- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 86
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 86
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 86
ตอนที่ 86 - การตบหน้าและสิทธิในการเลือก
อย่างไรก็ตาม หมอก็แอบถอนหายใจอย่างเงียบๆ บาดแผลจากกระสุนนั้นไม่ร้ายแรงเท่าไหร่ แต่กระดูกที่หักนั้นค่อนข้างแย่
สำหรับคนทั่วไป มันอาจจะยุ่งยากแต่ก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่สำหรับพวกนักสืบแล้ว มันอาจหมายถึงการที่ต้องเกษียณอายุก่อนกำหนด
ขณะที่หมอกำลังรักษาเขา ลุคก็พูดขึ้นว่า “มีเด็กนักเรียนมัธยมปลายอยู่คนหนึ่งที่อีกฟากของทะเลสาบ พวกวิปริตพวกนั้นยิงเขาด้วยลูกธนูหลายดอกเข้าที่ท้องและแขน ด้วยผมจะนำทางคุณไปหาเขา”
หัวหน้าของเจ้าหน้าที่ FBI ขมวดคิ้ว “คุณไม่ควรเคลื่อนที่ทั้งที่บาดเจ็บแบบนี้ คนของเราจะพามือหมอไปที่นั่นเอง”
ลุคคิดครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า “ตกลง ผมจะอยู่ที่นี่ พวกคุณต้องระวังตัวให้มาก อสุรกายพวกนั้นอันตรายเกินไป”
หัวหน้าพึมพำในใจ คุณก็แค่ตำรวจยศน้อยๆ คนหนึ่ง คุณคิดว่าคุณเก่งกว่าเจ้าหน้าที่ FBI สี่นายรวมกันงั้นเหรอ?
แต่หัวหน้าไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะยังไงเสีย ลุคก็คือคนที่สร้างผลงานให้กับคดีนี้มากที่สุด และเขาไม่ควรจะเข้มงวดกับลุคจนเกินไป
เจ้าหน้าที่สี่นายออกเดินทางไปพร้อมกับหมอ สิบนาทีต่อมา พวกเขากลับมาพร้อมกับบ็อบบี้ที่หมดสติอยู่
หมอกล่าวสั้นๆ ว่า “เขาโชคดีทีเดียว เส้นเลือดและอวัยวะสำคัญไม่ถูกทำลาย สัญญาณชีพของเขายังคงที่ เขาแค่สลบไปเพราะความตกใจเท่านั้นเอง”
แจ็ค จอห์นสัน หัวหน้าของเจ้าหน้าที่ FBI ปรึกษากับพวกเขาครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดว่า “เราจะออกไปค้นหาผู้หญิงอีกสามคนที่เหลือ คุณสามารถกลับไปพร้อมกับเฮลิคอปเตอร์ก่อนได้เลย”
ลุคขมวดคิ้ว “ที่นี่ไม่ใช่ที่ที่เหมาะกับการต่อสู้ที่สุดหรอก ใช่ไหมครับ?”
แจ็คยิ้มพลางหยิบอุปกรณ์ชิ้นหนึ่งขึ้นมาแล้วพูดว่า “กล้องอินฟาเรด”
จากนั้นเขาก็หยิบกระป๋องเล็กๆ ออกมาจากเสื้อเกราะของเขา “ระเบิดแสง (Flash grenade)”
เขาหยิบกระป๋องอีกใบขึ้นมา “ระเบิดแก๊สน้ำตา”
สุดท้าย เขาก็ชูอุปกรณ์ในมือขึ้น “หน้ากากป้องกันแก๊สพิษ (Respirator)”
ลุคถึงกับพูดไม่ออก
อุปกรณ์ของพวกเขานั้นใช้งานได้จริงมากกว่าปืนพกและมีดของเขามาก
โดยเฉพาะระเบิดแก๊สน้ำตาและระเบิดแสง ซึ่งถือเป็นอาวุธที่อันตรายถึงชีวิตอย่างไม่ต้องสงสัยในถ้ำที่มืดมิด
หลังจากคิดครู่หนึ่ง ลุคก็ได้อธิบายถึงลักษณะของอสุรกายที่เขาเพิ่งเจอมา โดยเน้นไปที่ความคล่องตัวและวิธีการจู่โจมของพวกมัน
เขาไม่ได้โอ้อวด แต่กำลังบอกกัปตันแจ็คว่าอสุรกายพวกนี้อันตรายแค่ไหนจากประสบการณ์ตรงของเขานั่นเอง
แจ็คพยักหน้าอย่างเคร่งขรึม “รับทราบ ฉันจะเข้าไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่สามนาย...”
