เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 14

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 14

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 14


ตอนที่ 14 รอยเท้า และ ถูกทิ้งให้อยู่ออฟฟิศ

โรเบิร์ตถามว่า“ขนาดรองเท้าที่พวกเขาใส่อยู่ขนาดเท่าไร?”

เซลิน่าตอบว่า“ลอร์ดไซส์ 44 และของเจสสิก้าคือ 38”

โรเบิร์ตหยิบภาพจากแฟ้มแล้วเริ่มดูมันในขณะที่เขาพึมพำ“ไซส์ 38?”

ทั้งเซลิน่าและลุคสามารถพอจะมองเห็นภาพในมือโรเบิร์ตว่าเป็นภาพของรอยเท้าบนขอบหน้าต่าง

เซลิน่าถามว่า“นี่คือรอยเท้าที่พบในห้องชั้นหนึ่งใช่ไหม?”

โรเบิร์ตพยักหน้าขณะที่เขายังคงดูภาพต่อไป

ลุคพูดว่า“ขอผมดูหน่อยได้ไหม?”

โรเบิร์ตเหลือบมองเขาก่อนที่จะส่งภาพให้เขา

ลุคมองดูภาพเล็กน้อยก่อนที่จะมองเหม่อไปเหมือนกับว่าเขาจมอยู่ในห้วงความคิด หลังจากนั้นไม่นานเขาก็สูดลมหายใจและพูดขึ้นว่า“ผมเคยเห็นรอยเท้านี้มาก่อน”

ทั้งโรเบิร์ตและเซลิน่าจ้องมองเขาด้วยความตกตะลึง

ลุคกล่าวต่อว่า“นี่อาจเป็น Nike Flex Essential TR เมื่อไม่นานมานี้พวกสาวๆ เชียร์ลีดเดอร์ได้ซื้อรองเท้า ใหม่ สำหรับใช้เป็นรองเท้าประจำทีมที่ใช้สำหรับออกงานทุกๆ อีเวนต์ ผมเคยเห็น เจมิน่า ใส่มาก่อน”

เซลิน่าผิวปาก “คุณนี่เอาใจใส่แฟนสาวของคุณมากจริงๆ เลยนะ ถึงขนาดที่ว่าจำรองเท้าคู่หนึ่งของเธอได้อย่างชัดเจนอย่างนี้”

ลุคกลอกตาของเขา “ก็เพราะว่ามันแพงมากๆ เลยไอ้คู่นี้ และเจมิน่าก็มีเงินไม่พอสำหรับรองเท้าคู่นี้ เธอเลยยืมเงินจากผมไป 100 ดอลลาร์เพื่อจะซื้อรองเท้าคู่นี้ และก็เพราะว่ามันแพงมากๆ นี่แหล่ะตอนที่เจมิน่าได้มา ผมก็ไปลองดูว่าทำไมถึงแพงอะไรขนาดนี้ก็เลยจำรูปแบบที่ฝ่าเท้าได้”

โรเบิร์ตขัดจังหวะ“เฮ้ย แล้วแกไปเอาเงิน 100 ดอลลาร์มาจากไหน”

ลุค:“…นั่นเป็นความลับ”

โรเบิร์ตกล่าวว่า“แกไม่กลัวว่าฉันจะไม่หักค่าขนมแกหรอ”

ลุคตอบว่า“แน่นอนยังไงซะคุณก็เลิกให้ค่าขนมผมอยู่ดี แต่ก็เอาเถอะวันนี้ผมได้ทำงานอย่างเป็นทางการแล้ว หรือว่าคุณยังจะหักเงินเดือนผมอีก?”

โรเบิร์ตตอบว่า“…งั้นหลังจากที่แกได้รับเงินเดือนแล้ว แกอย่าลืมให้เงินแคทเธอรีนเป็นค่าอาหารด้วยหล่ะ”

ลุค: …ไอ้แก่นี่!

หลังจากพูดคุยไร้สาระขนาดย่อมๆ ในที่สุดโรเบิร์ตก็กลับมาที่เรื่องคดี “ตกลงแล้วเจสสิก้าก็มีรองเท้าแบบเดียวกันหรอ?”

ลุคส่ายหัว “ผมไม่รู้เหมือนกัน การซื้อรองเท้ารุ่นนี้มันก็ไม่ได้มีการบังคับอะไร ก็จะมีแค่คนที่สนใจเท่านั้นแหล่ะที่จะซื้อ ยังไงซะนั่นก็เงินของพวกเขาอยู่แล้วจะซื้อหรือไม่ก็สิทธิ์ของพวกเขา แต่การที่รวมกันซื้อเยอะๆ ก็เพื่อใช้ประโยชน์จากส่วนลดที่ร้านค้าเสนอ ผมก็เลยไม่รู้ว่าพวกเธอซื้อมากี่คู่และใครซื้อบ้าง”

