เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 - ปีศาจกลับมาแล้ว

บทที่ 6 - ปีศาจกลับมาแล้ว

บทที่ 6 - ปีศาจกลับมาแล้ว


โอว!! เจ็บ!!! ระหว่างการทำสมาธิ (นอน) ผมไม่รู้ว่าอะไรมาโจมตีผม

หลังจากค่อย ๆ ลืมตาขึ้น ใบหน้าอันเขร่งขรึมปรากฏอยู่ตรงหน้า

“ปีศาจเฒ่า!!!!” ผมอุทานอย่างไม่รู้ตัว

“อะไรนะ! เมื่อกี้เธอพูดว่าอะไรนะ?” อาจารย์ซิวที่เพิ่งกลับมามองมาที่ผมด้วยสายตาที่น่ากลัว

“อา..ไม่ ไม่มีอะไร ผมแค่ไม่ได้คิดว่าอาจารย์จะกลับมาแล้วครับ”

“จริงรึ? แล้วไอ้ปีศาจเฒ่านั่นหมายถึงอะไร?”

หัวของผมชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น ๆ “โอ! ผมแค่ฝันร้ายน่ะ ในฝันมีปีศาจมากมายมารุมทำร้ายผม มันไม่เกี่ยวกับอาจารย์เลยจริง ๆ อาจารย์ใจดีจะตาย ผมจะเรียกอาจารย์ว่าปีศาจได้ยังไงกันครับ”

“เหรอ! แล้วตอนนี้ล่ะ?” อาจารย์ซิวพูดพร้อมมองมาที่ผมด้วยความข้องใจ

“อาจารย์บอกเธอให้มาทำสมาธิที่นี่ แต่กลายเป็นว่าเธอมาหาที่นอนแทน ชื่อของข้าคือซิวซีหยู ฟังคำข้า จงออกมาข้ารับใช้แห่งข้า เสือแห่งแสง! จางกง ไป วี่งรอบสนาม เดี๋ยวนี้”

“อาจารย์!! เดี๋ยวก่อน ผมทำสมาธิหนักมากจริง ๆ นะ ช่วงนี้ผมแค่เหนื่อย ผมเลยของีบนิดหนึ่ง” ผมบอกอาจารย์ไม่ได้ว่าสิ่งที่ผมทำคือนอนสมาธิ ใครจะไปเชื่อว่าผมฝึกฝนระหว่างการนอน

“จริงเหรอ!? ถ้าอย่างนั้นอาจารย์จะทดสอบเธอ มาทางนี้”

“ครับ” ผมเดินไปหาอาจารย์ซิว

อาจารย์ซิวหยิบหินเวทย์มนต์ (ประเภทผลึกเวทย์มนต์ ใช้สำหรับตรวจวัดพลังเวทย์ของนักเวทย์) สำหรับการประเมินเวทย์มนต์ออกมาจากช่องว่างมิติ (ช่องว่าที่สามารถเก็บสิ่งต่าง ๆ ได้ มีเพียงนักเวทย์ขั้นกลาง หรือสูงกว่าเท่านั้นที่จะสามารถใช้มันได้ ขนาดของมันจะขึ้นอยู่กับพลังเวทย์ของนักเวทย์) ของเขา แล้วยื่นให้ผม

“ร่ายตามอาจารย์ ด้วยชื่อของข้า ธาตุแสง ฟังคำข้า และรวมตัวกันเบื้องหน้าของข้า”

“ด้วยชื่อของข้า ธาตุแสง ฟังคำข้า และรวมตัวกันเบื้องหน้าของข้า”

