เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 136

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 136

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 136


ตอนที่ 136: การเลี้ยงฉลอง และการแบ่งปันผลงาน

เจ้าของร้านรู้สึกปลาบปลื้มมาก ถึงขั้นแถม "หัวห่านพะโล้" ให้ลุคหนึ่งหัว “มีแต่พวกนักกินตัวจริงเท่านั้นแหละที่รู้ถึงความอร่อยของเจ้านี่”

ลุคถึงกับพูดไม่ออก 'คุณให้หัวห่านผมเพราะว่ามันขายไม่ออกหรือเปล่าเนี่ย?'

ลุคกล่าวขอบคุณเจ้าของร้านสำหรับของแถม จากนั้นก็ปั่นจักรยานกลับอพาร์ตเมนต์

ระหว่างนั้นเอง ความสามารถของวานเนสซ่าในระบบก็ไม่ได้ขึ้นเป็นตัวอักษรสีเทา (ใช้งานไม่ได้) อีกต่อไป

ตอนนี้ลุคมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเรียนรู้ความสามารถของเธอแล้ว หลังจากที่เขาสามารถเอาชนะเธอได้ในการต่อสู้ระยะประชิดเมื่อก่อนหน้านี้

และนี่ก็คือเหตุผลที่ลุคไม่ได้ส่งตัวพวกเธอให้ตำรวจในตอนแรก

มันคงดูเสียมารยาทไปหน่อยถ้าเขาจะส่งพวกเธอเข้าคุก หลังจากที่เขาเพิ่งได้ปลดล็อคในการเรียนรู้ความสามารถของวานเนสซ่ามา

ที่สำคัญกว่านั้นคือ หญิงสาวคนนั้นมีเสน่ห์และไม่ได้ทำให้เขาโมโหอะไร เขาจึงไม่ได้อยากช่วยให้ NYPD จับเธอได้ขนาดนั้น

ลุคไม่ใช่ตำรวจนิวยอร์ก และเขาก็ไม่ใช่ฮีโร่ที่จะต้องปฏิญาณว่าจะจับอาชญากรทุกคนให้เกลี้ยง

แต่ใครจะรู้ล่ะว่าวานเนสซ่าจะยังคงโชคร้ายต่อไปหรือไม่

หากเธอยังคงทำความผิดต่อไปเรื่อยๆ ก็เป็นไปได้ว่าความซวยอาจนำพาให้เธอเกิดข้อผิดพลาดจนต้องไปนอนในคุกเข้าสักวัน

ทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวเธอเองแล้ว

ลุคเคาะประตูห้องเอลซ่า เมื่อสบเข้ากับแววตาที่เต็มไปด้วยความสงสัยของเธอ เขาก็ชูถุงอาหารในมือให้ดู “วันนี้ผมอารมณ์ดีครับที่เราคลี่คลายคคดีได้ มื้อนี้ผมเลี้ยงเอง”

เอลซ่ากล่าว “แหม ใจป้ำจังนะ”

เธอเพิ่งคุยเรื่องงานกับดัสตินเสร็จพอดี และกำลังรู้สึกหิวอยู่เหมือนกัน

ดังนั้นเธอจึงไม่ปฏิเสธน้ำใจของลุค และเริ่มชิมอาหารทีละอย่าง

ปรากฏว่าเมนูโปรดของเอลซ่าคือ "หมูแดง" ซึ่งมันก็คือเนื้อที่มีรสหวานนั่นเอง

ในขณะที่ห่านพะโล้ที่ลุคชอบนั้นไม่ได้ดึงดูดความสนใจของเอลซ่าเลยแม้แต่น้อย

เอลซ่าทำหน้าสยองเมื่อเห็นลุคแทะหัวห่านอย่างไม่รีบร้อน “นายนี่กล้ากินเจ้านั่นเข้าไปได้ยังไงนะ?”

ลุคตอบด้วยสีหน้าจริงจัง “นี่แหละส่วนที่เด็ดที่สุด เจ้าของร้านแถมให้ผมเพราะเห็นว่าผมเป็นลูกค้ารายใหญ่เลยนะ”

เอลซ่าสงสัยสุดขีด ถ้ามีใครแถมหัววัวมาให้ตอนเธอซื้อสเต็ก เธอคงจะโทรแจ้งตำรวจจับคนขายไปแล้ว

หลังจากที่เอลซ่าอิ่มหนำสำราญ เธอก็ถามความเห็นของลุคเกี่ยวกับสิ่งที่จะใส่ลงในรายงาน

