เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 88 แจ้งตำรวจ!

บทที่ 88 แจ้งตำรวจ!

บทที่ 88 แจ้งตำรวจ!


บทที่ 88 แจ้งตำรวจ!

ไม่ถึงยี่สิบนาทีต่อมา ถังจิงจิงก็เดินทางมาถึงด้วยรถของคังฮวา เธอส่งข้อความหาคังฮวา ซึ่งคังฮวาตื่นแล้วและบอกให้เธอมารับจางฟานก่อน เนื่องจากตัวคังฮวาเองไม่สะดวกที่จะมาด้วยตนเอง แต่ถังจิงจิงสามารถมาเป็นตัวแทนของเธอได้

เมื่อเห็นท่าทีที่สงบนิ่งของจางฟาน ความจองหองของลูกพี่ลูกน้องคนไข้ก็ลดลงอย่างมาก คนที่สามารถก้าวขึ้นมาเป็นถึงหัวหน้าแผนกในหน่วยงานราชการได้ย่อมไม่ใช่คนโง่เขลา

ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนั่งเงียบๆ อยู่กับพวกเขาสองคน จางฟานเมินเฉยต่อเขา และลูกพี่ลูกน้องคนไข้ก็เมินเขาเช่นกัน หลังจากถังจิงจิงผลักประตูห้องทำงานเข้ามา เธอหันไปมองจางฟานเป็นอันดับแรกแล้วถามว่า "คุณโอเคไหม? บาดเจ็บตรงไหนหรือเปล่า?"

"พี่ถัง ผมไม่เป็นไรครับ" จางฟานยืนขึ้นตอบ

"ผู้อำนวยการถัง!" ลูกพี่ลูกน้องของคนไข้และผู้อำวยการโรงพยาบาลรีบยืนขึ้นทักทายถังจิงจิงด้วยความกระอักกระอ่วน

"ฉันได้ยินมาว่าพวกคุณพยายามกักขังหน่วงเหนี่ยวหมอจางอย่างผิดกฎหมาย ใช่ไหมคะ? ทางท่านผู้นำทราบเรื่องนี้แล้ว และฝากมาถามพวกคุณว่า: ที่นี่คือโรงพยาบาลของพรรคหรือเปล่า? พวกคุณเป็นบุคลากรของพรรคใช่ไหม? มีจิตสำนึกเรื่องกฎหมายบ้างไหม? พวกคุณมีสิทธิ์อะไรมากักขังคนอื่นแบบนี้?" น้ำเสียงของเธอเข้มงวดและไร้ซึ่งความปรานี

ลูกพี่ลูกน้องคนไข้รีบก้าวไปข้างหน้าด้วยความกังวล "ผู้อำนวยการถัง มันเป็นเรื่องเข้าใจผิดครับ เข้าใจผิดจริงๆ ให้ผมอธิบายเถอะ"

"ไม่ต้องค่ะ ฉันไม่ใช่ผู้นำและไม่มีสิทธิ์รับฟังคำอธิบายของคุณ ตอนนี้ฉันพาหมอจางไปได้หรือยัง? ถ้ามีปัญหาเรื่องการรักษา เราสามารถขอคำปรึกษาจากโรงพยาบาลประจำจังหวัดหรือแจ้งตำรวจก็ได้"

"ได้ครับ! ได้เลย! เราไม่ได้กักขังหมอจางจริงๆ นะครับ มันเป็นแค่ความเข้าใจผิดเล็กน้อยเท่านั้น"

จางฟานยืนขึ้นและกล่าวกับลูกพี่ลูกน้องคนไข้และผู้อำนวยการว่า "ผมจะพูดอีกครั้ง: การผ่าตัดเสร็จสิ้นแล้ว คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้ว หากพวกคุณมีข้อสงสัย สามารถขอให้มีการประเมินจากหน่วยงานภายนอกได้ และอีกอย่าง รบกวนช่วยจ่ายค่ารักษาให้ผมด้วยครับ"

