- หน้าแรก
- ฝ่าวิบัติภัยวันสิ้นโลก ตุนเสบียงสองพันล้านรอวันล้างแค้น
- บทที่ 12 โทรศัพท์จากคุณอาเสิ่น
บทที่ 12 โทรศัพท์จากคุณอาเสิ่น
บทที่ 12 โทรศัพท์จากคุณอาเสิ่น
บทที่ 12 โทรศัพท์จากคุณอาเสิ่น
เมื่อลงลิฟต์มาถึงลานจอดรถใต้ดิน เสิ่นสวินควงกุญแจรถสปอร์ตเล่นในมือ
เธอเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่องยนต์ และหลังจากจ่ายค่าจอดรถแล้ว เสิ่นสวินก็ขับรถวนดูรอบๆ บริเวณนั้น ปกติเธอไม่ค่อยได้ออกไปไหน มักจะเดินทางแค่ระหว่างโรงเรียนกับวิลล่าเป็นเส้นตรงห้าโมงเย็น ห้างที่เธอเคยไปก็มีเพียงแห่งนี้ที่เดียว
จากการฟังเพื่อนร่วมชั้นคุยกัน ดูเหมือนจะมีห้างตงซานอยู่ใกล้ๆ วันนี้เธอจะไปสำรวจตำแหน่งไว้ก่อน และบ่ายพรุ่งนี้ค่อยมากักตุนของ
เธอเปิดระบบนำทางแล้วพิมพ์คำว่า "ตงซาน" ลงไป ก็มีสถานที่ปรากฏขึ้นมา 4-5 แห่ง เสิ่นสวินกดเลือกไอคอนห้างสรรพสินค้า แล้วเส้นทางก็เด้งขึ้นมา เธอขับรถไปแถวๆ ห้างนั้น จากนั้นก็ค้นหาห้างอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียง
เมืองอีทั้งเมืองมีประชากรถึง 200 ล้านคน ไม่นับรวมแรงงานต่างถิ่น เธอจึงไม่กลัวว่าจะถูกจับจ้องหากซื้อของจำนวนมากในห้างสรรพสินค้า
เมื่อคำนวณเวลาดูแล้ว ปลาหม้อหินก็น่าจะถูกส่งไปถึงวิลล่าแล้ว เสิ่นสวินจึงกลับรถและขับตรงกลับบ้าน
หากจะพูดถึงหมู่บ้านจัดสรรที่ดีที่สุดในเมืองอี จิ่วหยวนวิลล่าจะต้องติดอันดับแน่นอน และระบบรักษาความปลอดภัยที่นี่ก็ไร้ที่ติ
รปภ. 4 คนยืนเฝ้าอยู่ที่ทางเข้าหมู่บ้าน เสิ่นสวินทักทายพวกเขาแล้วขับรถเข้าไป
เสิ่นสวินจอดรถ ปลาหม้อหิน 10 ชุดวางอยู่อย่างเงียบเชียบที่หน้าวิลล่าพร้อมกับหม้อไฟแบบแบน เสิ่นสวินย้ายของเข้าบ้านแล้วจัดการเก็บพวกมันเข้ามิติ
เวลา 21 นาฬิกา เสิ่นสวินอาบน้ำและมาส์กหน้า ช่วงนี้เธอ bยุ่งมากจนไม่ได้นอนเต็มอิ่ม วันนี้เป็นครั้งแรกที่มีเวลาว่าง หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อย เธอก็เอนตัวลงบนเตียง หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาค้นหาอุปกรณ์ฟิตเนสใกล้เมืองบี
ด้วยบริการส่งถึงบ้าน เสิ่นสวินสั่งซื้ออุปกรณ์ฟิตเนสหลากหลายประเภท และยังติดต่อบริษัทวัสดุก่อสร้างและตกแต่งภายในที่ดีที่สุดแถวโครงการสวรรค์พำนักไว้อีกด้วย
