่ก่อคดีในต่างพื้นที่ ลายนิ้วมือจึงไม่ได้อยู่ในฐานข้อมูลท้องถิ่น แต่มีในฐานข้อมูลต่างถิ่น เจ้าหน้าที่ที่ได้รับคำร้องขอความร่วมมือก็จะใช้วิธีดั้งเดิม คือระบุจุดลักษณะเด่น แล้วรันฐานข้อมูลตรวจเช็คแบบสุ่มๆ เผื่อฟลุกเจอ

การรันฐานลายนิ้วมือจึงเป็นกิจวัตรของเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยทั่วไป ถ้าเจียงหยวนไม่มี “ระบบ” มาช่วย ในช่วงปีสองปีแรกจะทำแค่นี้ได้ก็นับว่าไม่เลวแล้ว ดังนั้นเขาจึงพูดอย่างอบอุ่นจริงใจว่า

“แมวขาวหรือแมวดำ จับหนูได้ก็คือแมวดี”

หวังจงรู้สึกว่าเจียงหยวนเป็นคนดี น่าคบหา จึงยิ่งถ่อมตัวขึ้นไปอีก

“เรื่องจับหนูน่ะ คุณเป็นแมวลาย ผมน่ะแค่แมวแร็กดอลล์ตัวหนึ่งเท่านั้น”

“...”

ทุกคนในที่นั้นเหลือบมองใบหน้าหยาบกร้านจากการลงพื้นที่และอดนอนของหวังจง แล้วก็มองไปที่ใบหน้าเนียนขาวดูเรียบร้อยของเจียงหยวน ต่างก็เข้าสู่ภาวะนิ่งคิดอย่างสุภาพ...

...

“เมื่อกี้นายบอกว่ามีคดีเหรอ”

อู๋จวินทวนขึ้นมา

“ใช่ ๆ ๆ”

หวังจงรวบรวมสติ แล้วเล่าว่า

“เป็นคดีเก่าเมื่อ20ปีก่อน ตอนนั้นผมรันฐานลายนิ้วมือแล้วจำได้ดีเลย คดีดูเหมือนไม่ซับซ้อน เป็นนักเรียน ม. ปลายไม่กี่คนดื่มเหล้าฉลองเรียนจบ เมาแล้วมีเรื่องกับคนที่เดินผ่าน แล้วก็มีคนหยิบขาเก้าอี้มาตีจนล้ม เด็กคนนั้นดวงซวยถูกตีจนตาบอดไปข้างนึง กลายเป็นคดีทำร้ายร่างกายจนบาดเจ็บสาหัส”

“พูดถึงคดีที่ทำให้ตาบอดข้างเดียว ฉันก็จำได้ ตอนนั้นยังสอบเข้ามหาวิทยาลัยช่วงเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงที่อากาศร้อนมาก พอผลคะแนนสอบออก พวกเด็กๆ ที่สอบไม่ได้ก็ออกมาดื่มเหล้า มีเรื่องทะเลาะวิวาทกันเต็มไปหมด”

“บวกกับตอนนั้นมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ก็รับนักเรียนน้อย เด็กที่เรียนดีแต่ไม่ได้ไปต่อก็มีมาก คดีที่ว่า เด็กที่โดนตีเป็นนักเรียนเก่ง และยังสอบได้ที่เรียนระดับมหาวิทยาลัยด้วยซ้ำ คงจะโดนเพราะแบบนั้นล่ะมั้ง”

อู๋จวินเล่าด้วยน้ำเสียงระลึกความหลัง

“ตอนนั้นก็เป็นอาจารย์ฉันที่ทำสำนวนคดีนี้เอง”

“ใช่ครับ คดีนั้นเลย ตอนนั้นสงสัยว่าคนร้ายอาจเป็นนักเรียนต่างถิ่นที่มาเที่ยว หรือคนงานที่มาทำงาน พอเกิดเรื่องก็เลยหนีไป”

หวังจงพยักหน้า

เมื่อ20ปีก่อนมันนานเกินไปสำหรับเหยียนเก๋อ ตัวเขาเองไม่เคยอ่านแฟ้มคดี เลยถามตรงๆ ว่า

“ไม่ได้ตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจเหรอ”

“ทางเขตตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจ แต่ส่วนใหญ่เป็นการสืบค้นและตรวจสอบ สุดท้ายก็ไม่สามารถระบุตัวผู้ต้องสงสัยได้”

“แล้วทางเมืองล่ะ?”

