- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 107
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 107
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 107
ตอนที่ 107: การหลบหนี และเจ้าอ้วนผู้คลั่งรัก
ลุคเริ่มออกวิ่งทันที เพราะเขาได้กลิ่นว่าเซเลฟเพิ่งหนีออกไปทางประตูหลัง
หลังจากอึ้งไปครู่หนึ่ง เอลซ่าก็รีบวิ่งตามเขาไป
แซลลี่ถูกทิ้งไว้ด้วยความมึนงง “คุณจะไปไหนคะเอลซ่า?”
เอลซ่าไม่มีเวลาตอบเธอ เธอเร่งความเร็วและพยายามจะตามลุคให้ทัน
ลุควิ่งเร็วยิ่งกว่าเขาพุ่งออกทางประตูหลังในอีกไม่กี่วินาทีต่อมาแล้วเลี้ยวซ้าย
กว่าเอลซ่าจะวิ่งพ้นประตูหลังและมองไปทางขวา ลุคก็วิ่งเลี้ยวผ่านอีกหัวมุมไปแล้ว
ทางขวาของประตูหลังคือถนนสายหลัก ในขณะที่ทางซ้ายมีวิลล่าอีกหลายหลังตั้งอยู่ ซึ่งเป็นสภาพแวดล้อมที่ซับซ้อน
แน่นอนว่ามันเป็นเพราะ “ทักษะประสาทรับกลิ่นเฉียบคม” ที่ทำให้ลุคสามารถสะกดรอยตามเซเลฟได้
ตอนนี้ลุคมีค่าความแข็งแกร่ง (Strength) 24 หน่วยและความคล่องแคล่ว (Dexterity) 20 หน่วยเขาจึงวิ่งได้เร็วมากเป็นพิเศษ
ในเวลาไม่ถึงหนึ่งนาที ลุค
ก็เห็นเซเลฟกำลังวิ่งหนีอย่างสุดชีวิตอยู่ข้างหน้า
ลุคตะโกนอย่างขำตามหน้าที่ “LAPD! เซเลฟ อย่าขยับ!”
แต่เซเลฟกลับยิ่งวิ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม
ทว่าลุคกลับยิ้มและตะโกนอีกครั้ง “เซเลฟ หยุดซะ แล้วให้ความร่วมมือสำหรับการสืบสวน!”
หลายคนอาจจะเถียงว่าการพูดแบบนั้นมันเปล่าประโยชน์ แต่มันไม่ใช่เลย
นี่เป็นกระบวนการที่ถูกต้อง (Due process) มีความสำคัญสูงสุดสำหรับตำรวจอเมริกัน
เมื่อเจ้าหน้าที่เปิดเผยตัวตนและสั่งให้หยุดแล้ว หากบุคคลนั้นไม่ปฏิบัติตาม เจ้าหน้าที่มีสิทธิ์ที่จะเข้าจับกุมได้ทันที
นอกจากนี้มันยังง่ายที่จะเดาว่าเกิดอะไรขึ้น ถ้าไม่มีความผิดแล้วจะวิ่งหนีทำไม?
อีกอย่าง การตะโกนช่วยให้เจ้าหน้าที่ระบุตัวตนต่อผู้ที่สัญจรไปมา เผื่อว่าจะมีใครเข้าใจผิดว่าตำรวจเป็นโจรแล้วเข้ามาขัดขวาง
ลุคตะโกนครบสองครั้งตามกระบวนการแล้ว เขาก็เร่งความเร็วขึ้นทันที
ถ้าลุคไม่ชะลอความเร็วลง เซเลฟคงถูกจับไปนานแล้ว อย่างไรก็ตาม ในเมื่อเซเลฟยังคงวิ่งต่อหลังจากได้ยินคำเตือน ลุคจึงมีอิสระในการเข้าจับกุมเซเลฟได้เต็มที่
ครู่ต่อมา ลุคก็ตามทันและพุ่งเข้าตะครุบเซเลฟจนล้มลงกับพื้น
ด้วยความคล่องแคล่วที่มีมากกว่าเซเลฟหลายเท่า ลุคกระโดดลุกขึ้นยืนและเล็งปืนกล็อค (Glock) ไปที่เซเลฟ “LAPD เซเลฟ อย่าขยับ!”
