- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 10: ตารางจัดอันดับพลังรบ
บทที่ 10: ตารางจัดอันดับพลังรบ
บทที่ 10: ตารางจัดอันดับพลังรบ
ไม่ใช่แค่ หวงเฉียงหมิน เท่านั้นที่ได้กลิ่นอะไรบางอย่าง เหยียนเก๋อ กับ หวังจง ที่เริ่มจับสังเกตได้ก็เดินตามเข้ามาในห้องนิติเวชด้วย
โต๊ะของ เจียงหยวน หันข้างให้กับประตู พอทั้งสามคนเลี้ยวเข้ามาก็สามารถมองเห็นภาพลายนิ้วมือบนหน้าจอของเขาได้ชัดเจน สองกลุ่มเส้นสีดำขาวถี่แน่น กลุ่มหนึ่งอยู่ทางซ้าย อีกกลุ่มอยู่ทางขวา ดูเหมือนก้อนด้ายพันยุ่งตีกันยุ่งเหยิงจนคนมองเวียนหัว
ทั้งสามคนเข้าใจกันดี จึงพร้อมใจขยับเท้าเบา ๆ ไปยืนด้านหลังเจียงหยวนอย่างพร้อมเพรียง ท่าทางเงียบกริบราวแมวป่า ไม่มีเสียงสักแอะ
…
อู๋จวิน ที่นั่งตรงข้ามพอเงยหน้าก็สังเกตเห็นพฤติกรรมของทั้งสามคน เขาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะก้มหน้าทำงานของตัวเองต่อ
เมื่อเทียบกับเจียงหยวนที่เป็นตำรวจใหม่เพิ่งเข้าวงการ เจ้าหน้าที่ตำรวจรุ่นเก๋าที่อยู่ในห้องล้วนแต่เป็น “จิ้งจอกขั้นเทพ” กันทั้งนั้น ไวต่อสัญญาณและรู้ใจกันดี แค่ขยับก้นก็รู้สถานการณ์ในท้องของอีกฝ่าย
เจียงหยวนกำลังใส่หูฟัง เปิดเพลงฟังไปพลาง เปรียบเทียบลายนิ้วมือไปพลาง ไม่รับรู้อะไรนอกหน้าต่าง การทำงานกับลายนิ้วมือต้องใช้สมาธิสูงมาก โดยเฉพาะการทำลายนิ้วมือที่มาจากแฟ้มเก่า ไม่ใช่สิ่งที่จะทำสำเร็จได้ในครั้งเดียว
.
ถ้าเดินตามกระบวนการปกติ ใช้วิธีพื้นฐานในการระบุลายนิ้วมือเก่าเหล่านี้ มักจะไม่ประสบความสำเร็จ เพราะเจ้าหน้าที่ที่อัปโหลดลายนิ้วมือมาก่อน ล้วนก็ต้องเคยลองวิธีเหล่านี้มาหมดแล้ว
มันเหมือนโจทย์ยากที่ใช้สูตรในหนังสือเรียนทำไปก็ไม่มีทางได้คำตอบ ต้องมีการพลิกแพลงเท่านั้น ไม่เช่นนั้นก็คงไม่ถูกจัดให้เป็นโจทย์ยาก แต่การจะพลิกแพลงอย่างไร พลิกแล้วจะถูกหรือเปล่า เทียบเท่าหรือไม่ ล้วนเป็นการทดสอบฝีมืออย่างแท้จริง
แม้ว่าเจียงหยวนจะได้ทักษะการจำแนกลายนิ้วมือแบบ “ลายนิ้วมือทรงโค้ง” (ระดับสาม) มา แต่ก็ยังไม่ได้เก่งกาจถึงขั้นไร้เทียมทาน เขายังต้องฝึกฝนและทดลองไปเรื่อย ๆ
…
ตอนนี้คดีฆาตกรรมเพิ่งจบ งานของฝ่ายนิติเวชจึงเบาลง ทำให้เขามีเวลาทำงานกับลายนิ้วมือได้อย่างสบายใจ
ในสายตาของหวงเฉียงหมิน การที่เจียงหยวนนั่งทำอยู่แบบนี้ทำให้เขานึกถึงตอนลูกสาวแต่งรูปในแอปแต่งภาพ เส้นสีดำขาวบนหน้าจอถูกขยายบ้าง ย่อบ้าง เลื่อนตำแหน่งบ้าง ซับซ้อนใช้ได้
หวงเฉียงหมินอยากหาคำตอบ จึงหันไปมอง เหยียนเก๋อ กับ หวังจง
สองเจ้าหน้าที่ตรวจร่องรอยทำหน้าท่าทางเซ่อซ่ากว่าปกติ คล้ายแมวสองตัวที่กำลังจ้องมองหน้าจอของเจียงหยวนด้วยสายตาไม่กะพริบ
หวงเฉียงหมินแค่ปรายตามองก็รู้ทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น
เหมือนสัตว์นักล่ามาอยู่ใกล้เหยื่อ เหยื่อตัวสั่นเกร็งด้วยความกลัว เหมือนหัวหน้ามายืนหลังเลขา เลขาก็เกร็งไปทั้งตัว ภรรยาอยู่ข้างสามี สามีก็กลัวเกร็ง นักเรียนที่ครูก้าวเข้ามาหา ก็เกร็งกลัวไปหมด —— เหยียนเก๋อกับหวังจง ก็คงจินตนาการภาพน่ากลัวแบบนั้นออกมา
…
คลิ๊ก... คลิ๊ก...