“ไม่ถึงระดับเมืองหรอก”

“ตอนนั้นยังไม่มีนโยบาย 'ลงพื้นที่' กองตำรวจเมืองชิงเหอก็ไม่ได้ทำคดีเอง”

อู๋จวินเสริม

...

แต่ก่อน กองตำรวจประจำจังหวัดหรือเมืองจะทำหน้าที่แค่แนะนำ ไม่ได้ลงไปทำคดีเอง เช่น กองตำรวจระดับจังหวัด ทั้งหน่วยมีแค่ไม่กี่ร้อยคน แม้แต่คดีใหญ่คดีสำคัญก็รับไม่ไหว หรือแม้กระทั่งงานประจำวันยังต้องขอยืมคนจากเขตและท้องถิ่นมาช่วยงาน ดังนั้นให้ท้องถิ่นทำเองยังจะง่ายกว่า

ส่วนกองตำรวจเมืองก็พอมีคนอยู่บ้าง แต่ช่วงหลังๆ เริ่มมีนโยบายให้ลงพื้นที่มากขึ้นและจัดการคดีโดยตรง  แต่ในที่ห่างไกลอย่างอันผิงหรือมณฑลซานหนาน คำสั่งก็ยังเป็นแค่คำสั่ง ความจริงคืออีกเรื่องนึงเลย

ดังนั้น ไม่เพียงแต่คดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนาเมื่อ20ปีก่อนจะไม่ถึงระดับเมือง แม้แต่ตอนนี้ คดีทำร้ายร่างกายบาดเจ็บสาหัสก็ต้องเป็นคดีมีผลกระทบสูงมาก จึงจะมีการจัดตั้งทีมสืบสวนเฉพาะกิจระดับเมืองมาช่วยได้ แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นคดีฆาตกรรม ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

“อย่างคดีเด็กที่ถูกตีจนตาบอด ร่องรอยลายนิ้วมือก็มีปัญหานะครับ”

หวังจงกล่าวต่อ

“ตอนนั้นเก็บรอยนิ้วมือจากขาเก้าอี้ที่ใช้เป็นอาวุธ แต่ขาเก้าอี้มันเป็นท่อเหล็กกลม…”

“โอ้…”

เหยียนเก๋อกับเจียงหยวนต่างทำหน้าเข้าใจทันที รอยนิ้วมือบนทรงกระบอกนั้นเป็นปัญหาใหญ่ในภาคสนามอยู่แล้ว พื้นผิวโค้งทำให้ลายนิ้วมือบิดเบี้ยว แถมยังสะท้อนแสงเวลาใช้แฟลชอีก ถึงจะเก็บลายนิ้วมือได้ แต่ความสมบูรณ์และความแม่นยำจะลดลงมาก

“ตอนนั้นคงใช้วิธีถ่ายภาพแยกส่วน ความบิดเบี้ยวคงมีเยอะ…”

เหยียนเก๋อคาดเดา พร้อมถอนหายใจ

“เมื่อก่อนเรายังต้องไปอบรมวิธีถ่ายภาพพื้นผิวโค้งด้วยเครื่องเฉพาะ หมุนทีละนิดแล้วถ่าย จนสุดท้ายก็มีแค่เมืองหลวงที่ซื้อเครื่องแบบนี้ ใครจะใช้ต้องขออนุมัติเป็นสิบรอบ”

“แต่เดี๋ยวนี้สบายแล้ว มือถือเปิดโหมดพาโนรามา ถ่ายทีเดียว ยังจะใช้ง่ายกว่าอีก!”

เจียงหยวนหลุดหัวเราะเบาๆ พลางเปิดซอฟต์แวร์ในคอม หาคดีขึ้นมาดู

...

ลายนิ้วมือสี่ชุดจากผู้ต้องสงสัยปรากฏบนหน้าจอ ทุกคนก้มหน้ามองทันที

ไม่กี่วินาที เหยียนเก๋อกับหวังจงก็รู้สึกหมดหวัง

ความคมชัดของภาพพอได้อยู่ แต่มีจุดขาดหลายจุด ดูก็รู้ว่าการวิเคราะห์จะลำบากมาก ที่สำคัญคือ ด้านซ้ายขวาของลายนิ้วมือมีการขยายผิดธรรมชาติ เส้นลายบิดเบี้ยวและหนาขึ้น ต้องแก้ภาพก่อนถึงจะระบุจุดลักษณะเด่นลายนิ้วมือได้ ซึ่งเป็นงานระดับสูงเลยทีเดียว