เมื่อเธอไปถึงเมืองบีในอีก 3 วันข้างหน้าและซื้อบ้านในโครงการสวรรค์พำนักแล้ว ประตูและหน้าต่างจะต้องถูกปรับปรุงใหม่ทั้งหมด โชคดีที่เธอติดต่อพวกเขาไว้ล่วงหน้า พวกเขามีตารางงานรายวัน และประจวบเหมาะว่าคิวของเธอคือวันมะรืนพอดี
เวลาไม่กระชั้นชิดนัก เสิ่นสวินคาดการณ์ว่าหากเธอรีบร้อนกว่านี้ คงต้องยอมจ่ายเงินก้อนโตเพื่อลัดคิวแน่นอน
เธอเลือกดูประตูนิรภัยอีก 2 บาน และกระจกกันเสียงกันแรงระเบิด หลังจากเพิ่มวีแชทของผู้ขายและสั่งซื้อเรียบร้อย เสิ่นสวินก็ผล็อยหลับไปในที่สุด เธอเหนื่อยล้าจากการเดินทางข้ามคืนและไม่ได้พักผ่อนเลยตลอดค่ำคืนนั้น
คืนนี้เป็นเวลาเข้านอนตามปกติของเธอ เธอไม่รู้ว่าเลื่อนดูข่าวอะไรในโทรศัพท์ค้างไว้ แต่เสิ่นสวินก็หลับสนิทไปเสียแล้ว หน้าจอยังคงสว่างอยู่ และเสียง AI ที่ประกาศข่าวก็ดังต่อเนื่องไปเรื่อยๆ หลังจากผ่านไปประมาณหนึ่งนาทีครึ่ง หน้าจอก็เข้าสู่โหมดพักหน้าจอโดยอัตโนมัติ
โดยไม่มีเสียงนาฬิกาปลุก เสิ่นสวินถูกปลุกด้วยเสียงโทรศัพท์ มือเรียวสวยยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่มขนห่าน คลำหาบนหมอนอยู่สองสามครั้งแต่เผลอไปกด 'ตัดสาย' เข้า
เสียงเรียกเข้าที่น่ารำคาญในห้องหยุดลงทันที ในหัวของเสิ่นสวินทบทวนรายการสิ่งที่ต้องทำในวันนี้อย่างเลือนลาง และตระหนักได้ว่าเธอยังนอนต่อได้อีกสักพัก
ไม่ถึง 2 นาทีต่อมา โทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง เสิ่นสวินตื่นเต็มตาแล้ว เธอยันตัวลุกขึ้นและยกโทรศัพท์มาดู "อาที่สอง"
เสิ่นสวินกดรับสาย เสียงผู้ชายที่ค่อนข้างเข้มงวดดังออกมาจากลำโพง "เสิ่นสวิน ตอนนี้หลานอยู่ที่ไหน? ไม่ได้อยู่ที่โรงเรียนเหรอ?"
เสิ่นสวินเปิดลำโพง ลุกขึ้นแต่งตัว ล้างหน้าแปรงฟัน
เธอลืมไปว่าเสิ่นถงเรียนที่เดียวกับเธอ เสิ่นถงซึ่งเป็นลูกคนที่สองของอาที่สอง มักจะชอบจับตาดูเธอที่โรงเรียนและรายงานสถานการณ์ให้พ่อของเขาฟังเสมอ
เสิ่นสวินทำเป็นไม่สนใจ แต่อาเสิ่นยังคงพร่ำบ่นไม่หยุด ใจความสำคัญคือถามว่าเธอไปคบเพื่อนไม่ดีหรือเปล่า แอบออกเดทไหม และบอกว่าเด็กผู้หญิงควรจะรักษาตัวให้ดี
"หลานยังเด็ก ควรทุ่มเทเวลาให้กับการเรียน พอหลานเก่งขึ้นในอนาคต จะหาผู้ชายแบบไหนไม่ได้เชียวเหรอ? ลองเก็บเรื่องที่อาเคยบอกครั้งก่อนไปคิดดูนะ ตอนนี้บริษัทเสิ่นเทคโนโลยีเกำลังเติบโตอย่างมั่นคง
ถ้าหลานยอมให้อาช่วยบริหารหุ้นส่วนของหลาน การขยายอาณาจักรเสิ่นเทคโนโลยีให้ยิ่งใหญ่ขึ้น ไม่ใช่ความปรารถนาของพ่อแม่หลานหรอกเหรอ?"
