เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 - ผมโชคดี

บทที่ 14 - ผมโชคดี

บทที่ 14 - ผมโชคดี


“จางกง เป็นยังไงบ้าง?”

ผมส่งสัญญาณบอกอาจารย์ซิวว่า ‘โอเค’

“ไม่น่ามีปัญหาสำหรับการทดสอบทั้งคู่ในวันนี้ อาจารย์วางใจได้เลย”

“อย่าทำเป็นผยองไป พรุ่งนี้ต้องพยายามให้มากขึ้นอีก ยังไงสะ มันก็ขึ้นอยู่กับคะแนนรวมทั้งหมดของเธอ”

ราตรีอันแสนเงียบสงบ

วันต่อมาเรามาถึงหน้าโรงเรียนเวลาเดียวกันกับเมื่อวาน บททดสอบที่ 3 คือการทดสอบการควบคุมเวทย์ มันมีวิธีการทดสอบเฉพาะแบ่งตามธาตุหลักของผู้สมัครสอบ ยกตัวอย่างเช่น การทดสอบของธาตุไฟจะง่ายมาก แค่ต้องควบคุมลูกไฟให้วิ่งไปตามเส้นทางที่กำหนดโดยไม่ระเบิดระหว่างทาง เวลาที่ใช้จะถูกบันทึกเป็นคะแนน ธาตุหลักอื่น ๆ ก็จะอยู่ในหลักการเดียวกัน

แล้วธาตุแสงจะทดสอบอย่างไรล่ะ? อาจารย์ซิวบอกผมว่าเขาก็ไม่รู้ เนื่องจากไม่มีนักเวทย์แม้แต่คนเดียวในเมืองหลวงนี้ที่ใช้ธาตุแสงเป็นธาตุหลัก

เพราะผมเป็นผู้สมัครคนเดียวที่มีเวทย์แสงเป็นวิชาหลัก ผมมุ่งตรงไปที่ห้องทดสอบทันที ห้องสอบผมคือห้องสอบที่ 5 อยู่ทางปีกขวาของโรงเรียน ว้าว!! ผมเป็นคนเดียวที่เข้ารับการทดสอบแต่ก็มีผู้คุมสอบ 5 คนเหมือนเดิม นับว่าเป็นเกียรติจริง ๆ

“สวัสดีครับ ผู้คุมสอบ”

“สวัสดี ผู้สมัครหมายเลข 1,503 เนื่องจากในช่วงหลายปีที่ผ่านมานี้ ไม่มีผู้สมัครสอบด้วยธาตุแสงเป็นธาตุหลัก เพิ่งมีเธอคนเดียว ดังนั้นคณะกรรมการคุมสอบได้สร้างบททดสอบขึ้นมาใหม่เพื่อทดสอบเธอ” ผู้คุมสอบที่นั่งอยู่ตรงกลางพูดขึ้นมา

อา!!! ไม่มีทาง! พวกเขาถึงกับคิดวิธีพิเศษมาเพื่อผมเลย คาดไม่ถึงจริง ๆ

“ผมต้องทำอะไรครับอาจารย์?”

ผู้คุมสอบมองหน้ากัน คนตรงกลางยิ้มอย่างลึกลับก่อนพูด “จริง ๆ มันก็ง่ายมาก อาจารย์ได้ยินว่าเมื่อวานระหว่างการทดสอบความเข้าใจเวทย์มนต์ เธอใช้เวทย์ป้องกันที่เธอสร้างขึ้นเอง วันนี้พวกเราเลยอยากทดสอบประสิทธิภาพของมันดู เธอแค่ต้องป้องกันการโจมตีด้วยเวทย์พื้นฐานของพวกเราเป็นเวลา 30 นาที เธอก็จะผ่านการทดสอบ ส่วนคะแนนก็ขึ้นอยู่กับว่าเธอป้องกันการโจมตีของพวกเราได้ดีแค่ไหน”

มันไม่น่าจะง่ายอย่างนี้สิ ผมมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง แต่ผมยังต้องระมัดระวังไม่ให้ผิดพลาด ผมเลยถามย้ำว่า “แค่เวทย์โจมตีระดับพื้นฐานใช่มั้ยครับอาจารย์? ผมใช้เวทย์ธาตุรองด้วยได้มั้ยครับ?”

