- หน้าแรก
- มนตร์รักทศวรรษหกสิบ
- บทที่ 29 ปกป้อง
บทที่ 29 ปกป้อง
บทที่ 29 ปกป้อง
เก๋อไหลจื่อจะไม่โมโหได้ยังไง ปากบอกว่าเป็นพี่น้องร่วมสาบาน แต่พอเกิดเรื่องจริงๆ กลับพึ่งพาอะไรไม่ได้สักอย่าง
หลิวไห่กั๋วตอนนี้ก็ได้แต่เดินตามหลังเก๋อไหลจื่อคอยขอโทษขอโพย แม้ตอนนั้นจะอ้างชื่ออาตัวเองเพื่อเอาตัวรอด แต่ในใจก็รู้ดีว่าตัวเองผิดเต็มประตู เรื่องนี้ฟังไม่ขึ้นจริงๆ ถ้าข่าวแพร่ออกไป เขาคงกลายเป็นคนขี้ขลาดตาขาว ถูกชาวบ้านรุมประณามหยามเหยียดแน่
ตอนนี้หลิวไห่กั๋วรู้สึกผิดต่อเก๋อไหลจื่ออย่างมาก ส่วนทางด้านหลิ่วเย่ว์กับลั่วหมิงเจ๋อ เขาก็ไม่อาจล่วงเกินได้ หลิวไห่กั๋วจึงเริ่มเสียใจที่เสนอหน้าออกมา
หลิ่วเย่ว์เห็นว่าหลิวไห่กั๋วเริ่มหวาดกลัว ก็เชิดหน้าขึ้นด้วยความเย่อหยิ่ง หันหน้าหนีทำท่าทางสูงส่ง
"พวกแกออกเงินกันไปเท่าไหร่ ข้าจะคืนให้หมด แล้วไสหัวออกไปจากหน่วยผลิตหงซิงซะ อย่าให้ข้าเห็นหน้าอีก เห็นเมื่อไหร่ข้าจะซ้อมเมื่อนั้น" เก๋อไหลจื่อเป็นคนอารมณ์ร้อน รักพวกพ้อง และแยกแยะบุญคุณความแค้นชัดเจน ท่าทีของหลิ่วเย่ว์ยิ่งทำให้เขาเดือดดาล
หลิวไห่กั๋วรีบห้าม "เก๋อไหล อย่าใจร้อนน่า คำพูดพวกเขามันไม่เข้าหู แต่แกก็สั่งสอนไปแล้วนี่นา คนกันเองในหน่วยผลิตทั้งนั้น จะทำเรื่องให้บานปลายไปทำไม" พูดจบเขาก็ลดเสียงลง "อีกอย่าง สองคนนี้เป็นลูกหลานข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ เราไปแตะต้องไม่ได้หรอก"
ไม่ใช่แค่พวกเขาที่แตะต้องไม่ได้ ต่อให้พ่อของเขาที่เป็นหัวหน้าหน่วยผลิตเล็กๆ ก็ยังเทียบชั้นกับครอบครัวคนพวกนี้ไม่ได้เลย
เก๋อไหลจื่อมองหลิวต้ากั๋วอย่างไม่พอใจ "แกจะไปกลัวพวกมันทำไม ดูสิ ตั้งแต่พวกมันมาที่หน่วยผลิต เคยทำประโยชน์อะไรบ้าง วันๆ ดีแต่เป็นตัวถ่วง รักสบาย พอไม่อยากทำงานก็อ้างว่าอยู่เมืองหลวงสบายกว่า ลงมาก็มาแย่งส่วนแบ่งอาหารพวกเรา ข้าล่ะเกลียดขี้หน้าพวกมันที่สุด แน่จริงก็เรียกพ่อแม่มันมาสิ ข้าจะซัดให้คว่ำเหมือนกัน"
"ปัญญาชนเซี่ย ช่วยพูดหน่อยสิ" หลิวไห่กั๋วหันไปขอความช่วยเหลือจากเซี่ยเสี่ยวที่ยืนอยู่ข้างๆ
เซี่ยเสี่ยวถอนหายใจ คนอย่างเก๋อไหลจื่อเธอไม่กล้าไปตอแยด้วยหรอก ท่าทางเหมือนนักเลง แถมน้ำเสียงยังบ่งบอกว่าไม่ชอบคนเมืองเอามากๆ ดีไม่ดีเธออาจจะถูกจัดอยู่ในประเภทที่เก๋อไหลจื่อไม่ชอบขี้หน้าไปด้วย อีกอย่างจะให้เธอช่วยแก้ต่างให้ลั่วหมิงเจ๋อกับหลิ่วเย่ว์ ฝันไปเถอะ