ประโยคสุดท้ายเรื่องค่ารักษาเขากล่าวกับผู้อำนวยการโรงพยาบาล แม้ตามหลักการแล้วโรงพยาบาลจะเป็นผู้จ่ายค่าปรึกษาแพทย์ แต่โดยปกติแล้วมักจะเป็นครอบครัวคนไข้ที่เป็นคนจ่ายในท้ายที่สุด

"รอสักครู่ครับ หมอจาง โปรดรอสักครู่ ผมจะไปที่ฝ่ายการเงินเดี๋ยวนี้ครับ" ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกล่าวอย่างจนใจ เขารู้สึกเสียใจที่เลือกข้างผิด

"พี่ถัง รอสักครู่นะครับ ผมขอเก็บค่าปรึกษาก่อน อุตสาห์เหนื่อยมาทั้งคืน จะปล่อยให้เสียเปล่าไม่ได้" จางฟานกล่าว ช่วยลดความตึงเครียดของบรรยากาศลงเล็กน้อย

"ใช่ครับ ใช่ เราควรขอบคุณหมอจางอย่างเหมาะสม เมื่อกี้พวกเราโง่เง่าเอง" ลูกพี่ลูกน้องคนไข้รีบเสริม

"ไม่ต้องค่ะ ให้คนของโรงพยาบาลนำไปส่งที่ที่ทำการอำเภอแทน ท่านผู้นำกำลังรอพวกคุณอยู่" ถังจิงจิงกล่าวอย่างไร้อารมณ์ ตอนนี้เธอมาในฐานะตัวแทนของคังฮวา จึงไม่มีความจำเป็นต้องรักษาหน้าใคร

หลังจากออกจากโรงพยาบาล ถังจิงจิงก็ขึ้นรถของจางฟาน ทันทีที่ออกรถ เธอถามทันทีว่า "การผ่าตัดเรียบร้อยดีไหม?"

"วางใจเถอะครับ ไม่มีปัญหาเลย ทั้งผลตรวจ การรักษา และคำสั่งแพทย์ถูกต้องทั้งหมด และคนไข้ก็พ้นช่วงวิกฤตแล้ว" ถังจิงจิงไม่ใช่แค่เลขาฯ ของนายอำเภอเพียงในนามเท่านั้น ที่โรงพยาบาลเธอจับจุดผิดของอีกฝ่ายเรื่องการกักขังหน่วงเหนี่ยว ทำให้แม้แต่ข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผลดูสมเหตุสมผลขึ้นมา และขู่ให้อีกฝ่ายกลัวจนตัวสั่น

"ดีแล้วล่ะ คุณนี่ก็นะ โลภจริงๆ ขนาดเวลาแบบนี้ยังไม่ลืมทวงค่าปรึกษาอีก" ถังจิงจิงยิ้มและพูดกับจางฟาน

"มันคือสิ่งที่ผมควรได้รับครับ เฮ้อ! ผมจะไม่มาโรงพยาบาลนี้อีกแล้ว ตาแก่ฉางในแผนกศัลยกรรมนั่นแหละตัวดี ก่อเรื่องวุ่นวายไปหมด ทั้งที่อธิบายดีๆ ก็จบ แต่เขากลับทำให้เรื่องมันบานปลาย ขอบคุณพี่มากนะครับสำหรับวันนี้"

"ขอบคุณฉันทำไม? คนที่คุณควรขอบคุณรออยู่ที่ห้องทำงานแล้ว ท่านผู้นำเป็นห่วงว่าคุณจะเจ็บตัว เลยบอกให้ฉันพาคุณกลับมาให้ได้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้คนไข้ปลอดภัยและการผ่าตัดสำเร็จก็ไม่มีปัญหาอะไรแล้ว แล้วคุณอยากระบายอารมณ์ยังไงไหม? เดี๋ยวฉันไปรายงานท่านให้" ถังจิงจิงพูดอย่างหยอกล้อและแอบทดสอบท่าทีของจางฟาน

