เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 53

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 53

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 53


ตอนที่ 53 ผังงาน, บันทึกรายงาน และมือใหม่งั้นรึ?

ลุคยกกระเป๋าในมือขึ้นแล้วพูดว่า “นี่ไงผมเตรียมอาหารกลางวันให้คุณด้วยนะ .. อันที่จริงคนมีความสามารถอย่างคุณต้องพยายามมากกว่านี้แค่ขับรถยังไม่ได้ค่ากับข้าวเลย”

เซลิน่าบี้เม้นฝีปากของเธออย่างอารมณ์ เธอจึงเลือกที่จะเปลี่ยนเรื่อง “เราจะพักกันที่ไหนในฮูสตัน?”

ลุคตกใจเล็กน้อยกับคำถาม "เราอะไร?? เราพักที่ไหนงั้นหรอ?”

เดี๋ยวนะดูเหมือนมีบางอย่างผิดปกติกับบทสนทนาเมื่อตะกี้นะ

เซลิน่าทำหน้าเบื่อหน่ายและเซ็งไปที่ลุค  “นั่นฮุสตันนะ นายคิดว่ายังจะได้อยู่บ้านใหญ่โอ่อ่า สูงสามชั้นเหมือน Shackelford รึไง? นายรวยขนาดนั้นเชียว?”

ในที่สุดลุคก็เข้าใจในสิ่งที่เซลิน่าต้องการจะสื่อ ความคิดของเขามัวแต่หมกมุ่นอยู่กับเรื่องอย่างว่า ด้วยเหตุนี้เขาจึงไม่ได้คิดถึงเรื่องที่พักด้วยซ้ำ ดังนั้นลุคถามเซลินาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเรื่องนี้ “มีอะไรแนะนำไหม?”

“ก็ง่ายๆ ทำไมเราไม่เช่าอยู่ด้วยกันหละ” เซลิน่าตอบ

“แล้ว?” ลุคถามเพิ่ม

“ก็ถ้าเราอยู่ด้วยกันไม่เพียงที่จะลดค่าเช่าห้องได้เท่านั้นนะ แต่ยังสามารถที่จะขับรถของนายไปที่ทำงานด้วยกันได้ ซึ่งนั่นจะทำให้ประหยัดค่าเดินทางไปได้อีกค่อนข้างมากเลยนะ” เซลิน่าพูดต่อ

‘นี่สินะคือความต้องการที่แท้จริงของคุณ’ ลุคคิดในใจ

เซลิน่าถามต่อว่า “คุณทำอาหารได้ไหมหล่ะ? ถ้าทำได้เราจะประหยัดได้มากกว่านี้อีกนะ!”

การวางแผนอย่างพิถีพิถันและรอบคอบของเซลิน่าทำให้ลุคแทบพูดไม่ออกจริงๆ ทั้งอาหาร ที่อยู่อาศัย และการเดินทางเธอคิด เธอนี่มันชักแม่น้ำทั้งห้าเก่งจริงๆ พร้อมทั้งด้วยปัจจัยต่างๆ ที่เธอพูดมาลุคจึงเถียงไม่ออกจริงๆ

เซลิน่ารู้สึกละอายใจเล็กน้อยเมื่อเห็นการแสดงออกของลุค “ฉันไม่มีทางเลือกอื่นนี่นา นายก็รู้ว่าเงินเก็บฉันก็ไม่ได้มีมากนั้น ดังนั้นฉันต้องวางแผนการใช้จ่ายอย่างรอบคอบเมื่อฉันใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น”

ลุค:“เหอๆ”

อันที่จริงไม่ใช่ว่าเซลิน่าเป็นคนไม่ประหยัดอดออม แต่ปกติแล้วคนช่วงอายุวัยรุ่นตอนปลายหรือช่วงอายุที่เพิ่งจะเริ่มทำงานส่วนใหญ่มักจะยังไม่เริ่มออมเงินเพราะต้องการใช้ชีวิต แม้กระทั่งวัยกลางคนบางก็ไม่ได้มีเงินออมมากเช่นกัน ยิ่งไปกว่านั้นบัตรเครดิตและสินเชื่อยังแพร่หลายอย่างเอามากๆ ทำให้ผู้คนมีพฤติกรรมสร้างหนี้ดึงเงินในอนาคตมาใช้จ่ายก่อนแล้วต้องมาปวดหัวกับดอกเบี้ยทีหลัง

ลุครู้สึกโชคดีที่เขาหยิบเงิน 10,000 ดอลลาร์จากการเดินทางไปเม็กซิโก มิฉะนั้นลุคเดาได้เลยว่าเขาต้องไปกินแกลบในฮูสตันไปสักพัก