ลุคส่ายหัว “ผมคิดว่าคุณควรจะระมัดระวังมากกว่านี้ คุณมีอาวุธที่ทันสมัยก็จริง แต่เมื่อกี้มีพวกมันตั้งยี่สิบตัวไล่ตามเรามา คุณควรจะเข้าไปด้วยกันทั้งหมด หรือไม่ก็ไม่ต้องเข้าไปเลย แล้วรอกำลังเสริมดีกว่า”
หลังจากลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แจ็คก็ส่ายหัว “ฉันจะเข้าไปพร้อมกับเจ้าหน้าที่ห้านาย อีกสองนายจะอยู่ที่นี่เพื่อคุ้มกันคุณ”
ลุคไม่ได้พูดอะไรต่อ
เขาไม่แน่ใจว่าแจ็คกำลังคิดอะไรอยู่
บางทีเขาอาจจะพยายามแย่งผลงาน หรือหวังว่าจะได้ตรวจสอบพวกอสุรกาย หรืออาจจะมีเหตุผลอื่น แต่มันไม่ใช่หน้าที่ของลุคที่จะไปสั่งการเขา
เป็นเพราะเห็นแก่โธมัสเท่านั้นที่ทำให้แจ็คยอมฟังเขามาจนถึงตอนนี้
ลุคทำได้เพียงพยักหน้า “ตกลงครับ ผมจะรอคุณอยู่ที่นี่”
ครึ่งชั่วโมงต่อมา แจ็คและทีมของเขาก็กลับมา หลายคนส่งกลิ่นเหม็นตลบอบอวล
ลุครีบถอยห่างจากพวกเขา
เขาไม่แน่ใจว่าของเหลวสีแดงดำจากตัวอสุรกายจะมีไวรัสหรือเชื้อโรคอะไรปนมาด้วยไหม
อีกอย่าง... กลิ่นมันเหม็นเกินไป! ราวกับว่าเจ้าหน้าที่พวกนี้เพิ่งคลานออกมาจากท่อระบายน้ำอย่างนั้นแหละ
แต่ไม่มีใครในทีมหายไปหรือบาดเจ็บสาหัส
แจ็คดูมีสีหน้าไม่ค่อยดีนัก เห็นได้ชัดว่าการต่อสู้กับพวกอสุรกายไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้
ลุคไม่ได้พูดจี้ใจดำเรื่องนั้นออกมา
เขาได้เตือนหมอนั่นไปแล้ว แต่หมอนั่นไม่ยอมรับฟัง แล้วตอนนี้เขาจะพูดอะไรได้ล่ะ?
เฮ้ เห็นไหม คุณควรจะฟังฉันตั้งแต่แรก?
ลุคคงจะดูเหมือนคนโง่ถ้าพูดประโยคนั้นออกมา
ผู้หญิงทั้งสามคนดูมีสภาพดีขึ้นมาก เห็นได้ชัดว่าพวกเธอได้รับการคุ้มครองและไม่ได้เข้าไปพัวพันในการต่อสู้
ทันใดนั้น เบรนด้าก็พุ่งเข้าหาพวกเขาพร้อมตะโกนว่า “อีบ้า แกทิ้งพวกเราไว้ที่นั่น ฉันจะฆ่าแก!”