“สบายใจได้ ใช้แค่เวทย์พื้นฐาน แต่อาจารย์ต้องเตือนเธอว่าเวทย์พื้นฐานของพวกเราไม่อ่อนแอหรอกนะ แล้วเธอใช้เวทย์ธาตุรองของเธอได้ เอาล่ะ เราจะเริ่มกันตอนนี้เลย”

ผมรวบรวมธาตุแสงเพื่อสร้างโล่ผลึกแสงทันที หลังจากนั้นใช้การป้องกันศักดิ์สิทธิ์กับตัวเอง เตรียมพร้อมที่จะเคลื่อนย้ายได้ตลอดเวลา (เวทย์ระดับพื้นฐานไม่มีเวทย์โจมตีวงกว้าง สิ่งเดียวที่ผมเป็นกังวลคือเวทย์โจมตีวงกว้างนี้แหละ)

ผู้คุมสอบทั้ง 5 คนเริ่มโจมตีผม

การทดสอบสิ้นสุดลง แน่นอน ขนสักเส้นของผมก็ไม่ไหม้ ยิ่งไปกว่านั้น โล่ผลึกแสงแทบจะไม่ได้ใช้ มันไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย ง่ายกว่าค่ายกลถุงทรายมาก ถึงแม้ว่าเวทย์โจมตีที่ผู้คุมสอบใช้จะเป็น ‘ลมรำเพย’ หรือ ‘ฝนกระหน่ำ’ มันก็ยังมีช่องว่างให้ผมหลบ ฮ่าฮ่าฮ่า!! ง่ายเกินไปแล้ว!

“อาจารย์ ผมสอบผ่านหรือเปล่าครับ?”

ผู้คุมสอบทั้ง 5 มองหน้ากันด้วยความตกตะลึง ประกาศว่าผมผ่านการทดสอบ

“ผู้สมัคร ทำไมอาจารย์รู้สึกว่าธาตุหลักของเธอคือเวทย์มิติ”

ผมเกาหัวตัวเอง แล้วตอบอย่างถ่อมตัว “ตอนที่ผมเรียนอยู่ในโรงเรียนปฐม อาจารย์ผมเคยประเมินผมว่า ‘หนีที่ 1 ป้องกันที่ 2 ฟื้นฟูที่ 3 โจมตีอย่างอ่อน ดังนั้น....”

“หมายเลข 1,503 ไม่ต้องอาย ตอนเธอเจอศัตรู การหลบหนีจากการโจมตีของฝ่ายตรงข้ามเป็นเรื่องสำคัญมาก ตอนที่นักเวทย์สู้กับนักรบ ยิ่งสำคัญยิ่งขึ้นไปอีก นักรบจะไม่ปล่อยให้นักเวทย์มีเวลาร่ายเวทย์ง่าย ๆ ถ้าเธอสามารถสร้างระยะที่ปลอดภัยสำหรับการร่ายเวทย์ได้ โอกาสที่จะชนะก็จะมากขึ้น ที่อาจารย์พูดหมายถึง เธอไม่ต้องคิดว่ามันน่าอาย แต่ควรมุ่งหน้าต่อไปตามทางที่เธอถนัด”

ว้าว!! ผมไม่คิดเลยการหนีเก่ง ก็เป็นข้อได้เปรียบเหมือนกัน ต่อจากนี้ไป มันจะเป็นคติประจำใจใหม่ของผม ฮ่าฮ่า!