เจียงหยวนคลิ๊กหน้าจอสองครั้ง เพิ่มจุดลักษณะใหม่เข้าไปอีกจุด
เหยียนเก๋อกับหวังจงเผลอยื่นหน้ามาดู สีหน้าเหมือนเด็กประถมเพิ่งหัดทำโจทย์ อยากรู้อยากเห็น แต่ก็รู้สึกว่ายากเกินจะเข้าใจ
หวงเฉียงหมินมองพวกเขาอยู่เงียบ ๆ อยู่ดี ๆ ก็รู้สึกสงสารขึ้นมาเล็กน้อย
.
ระดับเศรษฐกิจของมณฑลซานหนานไม่สูง เขตหนิงไท่ก็เป็นแค่เมืองเล็ก ๆ เหมือนเจ้าหน้าที่วิทยาศาสตร์การสืบสวนในเมืองเล็กอีกหลาย ๆ แห่งที่แม้จะเรียนสายตรงมา แต่ก็เรียนแบบกระจัดกระจาย พอเข้ามาทำงานก็ถูกจัดไปทำงานตรวจร่องรอย ไม่มีการฝึกอย่างเป็นระบบ ได้แค่เข้าอบรมสั้น ๆ บ้าง แล้วก็เรียนรู้จากพี่ ๆ ไปแบบขลุกขลัก งู ๆ ปลา ๆ
ในสภาพแวดล้อมแบบนี้ บางคนก็อาศัยการเรียนรู้ด้วยตัวเอง เติบโตไวกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านลายนิ้วมือของจังหวัด ซึ่งก็ล้วนมีเส้นทางไม่ต่างกัน
แต่คนส่วนใหญ่ก็เหมือนกับเหยียนเก๋อกับหวังจง ที่ขาดโอกาส ไม่มีสิ่งแวดล้อมให้เรียนรู้อย่างแท้จริง สุดท้ายก็แค่กลายเป็น “น็อตตัวหนึ่งในเครื่องจักรของกองตำรวจ”
เมื่อเทียบกันแล้ว เจียงหยวนจึงดูตั้งใจและมั่นใจยิ่งกว่า
...
หัวหน้าหวงกระแอมเบา ๆ สองที ดึงเจียงหยวนออกจากภวังค์
“นายช่วย เขตหลงลี่ ทำลายนิ้วมือคดีปล้นเหรอ?”
หัวหน้าหวงถามทันทีที่เจียงหยวนถอดหูฟัง
เจียงหยวนคิดสักพัก แล้วพยักหน้ารับ
“ใช่ครับ”
หัวหน้าหวงพยักหน้าชื่นชม
“เด็กมหา’ลัยเดี๋ยวนี้สุดยอดจริง ๆ ทั้งมีความสามารถ ทั้งมีความรู้ แต่...ทำไมนิ้วมือที่นายจับคู่ได้ถึงเป็นของเขตหลงลี่หมดเลยล่ะ?”
น้ำเสียงของหวงเฉียงหมินเน้นลากยาวตอนท้าย เห็นชัดว่ากำลังสื่อความบางอย่าง
“พวกเขาน่าจะอัปโหลดเยอะครับ ผมก็เลยโหลดมาลอง”
เจียงหยวนไม่อาจพูดความจริงได้ว่าตนเองเลือกเอาที่ดูอ่อนที่สุดและใกล้ที่สุดมาทดลอง
…
หวงเฉียงหมินพยักหน้า
“ช่วยงานหน่วยอื่นก็ดีเหมือนกัน แล้วนี่ก็กำลังทำลายนิ้วมืออยู่เหรอ?”
“ครับ หยิบคดีเก่ามาลอง...”
“ของที่ไหนล่ะ?”
“ก็...ของเขตหลงลี่อีกนั่นแหละครับ”
เจียงหยวนรู้จักดูสีหน้า ดูทั้งหน้าคนตายและคนเป็น
.