เสิ่นสวินนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ช่างเสแสร้งสิ้นดี
เธอเดาว่าเสิ่นถงคงไปพูดจาใส่ร้ายเธอต่อหน้าพวกเขาอีกตามเคย ไม่เป็นไรหรอก ขอให้พวกเขามีชีวิตอยู่รอดจนถึงตอนจบก็พอ เธอจะได้จัดการกับพวกเขาด้วยตัวเอง
"พูดจบหรือยังคะ? ถ้าจบแล้ว ฉันจะวางสาย"
"เสิ่นสวิน นี่มันท่าทางอะไรกัน? อาเป็นอาที่สองของหลานนะ เป็นญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่บนโลกนี้ หลานใช้โทนเสียงแบบไหนพูดกับผู้ใหญ่กัน?" เสิ่นจงโกรธจัดกับประโยคสั้นๆ สองประโยคของเสิ่นสวิน ใบหน้าที่แสร้งทำเป็นใจดีแทบจะแตกร้าว
"คุณคะ เกิดอะไรขึ้นเหรอ?" ผู้หญิงคนหนึ่งพิงกายเข้าหาเสิ่นจงอย่างนุ่มนวล อยากรู้ว่าเสิ่นสวินพูดอะไรถึงทำให้เสิ่นจงโกรธได้ขนาดนี้
เสิ่นสวินกดวางสายไปแล้ว ผู้หญิงคนนั้นได้ยินเพียงสัญญาณไม่ว่าง สีหน้าของเสิ่นจงดูไม่ได้เลย ว่าวที่เขาเคยควบคุมได้อย่างมั่นคงมาโดยตลอด จู่ๆ สายป่านก็ขาดและบินหนีไปเสียอย่างนั้น
เขาน่าจะหักปีกว่าวตัวนั้นทิ้งเสียตั้งแต่ตอนนั้น แบบนั้นต่อให้มันบินได้ มันก็ยังต้องอยู่ภายใต้การควบคุม
เสิ่นสวินวางโทรศัพท์และล้างฟองออกจากใบหน้า ประธานของบลูสตาร์เทคโนโลยีทำงานค่อนข้างช้าไปหน่อย เขาพยายามจะแทรกซึมเข้าสู่เสิ่นเทคโนโลยีทีละนิดอย่างเงียบๆ งั้นเหรอ?
เสียงกริ่งหน้าวิลล่าดังขึ้น อาหารที่สั่งไว้มาส่งแล้ว เสิ่นสวินเก็บออเดอร์อาหารหลายสิบถุงเข้ามิติ คาบซาลาเปาไว้ในปาก แล้วเดินลงไปที่ลานจอดรถใต้ดิน วันนี้เธอเลือกขับรถจีวากอนคันใหญ่ที่มีพื้นที่มากกว่า
หน้าต่างรถเปิดไว้ครึ่งหนึ่ง กลิ่นอายความสดชื่นของต้นไม้และดอกไม้ในโครงการวิลล่าพัดเข้ามาในรถ ทำให้เธอรู้สึกกระปรี้กระเปร่า เสิ่นสวินรู้สึกว่าอารมณ์ที่ขุ่นมัวจากการคุยกับเสิ่นจงเมื่อเช้านี้ดีขึ้นมาบ้างแล้ว