และจากการทดสอบของลุค เขามั่นใจว่า‘ระบบ’ไม่สนใจว่าเขาจะหยิบฉวยทรัพย์ของพวกอาชญกร

แต่ทว่าถ้าลุคปล้นจากผู้ที่ไม่ใช่อาชญากรซึ่งเป็นสิ่งไม่ถูกต้อง และถ้าหากว่าลุคทำอย่างนั้นมันจะทำให้เขามีประวัติที่ไม่ดีติดตัวอย่างแน่นอน และเขาจะเป็นกลายเป็นพวกตำรวจเลวทันที

ถ้าหากลุคตัดสินใจเป็นตำรวจเลวแล้ว เขาไม่แน่ใจว่าระบบจะยังให้เขาเป็นโฮสต์ต่อไปหรือไม่

แน่นอนว่าลุคไม่เสี่ยงกับเงินจำนวนเล็กน้อยหรอก

และเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลที่ว่ามานี้ ทำให้คู่หูคู่ใหม่แห่งวงการผู้พิทักษ์สันติราษฎร์ของฮุสตันก็ตัดสินใจที่จะหารค่าเช่าห้องกัน

สำหรับมื้อกลางวันพวกเขาแวะที่ปั๊มน้ำมันข้างทาง และกินสิ่งที่ลุคเตรียมนำมาให้

หลังทานอาหารเสร็จเซลิน่าก็พูดขึ้นว่า "เห็นไหมฉันพูดถูก นายหน่ะมองการณ์ไกล แค่มื้อกลางวันที่นายเตรียมมาก็ประหยัดเงินเราได้อย่างน้อยก็ 10 เหรียญๆด้”

ลุคคิดในใจว่าว่า ‘จ้าๆ ขอบคุณมากสำหรับคำชม’

พวกเขาทั้งคู่ยังแวะพักที่ห้องเช่าระหว่างทาง แล้วใช้เวลาหนึ่งคืนที่นั่นก่อนที่จะเดินทางต่อในเช้าวันรุ่งขึ้น พวกเขาพยายามไปให้ถึงกรมตำรวจ ก่อนเวลา 15:00 น.

เมื่อพวกเขามาถึงพวกเขาแจ้งประชาสัมพันธ์ว่ามาพบหัวหน้าผู้กำกับ ซึ่งจะเป็นหัวหน้าพวกเขาในอนาคต

โรเบิร์ตบอกกับลุคว่าให้แจ้งว่ามาพบ โทมัส พาร์ค ทันทีที่มาถึง

โรเบิร์ตเคยเล่าให้ลุคฟังว่าโทมัสคนนี้เป็นเพื่อนร่วมรบของโรเบิร์ตสมัยที่เขาอยู่ในกองทัพ

ทั้งคู่เรียกได้ว่าเป็นเพื่อนรักกันเลยหล่ะ เคยต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่ด้วยกันมาผ่านความเป็นความตายมาระหว่างสงครามมาด้วยกัน

แน่นอนว่าโรเบิร์ตเล่าแค่เกี่ยวกับอดีตที่เคยร่วมรบเท่านั้น อย่างหลังนั่นคือจินตนาการของลุคเท่านั้น

โทมัสเป็นชาวแอฟริกันอเมริกันอายุประมาณ 40 ปี เขาตัวอวบเล็กน้อยและเนื่องจากเขาดำรงตำแหน่งรองผู้กำกับเห็นได้ชัดว่าโทมัสไม่ค่อยมีเวลาออกกำลังกายมากนัก

โรเบิร์ตสามารถทำงานควบคู่กับออกกำลังกายอย่างต่อเนื่องเพื่อรักษาหุ่นให้ฟิตได้เนื่องจากตารางงานที่ค่อนข้างว่างของเขาเพราะเมืองเล็กๆ ไม่ได้มีงานมากนัก

.

