- หน้าแรก
- นิติเวชขวัญใจมหาชน
- บทที่ 2: เชอร์ล็อกโฮล์มส์เฒ่า
บทที่ 2: เชอร์ล็อกโฮล์มส์เฒ่า
บทที่ 2: เชอร์ล็อกโฮล์มส์เฒ่า
ศพไม่ได้ตอบอะไรเจียงหยวน แต่ก็ไม่เป็นอุปสรรคต่อการวินิจฉัยของเขาแม้แต่น้อย
ลุงสิบเจ็ดเป็นญาติห่าง ๆ ทางฝั่งพ่อ ปกติไม่ค่อยได้พบเจอกันบ่อยนัก แต่พอถึงเวลาช่วงเทศกาลก็จะได้เจอกันเป็นประจำ ด้วยรูปร่างอันโดดเด่นของเขา เจียงหยวนมั่นใจว่าไม่ผิดตัวแน่นอน
ในชั่วพริบตานั้น อารมณ์ของเจียงหยวนก็พลันแปรปรวนขึ้นมาเล็กน้อย
แล้วเขาก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงคำพูดของพ่อที่เคยชักชวนให้เขากลับมาสอบเข้ารับราชการที่บ้านเกิด
“บ้านเราน่ะเต็มไปด้วยญาติพี่น้อง จะทำอะไรก็สะดวกสบาย อยู่บ้านเกิดสบายกว่าอยู่ในเมืองใหญ่ตั้งเยอะ”
แน่นอนว่าพ่อพูดถูก แม้แต่ในฐานะนิติแพทย์ ก็ยังมีโอกาสได้เจอศพของญาติพี่น้องอยู่ดี
...
ไม่นานนัก “เหล่าอู๋” หรือหมอนิติเวชอาวุโสอู๋จวิน ก็มาถึงที่เกิดเหตุ
เขาสวมเสื้อกาวน์สีขาว พุงยื่นเล็กน้อย ดูคล้ายข้าราชการอาวุโสที่นั่งทำงานในสำนักงาน เขาหรี่ตาสำรวจรอบ ๆ แล้วแหงนมองเจียงหยวนพลางยิ้มบาง ๆ
“เสี่ยวเจียงมาถึงก่อนเลยนะ ไปเอากล่องอุปกรณ์ตรวจสอบที่เกิดเหตุมาหน่อยสิ?”
“เอามาแล้วครับ” เจียงหยวนตอบอย่างกระตือรือร้น เขาได้ยกกล่องดำขนาดใหญ่ ดูหนัก และทรงคุณค่า ออกมาจากรถตรวจสอบไว้ก่อนหน้านั้นแล้ว
เมื่อเปิดกล่องออกมา จะเห็นว่าฝากล่องด้านบนจัดเรียงอุปกรณ์อย่างเป็นระเบียบ เช่น คีม แหนบ เลื่อยกระดูก สิ่วกระดูก ค้อนกระดูก กรรไกรกระดูก ฯลฯ
ส่วนด้านล่างกลับแบ่งช่องเกะกะ ออกเป็นสามส่วน วางปนกันระหว่างสำลี ผ้าก๊อซ เข็มฉีดยา สายวัด กล่องข้าวสแตนเลส ผ้าเช็ดตัว…
“เอาหน้ากากมาเยอะหน่อย แจกให้ทุกคน คนละอัน”
เหล่าอู๋หยิบหน้ากากขึ้นมาใส่เองหนึ่งชิ้น
ขณะที่มองเจียงหยวนแจกหน้ากากให้ตำรวจที่อยู่ในที่เกิดเหตุ
แล้วจึงเอ่ยทดสอบเขาว่า
“รู้ไหมว่าทำไมสิ่งแรกที่ต้องทำคือแจกหน้ากากให้ทุกคน?”
