เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 108

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 108

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 108


ตอนที่ 108: มุ่งสู่นิวยอร์ก และเด็กหญิงผู้น่ารัก

ลูกชายของเซอร์เกย์เองก็รู้สึกว่าเพียงเท่านี้ก็พอแล้ว

ในคืนที่พวกเขานัดแนะกัน เซเลฟก็ไม่ได้ล็อคประตูหลังเอาไว้

เซเลฟยังได้ตรวจสอบห้องและหน้าต่างต่างๆ ก่อนเที่ยงคืน เผื่อว่าลูกชายของเซอร์เกย์จะพยายามบุกรุกเข้าไปในห้องอื่นๆ

หลังจากเตรียมการทุกอย่างเสร็จสิ้น เซเลฟก็ดื่มแอลกอฮอล์เข้าไปตามปกติและเผลอหลับไปในไม่ช้า

วันรุ่งขึ้น เขาได้พบร่างของลูกชายเซอร์เกย์ลอยตายอยู่ในสระว่ายน้ำหลังบ้าน

แน่นอนว่าเซเลฟไม่กล้าเปิดเผยกับเคธี่ว่าเขารู้จักกับผู้ตาย และบังเอิญว่าเคธี่ผู้ก็หยิ่งและไม่เต็มใจให้ความร่วมมือกับตำรวจ ทำให้การสืบสวนไม่ราบรื่นนัก ด้วยเหตุนี้เซเลฟจึงรอดตัวจากการถูกเปิดโปงมาได้

แต่เซเลฟยอมสารภาพเพียงเท่านี้

เซเลฟไม่ใช่คนโง่ และจะไม่มีวันพูดถึงเรื่องที่เขาปล่อยให้เซอร์เกย์เข้ามา และช่วยชายคนนั้นจับเคธี่ถ่วงน้ำเด็ดขาด

เอลซ่ารู้ดีว่าเซเลฟเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญในคดีฆาตกรรมเคธี่ แต่เธอตัดสินใจว่าจะรอสอบปากคำเขาเรื่องนั้นอีกครั้งหลังจากจับกุมเซอร์เกย์ได้แล้ว

คำสารภาพของเซเลฟเพียงพอที่จะส่งเขาเข้าคุก และพวกเขาก็สามารถปิดคดีการตายอย่างมีเงื่อนงำของเจ้าอ้วนหนัก 200 ปอนด์ลงได้

หลังจากได้คำสารภาพของเซเลฟแล้ว เอลซ่าก็นำเรื่องไปรายงานดัสติน

ลุคไม่ได้ตามเธอไปด้วย

ระบบได้มอบค่าประสบการณ์และเครดิตให้เขาแล้ว ลุคจึงไม่ได้สนใจเรื่องความดีความชอบใดๆ

เอลซ่าต้องการเลื่อนตำแหน่ง ส่วนลุคสนใจสะสมค่าประสบการณ์และเครดิตให้มากขึ้นเท่านั้น

ภารกิจ: คลี่คลายคดีจมน้ำของชายนิรนาม ค่าประสบการณ์ทั้งหมด: 100. เครดิตทั้งหมด: 100. อัตราการมีส่วนร่วม: 80%. ได้รับ EXP +80. ได้รับเครดิต +80.

ลุคพอใจกับรางวัลของระบบมาก

เขาแค่ออกแรงวิ่งเพียงหนึ่งกิโลเมตรเพื่อจับคนร้ายและปิดคดี

แน่นอนว่าเอลซ่าจะเป็นคนเขียนรายงานในภายหลัง ถ้าเธอต้องการความดีความชอบ เธอก็คงไม่ปล่อยให้ลุคทำหน้าที่นี้แน่

ดังนั้น ตอนนี้ลุคจึงว่างแล้ว

เอลซ่ากลับมาด้วยความเบิกบานใจ เห็นได้ชัดว่าเธอมีความสุขที่คดีทั้งสองที่บ้านของเคธี่ถูกคลี่คลายลงได้ในเวลาเพียงสองวัน

ด้วยอารมณ์ที่ดีสุดๆ เธอจึงพูดกับลุคว่า “ไปกันเถอะ เดี๋ยวฉันเลี้ยงมื้อเที่ยงนายเอง”