แต่ตอนนี้อยู่ในโรงพยาบาล ห่างจากห้องพักฟื้นของเกาเจี้ยซิงไม่มากนัก โรงพยาบาลยุคนี้ไม่ได้เป็นตึกสูงใหญ่ทันสมัยเหมือนในชาติก่อน เป็นแค่บ้านชั้นเดียวมุงกระเบื้อง เครื่องไม้เครื่องมือก็ดูอัตคัด ผนังก็ไม่ได้เก็บเสียงดีอะไร
"พี่เก๋อ ให้พวกเขากลับไปเถอะค่ะ ในเมื่อพวกเขาไม่เต็มใจ ไม่คิดว่าพวกพี่ช่วยชีวิตไว้ ก็อย่าไปฝืนเลยค่ะ ไม่จำเป็นต้องให้พวกเขามาเยี่ยมด้วยซ้ำ ส่วนเรื่องเงิน ลุงหัวหน้าฝากให้พี่ใหญ่เกาจัดการแล้ว เดี๋ยวพี่ใหญ่เกาจะทยอยคืนให้ทุกคนเองค่ะ" เซี่ยเสี่ยวนึกถึงตอนที่เกากั๋วเฉียงฝากเงินให้เกาเจี้ยจื๋อไปคืนทุกคน จึงพูดออกมา
หลิ่วเย่ว์ตวัดสายตาอาฆาตใส่เซี่ยเสี่ยวทันที เห็นได้ชัดว่าแค้นฝังหุ่น แต่ตอนนี้เธอก็ยังเกรงกลัวเก๋อไหลจื่ออยู่
ใบหน้าซีกหนึ่งของหลิ่วเย่ว์บวมเป่งแดงก่ำ คราบน้ำตาเปรอะเปื้อนจนหมดเค้าความสวย เธอยืนเบียดลั่วหมิงเจ๋อแน่น
ลั่วหมิงเจ๋อเองก็มีแววตาโกรธแค้น แต่ก็พยายามข่มอารมณ์ไว้ ที่นี่ห่างไกลเมืองหลวงนัก มังกรพลัดถิ่นหรือจะสู้งูเจ้าถิ่น ยิ่งไม่ต้องพูดถึงอันธพาลอย่างเก๋อไหลจื่อ
ฉายาเก๋อไหลจื่อ ไม่ได้ตั้งขึ้นมาเล่นๆ
พ่อแม่ญาติพี่น้องของเก๋อไหลจื่อตายหมดแล้ว เขาเติบโตมาด้วยข้าวหม้อแกงหม้อของชาวบ้าน เป็นอันธพาลขาใหญ่ประจำหน่วยผลิตหงซิง เรื่องชกต่อยเก่งกาจชนิดที่ว่าในอำเภอยังรู้จักชื่อเสียงเรียงนาม
เกาเจี้ยซิงกับเก๋อไหลจื่อเองก็รู้จักกันผ่านหมัดมวย คนประเภทกึ่งดีกึ่งร้ายอย่างเก๋อไหลจื่อ ถ้ามีคนคอยปรามก็ดีไป แต่ถ้าไม่มีใครคอยคุม อนาคตอาจจะเดินทางผิดได้ง่ายๆ
"ปัญญาชนเซี่ย นี่ข้าวกล่องของลุงเกากับป้าเจิ้ง ฝากเอาไปให้หน่อยสิ" เก๋อไหลจื่อรับปิ่นโตมาจากคนข้างหลัง
เซี่ยเสี่ยวมองดูเห็นเป็นปิ่นโตเหล็กของใหม่เอี่ยม จึงทักขึ้นว่า "พี่เก๋อซื้อปิ่นโตใหม่หมดเลยเหรอคะ น่าจะหลายตังค์อยู่นะ"
"ไม่เป็นไรหรอก เงินแค่นี้จะไปเทียบอะไรกับชีวิตคน ข้ายังมีชีวิตอยู่ ก็หาเงินใหม่ได้ ถ้าครั้งนี้ไม่ได้เกาเอ๋อร์ช่วยไว้ ป่านนี้ข้าคงตายเพราะไอ้ขี้ขลาดสองตัวนี้ไปแล้ว" พูดถึงตรงนี้ เก๋อไหลจื่อก็จงใจปรายตามองลั่วหมิงเจ๋อกับหลิ่วเย่ว์
ลั่วหมิงเจ๋อหน้าแดงก่ำ ไม่รู้ว่าเพราะโกรธหรือละอายใจ เพราะถ้าเก๋อไหลจื่อและพรรคพวกไม่เข้าไปช่วย ป่านนี้เขากับหลิ่วเย่ว์คงกลายเป็นอาหารหมีไปแล้ว
แต่หลิ่วเย่ว์กลับทำตัวเหมือนเด็กเอาแต่ใจที่ไร้สมอง ฟังคำพูดของเก๋อไหลจื่อแล้วยิ่งโมโห แสดงท่าทีว่าเงินไม่ใช่ปัญหา "ถ้าคิดว่าเงินไม่พอ ฉันยังมีอีก จะให้แม่ส่งมาให้อีกก็ได้"
เซี่ยเสี่ยวส่ายหน้าในใจ มีเงินมันก็ดีหรอก แต่ไม่ใช่ทุกคนจะซื้อได้ด้วยเงิน คนที่ชอบใช้เงินฟาดหัวคนอื่นอย่างหลิ่วเย่ว์ สักวันต้องเจอตอ