เซเลฟไม่กล้าขยับเขยื้อนอีกต่อไปเมื่อถูกปืนจ่อ
ความจริงเซเลฟก็พกปืนติดตัวอยู่ด้วย
เซเลฟหนีทั้งที่มีคำเตือน ถ้าเขาขยับอีกตอนนี้ ลุคสามารถยิงเขาได้ง่ายๆ และจะไม่เดือดร้อนตราบใดที่ลุคอ้างว่าเซเลฟพยายามจะชักปืน
ที่สำคัญกว่านั้น เซเลฟรู้ดีแก่ใจว่าตัวเองได้ทำเรื่องผิดลงไป
เมื่อวานนี้ ผู้อำนวยการกรมตำรวจได้แถลงว่าพวกเขารู้ตัวคนร้ายแล้ว แต่ยังคงปกปิดชื่อไว้ในขณะที่การสืบสวนยังดำเนินอยู่ เซเลฟเริ่มวิตกกังวลทันทีที่ได้อ่านข่าว
ตอนที่ลุคและเอลซ่ามาถึง ความจริงเขาอยู่ในห้องในบ้านแหล่ะและแอบอยู่หลังประตู
และเชารีบวิ่งหนีทันทีที่ได้ยินว่าตำรวจมาหาเขา
ลุคสั่งให้เซเลฟค่อยๆ นอนราบลงกับพื้นและเอามือประสานไว้ที่ท้ายทอย
เซเลฟไม่มีทางเลือกนอกจากต้องทำตามที่สั่ง
ในขณะนั้นเอง เอลซ่าก็มาถึงในสภาพหอบแฮก เธอชักปืนออกมาและเล็งไปที่เซเลฟเช่นกัน
เซเลฟเป็นรปภ. ที่ได้รับอนุญาตให้พกปืน เอลซ่าจึงไม่กล้าประมาท
จากนั้นเธอก็กล่าวว่า “เซเลฟ คุณถูกจับกุมแล้ว คุณมีสิทธิ์ที่จะไม่พูด สิ่งที่คุณพูดจะถูกนำไปใช้เป็นหลักฐานในชั้นศาล คุณมีสิทธิ์ที่จะเรียกทนาย...”
ใช่แล้ว คำเตือนมิแรนดา (Miranda warning) อันโด่งดังก็เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการเช่นกัน
ขณะที่พูด เอลซ่าส่งสัญญาณให้ลุค
ลุคพยักหน้าและเก็บปืนเข้าซอง จากนั้นลุคก็กดตัวเซเลฟไว้และใส่กุญแจมือ
ขณะที่กระชากตัวเขาขึ้นมา เอลซ่าพูดด้วยรอยยิ้มลึกลับ “เซเลฟ ทำตัวดีๆ ไว้ถ้ายังอยากมีชีวิตอยู่”
เซเลฟเงียบกริบ
เอลซ่าไม่ได้พูดอะไรต่อ ยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่สถานที่สำหรับสอบปากคำ
พวกเขาพาเซเลฟกลับไปที่วิลล่า แซลลี่ค่อนข้างประหลาดใจ “อ้าว เอลซ่า ทำไมคุณถึงจับเซเลฟล่ะคะ?”