"หึๆ พี่ต้องขอบคุณผมจริงๆ นะเนี่ย นี่มันเช้ามืดแท้ๆ ผมไม่ได้โกรธขนาดนั้นหรอกครับ แค่รู้สึกว่าผู้อำนวยการโรงพยาบาลกับหมอเจ้าของไข้ไร้ความสามารถมาก พอมีปัญหา แทนที่จะคิดวิธีแก้ คนหนึ่งก็ใช้อารมณ์ อีกคนก็ปัดความรับผิดชอบ"

"หึๆ ดูเหมือนเดี๋ยวนี้คุณจะไปได้สวยนะ ถึงขนาดเดินสายรับงานนอกแล้ว คงหาเงินได้เยอะสิ" ถังจิงจิงรู้ว่าจางฟานไม่อยากเอาเรื่องต่อ และเธอก็รู้ว่าต้องจัดการอย่างไร

"เงินจากหยาดเหงื่อทั้งนั้นครับ เฮ้อ!"

"ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ยืมเงินคุณหรอก"

พวกเขาคุยกันจนถึงตึกที่ทำการอำเภอ เมื่อเข้าไปในห้องทำงาน คังฮวาเห็นจางฟานแล้วพูดว่า "ดีแล้วที่คุณไม่เป็นไร เสี่ยวถังโทรมาบอกว่าคุณโอเค ฉันเลยค่อยยังชั่วหน่อย ฉันไม่สะดวกไปที่นั่นเอง ไม่อย่างนั้นคงไปตั้งนานแล้ว"

หลังจากได้เลื่อนตำแหน่ง คังฮวายิ่งตระหนักถึงความสำคัญของหลี่เซียว และเธอก็รู้ว่าหลี่เซียวให้ความสำคัญกับจางฟานมาก นอกจากจะให้รถแล้ว เธอยังได้ยินจากหวังเชี่ยนว่าหลี่เซียวให้บ้านจางฟานด้วย เหมือนจะยกให้ฟรีๆ เลย

"ขอบคุณมากครับท่านผู้นำ ลำบากท่านต้องมาเป็นห่วงแต่เช้าเลย" ตั้งแต่คังฮวาเลื่อนตำแหน่ง จางฟานก็ไม่ได้ติดต่อเธอเลย ทำให้มีความรู้สึกห่างเหินกันเล็กน้อย หากครอบครัวคนไข้ไม่ทำตัวไร้เหตุผลในวันนี้ เขาก็คงไม่รบกวนพวกเขา

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แล้วอาการของคุณหลี่เป็นยังไงบ้าง? ครั้งหน้าที่ฉันเข้าเมือง คุณช่วยนัดให้ฉันพบเธอหน่อยได้ไหม? ฉันอยากจะเลี้ยงข้าวพวกคุณสักมื้อ" เพราะไม่อยากให้เป็นบุญคุณเปล่าๆ เธอจึงเอ่ยคำขอเล็กน้อยกับจางฟานทันที

"อ๋อ คุณหลี่ฟื้นตัวดีมากครับ เดี๋ยวกลับไปผมจะลองถามดู ถ้ามีเวลาจะติดต่อผ่านผู้อำนวยการถังนะครับ" จางฟานรู้สึกเขินๆ เล็กน้อย

"ตกลงค่ะ ไม่ต้องรีบนะ แต่ถ้าได้เจอกันบ้างก็ดี ไม่ได้กินข้าวด้วยกันนานแล้ว โรงพยาบาลประจำจังหวัดยุ่งไหม? ดูเหมือนหมอจางของเราจะเป็นผู้เชี่ยวชาญไปแล้วนะเนี่ย เดินสายรับงานไปทั่วเลย"

"หึๆ ที่นี่มันไกลไปหน่อยครับ พวกหัวหน้าแผนกเลยไม่ค่อยอยากมากัน"