ลุคยักไหล่แล้วพูดว่า “ถ้ามีเงินรางวัลนำจับ คุณช่วยพูดแทนผมหน่อยก็แล้วกันครับ แต่เรื่องเลื่อนตำแหน่งผมคงไม่หวังหรอก ผมมีแค่ใบจบมัธยมปลายเอง”

ในเมืองใหญ่หลายแห่ง เจ้าหน้าที่ตำรวจจะเลื่อนตำแหน่งได้ก็ต่อเมื่อผ่านการสอบเลื่อนระดับข้าราชการพลเรือน และวุฒิปริญญาตรีคือข้อกำหนดขั้นต่ำที่ต้องมี

แม้เจ้าหน้าที่เหล่านี้จะไม่ใช่พนักงานของรัฐบาลกลาง แต่การสอบผ่านหมายความว่าพวกเขามีคุณสมบัติที่จะบริหารจัดการเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ได้

การเลื่อนตำแหน่งในระดับที่สูงขึ้นหลังจากนั้นจะผ่านการอนุมัติภายในกรมตำรวจ โดยไม่ต้องมีการสอบเพิ่มเติม

เอลซ่าคิดตามครู่หนึ่งและตระหนักว่ามันมีเหตุผล เธอจึงถามอีกครั้ง “นายไม่วางแผนจะเข้าเรียนมหาวิทยาลัยเหรอ? มหาวิทยาลัยบางแห่งเขาก็เปิดให้เรียนแบบพาร์ทไทม์ได้นะ?”

ลุคส่ายหน้า “ผมเพิ่งอายุสิบแปดเอง กว่าจะได้ปริญญาคงใช้เวลาอีกหลายปี สำหรับผม การเลื่อนตำแหน่งมันไม่สำคัญเท่ากับเงินหรอกครับ”

หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง เอลซ่าก็ถามเสียงเบาว่า “แล้วตกลงฉันควรจะเขียนอะไรลงในรายงานดี?”

ลุคมองหน้าเธอแล้วยักไหล่ “เขียนอะไรก็ได้ที่คุณต้องการเลยครับ ผมไม่ได้อยากได้ตำแหน่งขนาดนั้น ถ้าคุณได้เลื่อนตำแหน่ง ผมจะได้มีที่พึ่งพาไง” เอลซ่าถามอย่างสงสัย “นายไม่ต้องการจริงๆ น่ะเหรอ?”

ลุคกล่าวว่า “คุณคิดว่าเพื่อนร่วมงานจะมองผมยังไงล่ะ ถ้าผมได้เป็นจ่าหลังจากทำงานได้แค่ปีเดียว?”

เอลซ่าเปรยว่า “ถึงฉันอยากจะบอกว่าพวกเขาคงจะร่วมแสดงความยินดีด้วย แต่ส่วนใหญ่คงจะเอาไปนินทาลับหลังแน่นอน”

ลุคกางแขนออก “นั่นแหละครับ ผมยังไม่ได้เข้าโรงเรียนตำรวจเลยด้วยซ้ำ ถ้าผมได้เลื่อนตำแหน่งตอนนี้ทุกคนคงเกลียดผมแน่ๆ ไม่เป็นไรครับ คุณรับผลงานในคดีนี้ไปเท่าไหร่ก็ได้ตามที่ต้องการเลย มันจะดีที่สุดถ้าคุณได้เลื่อนตำแหน่ง”

เอลซ่าถึงกับอึ้ง “หือ?”

ลุคหัวเราะหึๆ “แล้วคุณค่อยตอบแทนผมด้วยการทำให้เซลิน่ากลับมาเป็นพาร์ทเนอร์ของผมก็พอ”

เอลซ่าถามด้วยความประหลาดใจ “พวกนายสองคนเป็น... อะไรกันจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย?”

ลุคส่ายหน้า “ไม่ใช่หรอกครับ แต่พวกเราผ่านความเป็นความตายมาด้วยกันตั้งสองครั้งแล้ว ผมเชื่อใจเธอ”

เอลซ่าเงียบไปพักใหญ่ ในที่สุดเธอก็พูดว่า “เอาเถอะ ฉันรู้สึกว่าการได้เป็นพาร์ทเนอร์ของนายน่ะ มีความสุขมากกว่าการได้เป็นเมียนายซะอีก”

ลุคกรอกตา “ผมเพิ่งอายุสิบแปดเองนะ โอเคไหม? เรายังไม่ต้องคุยเรื่องหนักๆ แบบนี้ได้ไหมครับ? ผมเคยพูดเรื่องคุณจะแต่งงานบ้างไหมล่ะ?”