จากที่เหยียนเก๋อประเมิน ไม่ต้องพูดถึงเขาหรือหวังจง แม้แต่ส่งไปถึงกองเมืองหรือระดับจังหวัด ก็ไม่แน่ว่าจะได้ผล

หวังจงที่ติดตามคดีนี้มาตั้งแต่เริ่มรันฐาน พูดอย่างกระตือรือร้นว่า

“ข้อดีของคดีนี้คือ ลายนิ้วมือบนอาวุธนอกจากสี่ชุดนี้ ก็ถูกคัดลอกไปหมดแล้ว นอกจากนี้ ตอนนั้นยังเชิญจิตรกรมาวาดภาพผู้ต้องสงสัย แม้จะผ่านมาหลายปีแล้ว แต่ด้วยการมีลายนิ้วมือและภาพวาด ก็น่าจะช่วยยืนยันตัวได้ง่ายขึ้น”

ทุกคนพยักหน้า นี่เป็นข้อได้เปรียบจริงๆ คดีที่ปิดได้ด้วยลายนิ้วมือมีไม่มาก ยิ่งใช้เป็นหลักฐานในการลงโทษได้ยิ่งยาก แต่ถ้ามีภาพวาด ผู้เกี่ยวข้องและพยาน แล้วถ้าจับคู่ลายนิ้วมือได้อีก ก็สามารถจับกุมผู้ต้องหาและปิดคดีได้เลย

...

แน่นอน ทั้งหมดนี้ต้อง จับคู่ลายนิ้วมื้อให้ได้ ก่อน

เหยียนเก๋อ หวังจง และอู๋จวิน ต่างหันมามองเจียงหยวน

เจียงหยวนยิ้มน้อยๆ โดยไม่รู้ตัว

“ดูท่าหมอเจียงจะมั่นใจนะ”

หวังจงเริ่มรู้สึกอิจฉานิดๆ

“ผมจะลองดูครับ”

เจียงหยวนยิ้ม เพราะลายนิ้วมือที่คนร้ายทิ้งไว้นั้นเป็นลายโค้ง ถ้าไม่ใช่แบบนี้ เขาอาจจะปฏิเสธคดีนี้ไปแล้ว

ส่วนเรื่องความยาก จากประสบการณ์สองสามวันที่ผ่านมา เขาคิดว่ายังอยู่ในขอบเขตที่เขาทำได้ แค่คงไม่ใช่ทำได้เสร็จในคราวเดียว

อู๋จวินหัวเราะลั่น

“แก้คดีก็คือแก้คดี พักก็คือพัก วันนี้ไม่ต้องรีบ ยังไงก็เป็นคดีค้างแล้ว ไม่ต่างกันหรอกหนึ่งหรือสองวัน...…”

เขาจงใจพูดขัด เพราะไม่ว่าจะอย่างไร เหยียนเก๋อกับหวังจงก็เป็นผู้ตรวจร่องรอยมืออาชีพ ส่วนเจียงหยวนเป็นหมอนิติเวช แถมยังเป็นลูกศิษย์ของเขา การให้เจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยสองคนดูเด็กหนุ่มอย่างเจียงหยวนวิเคราะห์ลายนิ้วมือ มันก็ไม่เหมาะ

“จริงด้วย พวกคุณสองวันนี้จัดการศพก็คงเหนื่อยแย่แล้ว ค่อยๆ ทำไปก็ได้”

เหยียนเก๋อหัวเราะ และพาหวังจงออกไปด้วย

...

อู๋จวินรอจนพวกเขาออกไปแล้ว จึงยกถ้วยน้ำชา ดื่มหนึ่งอึก แล้วถามเจียงหยวนว่า

“ไม่ต้องรีบหรอก ใกล้เที่ยงแล้ว เก็บของ เตรียมกินข้าวเถอะ วันนี้จะทำข้าวผัดอีกไหม?”

เจียงหยวนก็ไม่ได้รีบร้อนอะไร จึงถามกลับ

“โรงอาหารในหน่วยให้ผัดข้าวเองได้เหรอครับ?”

อู๋จวินโบกมือ

“ไม่ต้องไปยุ่งกับเขาหรอก หน่วยสุนัขตำรวจก็มีครัว”

เจียงหยวน:...

(จบบทที่ 11)

จบบทที่ บทที่ 11: คดีทำร้ายร่างกายโดยเจตนา

คัดลอกลิงก์แล้ว