เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 - การทำสมาธิโดยการนอน

บทที่ 5 - การทำสมาธิโดยการนอน

บทที่ 5 - การทำสมาธิโดยการนอน


พอมีพ่อมาช่วยสอน ผมก็สามารถเข้าใจทฤษฎีเวทย์มนต์พื้นฐานได้จริง ๆ

“ดีมาก! ดูเหมือนว่าเมื่อวานเธอจะทำงานหนัก ตามอาจารย์มา”

หลังจากที่ผมมาถึงเมื่อเช้า อาจารย์ซิวทดสอบความรู้ของผมทันที ถึงผมจะไม่สามารถตอบคำถามได้อย่างรวดเร็ว แต่พอให้เวลาให้ผมได้คิด ผมก็สามารถหาคำตอบได้ หึ หึ!! ความพยายามของผมไม่เสียเปล่า ผมผ่านการทดสอบของเฒ่าซี (อาจารย์ซิว) ได้ วันนี้ผมไม่ต้องวิ่งอีกแล้ว

ผมเดินตามอาจารย์ซิวไปที่กระท่อมที่อยู่ในสวนด้านหลัง นี่มันเกี่ยวกับการสอนเวทย์มนต์??

“จางกง ตอนนี้เธอเข้าใจพื้นฐานแล้ว แต่เธอต้องเพิ่มพูนความรู้อย่างต่อเนื่อง เธอรู้มั้ยว่าพลังของนักเวทย์ขึ้นอยู่กับอะไร?”

“ระดับเวทย์มนต์”

“แล้วเราใช้เวทย์ระดับสูงได้อย่างไร”

“ร่ายเวทย์”

“ไร้สาระ” อาจารย์ซิวส่งสายตาน่ากลัวมาที่ผม

“เพื่อที่จะใช้เวทย์ระดับสูง เธอจะต้องมีพลังวิญญาณอยู่จำนวนมาก ความรู้พื้นฐานของเธอนี่อ่อนจริง ๆ วิธีที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดในการเพิ่มพลังวิญญาณคือการทำสมาธิ เริ่มตั้งแต่วันนี้ 3 เดือนจากนี้ไป เธอต้องทำสมาธิทุกวัน พรุ่งนี้ อาจารย์จะต้องเดินทางไปเมืองหลวง แล้วจะกลับมาหลังจาก 3 เดือน”

หัวใจผมเต้นแรงอย่างมีความสุข ผมจะเป็นอิสระแล้ว อย่างไรก็ตาม คำพูดต่อมาของอาจารย์ซิวทำให้ผมกลับลงมาสู่โลกแห่งความจริง

“จางกง เวทย์มนต์สายหลักของอาจารย์คือเวทย์มิติ ถึงแม้ว่าอาจารย์จะเป็นแค่นักเวทย์สูงสุด การเคลื่อนย้ายกลับมาที่นี่ก็ไม่ใช่เรื่องยาก ถ้าอาจารย์กลับมาแล้วพบว่าเธอทำตัวเหลวไหล เธอได้เป็นนักวิ่งทางไกลระดับชาติแน่นอน”

อาจารย์ซิวขู่ผม ด้วยสีหน้าที่จริงจัง

“ตอนที่ทำสมาธิ เธอมุ่งเน้นไปที่จิตวิญญาณ พยายามรู้สึกถึงธาตุแสง พยายามรวบรวมและเก็บรักษาธาตุให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ด้วยวิธีนี้เธอจะสามารถเพิ่มพลังวิญญาณของเธอได้ ตลอดเวลาที่อาจารย์ไม่อยู่ เธอต้องทำสมาธิอย่างน้อย 8 ชั่วโมงทุกวัน ฟังอยู่หรือเปล่า!!! ถ้าอาจารย์กลับมาแล้วพลังวิญญาณของเธอทำให้อาจารย์พอใจไม่ได้.....”