อย่างไรก็ตาม ลุคส่ายหัวและชี้ไปที่ดวงตาของเธอ “เอลซ่า คุณเหนื่อยเกินไปแล้ว เมื่อคืนคุณได้นอนกี่ชั่วโมงกัน? สามชั่วโมงได้มั้ง? คุณควรไปพักผ่อนดีกว่า มีความเป็นไปได้สูงที่ดัสตินจะส่งเราไปนิวยอร์กเร็วๆ นี้ ถึงตอนนั้นคุณคงไม่มีเวลานอนมากนักหรอก”

เมื่อลุคเตือนสติ เอลซ่าก็มองตัวเองในกระจกและถึงกับตกใจ

เธออดนอนมาทั้งคืน และวันนี้ยังวิ่งอย่างเต็มที่เกือบๆ หนึ่งกิโลเมตรได้ เพื่อจับเซเลฟพร้อมกับลุค

พอเธอกลับมา เธอก็จดจ่ออยู่กับการสอบปากคำ จนเครื่องสำอางบนใบหน้าหมองจางมานานแล้ว

โชคดีที่ทรงผมของเธอไม่มีปัญหาอะไรเพราะเธอตัดผมสั้น

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเดิมทีเธอเป็นคนหน้าตาธรรมดาอยู่แล้ว ตอนนี้เธอจึงดูโทรมลงไปและดูไม่น่าเกรงขามเหมือนปกติแม้แต่น้อย

รอยคล้ำใต้ตาทำให้เธอดูเหมือนพวกติดยาเสียมากกว่า

ดังนั้นเธอจึงทำข้อตกลงกับลุคว่าจะเลี้ยงมื้อเที่ยงเขาในวันพรุ่งนี้แทน ก่อนจะกลับบ้านไปพักผ่อน

ลุคหัวเราะเบาๆ

ตอนนี้เอลซ่าไม่อยู่แล้ว ลุคสามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำในเวลาว่าง ตราบใดที่ดัสตินไม่มาขัดจังหวะ...

ในขณะนั้นเอง โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้น และไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นดัสตินนั่นเอง

เมื่อได้ยินว่าเอลซ่ากลับบ้านไปพักผ่อนแล้ว ผู้บัญชาการจึงเรียกให้ลุคไปพบ

เมื่อลุคเข้าไปในห้องทำงานของดัสติน ผู้บัญชาการได้เอ่ยชมเชยเขาสองสามคำ ก่อนจะถามลุคพร้อมกับดูเอกสารที่อยู่ตรงหน้า “นายฆ่ามือปืนไปสิบสามคนในคืนเดียวตอนที่ทำงานที่แช็คเกิลฟอร์ดเหรอ?”

ลุคพยักหน้า “ใช่ครับ”

นี่อยู่ในแฟ้มประวัติส่วนตัวของเขาและไม่อาจเก็บเป็นความลับได้

ดัสตินถาม “นายยิงปืนแม่นไหม?”

ลุคตอบ “ผมคิดว่าอย่างนั้นนะครับ”

ดัสตินเงียบไป เขาจมอยู่ในความคิดครู่หนึ่งก่อนจะพูดว่า “โอเค แค่นี้แหละ นายกลับไปทำงานได้แล้ว”

ลุคพยักหน้าแล้วเดินออกมา

ก่อนที่เขาจะออกจากห้อง ดัสตินก็พูดทิ้งท้ายว่า “พักผ่อนให้เต็มที่ล่ะ เดี๋ยวอาจจะงานยุ่งขึ้นมา”

หลังจากลุคออกมา ลุคก็เริ่มใคร่ครวญถึงความหมายของคำพูดของดัสตินว่าหมายความว่าอย่างไร

ดัสตินกำลังคิดจะส่งเขาไปนิวยอร์กเพื่อจับเซอร์เกย์คนเดียวงั้นหรอ?

ลุครีบส่ายหัวทันที

มันจะเป็นไปได้ยังไง??

คดีนี้สำคัญเกินกว่าที่จะให้ลุคจัดการคนเดียวได้ เอลซ่าต้องไปด้วยอย่างแน่นอน

ในไม่ช้าลุคก็สลัคความคิดพวกนั้นทิ้งไป

ไม่ว่าการตัดสินใจสุดท้ายจะเป็นอย่างไร ลุคก็แค่ต้องทำงานหนักเพื่อสะสมค่าประสบการณ์และเครดิตก็พอ