หวงเฉียงหมินไม่ปิดบังเลย เขาสงสัยว่าเจียงหยวนมีความเกี่ยวข้องกับเขตหลงลี่หรือไม่ จึงถามตรง ๆ ว่า
“บ้านอยู่หลงลี่เหรอ?”
“เปล่าครับ”
“งั้น...ช่างเถอะ นายลองทำลายนิ้วมือของเขตหนิงไท่เราดูหน่อย”
หวงเฉียงหมินเป็นคนพูดตรง ขออะไรก็ขอเลย
“ครับ”
เจียงหยวนรับคำอย่างว่าง่าย เห็นอีกฝ่ายดูอยากชมการทำงาน จึงเสริมว่า
“การเทียบนิ้วมือใช้เวลาค่อนข้างนาน อาจจะยังไม่เสร็จในทันทีเลย มีข้อจำกัดเรื่องประเภทคดีไหมครับ?”
.
"เน้นคดีค้างเก่าก่อน ทำให้ดีนะ ถ้าได้ผลแล้ว ให้แจ้งฉันโดยตรงเลย!"
หวงเฉียงหมินยังไม่ค่อยแน่ใจในความสามารถของเจียงหยวน
แต่ในที่อย่างเขตหนิงไท่ ผู้ชายที่มีซิกแพคแปดมัดหาง่าย
แต่แพทย์นิติเวชที่มีความรู้ด้านเทคนิคนั้นหายากมาก
เขาให้เบอร์โทรศัพท์ไว้กับเจียงหยวน แล้วหันไปบอกอู๋จวินว่า
“ช่วยอธิบายเรื่อง ‘ตารางจัดอันดับพลังรบ’* ให้เขาฟังหน่อย”
…
พูดจบ หวงเฉียงหมินก็เดินออกจากห้อง ปล่อยเหยียนเก๋อกับหวังจงไว้เบื้องหลัง
เจียงหยวนมองหน้าอู๋จวินด้วยความสงสัย
“ตารางจัดอันดับพลังรบ?”
ชื่อฟังดูน่าสนใจชะมัด
.
อู๋จวินหัวเราะเบา ๆ
“มันคือระบบประเมินผลของสำนักงานตำรวจมณฑลซานหนานไง มีการจัดอันดับโดยใช้เขตเมืองเป็นหน่วยย่อย แล้วแบ่งต่อไปเป็นเขตอำเภอ ตำบล ทุกระดับใช้เกณฑ์เดียวกัน ละเอียดมากนะ นายเปิดแอพตำรวจดูสิ ใช้คำเก๋ ๆ ก็ต้องเรียกว่าเป้าหมายการทำงานของตำรวจเรานั่นแหละ”
เจียงหยวนฟังแล้วอึ้ง ๆ
“เป้าหมายการทำงาน ยังไม่เท่พอ”
“เลยเป็น ตารางจัดอันดับพลังรบ เหรอครับ เรียกแบบนั้นจริงสิ?”
“จริงสิ”
อู๋จวินพยักหน้าแรง ก่อนจะอธิบายต่อ
“ตอนนี้ ตารางจัดอันดับพลังรบ คือตัวชี้วัดของพวกเราเลย”
“ถ้าทำผลงานได้ดี หัวหน้าก็ได้เลื่อนตำแหน่ง หน่วยนั้นก็ได้รับรางวัล”
“ถ้าทำแย่ หัวหน้าต้องขึ้นประชุมใหญ่เพื่อสารภาพผิด ให้คำมั่นสัญญา ถ้ายังไม่ดีอีก ก็โดนย้าย โดนถอด มีเกณฑ์เพิ่มระดับเรื่อย ๆ ทุกระดับมีเงื่อนไขของตัวเอง”
…
ต่างจากหน่วยงานราชการอื่น ระบบประเมินของตำรวจมีความซับซ้อนมาก มณฑลอื่นก็มีระบบแบบนี้เหมือนกัน เช่น เมืองจูไห่มี “ตารางจัดอันดับทรัพยากรบุคลากรตำรวจ” เป็นต้น
จังหวัดชิงเหอมีตารางที่ละเอียดมาก ครอบคลุม 30 กว่าประเภทหน่วยงานย่อย และกว่า 600 หัวข้อย่อย แต่ละหัวข้อมีค่าน้ำหนักต่างกัน อัปเดตแบบเรียลไทม์ แข่งกันแบบตัวต่อตัว เช่น แค่คดีอาญาก็มีตั้งแต่ฆาตกรรมจนถึงลักทรัพย์
อู๋จวินอธิบายคร่าว ๆ ต่อว่า
“ในระดับกองสืบสวนอำเภอ หนึ่งปีเต็มได้ประมาณพันคะแนน ถ้าแก้คดีปล้นที่ค้างได้ หรือคดีในกลุ่มคดีร้ายแรง จะได้ราว 30 คะแนน ถ้าเป็นคดีต่อเนื่องจะได้เพิ่มอีก ฆาตกรรมได้คะแนนสูงสุด ถ้าจับคนร้ายได้ในคดีฆาตกรรมค้าง จะได้ 70 ถึง 100 คะแนน”
…
“แล้วคดีปัจจุบันล่ะครับ?”