"การได้รับการเชิญไปผ่าตัดถือเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่นะ เป็นการยอมรับจากเพื่อนร่วมอาชีพ! คุณยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม? เดี๋ยวให้เสี่ยวถังพาไปกินนะ แล้วค่อยพักผ่อนสักงีบก่อนกลับ ฉันไม่อยากให้ขับรถตอนเหนื่อยๆ" แม้คังฮวาจะพูดอย่างอบอุ่น แต่ก็ยังมีระยะห่างแฝงอยู่

"ครับ งั้นผมขอตัวก่อน ขอบคุณครับท่านผู้นำ" หลังจากขอบคุณอีกครั้ง จางฟานก็เดินไปที่ห้องทำงานของถังจิงจิง

"ไปกินข้าวกันเถอะ โรงอาหารที่นี่รสชาติใช้ได้เลยนะ"

"รอสักครู่นะครับ ผมขอพักแป๊บนึง" จางฟานตั้งใจจะรับเงินแล้วรีบกลับ เขาลาหยุดแค่ช่วงเช้า และตอนนี้มือถือก็แบตหมด เขาเลยกังวลอยากกลับไป

"โอ๊ย! ยอมใจคุณเลย จิบชาก่อนเถอะ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเขาก็เอาเงินมาส่งให้คุณถึงที่ ไม่เสียเวลากินข้าวหรอก"

เมื่อได้ยินถังจิงจิงพูดแบบนั้น จางฟานก็ไม่กล้าอิดออดและไปกินข้าวกับเธอ ทันทีที่ถึงโรงอาหาร ผู้อำนวยการโรงพยาบาลอำเภอและลูกพี่ลูกน้องคนไข้ก็รีบตามมา "หมอจาง ดูเรื่องวุ่นวายที่เราทำในวันนี้สิครับ ตาเแก่ฉางมันนิสัยเสียจริงๆ คุณโปรดเข้าใจด้วยนะครับ" พวกเขายื่นซองจดหมายให้จางฟาน เขาสัมผัสมันดู—มีเงินมากกว่าหนึ่งพันหยวนแน่นอน ค่าปรึกษาไม่มีมาตรฐานตายตัว และรัฐบาลก็ไม่ได้ระบุจำนวนไว้ การรับเงินนี้ไม่ผิดกฎหมาย จางฟานจึงเก็บใส่กระเป๋า

"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นกับคนไข้โทรหาผมได้เลย ผมเป็นคนผ่าตัด ผมจะรับผิดชอบเอง" จางฟานพูดจบก็เลิกสนใจพวกเขา เพราะเขารีบกลับไปทำงาน

"ผู้อำนวยการถัง ดูสิครับ..." ลูกพี่ลูกน้องคนไข้ขอความเห็นใจจากถังจิงจิงด้วยสีหน้าน่าสงสาร

"หมอจางเขาใจดีไม่เอาความ ไม่อย่างนั้นพวกคุณคงโดนข้อหากักขังหน่วงเหนี่ยวไปแล้ว ท่านผู้นำเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้มาก แต่เห็นว่าพวกคุณมีทัศนคติที่ดี ท่านเลยจะปล่อยไปในครั้งนี้ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับการทำตัวในอนาคตของพวกคุณด้วยนะ" คังฮวาได้สั่งการถังจิงจิงไว้แล้วว่า หากจางฟานเป็นฝ่ายผิด ให้พยายามเจรจาไกล่เกลี่ยเงียบๆ

แต่ในเมื่อจางฟานไม่ผิด จึงจำเป็นต้องให้บทเรียนผู้อำนวยการบ้าง การเตือนสติแล้วปล่อยไปจะช่วยสร้างบารมีให้ผู้นำทีละน้อย

หลังจากได้รับเงิน จางฟานไม่ได้อยู่กินข้าวด้วยซ้ำ เขาบอกลาถังจิงจิงและฝากไปบอกคังฮวา โดยที่เขาไม่ได้เข้าไปลาด้วยตัวเอง

ที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ตอนนั้นเป็นช่วงบ่ายแล้ว แต่จางฟานยังไม่มาทำงาน โทรศัพท์ก็ติดต่อไม่ได้ หวังหนานหนาสงสัยว่า "หมอนี่ไม่เคยลาหยุดเลยตั้งแต่มาทำงาน หรือว่าเมื่อวานสารภาพรักแล้วโดนปฏิเสธ?" ยิ่งคิดเธอก็ยิ่งสงสัย จึงรีบโทรหาเส้าฮัว

"จางฟานสารภาพรักกับเธอเมื่อวานหรือเปล่า?"

