- หน้าแรก
- ระบบเทพสรุปผล พลิกชะตาเผ่ามนุษย์สู่จุดสูงสุด
- บทที่ 25: ผมเป็นคนใจแคบมาก
บทที่ 25: ผมเป็นคนใจแคบมาก
บทที่ 25: ผมเป็นคนใจแคบมาก
บทที่ 25: ผมเป็นคนใจแคบมาก
ณ เขตดินแดนลับ เมืองหนิงชวน
เฉินเซียก้าวลงจากรถบัสพลังงานแม่เหล็กพร้อมสัมภาระคู่ใจ ก่อนจะมุ่งหน้าเข้าสู่เขตดินแดนลับ เวลาในขณะนี้เกือบ 10 โมงเช้าแล้ว จำนวนผู้คนเริ่มบางตาลง เนื่องจากวันนี้เป็นวันอังคารที่เหล่านักเรียนมัธยมยังต้องเข้าชั้นเรียน ภาพของนักเรียนที่เดินปะปนในเขตดินแดนลับจึงแทบไม่มีให้เห็น
ผู้คนที่สัญจรไปมาส่วนใหญ่เป็นนักรบจากสังคมภายนอก นักรบที่วนเวียนอยู่ในเขตดินแดนลับระดับต่ำเช่นนี้ย่อมมีระดับไม่สูงนัก ส่วนใหญ่เป็นนักรบขั้น 1 ถึงขั้น 3 มีทั้งคนที่อายุมากและกลุ่มวัยรุ่นที่ดูปราดเดียวก็รู้ว่าพรสวรรค์ค่อนข้างจำกัด ฝึกฝนมาจนป่านนี้ก็ยังเป็นได้แค่นักรบระดับล่าง
ดินแดนลับนั้นเป็นแหล่งผลิตทรัพยากรมากมาย จึงกลายเป็นสถานที่ทำมาหากินของนักรบระดับล่างจำนวนมหาศาล ในแต่ละวันพวกเขาจะเข้าไปล่าอสูรนอกรีตเพื่อเก็บชิ้นส่วนมาขาย หรือค้นหาสมุนไพรล้ำค่าเพื่อสร้างรายได้ที่ค่อนข้างดี แน่นอนว่าการก้าวเข้าสู่ดินแดนลับนั้นเต็มไปด้วยอันตราย แทบทุกวันจะมีใครบางคนต้องหลับใหลอยู่ภายในนั้นตลอดกาล แต่นักรบเหล่านี้ก็ยินดีที่จะเสี่ยงโชคมากกว่าการเข้าโรงงานไปนั่งขันน็อตกินเงินเดือนน้อยนิด
เฉินเซียหาร้านชานมและสั่งมาดื่มสักแก้ว ระหว่างรอเขาใช้นิ้วเลื่อนดูวิดีโอต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับดินแดนลับขั้นที่ 1 ทว่าวิดีโอเหล่านี้ไม่ได้ช่วยอะไรมากนัก เพราะดินแดนลับจะมีการรีเฟรชและเปลี่ยนแปลงไปในทุกวัน ไม่ว่าจะเป็นจำนวน ประเภทของอสูรนอกรีต หรือแม้แต่ภูมิประเทศ ทำให้วิดีโอแนะนำตัวอย่างเหล่านี้ขาดมูลค่าในการอ้างอิง
การจะเอาตัวรอดและรุ่งโรจน์ในดินแดนลับได้นั้น สิ่งเดียวที่พึ่งพาได้คือความแข็งแกร่งของตัวเอง
【ติ๊ง!】
ขณะที่เฉินเซียเพิ่งดูวิดีโอจบ นาฬิกาอัจฉริยะของเขาก็ดังขึ้นพร้อมโชว์เบอร์ที่ไม่คุ้นเคย เฉินเซยายิ้มบางๆ เขารู้ดีว่าใครเป็นเจ้าของเบอร์นี้