โรเบิร์ตทำเสียงฮึดฮัด แต่ก็ไม่ผิดหวังอะไรมากนัก

ลุคกล่าวเสริมว่า“อืมจะว่าไป ผมคิดว่าพ่อของเธอทำงานเป็นนักบัญชีใน นอคซิตี้นิ แสดงว่าครอบครัวของเจสสิก้าเองก็ร่ำรวยเลยทีเดียวหล่ะ”

โรเบิร์ตและเซลิน่าสบตากัน ลุคบอกใบ้อย่างชัดเจนว่าเอาจริงๆ แล้วเจสสิก้าสามารถซื้อรองเท้าคู่นั้นได้

“เอายังไงดีค่ะ หัวหน้า?” เซลิน่าถาม

ความจริงสิ่งที่เธออยากถามคือตอนนี้พวกเขาควรไปหาเจสสิก้าเลยไหม

จากเรื่องที่ลุคพูดมาและรอยรองเท้า ท้ายที่สุดเธอเป็นผู้ต้องสงสัยมากที่สุดในบรรดาผู้ต้องสงสัยทั้งหมด

โรเบิร์ตเคาะโต๊ะก่อนที่เขาจะพูดว่า“เดี๋ยวฉันจะลงโทรไปก่อน”

เขาไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ แต่เขาใช้โทรศัพท์โต๊ะในสำนักงานเพื่อโทรออก

ถัดไปข้างๆ ลุคไม่ได้ใส่ใจมากนักเมื่อได้ยินเนื้อหาของบทสนทนา เขาเดินเข้ามาหาเซลิน่าและกระซิบว่า“โรเบิร์ตเป็นคนที่ด่วนสรุปแบบนี้เสมอในตอนสืบสวนคดีต่างๆ อย่างงั้นหรอ?”

เซลิน่าหัวเราะคิกคักและเหลือบมองลุคก่อนที่จะพูดว่า“นั่นเป็นเพราะเขาเชื่อใจคุณต่างหากหล่ะ”

ลุคแทบจะสำลักในทันที “แต่ผมก็แค่คาดเดาเองนะ ขนาดตัวผมเองยังไม่มั่นใจในตัวเองเลย ที่ผมให้ข้อมูลที่ว่ามานั้นเพื่อเป็นช่องทางการสืบสวนอีกทางหนึ่งเท่านั้น ทำไมเขาโทรถึงรีบไปหาอีกฝ่ายโดยตรงหละเนี่ย?”

เซลิน่ายิ้มพลางพูดขึ้นว่า “ไม่ต้องกังวลไปหรอกลุค เราเพียงแค่จะเชิญผู้หญิงคนนั้นมาที่นี่เพื่อช่วยในการสืบสวนเกี่ยวกับคดี เราไม่ได้จะออกหมายจับจับเธอสักหน่อย โรเบิร์ตไม่ได้โง่อย่างที่คุณคิดนะ”

“คุณเป็นคนที่พูดคำว่าโง่เองนะไม่ใช่ผม” ลุคเปลี่ยนหัวข้อกะทันหัน

นั่นทำให้เซลิน่าประหลาดใจ จากนั้นเธอก็สังเกตเห็นว่าโรเบิร์ตวางสายไปแล้วและจ้องมองเธอด้วยใบหน้าบึ้งตึง

เซลิน่ารู้ตัวว่าลุคหลอกเธอ

โรเบิร์ตเพียงจ้องมองเธอก่อนจะพูดว่า“เซลิน่าไปกับฉันที่น็อกซ์ซิตี้ เราจะพาเจสสิก้ากลับมาที่นี่เพื่อซักถามข้อมูล ลุคแกอยู่ที่นี่และอ่านเอกสารเหล่านี้ ดูสิว่าแกสามารถหาสิ่งอื่นที่เป็นประโยชน์ได้อีกไหม”

ลุคพยักหน้า “ได้เลย”

จากนั้นทั้งสองก็ออกจากห้องทำงานในขณะที่ลุคยืนจ้องไปที่เอกสารเหล่านั้น ทันใดนั้นเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นได้ “เฮ้ เดี๋ยวก่อนสิ โต๊ะของฉันอยู่ตรงไหน บอกฉันก่อนที่จะออกไปได้ไหมเนี่ย? แย่จริง...”

น่าเสียดายที่ทั้งสองอาจจะออกจากเมืองไปแล้วในตอนนี้ เขาทำได้เพียงส่ายหัวอย่างช่วยไม่ได้ในขณะที่เดินไปที่แผนกต้อนรับและพูดว่า "ดีครับ แมรี่คนสวย โรเบิร์ตได้จัดที่นั่งไว้สำหรับผมแล้วรึยังครับ"

เขากำลังคุยกับผู้หญิงผิวขาวที่อายุประมาณ 40 ปี เธอไม่ได้แต่งเครื่องแบบตำรวจเป็นเพียงชุดลำลอง