"เปล่านี่ มีอะไรเหรอ?" เส้าฮัวถามอย่างงงๆ นี่ไม่ใช่เรื่องที่หวังหนานหยาควรจะมาถามเลย

"ดูท่าจะโดนเธอปฏิเสธล่ะมั้ง จางฟานไม่มาทำงานทั้งวัน แถมติดต่อไม่ได้ด้วย ตั้งแต่เขามาอยู่ที่นี่ไม่เคยมีเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน ฉันหวังว่าเขาจะไม่ทำอะไรวู่วามนะ" แม้หวังหนานหยาจะเป็นคนวู่วามบ้าง แต่เธอก็เป็นห่วงจางฟานจริงๆ

เส้าฮัวมีสติมากกว่าหวังหนานหยา เธอเองยังไม่รู้จะจัดการความสัมพันธ์กับจางฟานอย่างไร จึงยังไม่ได้คิดเรื่องจะปฏิเสธหรือไม่ "คงไม่หรอก เขาป่วยหรือเปล่า? เธอโทรหาเขาหรือยัง?"

"โทรแล้ว! แต่ติดต่อไม่ได้! ฉันจะไปดูเขาที่หอ ถ้าไม่เจอตัวแล้วยังไม่มาทำงานก่อนเลิกงาน ฉันจะแจ้งตำรวจ!"

"เอ่อ! ฉันไปด้วย" เส้าฮัวเริ่มเหงื่อตก หวังหนานหยาเล่นใหญ่เกินไปแล้ว แต่เธอก็ต้องไปดูให้เห็นกับตาในฐานะเพื่อน "ทำไมคนคนนี้ถึงทำตัวไม่น่าไว้ใจแบบนี้!" เธอคิดในใจ ทั้งที่เริ่มจะรู้สึกชอบเขาขึ้นมานิดหน่อยแล้ว

แม้จางฟานจะตื่นตั้งแต่ตี 3 แต่เขาก็ไม่เหนื่อยเกินไป การขับรถจึงไม่ใช่ปัญหา เขาแค่ขับช้าลง และกลับมาถึงหน้าโรงพยาบาลทันช่วงก่อนเลิกงานพอดี ที่นั่นเขาเห็นหวังหนานหยา เส้าฮัว และหลี่เหลียง กำลังโบกแท็กซี่อยู่ริมถนน

"คุณไปไหนมา? เกิดอะไรขึ้น?"

"กล้าดีนี่ยังไง! พวกเราติดต่อคุณไม่ได้ทั้งวัน หาตัวก็ไม่เจอ เรานึกว่าคุณหายสาบสูญไปแล้ว กำลังจะไปแจ้งตำรวจอยู่เนี่ย!" หวังหนานหยาพ่นคำด่าใส่จางฟานเหมือนปืนกล

"คุณออกไปข้างนอกไม่เคยเปิดโทรศัพท์เลยเหรอ?" เส้าฮัวก็แอบโกรธนิดๆ ตอนแรกเธอไม่เครียดหรอก แต่หวังหนานหยาทำเอาเธอเริ่มกังวล

หลี่เหลียงอ้าปากจะพูดแต่ก็ไม่ได้พูดอะไร จางฟานรู้สึกตื้นตันใจมาก เขาอยู่ที่เมืองชาซูคนเดียวมาสองปี ในที่สุดก็มีคนที่คอยเป็นห่วงเขา "ผมไปผ่าตัดที่เขตฉาเค่อมาครับ ไปตอนกลางคืนเลยเกิดเรื่องนิดหน่อย แล้วมือถือก็แบตหมด ขอโทษจริงๆ นะครับ"