"สวัสดีครับผู้อำนวยการเหยา ผมเฉินเซียครับ" เมื่อกดรับสาย เฉินเซียเป็นฝ่ายทักทายก่อนด้วยน้ำเสียงสุภาพและมีมารยาท
"เจ้าหนู เธอแน่ใจขนาดนั้นเลยเหรอว่าเป็นฉัน?" ปลายสายระเบิดเสียงหัวเราะอย่างอารมณ์ดี
เฉินเซียตอบกลับว่า "เพราะผู้อำนวยการเหยาเป็นคนฉลาดครับ"
"เจ้าหนู ปากหวานนักนะ!" ผู้อำนวยการหยุดหัวเราะพลางเลิกคิ้ว "เข้าเรื่องกันเลยดีกว่า ฉันไม่ได้มีเวลาว่างมากนัก" ในฐานะหัวหน้าสถานศึกษา คำพูดนี้ไม่ใช่ข้ออ้างแต่อย่างใด
"ผมต้องการย้ายไปเรียนที่โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ครับ" เฉินเซียไม่อ้อมค้อม
ผู้อำนวยการเหยาไม่ได้ประหลาดใจ เพราะตั้งแต่เขาตัดสินใจโทรกลับมา เขาก็พอจะเดาออกว่า "ข้อตกลง" ของเฉินเซียคืออะไร สาเหตุที่เขาสนใจเฉินเซียก็เพราะความกล้าหาญที่เด็กคนหนึ่งกล้าเข้าหาผู้อำนวยการโรงเรียนมัธยมปลายโดยตรง ปกติลำพังแค่ครูก็สร้างแรงกดดันทางจิตวิทยาให้นักเรียนได้มหาศาลแล้ว แต่นี่เขากล้าชนกับเบอร์หนึ่งของโรงเรียนอันดับต้นๆ ต้องยอมรับว่าเฉินเซียมีความเด็ดเดี่ยวมาก
"ในเมื่อเป็นข้อตกลง ฉันก็อยากรู้ว่าไพ่ในมือของเธอคืออะไร และฉันจะได้ประโยชน์อะไรจากเรื่องนี้" ผู้อำนวยการเหยายิ้มบาง "สถิติมนุษย์ทองแดงของเธอมันก็ดีอยู่หรอก แต่มันมีผลกระทบในวงจำกัด ไม่เพียงพอที่จะทำให้ฉันต้องลงไปล้วงลูกแย่งตัวเด็กจากโรงเรียนหมายเลข 10 ด้วยตัวเอง พูดง่ายๆ คือ ไพ่ของเธอยังไม่หนักพอ"
"แน่นอนว่าในฐานะส่วนตัว ฉันเห็นใจสถานการณ์ของเธอนะ แต่ความสงสารไม่ใช่เหตุผลที่ฉันจะช่วยเธอ"
เฉินเซียแอบด่าตาแก่เจ้าเล่ห์คนนี้อยู่ในใจ การรับมือกับคนระดับนี้เขารู้ดีว่าต่อให้เขามีสิบคนก็สู้เล่ห์เหลี่ยมไม่ได้ แต่ทว่า... พลังอันมหาศาลย่อมสยบทุกกระบวนท่าได้เสมอ
"ค่ายกลมนุษย์ทองแดงขั้นที่ 1 อาจจะเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ถ้าเป็นสถิติการผ่านด่านที่เร็วที่สุดของดินแดนลับขั้นที่ 1 ล่ะครับ?" เฉินเซียโยนคำถามที่ทำให้ผู้อำนวยการเหยาถึงกับชะงัก
"สถิติการผ่านด่านที่เร็วที่สุดของดินแดนลับขั้นที่ 1 งั้นเหรอ?"