เมื่อได้ยินคำพูดของเขาผู้หญิงที่นั่งอยู่หน้าคอมพิวเตอร์ก็เงยหน้าขึ้น “โอ้คุณเอง เจ้าปีศาจตัวน้อยเจ้า แหม๋ปากหวานเชียวนะ อ่าวโรเบิร์ตยังไม่ได้จัดโต๊ะทำงานให้คุณหรือ? เข้าไปด้านในจะมีโต๊ะทำงานสองตัวที่มุมซ้ายสุดลองดูโต๊ะที่ยังว่างอยู่ ตัวนั้นแหล่ะของคุณ”

ลุคยิ้มและขอบคุณเธอก่อนจะถามว่า“โต๊ะของใครอยู่ข้างๆ ผมครับ”

แมรี่ตอบว่า“เซลิน่าไงที่นั่งข้างคุณ... คุณไม่รู้เหรอว่าแฮงค์ที่เพิ่งจะลาออกและเขาเคยเป็นคู่หูของเซลิน่า โดยปกติแล้วโต๊ะทำงานของคู่หูจะตั้งอยู่ติดกัน โต๊ะที่ว่างอยู่เคยเป็นของแฮงค์มาก่อน”

ลุคเข้าใจในที่สุด "เข้าใจแล้วครับ"

แมรี่ชำเลืองมองเขา “อย่าบอกนะว่าคุณยังไม่รู้ว่าเซลิน่าจะเป็นคู่หูของคุณด้วย”

ลุคตบหัวของเขา “เรื่องนั้นผมรู้แล้วครับ ขอบคุณนะครับที่เตือนผม”

แมรี่ยิ้ม “คุณต้องการให้ฉันช่วยทำความสะอาดโต๊ะทำงานไหม? แฮงค์หน่ะเป็นคนโง่ขี้ลืมดังนั้นเขาจึงมักจะลืมของทิ้งไว้เสมอแหล่ะ”

ลุคกล่าวว่า“ไม่เป็นไรครับ คุณเองก็ดูน่าจะยุ่งมากเช่นกัน ผมจัดการเองครับ ว่าแต่คุณมีกล่องเปล่าซักใบหรือไม่? ผมจะใช้ใส่ของทั้งหมดของเขาลงในกล่องเปล่า”

แมรี่ตอบว่า“อะนี่ ใช้กล่องนี้สิ” ขาของเธอล้วงเข้าไปในช่องว่างด้านล่างเคาน์เตอร์แผนกต้อนรับก่อนจะหยิบกล่องเปล่าออกมา เธอจึงหยิบกล่องขึ้นมาแล้วยื่นให้ลุค

“ขอบคุณมากๆ ครับ แมรี่” ลุคยิ้มโบกมือและเข้าไปในห้องทำงานอีกครั้ง

เมื่อเขามาถึงที่โต๊ะว่างเปล่าเขาก็เห็นว่าแฮงค์ไม่ได้ทิ้งสิ่งของไว้มากนัก จะมีเพียงแค่สิ่งของเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เขาคิดว่าไม่มีประโยชน์หรือขี้เกียจเก็บเท่านั้นแหล่ะ

ลุควางกล่องไว้ใต้โต๊ะทำงาน เขารู้สึกว่าโต๊ะทำงานในปัจจุบันไม่ได้รกอะไรมาก มันเพียงพอสำหรับเขาแล้วดังนั้นเขาจึงไม่รีบร้อนที่จะทำความสะอาดเพิ่มพื้นที่ให้มากขึ้น

หลังจากที่เขาทำคดีนี้เสร็จแล้วเขาคงจะมีเวลาเหลือเฟือในการทำอะไรอย่างอื่น อย่างเช่นทำความสะอาดโต๊ะทำงาน

ดังนั้นเขาจึงเปิดแฟ้มบนโต๊ะและเริ่มดูเอกสารทีละหน้า

ในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเขาก็อ่านมันจบ

ไม่มีข้อมูลมากนักในแฟ้มเอกสาร มีเพียงข้อมูลสรุปของผลการค้นพบเบื้องต้นและสำหรับข้อมูลที่ละเอียดมากขึ้นพวกเขาต้องรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์จากนอคซิตี้

เขาไม่ได้ค้นพบอะไรเพิ่มเติมเช่นกัน ท้ายที่สุดแล้วข้อมูลที่เขาให้กับโรเบิร์ตไว้ก่อนหน้านี้ เป็นเพียงเพราะความคุ้นเคยกับผู้ต้องสงสัยและยังเป็นเพราะเขาจำเจสสิก้าได้เมื่อเธอหลบหนีออกไปนอกพื้นที่

เขาไม่ใช่นักสืบผู้เชียวชาญอะไร แม้ว่าเขาจะมีระบบสุดยอดนักสืบที่สุดแสนจะขี้เกียจ แต่เขาก็ยังเป็นคนธรรมดา

หลังจากคิดถึงเรื่องนี้อยู่สักพักเขาก็รู้สึกหิวขึ้นมาทันที ดังนั้นเขาจึงไปที่ห้องทำงานของโรเบิร์ตและหยิบกล่องอาหารกลางวันที่แคทเธอรีนเตรียมมาจากตู้เย็น

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 14

คัดลอกลิงก์แล้ว