เอลซ่าไม่ได้ให้คำตอบตรงๆ เธอเพียงแต่พูดว่า “แซลลี่ คุณต้องไปกับเราด้วย เราต้องการให้คุณช่วยในการสืบสวนเรื่องของเซเลฟน่ะ”
แซลลี่พยักหน้าอย่างงงๆ
ครั้งนี้แซลลี่นั่งเบาะหน้าข้างคนขับ ส่วนลุคและเซเลฟนั่งอยู่ที่เบาะหลัง
เซเลฟดูตื่นตระหนก เขาสั่นขาของเขาไม่หยุด
ลุคมองเขาแล้วส่ายหัว ชายคนนี้ไม่มีใครให้โทษนอกจากตัวเขาเอง
ถ้าลุคเดาไม่ผิด เซเลฟต้องเป็นสาเหตุที่ทำให้ลูกชายอ้วนๆ ของเซอร์เกย์ปรากฏตัวที่วิลล่าของเคธี่แน่ๆ
แต่ลูกชายของเซอร์เกย์กลับมาตาย และเคธี่ก็ถูกเซอร์เกย์ฆ่าตายเพราะเขาโยนความผิดให้เธอ
หากจะว่าต้นเหตุของเรื่องทั้งหมดอาจกล่าวได้ว่ามากจากเซเลฟ รปภ. ที่ไว้ใจไม่ได้คนนี้
หลังจากกลับมาถึงกรมตำรวจ เอลซ่าได้คุยกับเซเลฟเป็นการส่วนตัว และในไม่ช้าเธอก็ข่มขู่จนเขายอมเปิดปากเล่าเรื่องที่ลูกชายเซอร์เกย์ตายออกมาโดยไม่ร้องเรียกทนายด้วนซ้ำ
ปรากฏว่าลูกชายของเซอร์เกย์นั้นตรงกันข้ามกับพ่อของเขาอย่างสิ้นเชิง เขาเป็นคนขี้อายและอินโทรเวิร์ต แน่นอนว่าเขาแทบไม่มีเพื่อนเลยตั้งแต่เด็กๆ มา
เซอร์เกย์ผิดหวังในตัวลูกของเขามากจนทำเพียงแค่ให้เงินลูกชายใช้ในแต่ละเดือนและไม่เคยสั่งให้เขาทำอะไรเลย
ลูกชายคนนี้อาจใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุข เซอร์เกย์ได้จัดตั้งกองทุนทรัสต์ไว้ให้ลูกชายที่ไม่ได้ความคนนี้เรียบร้อยแล้ว เพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินทองไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม ลูกชายของเขากลับไปตกหลุมรักเคธี่ วินเตอร์สเตอร์ ผู้เซ็กซี่และเย้ายวนใจ และนั่นคือจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม
เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อที่จะเข้าหาเคธี่ แต่กลับไม่มีหนทางมากนัก รูปร่างที่อ้วนท้วนเกินไปทำให้เขาไม่สามารถตามจีบใครได้เลย
ในความจนปัญญา ในที่สุดเขาก็นึกถึงพ่อของเขา หรือจะพูดให้ถูกคือ นึกถึงอิทธิพลของพ่อ
หลังจากใช้เส้นสายเล็กน้อย เขาก็ได้ข้อมูลติดต่อของเซเลฟมา และเรียกร้องขอเข้าไปในบ้านของเคธี่
ตอนแรกเซเลฟปฏิเสธ แต่ลูกชายเซอร์เกย์มุ่งมั่นอย่างมากและขู่เซเลฟโดยอ้างชื่อเซอร์เกย์
เซเลฟเคยทำงานให้เซอร์เกย์มาก่อนช่วงหนึ่ง เขาจึงรู้ดีว่าเซอร์เกย์โหดเหี้ยมแค่ไหน
นอกจากนี้ ลูกชายของเซอร์เกย์ก็ไม่ได้เรียกร้องอะไรมาก เขาแค่ต้องการถ่ายรูปบ้านของเคธี่ตอนกลางคืน และขอดูของใช้ที่เคธี่ใช้ใกล้ๆ เท่านั้นเอง
ใช่แล้ว เขาไม่ได้ขอเจอหน้าเคธี่ เขาแค่ต้องการไปนั่งบนเก้าอี้ที่เคธี่เคยนั่ง และถ่ายรูปเก็บไว้เป็นที่ระลึก
ในที่สุดเซเลฟก็ยอมทำตามคำขอของเขา แต่เซเลฟก็ไม่ได้โง่
เซเลฟรับปากเพียงว่าจะเปิดประตูหลังให้เท่านั้น เซเลฟยังเตือนลูกชายของเซอร์เกย์ด้วยว่า เขาจะไม่สนว่าอีกฝ่ายจะทำอะไร เพราะเขาจะทำหน้าที่รปภ.เท่านั้น และหากเคธี่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติเขาจะไล่ลูกชายของเซอร์เกย์ออกไปทันที
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
.
.ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127