เอลซ่ายกมือยอมแพ้ “โอเค! ฉันผิดเองที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูด” ตอนนี้เธออายุ 32 ปีแล้ว และครอบครัวกับเพื่อนฝูงมักจะถามเธอเสมอว่ามีแฟนหรือยังทุกครั้งที่เจอหน้า

อย่างไรก็ตาม ในฐานะนักสืบแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรง เธอแทบไม่มีเวลาไปหาแฟนเลย

อย่าว่าแต่แฟนเลย ขนาดความสัมพันธ์ชั่วครั้งชั่วคราวเธอยังแทบจะทำไม่ได้ด้วยซ้ำเพราะลักษณะงานเฉพาะตัวของเธอ

จะมีผู้ชายสักกี่คนที่กล้าเข้ามาจีบนักสืบสาวจากแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงล่ะ?

...เอาเถอะ ถ้าเธอสวยเหมือนเซลิน่า ก็คงมีผู้ชายที่ตกหลุมรักตามตื๊อเธออยู่ดีแหล่ะ

แต่สิ่งที่พูดได้ดีที่สุดเกี่ยวกับเอลซ่าคือเธอไม่ได้น่าเกลียด แค่ใบหน้าของเธอไม่ได้มีเสน่ห์พอจะดึงดูดใจผู้ชายได้ขนาดนั้น

หลังจากทานมื้อค่ำเสร็จ ลุคก็ออกจากห้องของเธอ ก่อนที่เขาจะปิดประตู ลุคได้เน้นย้ำอีกครั้งว่า “จำไว้นะครับ ผมไม่ต้องการอะไรนอกจากเงิน”

เอลซ่าพูดไม่ออก ใครกันล่ะจะไม่ต้องการพาร์ทเนอร์แบบนี้?

ด้วยผลงานที่ลุคแสดงให้เห็น เอลซ่าเชื่อว่าเธอจะได้เลื่อนตำแหน่งภายในไม่กี่เดือนหากยังทำงานร่วมกับเขาต่อไป

และถ้าหลังจากนั้นเขามาทำงานภายใต้การบังคับบัญชาของเธอเล่า? เอลซ่าไม่คิดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้เลยที่เธอจะได้เลื่อนตำแหน่งสู่ระดับที่สูงขึ้นไปอีก

เหตุผลสำคัญที่สุดคือลุคเก่งเรื่องการต่อสู้มาก

ในกรณีที่เกิดคดีอาชญากรรมใหญ่โตขึ้น เธอเพียงแค่ส่งลุคออกไปในฐานะผู้บังคับบัญชา และเธอจะได้รับคำชมหลังจากคดีคลี่คลาย

ลอสแอนเจลิสคือเมืองหลวงแห่งอาชญากรรม และมีแก๊งนับไม่ถ้วนที่เร่ร่อนอยู่ในเมือง

มันคือความฝันของผู้นำทุกคนในกรมตำรวจที่จะมี "นักรบมือดี" แบบนี้ไว้ในครอบครอง

ความสามารถที่สำคัญที่สุดของความเป็นผู้นำคือการวางคนให้ถูกกับงาน

ตัวอย่างเช่น ผู้อำนวยการและรองผู้อำวยการของ NYPD ต่างก็เป็นเจ้าหน้าที่สายธุรการ และไม่ได้ลงไปลุยในปฏิบัติการเฉพาะทาง พวกเขาเพียงแค่บริหารกรมตำรวจในฐานะผู้บริหารเท่านั้น

เอลซ่าคิดถึงเรื่องนี้และเริ่มรู้สึกตื่นเต้น

ส่วนความเป็นไปได้ที่ลุคจะโกหกน่ะเหรอ? โอกาสมันต่ำมาก

เพราะอย่างที่เห็น ลุคขาดคุณสมบัติหลายอย่าง

เขาไม่ได้จบจากโรงเรียนตำรวจ ไม่มีปริญญาตรี ประสบการณ์การทำงานไม่พอ และยังไม่ผ่านการสอบเลื่อนระดับตำรวจ ข้อบกพร่องเหล่านี้มีอยู่จริง

อย่างไรก็ตาม ถ้าลุคไม่ได้ต้องการเลื่อนตำแหน่ง สิ่งเหล่านี้ก็ไม่มีความหมายอะไรเลย

ในความเป็นจริง ตำแหน่งนักสืบมีระดับสูงกว่าเจ้าหน้าที่ทั่วไปเพียงครึ่งขั้นเท่านั้น แต่ข่าวลือต่างๆ จะทำอะไรเขาไม่ได้ ตราบใดที่เขายังคงปิดคดีได้มากพอ

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ

หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 136

คัดลอกลิงก์แล้ว