หลังจากที่ร่ายเวทย์เสร็จ ธาตุแสงจากจุดสะสมพลัง และพลังเวทย์ธาตุแสงในร่างกายของผม ไหลออกไปที่หินเวทย์มนต์บนฝ่ามือของผม หินเวทย์มนต์เริ่มส่องแสง มันสว่างขึ้นเรื่อย ๆ ผมปล่อยให้พลังเวทย์ในร่างกายไหลเข้าสู่หินเวทย์มนต์อย่างต่อเนื่อง รับรู้ได้ว่าพลังเวทย์เริ่มเข้าสู่จุดสมดุลกับพลังที่ไหลออกมาจากจุดสะสมพลัง แสงที่สว่างออกมาจากหินเวทย์มนต์ ทำให้เกิดแสงสว่างไปทั่วกระท่อม สามารถมองเห็นได้ทุกรายละเอียด เวทย์ส่องสว่างของผมดีขึ้นมากแล้วตอนนี้ ไม่น่าเชื่อเลยจริง ๆ

อาจารย์ซิวตกใจ “เธอไม่ได้ทำตัวเหลวไหลจริง ๆ อาจารย์ไม่ได้หวังว่าแค่เวลา 3 เดือน เธอจะสามารถเพิ่มพลังเวทย์จนถึงระดับนักเวทย์ขั้นแรกได้ เธออย่างน้อยต้องทำสมาธิวันละ 18 ชั่วโมงทุกวันแน่ ๆ ไม่สิ ไม่ถูกต้อง ต่อให้ทำสมาธิตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ก็ไม่มีทางได้ผลอย่างนี้แน่”

ในทวีปนี้ ต่อให้เป็นผู้ที่ฝึกอย่างบ้าคลั่ง มันต้องใช้เวลาเป็นปีที่จะพัฒนาจากผู้เริ่มต้นไปเป็นนักเวทย์ขั้นแรก

“ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นอัจฉริยะเวทย์แสง”

“แน่นอนอยู่แล้ว จริง ๆ แล้ว ผมน่ะ ฉลาดที่สุดในโลก ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!!!...” ผมรู้สึกถูมิใจในตัวเองอย่างช่วยไม่ได้

“เธอจะภูมิใจอะไรนักหนา นี่มันไม่มีอะไรเลย มันยังต้องดูกันยาว ๆ มีพลังเวทย์แล้วจะมีประโยชน์อะไร ถ้าไม่ได้ใช้มันให้ถูกวิธี และเหมาะสม” เห็นผมเริ่มหลงตัวเอง อาจารย์ซิวสาดน้ำเย็นใส่ผมทั้งถัง

อาจารย์ซิวเรียกเสือแห่งแสงกลับไป ผมแอบปาดเหงื่อ วิกฤตคราวนี้ถือว่าผ่านพ้นไปได้ ดูเหมือนว่าผมไม่ต้องจัดงานศพให้ตัวเอง ฮ่า ฮ่า! (ทุกวันนี้ ผมทำให้การนอนสมาธิกลายเป็นการนอนปกติของผมไปแล้ว มันสบายกว่าเมื่อก่อนมาก)

“นี่ก็เย็นมากแล้ว รีบ ๆ กลับบ้าน พรุ่งนี้เธอจะได้เริ่มเรียนเวทย์มนต์แห่งแสง อย่าลืมหยิบหนังสือเวทย์ที่อาจารย์ให้เธอมาด้วยล่ะ”

“ครับอาจารย์! ผมกลับก่อนนะครับ” ผมรีบวิ่งออกจากห้องเรียนราวกับจรวด

อาจารย์ซิวมองตามหลังผมออกมา ก่อนจะยิ้มบาง ๆ “ดูเหมือนว่าเด็กคนนี้จะเหมาะกับการเรียนเวทย์แสงจริง ๆ”

“สวัสดีตอนเช้าครับ อาจารย์ซิว!” เพราะผมผ่านด่านเมื่อวานนี้มาได้ด้วยดี ผมคิดไว้แล้วว่าวันนี้ผมไม่ต้องวิ่งแน่นอน ดังนั้นด้วยอารมณ์ที่ดีเป็นพิเศษ ผมมาเช้ากว่าปกติ

“มาแต่เช้าเลยนะวันนี้ เอาหนังสือมาด้วยหรือเปล่า?”