ระหว่างที่ฟังปีศาจเฒ่าพูดอยู่นั้น ผมรู้สึกท้อแท้อยู่ในใจ ทำสมาธิวันละ 8 ชั่วโมง ผมต้องเบื่อตายแน่ ๆ

“วิธีพื้นฐานในการทำสมาธิ อาจารย์เชื่อว่าเธอต้องรู้อยู่แล้ว การทำสมาธิก็มีอยู่หลากหลายเทคนิค เธอสามารถไปที่ห้องสมุดเพื่อศึกษาเพิ่มเติมได้ หาเทคนิคการทำสมาธิที่เธอชอบ ด้วยวิธีนี้ประสิทธิภาพของการทำสมาธิจะดีที่สุด รอจนอาจารย์กลับมาก่อน แล้วอาจารย์จะสอนวิธีการใช้เวทย์มนต์ให้”

“เอาล่ะ!! เธอเริ่มทำสมาธิได้ตอนนี้เลย”

ผมนั่งลงบนเสื่อ ภายใต้การจ้องมองของอาจารย์ ค่อย ๆ หลับตาแล้วเริ่มทำสมาธิ

ถึงแม้ว่าปีศาจจะออกไปแล้ว แต่ผมก็ไม่ได้รับรู้ถึงความสงบสุขเลย

ห้องสมุดของโรงเรียนตั้งอยู่ที่มุมทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ ผมค่อย ๆ ค้นหนังสือเกี่ยวกับการทำสมาธิออกมาดู จนในที่สุดก็เจอกับหนังสือที่ผมต้องการ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!! ผมรอดแล้ว! ระหว่างที่คุ้ยหาหนังสืออยู่ที่มุมห้อง ผมเจอสมุดเล่มสีเหลือง มันดูเก่ามาก แต่ผู้แต่งเป็นนักเวทย์แสงที่แต่งหนังสือนี้เมื่อ 150 ปีก่อน ในหนังสือบอกไว้ว่า ขอเพียงรับรู้ถึงธาตุเวทย์มนต์ได้ถึงระดับที่จะรวบรวมมันได้ จะใช้ท่าทางยังไงก็ไม่สำคัญ หนังสือเล่มนี้ยังยกตัวอย่างเอาไว้ด้วย มันมี นอนสมาธิ นั่งสมาธิ และอื่น ๆ อีก

ผมสามารถนอนไปด้วย แล้วทำสมาธิไปด้วย สำหรับคนขี้เกียจอย่างผม การนอน และการนั่งช่างเป็นวิธีที่แตกต่างกันมากเหลือเกิน ฮ่า ฮ่า! นี่มันดีเกินไปแล้ว!

กลับมาที่ห้องเรียน (กระท่อมน้อย) ที่มีผมอยู่แค่คนเดียว ผมเริ่มทำตามคำแนะนำในหนังสือ นอนลง รวบรวมสมาธิ เริ่มสื่อสาร สัมผัสกับธาตุแสงในอากาศ ในที่สุด ผมเริ่มรู้สึกถึงธาตุแสงรอบ ๆ ตัวผม ธาตุแสงให้ความรู้สึกอบอุ่น และใจดีกับผม เหมือนอยู่ในอ้อมกอดของพ่อและแม่ อา....สบายเหลือเกิน!

“พวกคุณคือธาตุแสง?” ผมเอ่ยถามในโลกของวิญญาณ

ผมรู้สึกถึงสัมผัสอันอบอุ่นรอบ ๆ ตัว

“ลุง ๆ ป้า ๆ ธาตุแสง สวัสดีครับ เป็นยังไงบ้าง? ผมชื่อเว่ยจางกง ต่อจากนี้ไปพวกเรามาเล่นด้วยกันนะ”

สัมผัสอันอบอุ่นเกิดขึ้นอีกครั้ง

“ต่อจากนี้ไป พวกเราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ!”