"ไปหางานพิเศษอีกแล้ว! ทำเอาพวกเราห่วงแทบแย่!" หวังหนานหยาหัวเสีย ส่วนใหญ่เป็นเพราะจางฟานไปผ่าตัดโดยไม่ชวนเธอ และเธอก็ต้องกังวลเรื่องเขามาทั้งวัน

"เธออยากให้เขาเกิดเรื่อง หรืออยากให้เขาไม่เป็นไรกันแน่? เขาปลอดภัยก็ดีแล้ว ฉันกลับก่อนนะ" เส้าฮัวบอกกับหวังหนานหยาพร้อมรอยยิ้ม เธอรู้สึกโล่งอกที่จางฟานไม่เป็นไรและแค่ไปทำงานสำคัญมา

"อย่าเพิ่งสิ! อย่าเพิ่งไป ไหนๆ ก็อยู่กันพร้อมหน้าแล้ว จะได้เวลากินข้าวพอดี กินข้าวก่อนเถอะ ผมยังไม่ได้กินอะไรเลยทั้งวัน" จางฟานเริ่มแสดงบทผู้ถูกกระทำ

"ไปกันเถอะ วันนี้เขาหาเงินได้เยอะ ต้องให้เขาเลี้ยงมื้อใหญ่ วันนี้เราจะไปกินบุฟเฟต์อาหารทะเลที่ห้างมิกซ์ซี กัน" หวังหนานหยาพูดด้วยความหมั่นไส้

"ผมไม่ไปนะ ยังเขียนประวัติคนไข้ไม่เสร็จเลย" หลี่เหลียงพูดพยายามจะเลี่ยงออกไปเมื่อสถานการณ์ดูจะบานปลาย

"อย่าไปเลย ไปกันให้หมดนี่แหละ! พวกเราอุตส่าห์วุ่นวายกันขนาดนี้ จะไม่เลี้ยงข้าวได้ยังไง?" หวังหนานหยาดึงตัวหลี่เหลียงไว้

"หาอะไรกินแถวนี้ก็ได้ เขาไม่ได้กินอะไรมาทั้งวันนะ" เส้าฮัวกล่าว

"โอ๊ย! เขายังไม่ทันได้..." ก่อนที่เธอจะพูดจบ เส้าฮัวก็เอามือปิดปากหวังหนานหนาไว้ จางฟานดูคนไม่ผิดจริงๆ เส้าฮัวเป็นคนใจดีและมีมารยาทโดยธรรมชาติ

เพื่อชดเชยความโกรธของจางฟาน หรืออาจจะเป็นการแก้ตัวกับท่านนายอำเภอ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจึงใส่เงินในซองให้จางฟานถึง 5,000 หยวน! ลูกพี่ลูกน้องคนไข้เองก็เตรียมไว้ 5,000 หยวนเช่นกัน แต่ไม่สะดวกควักออกมาในโรงอาหาร และเห็นว่าจางฟานดูไม่ได้ติดใจอะไร เขาเลยแอบเก็บไว้เอง

ห้างมิกซ์ซี เป็นห้างสรรพสินค้าหรูในเมืองชาซู ครบวงจรทั้งอาหาร การแสดง และความบันเทิง บุฟเฟต์อาหารทะเลที่นั่นราคาแพงหูฉี่ ตกหัวละ 260 หยวน

หวังหนานหยาคำนวณไว้แล้ว รวมๆ ก็ประมาณพันกว่าหยวน เธออยากจะใช้เงินที่จางฟานหามาได้ในวันนี้ให้หมด ไม่อย่างนั้นความกังวลของเธอคงเสียเปล่า ห้างมิกซ์ซี ไม่ใช่ที่ที่ราคาถูก และเส้าฮัวเองก็ไม่อยากไปเท่าไหร่นัก ถ้าพูดให้ดูดีพวกเขาก็คือเพื่อนกัน แต่ถ้าพูดตามตรง พวกเขาก็เพิ่งจะรู้จักกันได้ไม่นาน