“ขอบคุณมากครับอาจารย์” ผมโค้งคำนับด้วยความรู้สึกขอบคุณอาจารย์กลุ่มนี้มาก

ออกมาจากห้องทดสอบ ผมเดินสำรวจไปรอบ ๆ คิดถึงตัวเองว่าทำไมถึงโชคดีขนาดนี้ อย่างไรก็ตาม มันไม่สำคัญแล้ว อาจารย์ซิวบอกผมว่าหลังจากผ่านการทดสอบ 3 รอบ ผู้สมัคร 500 คนที่มีคะแนนรวมสูงที่สุด จะผ่านเข้าไปสู่การทดสอบรอบที่ 4 พูดง่าย ๆ พรุ่งนี้จะมีการประกาศคะแนนสอบ วันมะรืนจะเริ่มการทดสอบสุดท้าย ตอนนี้ผมเริ่มลังเลที่จะกลับออกไป ผมไม่อยากกลับไปฟังอาจารย์ซิวพร่ำบ่น พร่ำสอนทั้งวัน

ผมเดินมาถึงบริเวณของห้องทดสอบธาตุไฟ เห็นผู้สมัครหัวแดงอายุใกล้เคียงกับผมนั่งอยู่ที่มุมสนาม เห็นเขามีท่าทีหมดกำลังใจ ผมเลยเดินเข้าไปหา

“เฮ้!! เกิดอะไรขึ้น? นายทำได้ไม่ดีเหรอ?”

“แย่กว่าไม่ดีอีก! ฉันทำดีเกินไป” เสียงตอบกลับมาจากเด็กน้อย

“ทำไมล่ะ?”

“อาจารย์ของฉันบอกว่าอย่าทำดีเกินไป แค่ให้พอผ่านก็ได้แล้ว ไม่อย่างนั้น หลังจากเข้าเรียนไปแล้วจะมีคนมากมายมาตามท้าทายฉัน แล้วจะมีเวลาไปฝึกเวทย์มนต์ได้ยังไง”

“วา!! อาจารย์ของนายผิดปกติมากกว่าอาจารย์ฉันอีก อย่างมากอาจารย์ของฉันก็ผิดปกติเฉพาะเวลาฝึก อาจารย์นายไม่ให้นายทำเต็มที่ตอนสอบ ฟู!!!..”

“อย่ามาว่าอาจารย์ฉัน เขาทำเพื่อประโยชน์ของฉัน เขาอ่านความต้องการของพวกคนอื่น ๆ ด้วย”

“ไม่ต้องพูดเรื่องนี้แล้ว นายทดสอบได้ดีแค่ไหน?”

“ตอนแรก ฉันแค่อยากทดสอบให้ผลอยู่กลาง ๆ ค่อนไปด้านบน แต่เห็นคนอื่นทำได้ดีมาก พอถึงตาฉันแสดงฝีมือเลยตั้งใจนิดหน่อย กลายเป็นว่าผลออกมาว่าฉันเร็วกว่าคนที่เร็วที่สุดตั้ง 10 วินาที”

“นายใช้เวลาเท่าไหร่?”

“6 วินาที” ว้าว!! เด็กคนนี้เหมือนผม ‘อัจฉริยะ’

“ฉันไม่คิดเลยว่าจะเจอผู้มีพรสวรรค์สูงที่นี่ สวัสดี ให้ฉันแนะนำตัวนะ ฉันชื่อเว่ยจางกง เวทย์ธาตุหลักของฉันคือธาตุแสง ธาตุรองคือธาตุมิติ” ผมยื่นมือไปหาเขา

เขายืนขึ้นแล้วจับมือกับผม “สวัสดี ฉันชื่อไซหม่าเคอ ธาตุหลักคือไฟ ธาตุรองคือลม”

“นายอยากเป็นเพื่อนกับฉันมั้ย?”

“แน่นอน ต่อไปพวกเราเป็นเพื่อนกันแล้ว”

เสียงของเด็ก 2 คนได้กำหนดมิตรภาพอันยาวนานของทั้งคู่ขึ้น

จบบทที่ บทที่ 14 - ผมโชคดี

คัดลอกลิงก์แล้ว