ผมรู้สึกได้ว่าธาตุแสงค่อย ๆ เปลี่ยนรูปเป็นเส้นบาง ๆ และไหลมารวมกันที่ ‘จุดสะสมพลัง’ ของผม คลื่นพลังงานอันแสนอบอุ่นล้อมอยู่รอบตัวผม ถ้ามีคนอยู่ที่นี่ก็จะเห็นชั้นของแสงสีขาวอยู่รอบตัวผม คลื่นพลังงานไหลเข้ามาอย่างต่อเนื่อง ไม่รู้ว่าผ่านไปนานเท่าไร ผมเริ่มสัมผัสได้ถึงธาตุแสงผ่านช่องทางการสื่อสารในจุดสะสมพลังของผม ด้วยความอบอุ่นและสบายไปทั้งตัว ผมหลับลงไปอย่างไม่รู้ตัว

สิ่งที่ผมไม่รู้ก็คือ ผมได้รับการยอมรับจากธาตุแสงโดยบังเอิญ บนทวีปนี้ นักเวทย์ทุกคนฝึกฝนโดยการพยายามรับรู้ถึงธาตุเวทย์มนต์รอบ ๆ ตัว แล้วพยายามควบคุมธาตุเหล่านั้นเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ให้กับตัวเอง เมื่อพลังเวทย์เพิ่มขึ้น พลังวิญญาณก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย เพื่อให้เกิดผลลัพธ์นี้ พวกเขาต้องบ่มเพาะอย่างยากลำบาก แต่โดยส่วนตัวแล้ว ผมไม่อยากบ่มเพาะ ไม่อยากทำสมาธิ คนขี้เกียจอย่างผมเลยมองหาวิธีที่จะเพิ่มพลังเวทย์มนต์ได้ โดยไม่ต้องใช้ความพยายามมากมายนัก มันเลยเป็นไปตามธรรมชาติ แทนที่ผมจะพยายามควบคุมธาตุรอบ ๆ ตัว ผมพูดคุย และสื่อสารกับธาตุแสง อย่างบริสุทธิ์ใจ นี่ทำให้ผมแปลกใจมาก ธาตุแสงยอมรับผมแล้ว? เพราะเหตุนี้อัตราการสะสมและฟื้นฟูธาตุของผมเร็วกว่าคนปกติถึง 3 เท่า ผมกลายเป็นเพื่อนกับเหล่าธาตุแสงจริง ๆ

โดยไม่รู้ตัว เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว ผมรู้สึกว่าใครบางคนเขย่าตัวผม ผมลืมตาขึ้นอย่างแปลกใจ และพบว่าแม่ของผมกำลังปลุกผมอยู่

“แม่ ทำไมแม่มาอยู่ที่นี่ได้?”

“แม่เป็นห่วงแทบตายแล้ว เย็นขนาดนี้แล้วลูกยังไม่กลับบ้าน แม่เลยไปหาอาจารย์ใหญ่ อาจารย์บอกว่าลูกน่าจะอยู่ในห้องเรียน ลูกตั้งใจเรียนอย่างหนักแล้วเผลอหลับไป”

อา! ผมมองออกไปนอกห้อง และพบว่ามันเย็นมากแล้วจริง ๆ มันแค่รู้สึกเหมือนนอนไปได้แป็บเดียวเท่านั้น วิธีการทำสมาธิแบบนี้ช่างสุดยอด! ผมตรวจสอบพลังเวทย์ของตัวเองอย่างเงียบ ๆ และพบว่ามันเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อเทียบกับพลังเวทย์เล็กน้อยของผมเมื่อก่อน ตอนนี้มันกลายเป็นบอลแสงลูกเล็ก ๆ ว้าว! มันดีจริง ๆ มันดีเกินไปแล้ว!