เจียงหยวนถามต่อทันที
“คดีปัจจุบันกลุ่มคดีร้ายแรงทั้งแปด เป็นระบบหักคะแนน”
อู๋จวินพูดเสียงจริงจัง
“น่ากลัวมาก เช่น คดีฆาตกรรมปัจจุบัน เริ่มที่ 100 คะแนน ถ้าเกิดขึ้น 1 คดี จับคนร้ายได้ ก็ได้ครบ 100”
“แต่ถ้ามี 2-3 คดี ถึงจับได้หมด ก็ยังได้แค่ 100”
“แต่ถ้ามีสักคดีจับไม่ได้ จะโดนหักทันที 70 ถ้าสองคดีไม่ได้อีก ก็หัก 140 ไปเรื่อย ๆ…”
เจียงหยวนถามต่อ
“งั้นถ้ามี 10 คดีฆาตกรรมที่แก้ไม่ได้ ก็โดนหัก 700 คะแนน?”
“ตามทฤษฎีก็ใช่นั่นแหล่ะ”
“แล้วในทางปฏิบัติล่ะ?”
“ในทางปฏิบัติ เขตเมืองจะยอมให้ 5 คดี ถ้าอำเภอยอมให้แค่ 3 ถ้าเกินนั้น หัวหน้ากองก็โดนเปลี่ยน”
“งั้นถ้าแก้คดีฆาตกรรมค้างได้ ก็เท่ากับได้คะแนน 1 ใน 10 ของทั้งกองเลย?” เจียงหยวนตกใจ
.
อู๋จวินหัวเราะ
“ไม่ต้องถ่อมตัวเลย นายได้ตั้ง 1 ใน 5 แถมยังได้รางวัลพิเศษอีก กองเราปีก่อนได้แค่ราว 700 กว่าเอง ในจำนวนนั้นยังมีคะแนนพื้นฐานด้วย”
“นายรู้ไหมว่ากองเราครั้งล่าสุดที่แก้คดีฆาตกรรมค้างได้คือเมื่อไหร่? สองปีก่อน! แล้วลายนิ้วมือสำคัญก็ใช่ว่าจะมีทุกคดี ถึงมีก็ใช่ว่าจะเทียบได้ ถ้าแก้คดีร้ายแรงอื่น ๆ ได้สักคดี นายก็เป็น ‘ลาตัวใหญ่ของหน่วย’ แล้ว เลือกแม่ลาได้ก่อนด้วยนะ”
“ว่าแล้วเชียว...”
เจียงหยวนเริ่มเข้าใจความรู้สึกของหัวหน้าหวงแล้ว เขาเหมือนช่วย เขตหลงลี่ ได้ตั้งสามสี่สิบคะแนนเลย
อู๋จวินปลอบว่า
“ช่วยหน่วยอื่นก็ได้คะแนน ถือว่าเป็นความร่วมมือ ถ้าเป็นจุดสำคัญ จะได้สัก 1 ใน 4 หรือ 1 ใน 5... สรุปคือ แก้คดีได้ก็ดีทั้งนั้น แต่ถ้าเป็นคดีของหน่วยตัวเอง มันก็จะฟินกว่าหน่อย”
.
1 ใน 4 ก็ยังน้อยกว่าคดีของตัวเอง แต่ก็ใช้แข่งกับเขตอื่นได้
เจียงหยวนเข้าใจขึ้นมาทันที ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมหัวหน้าต้องให้เหล่าอู๋แนะนำเรื่อง “ตารางจัดอันดับพลังรบ” ให้เขา รู้แบบนี้แล้ว... จะเลือกคดีไหนดีล่ะ?
ตอนนั้นเอง หวังจง กระแอมแล้วว่า
“ฉันรู้จักคดีหนึ่งนะ...”
-----
(จบบทที่ 10)
-----
*มีมณฑลที่จัดทำ "ตารางจัดอันดับพลังรบ" จริงๆ มีหน้าที่ความรับผิดชอบ เหมือนที่อธิบายในเรื่อง แต่ในเรื่องมีการดัดแปลงเล็กน้อย