เธอกำลังตะโกนใส่เซลิน่า
ลุคจ้องมองเธอด้วยสายตาเย็นชา แต่เซลิน่าไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ เมื่อเบรนด้าวิ่งเข้ามาหาพร้อมกับชูมือขึ้น
ลุคก้าวเข้าไปขวางระหว่างทั้งสองคน
มือของเบรนด้าฟาดเข้าที่หน้าอกของลุค ลุคมองเธออย่างสงบและถามว่า “ถอยออกไปซะ?”
เบรนด้าชะงักไปครู่หนึ่งแล้วตะโกนว่า “ทำไม? ทำไมยัยนี่ถึงทิ้งพวกเราไว้?”
ลุคหัวเราะในลำคอ “เพราะเธอช่วยพวกเธอไม่ได้หรอก และเธอก็ไม่ได้มีหน้าที่ต้องช่วยด้วย ถ้าเธอช่วยพวกเธอได้ เธอคงไม่ถูกจับตัวไปตั้งแต่แรกหรอก จริงไหม?”
เบรนด้าร้องไห้โฮ “ไอ้พวกคนโกหก! ไอ้พวกคนลวงโลก! ฉันจะฆ่าแก...” เธอสะบัดมือพยายามจะข่วนหน้าลุค
เพียะ!
เบรนด้าถูกตบจนกระเด็นลงไปกองกับพื้น เธอถึงกับมึนงงไปหมด เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพื้นถึงมาอยู่ตรงหน้าฉัน!
ส่วนลุคนั้นลากเซลิน่าเดินหนีออกมาและถามด้วยเสียงต่ำว่า “ทำไมไม่หลบไปก่อน?”
เซลิน่าพูดอย่างสับสน “ฉัน... ฉันทิ้งพวกเธอไว้จริงๆ”
ลุคยิ้มและส่ายนิ้วต่อหน้าเธอ “ไม่ ผมต่างหากที่เป็นคนทิ้งพวกเธอ ไม่ใช่เธอ เธอคือคู่หูที่ผมไปช่วยออกมา ไม่ใช่เจ้าหน้าที่ที่ต้องเข้าไปช่วยพวกนั้น เข้าใจไหม?”
เซลิน่ามึนงง “หือ?”
ลุคพูดอย่างไม่ยี่หระ “ผมเป็นคนเดียวที่มีอำนาจตัดสินใจว่าจะช่วยใคร เธอไม่มีสิทธิเลือกเลยด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นเธอจะต้องมารับผิดชอบเรื่องการทิ้งพวกเธอได้ยังไง? เธอจะรู้สึกผิดไปเพื่ออะไร? เธอต้องยอมให้ยัยนั่นทำร้ายเพียงเพราะยัยนั่นโง่งั้นเหรอ?”
เซลิน่าจมอยู่ในความคิด
“ถ้าวันหนึ่ง เธอต้องเลือกระหว่างการช่วยคนแปลกหน้าสองคนกับการช่วยผม เธอจะเลือกใคร?” ลุคถาม
“เลือกนาย” เซลิน่าตอบโดยไม่ต้องเสียเวลาคิด
ลุคผายมือ “นั่นแหละถูกต้อง ถ้าเรื่องนั้นเกิดขึ้น ผมจะไม่รู้สึกผิดต่อคนแปลกหน้าสองคนนั้นเลย เพราะนั่นคือการตัดสินใจของคู่หูของผม และผมไม่ต้องการให้เธอรู้สึกว่าการตัดสินใจของเธอนั้นผิด”
เซลิน่าก้มหัวลงแล้วพูดว่า “ฉันขอโทษ”
ลุคบอกว่า “ไม่จำเป็นหรอก แค่จำไว้ว่าคราวหน้าถ้าใครมาแตะต้องตัวเธอ ให้ตบกลับไปก็พอ”
เซลิน่าต่างจากเขา เซลิน่าไม่มีระบบมาคอยจำกัดการกระทำ และเธอไม่จำเป็นต้องมาคอยห่วงเรื่องผลงานอยู่ตลอดเวลา
.
.
.
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127