“รีบกลับบ้าน ลูกไม่หิวเหรอ? เห็นลูกขยันเรียนขนาดนี้ แม่ดีใจมากจริง ๆ” แม่จะรู้ได้ยังไงว่าอาจารย์ไม่ได้อยู่ที่นี่เลย และจริง ๆ แล้วผมแค่นอนทั้งวัน? ฮ่า ฮ่า! ดีจริง ๆ ผมสามารถฝึกไปด้วย นอนไปด้วยได้ทุกวัน

หลังจากกลับถึงบ้าน และกินข้าวเย็น ผมกลับเข้าห้อง

ผมนี่เป็นอัจฉริยะตัวจริง ที่คิดวิธีสุดยอดนี้ได้ ฮิฮิ! ผมเริ่มหลงตัวเองเล็กน้อยแล้ว จริงสิ! พลังเวทย์มนต์ของผมเพิ่มขี้น ดังนั้นเวทย์มนต์ของผมก็ต้องมีพลังเพิ่มขึ้นด้วย ผมต้องลองทดสอบดู ผมยกมือขึ้น

“ชื่อของข้าคือเว่ยจางกง ธาตุแสง เพื่อเพื่อนของท่าน ส่องสว่างไปรอบ ๆ”

ผมร่ายเวทย์เดียวที่ผมรู้จัก เวทย์ส่องสว่าง

หลังจากร่ายเวทย์ ผมรู้สึกถึงพลังงานอันอบอุ่นไหลจากจุดสะสมพลังพร้อม ๆ กับพลังเวทย์จากทั่วร่างกายของผมไปรวมกันที่มือที่ยกอยู่ ลูกบอลสีขาวก่อตัวขึ้นบนฝ่ามือของผม แสงสีขาวนวลสว่างขึ้น ถึงแม้ว่าในจะค่อนข้างจ้า แต่ก็ไม่แสบตา

ว้าว! มันได้ผล ก่อนหน้านี้ผมเพียงแค่สามารถสร้างจุดแสงเล็ก ๆ บนฝ่ามือ เย่! มันช่างสุดยอด เวทย์ส่องสว่างของผมในที่สุดก็สว่างจริง ๆ ผมรู้สึกถึงพลังงานที่ไหลอย่างต่อเนื่องไปที่ฝ่ามือ ทำให้ลูกบอลยังคงส่องแสง ธาตุแสงจากจุดสะสมพลังยังคงไหลออกมาอย่างไม่สิ้นสุด มันไม่มีสัญญาณเลยว่าพลังเวทย์ในร่างกายผมจะลดน้อยลง

ดีมาก นี่คือวิธีฝึกฝน! ในอนาคต ผมไม่ต้องเหนื่อยทำสมาธิเพื่อเพิ่มพลังเวทย์ของผมแล้ว

เอาล่ะ! ได้เวลานอน

ผมจะใช้การนอนสมาธิเพื่อนอนทุกคืน ด้วยวิธีนี้จะทำให้ผมหลับสบายขึ้น

ดังนั้น ตารางการใช้ชีวิตประจำวันของผมก็คือ : ตื่นขึ้นมาตอนเข้า - กินข้าวเช้า – ไปทำสมาธิ (นอน) ที่ห้องเรียน – กลับบ้านกินข้าวเย็น – แล้วก็ทำสมาธิต่อ

3 เดือนให้หลัง ด้วย ‘ความพยายาม’ อย่างต่อเนื่องของผม พลังเวทย์ของผมเพิ่มขึ้นอย่างมาก ลูกบอลแสงของผมตอนนี้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึง 5 เท่า

ทุกครั้งที่ผมทำสมาธิ ผมรู้สึกสนิทสนมคุ้นเคยกับธาตุแสงมากขึ้น ๆ เหมือนกับว่าพวกเขาเป็นญาติผู้ใหญ่ เป็นผู้อาวุโสที่คอยดูแลผม เหมือนผมเป็นลูกหลานของพวกเขา เหมือนพวกเขาเลี้ยงผมแบบตามใจทุก ๆ วัน

นั่นแหละ! บุตรแห่งแสงได้คิดค้นวิธีพิเศษในการทำสมาธิขึ้นมา มันกลายเป็นแหล่งพลังเวทย์อันไม่สิ้นสุดของมหาเมธีเวทย์ในภายหลัง

จบบทที่ บทที่ 5 - การทำสมาธิโดยการนอน

คัดลอกลิงก์แล้ว