เจียงหยวนตอบว่า:
“เพื่อป้องกันตัวเอง และไม่ให้ปนเปื้อนหลักฐานในที่เกิดเหตุครับ”
“นั่นมันเหตุผลตามตำรา”
เหล่าอู๋พูดพลางสวมถุงมือชั้นที่สามทับลงบนถุงมือสองชั้นเดิมของเขา แล้วเสริมว่า
“อีกเหตุผลที่ให้แจกหน้ากากคือเพื่อปิดบังสีหน้าท่าทาง”
เจียงหยวนถึงกับอึ้ง
เหล่าอู๋พูดต่อว่า:
“ทั้งตำรวจและนิติแพทย์ต่างก็คุ้นชินกับศพแล้ว”
“แต่บางคน...โดยเฉพาะพวกหนุ่ม ๆ อย่างพวกเธอ เวลาพูด ๆ ไปก็เผลอแสดงสีหน้าออกมา บางคนอาจถึงกับหัวเราะออกมาเลยด้วยซ้ำ ถ้าเกิดถูกสื่อหรือชาวบ้านถ่ายภาพไว้จะกลายเป็นเรื่องใหญ่ทันที เพราะงั้น กล่องอุปกรณ์ของฉันน่ะ อย่างอื่นจะมีไม่มาก แต่หน้ากากต้องเยอะไว้ก่อน ใครมาถึงที่เกิดเหตุก็ต้องใส่ก่อนค่อยพูด”
เจียงหยวนพยักหน้าเข้าใจ
จากนั้นเหล่าอู๋ก็เริ่มโน้มตัวลงตรวจสอบที่เกิดเหตุ
เจียงหยวนเองก็ทำตาม สวมถุงมือเพิ่มอีกสองชั้น ก่อนจะเอ่ยขึ้นว่า
“อาจารย์ครับ คน ๆ นี้…ศพน่ะครับ ผมรู้จัก”
“หือ? ว่าไงนะ?” เหล่าอู๋ซึ่งกำลังดูตำแหน่งศพอยู่ เงยหน้าขึ้นมามองเจียงหยวน
“ดูแล้วน่าจะเป็นลุงสิบเจ็ดของผมครับ” เจียงหยวนถอนหายใจ
เหล่าอู๋นิ่งไปสองวินาที แล้วถามว่า
“แน่ใจแค่ไหน?”
“คางสองชั้น พุงใหญ่ จมูกโต ไฝเม็ดใหญ่อยู่ตรงนี้…น่าจะใช่ลุงสิบเจ็ดครับ”
เจียงหยวนให้คำตอบอย่างระมัดระวัง
“เสียใจด้วยนะ”
“เล่าเรื่องของลุงสิบเจ็ดให้ฟังหน่อย”
เหล่าอู๋ก้มหน้าต่อ แล้วสั่งว่า
“เทอร์โมมิเตอร์”
เจียงหยวนละสายตาไป หยิบเทอร์โมมิเตอร์จากกล่องอุปกรณ์ส่งให้เหล่าอู๋ แล้วเริ่มเล่า:
“ลุงสิบเจ็ดปีนี้น่าจะอายุห้าสิบ เป็นลูกชายคนเล็กของทวดที่สอง เกิดปีหมู”
“เขาย้ายบ้านมาอยู่ที่ บ้านพักครูโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเขตนานแล้ว”
“เขาเปิดร้านอาหารเล็ก ๆ อยู่ใกล้ ๆ แถวนั้น”
“มีรถยนต์คันหนึ่ง ชอบสูบบุหรี่ แล้วก็ยังมีเรื่องหนี้สินติดตัวอยู่บ้าง…”
เหล่าอู๋ฟังพลางทำการตรวจสอบต่อเนื่อง และให้เจียงหยวนจดบันทึก
พร้อมทั้งขอเข็มเจาะกับเข็มฉีดยาเพื่อเก็บเลือดและปัสสาวะไว้ตรวจ
ไม่นานนัก...หัวหน้าหน่วยสืบสวนก็มาถึง
จากนั้นรองผู้กำกับที่ดูแลงานสืบสวนของสถานีตำรวจเขต และผู้กำกับก็มาถึงพร้อมๆกัน
“ทางนิติเวชมีข้อสรุปอะไรหรือยัง?”