“เอามาครับ”

“ดีมาก วันนี้เราจะเริ่มเรียนเวทย์มนต์แสง เวทย์ระดับกลาง และเวทย์ระดับสูงจำนวนมากมีพื้นฐานมาจากเวทย์แสงระดับพื้นฐาน ดังนั้นการเรียนเวทย์ระดับพื้นฐานจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง วันนี้ เวทย์แรกที่เธอจะเรียนคือ ‘โล่แสง’

“โล่แสง”

“ถูกต้อง หลังจากที่เรียนทฤษฎีพื้นฐานมาแล้ว เธอน่าจะรู้ว่าเวทย์แสงระดับพื้นฐาน และระดับกลางส่วนใหญ่มีผลด้านการป้องกันและการเยียวยา”

“ชื่อของข้าคือซิวซีหยู ธาตุแสง ฟังคำข้า รวมตัวกันข้างหน้า ป้องกันสิ่งชั่วร้าย” ชั้นของแสงใสเรื่อ ๆ ปรากฏขึ้นตรงหน้าของอาจารย์ซิว “โล่แสง สามารถป้องกันการโจมตีของเวทย์ระดับพื้นฐานได้ทั้งหมด โล่จะอยู่ได้นานแค่ไหน ขึ้นอยู่กับปริมาณของพลังเวทย์ที่ใส่ลงไป เธอลองร่ายเวทย์ดู”

“ชื่อของข้าคือเว่ยจางกง โอ! ธาตุแสงผู้ยิ่งใหญ่ รวมตัวกันข้างหน้า ป้องกันสิ่งชั่วร้าย”

“ผิดแล้ว เธอท่องผิด มันต้องเป็น ‘ฟังคำข้า’ อา...มันเป็นไปได้ยังไง.....”

โล่แสงที่หนากว่าของอาจารย์ซิวปรากฏขึ้นตรงหน้าของผม หยุดคำพูดที่กำลังจะออกจากปากของเขา

“เธอร่ายเวทย์ผิด แต่ผลที่ได้ยังดีกว่าผลจากการร่ายเวทย์อย่างถูกต้อง มันเป็นไปได้ยังไง”

“ผมไม่รู้ครับ ผมแค่รู้สึกว่าธาตุแสงเป็นผู้อาวุโส ผมไม่ควรออกคำสั่งพวกเขา แล้วก็ ผมร่ายอย่างนี้ พวกเขาก็คุยกับผมอยู่ดี”

อาจารย์ซิวพยายามใช้คำร่ายเดียวกันกับที่ผมใช้ แต่ผลที่ได้ออกมาแค่เพียงเท่ากับวิธีการร่ายแบบปกติของเขาเท่านั้น และเขาไม่มีเบาะแสอะไรเลยเกี่ยวกับความลึกลับนี้เลย

อันที่จริงแล้ว มันเป็นเพราะธาตุแสงให้การรับรองผม เนื่องจากผมให้ความเคารพพวกเขา นั่นทำให้พวกเขายินดีที่จะช่วยผม ทำให้โล่ผมหนากว่าปกติ ถึงแม้ว่าอาจารย์ซิวจะเป็นนักเวทย์สูงสุด แต่ธาตุหลักของอาจารย์ไม่ใช่ธาตุแสง อีกทั้งเขาไม่ได้รับการยอมรับจากธาตุแสง มันจึงเป็นธรรมดาที่เวทย์ของเขาจะดีเท่าของผม

“ดี ตอนนี้มาลองทดสอบประสิทธิภาพของโล่แสงของเธอกัน”

“ชื่อของข้าคือซิวซีหยู น้ำผู้อ่อนโยน ฟังคำข้า รวมตัวกันข้างหน้าเพื่อกำจัดศัตรูของข้า กระสุนน้ำ” (เมื่อนักเวทย์บรรลุถึงระดับนักเวทย์สูงสุด พวกเขาสามารถใช้เวทย์ธาตุใดก็ได้ ตราบที่เวทย์นั้นยังเป็นเวทย์ระดับพื้นฐาน) กระสุนน้ำขนาด 5 เซ็นติเมตรพุ่งเข้ามาหาผม ผมหลับตาแน่นด้วยความกลัว รู้สึกได้ว่าโล่แสงสั่น แต่ไม่รู้สึกถึงอาการเจ็บอะไรเลย เมื่อผมลืมตาขึ้นผมก็ไม่เห็นกระสุนน้ำแล้ว

ฮ่า ฮ่า! ดูเหมือนว่าโล่แสงของผมแข็งแกร่งจริง ๆ !!