แต่พอนึกถึงคำทำนายของเจ้าหิน สองคนนี้จะได้คู่กันในอนาคต แถมยังอยู่รอดปลอดภัยจนแก่เฒ่า ช่วงปฏิวัติวัฒนธรรมก็คงไม่ได้ลำบากอะไรมาก
เก๋อไหลจื่อเงื้อมือทำท่าจะตบหลิ่วเย่ว์อีกฉาด เซี่ยเสี่ยวรีบขัดจังหวะ "พี่เก๋อ งั้นหนูเอาข้าวเข้าไปข้างในก่อนนะคะ"
เซี่ยเสี่ยวไม่ชอบเห็นผู้ชายทำร้ายผู้หญิง แม้จะเกลียดหลิ่วเย่ว์และคิดว่าสมควรโดนสั่งสอนบ้าง แต่เก๋อไหลจื่อก็ลงมือไปแล้ว ตบไปอีกก็ไม่มีอะไรดีขึ้น อีกอย่างหลิ่วเย่ว์มีแบ็คดี ถ้าเกิดบาดเจ็บขึ้นมา ทางบ้านเอาเรื่อง อาจจะเดือดร้อนไปถึงทั้งสองหน่วยผลิต
นี่คือสิ่งที่เซี่ยเสี่ยวไม่อยากให้เกิดขึ้น เธอไม่สนหรอกว่าหน่วยผลิตหงซิงจะเป็นยังไง แต่ตอนนี้เธอรู้สึกผูกพันกับหน่วยผลิตกวงหมิง สถานที่ที่เธอต้องใช้ชีวิตอยู่อีกสิบกว่าปี อีกทั้งในสายตาเธอ เกากั๋วเฉียง เจิ้งเซี่ยงหง เกาเจี้ยจื๋อ และเกาเจี้ยซิง ล้วนเป็นคนดี เธอไม่อยากให้หน่วยผลิตกวงหมิงต้องมาเดือดร้อนเพราะเรื่องไม่เป็นเรื่อง
เซี่ยเสี่ยวเตือนสติเก๋อไหลจื่อสองสามคำ แล้วหิ้วปิ่นโตเดินมุ่งหน้าไปทางโรงพยาบาล
"ถ้าแกกล้าตบฉันอีก ฉันจะแจ้งตำรวจจับแกแน่" หลิ่วเย่ว์ถลึงตาใส่ จู่ๆ ก็ใจกล้าขึ้นมา เหมือนมั่นใจว่าทุกคนต้องเกรงใจภูมิหลังของเธอ เธอยื่นหน้าเข้าไปท้าทายเก๋อไหลจื่ออย่างไม่ยอมลดละ แต่ในใจกลับสั่นเทาด้วยความกลัว
เซี่ยเสี่ยวที่เดินออกมาไกลแล้วยังได้ยินเสียงสั่นเครือของหลิ่วเย่ว์ เธออดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง เห็นลั่วหมิงเจ๋อยืนนิ่งเงียบอยู่ข้างๆ ส่วนเก๋อไหลจื่อทำท่าจะพุ่งเข้าไปสั่งสอนหลิ่วเย่ว์จริงๆ แต่หลิวไห่กั๋วรั้งตัวไว้
เซี่ยเสี่ยวส่ายหน้า โชคดีแล้วที่ลั่วหมิงเจ๋อถอนหมั้นหยางเสวี่ยหัว ไม่งั้นชีวิตของหยางเสวี่ยหัวคงลำบากแน่ ลั่วหมิงเจ๋อนอกจากหน้าตาดี บุคลิกสุภาพเรียบร้อย ดูเป็นผู้ดีมีการศึกษา นิสัยดี แต่กลับไม่ใช่คนที่จะฝากผีฝากไข้ได้เลย
"เก๋อไหลจื่อ! แกทำอะไรน่ะ!" เสียงตะโกนดังลั่น
เซี่ยเสี่ยวเห็นหลิวไห่ฟางวิ่งตรงเข้ามา ขวางหน้าลั่วหมิงเจ๋อกับหลิ่วเย่ว์ไว้ ทำท่าพร้อมบวกกับเก๋อไหลจื่อ
"ใครอนุญาตให้แกแตะต้องพวกเขาฮะ" หลิวไห่ฟางตวาดถาม
เก๋อไหลจื่อลูบจมูกตัวเอง "ก็คนปากเสียมันน่าโดนสั่งสอนนี่หว่า แล้วนี่อะไร ทำตัวเป็นแม่ไก่กางปีกปกป้องลูกเจี๊ยบไปได้ สนิทกันมากนักรึไง"
"หลิ่วเย่ว์เป็นพี่น้องของฉัน ต่อไปห้ามแกแตะต้องเธออีก" หลิวไห่ฟางขู่
"ถ้าคราวหน้าพวกมันไม่มาหาเรื่องข้า ข้าก็ไม่ถือสาหรอก"