ค่ายกลมนุษย์ทองแดงนั้นเป็นเพียงเครื่องมือฝึกซ้อมในโรงเรียน ผลกระทบของมันจึงอยู่แค่ภายใน แตดินแดนลับนั้นแตกต่างออกไป มันเป็นขอบเขตที่มนุษยชาติทั้งหมดใช้ร่วมกัน สถิติใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับดินแดนลับจะได้รับการยอมรับจากรัฐบาลจักรวรรดิและถูกบันทึกไว้ในจดหมายเหตุของมนุษยชาติ ระดับของเกียรติยศนั้นเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย
"เธอทำลายสถิติดินแดนลับขั้นที่ 1 ได้งั้นเหรอ?" ผู้อำนวยการเหยาเริ่มนั่งไม่ติด เสียงของเขามีความกังขาแฝงอยู่ เพราะเขายังไม่ได้รับแจ้งข่าวการทำลายสถิติใดๆ ปกติเรื่องใหญ่ขนาดนี้จะต้องประกาศไปทั่วเมืองทันที
เฉินเซียส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม "ผู้อำนวยการเหยาครับ ถ้าผมทำลายสถิติไปแล้ว โรงเรียนหมายเลข 10 จะยังกล้าแย่งทรัพยากรของผมอยู่อีกเหรอ? ตอนนี้ผมกำลังจะก้าวเข้าสู่ดินแดนลับ ผมเลยอยากมาตกลงกับท่านก่อน ผมเชื่อว่าในไม่ช้า ในสายตาของผู้คน โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 จะถูกมองว่ามีสายตาเฉียบแหลมที่มองเห็นเพชรในตม ในขณะที่โรงเรียนหมายเลข 10 จะถูกตราหน้าว่ามีตาแต่หามีแววไม่"
"โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 จะได้ชื่อเสียงไปเต็มๆ โดยจ่ายค่าตอบแทนเพียงแค่การรับผมเข้าเรียนเท่านั้น"
"ทำไมฉันต้องเชื่อเธอ?" ผู้อำนวยการเหยานิ่งไปครู่หนึ่ง
เฉินเซียยิ้ม "ด้วยความสามารถที่ทำสถิติ 3 นาที 01 วินาทีในค่ายกลมนุษย์ทองแดง โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ไม่มีทางขาดทุนแน่นอนครับ สำหรับท่าน การย้ายโรงเรียนให้ผมไม่ใช่เรื่องยาก แต่ถ้าผมทำลายสถิติดินแดนลับได้จริงๆ ผลประโยชน์ที่ท่านได้รับจะมหาศาลกว่าสิ่งที่คุณจ่ายไปหลายเท่าไม่ใช่หรือครับ?"
"ยิ่งไปกว่านั้น ท่านกับผู้อำนวยการโรงเรียนหมายเลข 10... คงไม่อยากเห็นเขาเดินชูคอเยาะเย้ยท่านใช่ไหมครับ?"
"ผู้อำนวยการเหยา ท่านมีเวลาประมาณ 7 ชั่วโมงในการเตรียมการ หากพลาดโอกาสนี้ไป เกียรติยศทั้งหมดจะกลายเป็นของโรงเรียนหมายเลข 10 และท่านจะหมดโอกาสทันที"
เฉินเซียหยุดพูดเพียงเท่านี้ สำหรับคนฉลาดไม่จำเป็นต้องอธิบายมาก ความจริงที่ผู้อำนวยการเหยาโทรกลับมาก็แสดงว่าเขารู้ดีว่าสิ่งนี้คุ้มค่าที่จะเสี่ยง
"เจ้าหนู แค่ความสุขุมตอนที่คุยกับฉันเธอก็สอบผ่านแล้ว ฉันจะรับคำท้านี้!"
"อย่างที่เธอว่า ถ้าฉันพนันผิด โรงเรียนมัธยมหมายเลข 1 ก็แค่ได้นักรบฝีมือดีเพิ่มมาคนหนึ่ง สถิติมนุษย์ทองแดงที่เธอทำไว้อย่างเดียวก็เพียงพอที่จะไม่มีใครตำหนิฉันได้แล้ว แต่ถ้าฉันพนันถูก..." ผู้อำนวยการเหยาหัวเราะลั่น ดีลนี้คุ้มค่าที่สุด!
"เจ้าหนู ขอถามอีกข้อ ทำไมถึงเลือกโรงเรียนมัธยมหมายเลข 1?"
เฉินเซียยักไหล่ "ผมเป็นคนใจแคบมากครับ พวกเขาแย่งทรัพยากรผมไป ท่านคิดว่าผมจะใจดีมอบชื่อเสียงนี้ให้พวกเขาถูกๆ เหรอ? ส่วนทำไมต้องเป็นโรงเรียนหมายเลข 1 ผมคงบอกได้แค่ว่า ท่านโชคดีครับที่ถูกผมเลือก"
"ผู้อำนวยการเหยา รีบจัดการเถอะครับ ผมจะเข้าดินแดนลับแล้ว แล้วผมจะมอบเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่ให้ท่านเอง!"
พูดจบเขาก็วางสาย เฉินเซียเดินออกจากร้านชานมและผ่านจุดตรวจยืนยันตัวตนอย่างรวดเร็ว เขามองขึ้นไปที่กระดานสถิติบนหน้าจอแสงขนาดใหญ่ตรงหน้าทางเข้าดินแดนลับ ยิ้มบางๆ แล้วร่างของเขาก็หายลับเข้าไปในทางเข้าดินแดนลับขั้นที่ 1 ทันที