เมื่อถึงเวลาเลิกงาน ลุคขับรถมือสองของเขาที่เพิ่งซื้อมาไปรับเซลิน่า

เซลิน่ามีความสุขมาก ในที่สุดเธอก็ไม่ต้องนั่งรถบัสไปทำงานอีกต่อไป

ลุคไม่มีปัญหาเรื่องการรับส่งเธอ

พวกเขาไปทำงานด้วยกันได้ และเมื่อเลิกงานไม่ตรงกัน พวกเขาก็แค่รออีกฝ่ายเท่านั้น

สองวันต่อมา ลุคได้รับแจ้งจากดัสติน เขาและเอลซ่ากำลังถูกส่งตัวไปนิวยอร์กในฐานะตัวแทนแผนกเพื่อช่วยตำรวจท้องที่จับกุม เซอร์เกย์ มาซานอฟ

เอลซ่าฟื้นตัวเต็มที่แล้วในช่วงสองวันที่ผ่านมา

คดีของเซเลฟจัดการได้ง่ายกว่าที่พวกเขาคิด เขาถูกส่งตัวไปให้พนักงานอัยการ (DA) และคงจะติดคุกสักปีสองปี

ลุคและเอลซ่าขึ้นเครื่องบินไปนิวยอร์ก

เอลซ่าไม่เหมือนเซลิน่า เธอไม่ได้สนใจการนั่งรถบัสเกรย์ฮาวด์ (Greyhound) เธอแค่ต้องการจับเซอร์เกย์และปิดคดีให้เร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้

ดังนั้น นี่จึงเป็นครั้งแรกในชีวิตหลังจากมาเกิดใหม่ของลุคที่ได้ขึ้นเครื่องบิน

หลังจากเครื่องขึ้น เอลซ่ายิ้มให้ลุคที่ดูท่าทางอยากรู้อยากเห็นอย่างเห็นได้ชัด “นายไม่ค่อยได้ขึ้นเครื่องบินเหรอ?”

ลุคบอกว่า “นี่เป็นครั้งแรกของผมครับ ก่อนหน้านี้ผมเคยขึ้นแต่เฮลิคอปเตอร์แค่ครั้งเดียว”

เอลซ่าพยักหน้าแล้วพูดว่า “เดี๋ยวก็ชินเองแหละ”

ลุคเห็นด้วยกับเธอและไม่ได้พูดอะไรต่อ

เอลซ่าส่ายหัวยิ้มๆ และสวมผ้าปิดตาก่อนจะหลับไป

ลุคตื่นเต้นได้ไม่นาน เขาก็เลิกสนใจท้องฟ้าสีครามและหมู่เมฆหลังจากผ่านไปครึ่งชั่วโมง

เอลซ่าหลับลึกและกรนเสียงดังทีเดียว แน่นอนว่าคงชวนคุยไม่ได้

พวกเขาอยู่บนเครื่องโบอิ้ง 757 ซึ่งมีทางเดินเดียวและมีที่นั่งฝั่งละสามตัวในแต่ละแถว

ในฐานะนักสืบรุ่นเก๋า เอลซ่าจองที่นั่งด้านในสุดซึ่งถูกรบกวนน้อยที่สุด

ลุคจึงต้องนั่งที่นั่งตรงกลาง ส่วนทางขวาของเขาคือเด็กหญิงตัวเล็กๆ อายุประมาณสิบขวบ

เธอสวมเสื้อไหมพรมสีชมพูและหมวกสีเดียวกัน ริมฝีปากของเธอบางและน่ารัก ดวงตาเรียวยาวและแววตาแสดงให้เห็นว่าเธอเป็นเด็กฉลาด

เด็กสาวคนนี้ดูน่ารักและดูเฉลียวฉลาดในทุกๆ ด้าน

แต่นั่นไม่ใช่ประเด็นสำคัญ

ลุคแอบเหลือบมองชายที่นั่งอยู่อีกฝั่งของทางเดิน ซึ่งดูเหมือนจะอยู่ในช่วงวัยสี่สิบ เขาไว้หนวดเหมือน โทนี่ สตาร์ค (Tony Stark) แต่เห็นได้ชัดว่าไม่ได้เล็มให้เรียบร้อย จึงให้ความรู้สึกประหลาดชวนอึดอัด

รูปลักษณ์ของเขาทำให้ลุครู้สึกว่าเขาดูมีทั้งความยุติธรรมและความชั่วร้ายปนกันอยู่

เมื่อสังเกตเห็นว่าลุคมองอยู่ ชายวัยกลางคนคนนั้นก็ยิ้มอย่างสุภาพแล้วกล่าวว่า “สวัสดี” ลุคจึงยิ้มตอบเขาว่า “สวัสดีครับ”

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

.

.

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ

หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 108

คัดลอกลิงก์แล้ว