หวังหนานหยารั้งเธอไว้แล้วกระซิบว่า "ถ้าเธอจะปฏิเสธเขา ก็ไปเถอะ แต่นี่เธอยังไม่ได้ตัดสินใจใช่ไหมล่ะ งั้นก็ไม่ต้องไป และอีกอย่าง ถึงเขาจะเพิ่งเริ่มทำงานแต่เขาก็หาเงินได้เยอะนะ เห็นรถเขาไหม? ในเมืองชาซูมีไม่กี่คันหรอก เขาเป็นพวกใช้เงินมือเติบ! ทำไมเราไม่ใช้โอกาสนี้ล่ะ?"

หวังหนานหยาไม่ยอมให้เธอไป และเส้าฮัวก็ทำอะไรไม่ได้ จางฟานเองก็เต็มใจจะเลี้ยงข้าวทุกคนจริงๆ หากตัดเรื่องอื่นออกไป แค่ความห่วงใยที่พวกเขามีให้ การใช้เงิน 5,000 หยวนในวันนี้ก็ถือว่าไม่เสียเปล่าเลย

สาวๆ กินบุฟเฟต์ไปได้ไม่ถึงเศษเสี้ยวของราคาที่จ่าย ของหวานสองอย่างกับซาซิมิไม่กี่ชิ้นก็อิ่มแล้ว กำลังหลักจึงตกอยู่ที่จางฟานและหลี่เหลียง เจ้าอ้วนหลี่เหลียงเป็นคนกินเก่ง และจางฟานเองก็ใช่ย่อย สองชั่วโมงผ่านไปโดยไม่มีการพักยก จนเส้าฮัวถึงกับอึ้ง: "ดูเหมือนคุณจะหิวโซมาจริงๆ นะเนี่ย!"

"พี่ครับ พี่ไปเขตไหนมา? เกิดอะไรขึ้นถึงได้ช้าทั้งวันแบบนี้?" หลี่เหลียงถามขณะกำลังเคี้ยว สองสาวก็เงยหน้าขึ้นมอง เพราะก่อนหน้านี้มัวแต่โมโหจนลืมถาม

"เฮ้อ! เรื่องมันยาวน่ะ" จางฟานเล่าเหตุการณ์คร่าวๆ โดยข้ามชื่อถังจิงจิงและคังฮวาไป เพราะไม่มีความจำเป็นต้องพูดถึง ในเมื่อเรื่องมันจบลงแล้ว

"คราวหน้าถ้ามีเคสผ่าตัด ต้องพาฉันไปด้วยนะ ไม่อย่างนั้นล่ะก็..." หวังหนานหยาขู่พร้อมชูกำปั้นเล็กๆ

"คุณไม่เป็นไรจริงๆ นะ?" หลี่เหลียงมองจางฟานตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ไม่เป็นไรหรอก ดูสิ" จางฟานเหลือบมองเส้าฮัว

"คุณไม่ได้พักเลยตั้งแต่ตี 3 เหรอ?" เส้าฮัวถาม

"ไม่เหนื่อยเท่าไหร่ครับ!" จางฟานรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ

หลังจากกินเสร็จ หวังหนานหยาก็ลากหลี่เหลียงขึ้นแท็กซี่ไป เพื่อเปิดโอกาสให้จางฟานได้ไปส่งเส้าฮัวตามลำพัง จางฟานมองนาฬิกาแล้วพูดกับเส้าฮัวว่า "ยังหัวค่ำอยู่เลย เราไปเดินเล่นแถวนี้กันหน่อยไหม?"

"คุณควรจะไปพักผ่อนก่อนนะ เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว"

"ไม่เป็นไรจริงๆ ครับ เมื่อวานผมนอนเร็ว ตอนนี้ไม่เหนื่อยเลย" จางฟานไม่ยอมปล่อยโอกาสที่จะได้อยู่กับเธอสองต่อสองแน่นอน

(จบบทนี้)

จบบทที่ บทที่ 88 แจ้งตำรวจ!

คัดลอกลิงก์แล้ว