หลังจากทั้งสองคนทักทายโทมัสแล้ว โมทัสก็ตรวจสอบรายงานและคำสั่งโยกย้ายตำแหน่ง โทมัสไม่ได้พูดอะไรกับพวกเขามากนัก

อันที่จริงแล้วโทมัสไม่จำเป็นต้องมาพบกับนักสืบตำรวจที่พึ่งย้ายมาทั้งสองเป็นการส่วนตัวด้วยซ้ำ แต่อย่างไรก็ตามเนื่องจากโรเบิร์ต เพื่อนของเขาเป็นคนส่งมา โทมัสจึงต้องไปพบทั้งสองเพื่อตรวจสอบเสียหน่อย

มิตรภาพอาจจะให้ทั้งคุณและโทษได้

แต่สำหรับโรเบิร์ตโทมัสให้ความสำคัญเขามาโดยตลอด

โทมัสตระหนักดีว่าโรเบิร์ตมีความสามารถแค่ไหนและโรเบิร์ตก็มีเพื่อนร่วมกองทัพคนอื่น ๆ อีกมากมาย

หากมองย้อนกลับไปในช่วงสงคราม มีมากกว่าหลายสิบคนที่เป็นหนี้ชีวิตกับโรเบิร์ตหลายต่อหลายครั้ง

บางคนอาจแทบลืมไปด้วยซ้ำเนื่องจากกาลเวลาผ่านไปนานพอสมควร, แต่ใครกันจะกล้ามาลืมบุญคุณที่เคยโดนช่วนไว้ตอนอยู่ในสงครามจริงไหม?

นอกจากนี้โรเบิร์ตแทบไม่เคยขอความช่วยเหลือจากพวกเขาเลย ดังนั้นความช่วยเหลือที่นานๆ ทีจะมีของโรเบิร์ตจึงเป็นเรื่องที่ไม่อาจมองข้ามได้

เนื่องจากโรเบิร์ตขอให้โทมัสมอบหมายตำแหน่งที่เหมาะสมให้กับทั้งสองคน ดังนั้นโทมัสจึงพยายามเต็มที่ในการที่จะทำให้คำขอของโรเบิร์ตสำเร็จ

ไม่ว่าในกรณีใดๆ โรเบิร์ตเคยช่วยโทมัสจากการถูกลอบยิงดังนั้นโทมัสจึงติดหนี้ชีวิตเขา และด้วยเหตุนี้จึงไม่ปฏิเสธคำขอของโรเบิร์ต

อันที่จริงโรเบิร์ตก็ไม่ได้ขอตำแหน่งที่สูงและไม่คู่ควรกับทั้งสองคน โรเบิร์ตแค่ขอย้ายทั้งคู่มาประจำที่นี่และให้อยู่ในตำแหน่งเดิม

มันไม่ใช่เรื่องยากสำหรับรองผู้กำกับอย่างโทมัสที่จะแต่งตั้งตำรวจนักสืบสักคนหรือสองคนในแผนกอาชญากรรมหลัก

แต่ถึงกระนั้นในสายตาของตำรวจทั่วไป การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของตำรวจนักสืบในแผนกอาชญากรรมหลักที่นี่ก็มีความโดดเด่นไม่น้อย

โดยเฉพาะลุคเขายังคงเด็กอยู่มาก อายุยังไม่ถึง 19 ปีด้วยซ้ำและที่สำคัญรายงานการทำงานและผลงานของลุคมันน่าประทับใจมากๆ

การฆ่ามือปืน 13 คนในคืนเดียว แม้แต่ในเมืองใหญ่อันดับ 4 ของอเมริกาอย่างฮุสตันยังแทบจะหาคนที่ทำได้ไกล้เคียงกับลุคไม่ได้เลย

โทมัสไม่สงสัยเลยว่ารายงานจะปลอมขึ้นมาหรือไม่ เนื่องจากโรเบิร์ตไม่ใช่คนที่จะปลอมเอกสารของตัวเองเพื่ออะไรที่เล็กน้อยเช่นนี้

แต่ถึงแม้ว่าลุคจะไม่ดีไปกว่าเจ้าหน้าที่หน้าใหม่คนอื่น ๆ โทมัสก็ยังคงเห็นด้วยกับการย้ายเนื่องจากเป็นคำขอจากโรเบิร์ต

เพราะถึงจะยังไงโทมัสได้ข่าวมาว่า การป้องกันการบุกโจมตีในครั้งนั้นยังมีพวกเอฟบีไอเข้าร่วมด้วย ดังนั้นจึงไม่น่าเป็นไปได้ที่เหล่าเอฟบีไอขี้หยิ่งเหล่านั้นจะช่วยปลอมรายงานเพียงเพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจในชนบทเล็กได้ผลงานที่มากกว่าปกติ

แม้ว่านี้อาจจะทำให้โทมัสโดนร้องเรียนเรื่องการใช้อำนาจโดยมิชอบ เพราะรับทั้งสองเข้ามาในกรมเขา แต่โทมัสก็ยังคงมีข้อแก้ตัวที่สมบูรณ์แบบสำหรับเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน

ซึ่งสิ่งนั้นคือบันทึกรายงานผลงานที่ยอดเยี่ยมของพวกเขา

สำหรับผู้ที่ตั้งคำถามกับการตัดสินใจของโทมัสที่ยอมรับทั้งสองคนเข้าร่วมแผนก พวกเขาเหล่านั้นลองออกไปท้าทายนักฆ่าสิบกว่าคนแล้วลองรอดชีวิตกลับมา ตราบเท่าที่พวกเขาสามารถทำลายสถิติของลุคได้โทมัสก็ยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะอนุญาตให้บุคคลนั้นเข้าสู่กองอาชญากรรมหลักของเขาเช่นกัน

ที่เวสต์ไซต์(ย่อจาก westside Huston to เวสต์ไซต์) ยังขาดนักสู้ที่มีความสามารถอย่างเช่นสองคนนี้มาโดยตลอด ดังนั้นสำหรับโทมัสแล้วจึงสมเหตุสมผลที่จะยกเว้นและอนุญาตให้สองคนนี้เข้าร่วมหน่วย

แน่นอนว่า โทมัสยังคงต้องทำหน้าที่เป็นรองผู้กำกับ เขาจึงพูดให้กำลังใจทั้งคู่สั้นๆ ก่อนที่จะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและบอกรุ่นพี่ในแผนกให้มารับพวกเขา

ที่จริงแล้ว การโทรที่โทมัสไปเรียกพวกนักสืบชำนาญการที่กำลังนั่งทำงานเป็นการใช้เส้นสายเล็กๆ น้อยๆ เพื่อเป็นคำใบ้ถึงความสำคัญของเด็กใหม่ทั้งสองคนนี้ ซึ่งถ้ามีใครที่ไม่เข้าใจคำใบ้เหล่านี้พวกเขาก็เป็นได้แค่เพียงคนงี่เง่าเท่านั้น

ทุกคนในแผนกยุ่งกันมาก ดังนั้นโทมัสกับปลายสายจึงสนทนากันเพียงเวลาไม่นานนัก

...

ไม่นานหลังจากนั้น นักสืบที่ถูกโทรหาก็ได้มาถึงที่หน้าประตูห้องของรองผู้กำกับ

หลังจากทำความเคารพโทมัสแล้วลุคและเซลิน่าถูกพาออกมาจากห้องไปพร้อมกับผู้บังคับบัญชาคนใหม่เพื่อเริ่มงานในตำแหน่งใหม่

บรูครู้สึกค่อนข้างไม่ค่อยมีความสุขเท่าไร ที่ต้องกลายมาเป็นพี่เลี้ยงเด็กแบบนี้

จู่ๆ ก็มีนักสืบใหม่สองคนเข้ามาในแผนกอาชญากรรมของเขา ไม่เพียงแค่นั้นทั้งสองยังดูเด็กมากซึ่งเป็นือใหม่อย่างเห็นได้ชัด

โดยทั่วไปแล้วชาวละตินมีหน้าตาที่ดูเด็กกว่าอายุจริงๆ ดังนั้นเซลิน่าที่เป็นชาวละตินอเมริกาที่แม้ว่าจะอายุ 24 ปีแล้ว แต่กลับดูเหมือนเด็กอายุประมาณ 20 ปีด้วยซ้ำ

หล่อนดูเหมือนสาวบ้านนอกที่ชื่นชอบออกกำลังกายเป็นพิเศษเท่านั้น ส่วนลุคหลังจากที่ร่างกายของเขาปรับสภาพผิวใหม่เนื่องจากค่าสถานะของระบบ จึงทำให้บรูคมองลุคเหมือนเด็กไฮสคูลด้วยซ้ำ

บรูคถึงกับสงสัยว่าทั้งสองนี้เหมาะสมที่จะเป็นตำรวจในแผนกนี้จริงๆ งั้นหรือ พวกเขาดูเหมือนจะเป็นมือใหม่ที่มีประสบการณ์ในการออกใบสั่งให้กับรถที่จอดในที่ผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียวเท่านั้น

แต่ถึงเขาจะร่ำร้องในใจมากเพียงใดบรูคไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นเขาจึงพาเซลิน่าและลุคไปที่ออฟฟิสของแผนกโดยดี

.

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ช่วงนี้จะช้าหน่อยนะครับผู้อ่านทั้งหลาย

แต่จะพยายามเร่งให้ได้อ่านกันไวๆ นะครับ

.

.

เรามีเพจแล้วน้าเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 53

คัดลอกลิงก์แล้ว