ผู้กำกับถามด้วยตนเอง โดยมีรองผู้กำกับ หัวหน้าหน่วยสืบสวนหัวหน้าเหลียง และหัวหน้าหน่วยย่อยรวมถึงหัวหน้าหลิวอยู่ด้านหลัง
คดีฆาตกรรมถือเป็นคดีที่ตำรวจให้ความสำคัญที่สุด
โดยเฉพาะคดีที่เพิ่งเกิดใหม่ ระดับการจัดสรรทรัพยากรนั้นสูงกว่าคดีทั่วไปนับร้อยเท่า
แม้ในช่วงหลัง ๆ อัตราการเกิดคดีฆาตกรรมจะลดลงอย่างเห็นได้ชัด
แต่สำหรับตำรวจแล้ว ความสำคัญกลับยิ่งเพิ่มขึ้น
เหล่าอู๋ลุกขึ้นอย่างไม่รีบร้อน ยืดพุงนิดหนึ่งแล้วกล่าวว่า
“สาเหตุการเสียชีวิตเบื้องต้น คาดว่าเกิดจากของมีคมแทงเข้าท้ายทอยจนทำให้สมองได้รับความเสียหาย ขณะนี้ยังไม่พบแผลอื่น ต้องกลับไปผ่าดูอีกครั้ง”
“อืม”
ผู้กำกับขานรับ พลางสำรวจที่เกิดเหตุด้วยตัวเอง
เหล่าอู๋พูดต่อว่า
“ศพมีร่องรอยของการเคลื่อนย้าย เลือดบนพื้นมีน้อยมาก แสดงว่าคนตายถูกนำศพมาทิ้งไว้ที่นี่…”
“มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นการฆ่าด้วยอารมณ์ชั่ววูบแล้วนำศพมาทิ้ง”
หัวหน้าหน่วยเหลียงแสดงความคิดเห็นเสริมหลังเหล่าอู๋พูดจบ
ผู้กำกับพยักหน้าอย่างช้า ๆ แล้วหันไปดูตำรวจที่กำลังถ่ายภาพและเก็บร่องรอยเลือด ก่อนถามว่า
“ตอนนี้มีข้อมูลอะไรเกี่ยวกับผู้เสียชีวิตบ้างไหม?”
“ผู้ตายอายุห้าสิบปี เกิดปีหมู”
เหล่าอู๋รายงานด้วยน้ำเสียงราบเรียบเช่นเดิม
สายตาของผู้กำกับและคนอื่น ๆ หันมาจับจ้องที่เหล่าอู๋อีกครั้ง
เหล่าอู๋กวาดตามองพวกเขาอย่างสงบ แล้วกล่าวว่า
“ผู้ตายอาศัยอยู่บ้านพักครูโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งของเขต เปิดร้านอาหารเล็ก ๆ มีรถ สูบบุหรี่ มีเรื่องหนี้สินติดตัวอยู่บ้าง”
หัวหน้าหลิวซึ่งกำลังก้มดูบาดแผลอยู่ก็อดไม่ได้ต้องเงยหน้าขึ้นอย่างตกใจแล้วถาม
“เหล่าอู๋ ไม่ธรรมดาเลยนะครับ สรุปข้อมูลขนาดนี้ได้เลย สมกับเป็นเชอร์ล็อคโฮล์มส์เฒ่า”
“แต่อย่างร้านอาหารกับสูบบุหรี่นี่ดูจากคราบน้ำมันและคราบบุหรี่ที่นิ้วใช่ไหม?”
“แล้วหนี้สินล่ะ ดูจากตรงไหน?”
เหล่าอู๋ไม่ตอบอะไร เพียงแค่ยิ้มอย่างมีความสุข
-----
(จบบทที่ 2)