อาจารย์ซิวเห็นอย่างนั้น ก็เริ่มโจมตีโล่แสงของผมต่อ ด้วยเวทย์ระดับพื้นฐานจากหลากหลายธาตุเวทย์ เมื่อเวทย์กระทบโล่ โล่แสงเพียงแค่สั่นเล็กน้อย ไม่มีอะไรมากกว่านั้น อย่างไรก็ตามพอถึงจุดหนึ่ง ปริมาณการใช้พลังเวทย์ของผมสูงเกินกว่าอัตราการฟื้นฟู เกือบจะถึงจุดวิกฤตแล้วตอนที่ผมตะโกน “อาจารย์ อาจารย์!!! ผมทนต่อไม่ได้แล้ว ไว้ชีวิตผมเถอะ..”

อาจารย์ซิวหยุดการโจมตีในที่สุด

“ประสิทธิภาพโล่แสงของเธอยอดเยี่ยมทีเดียว มันแข็งแกร่งกว่าปกติ แต่ว่าการใช้โล่แสงยังต้องการเทคนิคบางอย่าง” หลังจากนั้น อาจารย์ซิวสอนเทคนิคการใช้โล่แสงให้ผม อย่างเช่น ถ้าไม่ใช่เวทย์ที่จู่โจมเป็นวงกว้าง ผมต้องหลบการโจมตีให้ได้มากที่สุด และใช้โล่แสงป้องกันเฉพาะการโจมตีที่หลบไม่ได้เท่านั้น ด้วยวิธีนี้ปริมาณการใช้พลังเวทย์จะลดลงอย่างมาก

นี่คือวิธีการที่ผมเริ่มเรียนเวทย์แสงระดับพื้นฐานเวทย์แรกของผม ในอีก 10 วันถัดมา ทุก ๆ วันอาจารย์ซิวจะใช้เวทย์ระดับพื้นฐานทุกชนิดโจมตีผม เพื่อให้ผมฝึกใช้โล่แสง เมื่อผมในสภาพน่าอนาถ พยายามที่จะขอให้อาจารย์เปลี่ยนวิธีการฝึก อาจารย์ไม่พูดอะไรสักคำ แค่อัญเชิญเสือแห่งแสงออกมา ผมต้องรีบเยินยอวิธีการฝึกของอาจารย์อย่างเร่งด่วน ว่าวิธีการที่ฝึกอยู่นี้สุดยอดอยู่แล้ว เฮ้อ! อาจารย์เหมาะสมกับฉายาอาจารย์ปีศาจจริง ๆ อา..เหมือนว่าผมแก้ปัญหาการทำสมาธิด้วยความยากลำบาก เพื่อเผชิญกับความยากลำบากอันใหม่ ในอุ้งมือของปีศาจเฒ่าตนนี้ ผมไม่สามารถทำตัวเหลวไหลได้เลย

อย่างไรก็ตาม ยังโชคดีที่ไม่ว่าผมจะใช้พลังเวทย์ปริมาณมากแค่ไหนระหว่างวัน ผมแค่ต้องนอนสมาธิในตอนกลางคืน และตื่นมาด้วยกำลังอันเต็มเปี่ยมในวันถัดมา แถมด้วยความรู้สึกที่ว่าพลังเวทย์ของผมเพิ่มขึ้นจากเดิมในอัตราที่มากกว่าเมื่อก่อน

ในที่สุด บุตรแห่งแสงได้เริ่มต้นการเรียนรู้ที่ไม่มีวันสิ้นสุดของเขา

จบบทที่ บทที่ 6 - ปีศาจกลับมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว