- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นตัวร้าย คู่หมั้นตัวดีบังคับให้ผมไปขอโทษพระเอก
- บทที่ 19 หลินหมิงผู้ถูกรุมประณาม และความต้องการของลั่วลั่ว
บทที่ 19 หลินหมิงผู้ถูกรุมประณาม และความต้องการของลั่วลั่ว
บทที่ 19 หลินหมิงผู้ถูกรุมประณาม และความต้องการของลั่วลั่ว
บทที่ 19 หลินหมิงผู้ถูกรุมประณาม และความต้องการของลั่วลั่ว
ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ห้อง 3 แถวหลังติดหน้าต่าง
หลินหมิงรู้สึกว่าช่วงนี้ชีวิตของเขาช่างบัดซบสิ้นดี
ไม่กี่วันก่อน จิ๊กโก๋กระจอกสามคนที่รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะมาสวามิภักดิ์ จู่ๆ ก็หายเข้ากลีบเมฆไปโดยไม่ทิ้งแม้แต่เบอร์โทรศัพท์ไว้ให้
สมแล้วที่เป็นแค่อันธพาลปลายแถว พึ่งพาอะไรไม่ได้เลยสักอย่าง
แต่สิ่งที่ทำให้เขาหงุดหงิดที่สุดคือท่าทีของเซี่ยซินเหยียนที่มีต่อเขา
เย็นชา หรือถึงขั้นรังเกียจ ไม่ต่างอะไรกับท่าทีของหลิวอวิ๋นซวงเลย
แม้หลินหมิงจะเป็นคนเย่อหยิ่งจองหอง แต่เขาก็ไม่ได้โง่เขลา มาถึงขั้นนี้แล้วเขาย่อมรู้ตัวดีว่าหญิงสาวทั้งสองคนรังเกียจเขาเข้ากระดูกดำ
แต่ถึงจะเกลียดกัน อย่างน้อยก็ควรบอกเหตุผลกันบ้างสิ!
ในเมื่อพวกเธอไม่ยอมพูดอะไร หลินหมิงก็ไม่มีโอกาสได้อธิบายแก้ต่างให้ตัวเองเลย!
หลังจากคิดทบทวนอยู่นาน หลินหมิงจึงตัดสินใจเป็นฝ่ายรุกเข้าหาก่อน
ทันทีที่หมดคาบเรียน หลินหมิงก็เดินเข้าไปหาเซี่ยซินเหยียน
"กรรมการวิชาการครับ ช่วยอธิบายโจทย์ข้อนี้ให้ผมหน่อยได้ไหม?"
ทว่ายังไม่ทันที่เซี่ยซินเหยียนจะได้เอ่ยปาก ลิลลี่ที่นั่งอยู่ข้างๆ ก็เริ่มพูดจาเหน็บแนมขึ้นมาทันที
"จุ๊ๆๆ หลินหมิง นายเอามุกเดิมมาใช้อีกแล้วนะ เซี่ยซินเหยียนเขายุ่งอยู่! เธอกำลังสอนการบ้านฉันอยู่ย่ะ!"
เมื่อเห็นว่าเซี่ยซินเหยียนแสดงท่าทีรังเกียจหลินหมิงอย่างชัดเจน ลิลลี่ก็รู้สึกสะใจเป็นบ้า
แม้เธอจะไม่รู้เหตุผลเบื้องลึกเบื้องหลัง แต่แค่เห็นแบบนี้ก็รู้สึกว่าฟ้ามีตาแล้ว!
"ใช่ ลิลลี่พูดถูก!"
เซี่ยซินเหยียนเองก็ทำเพียงส่งสัญญาณมือไล่เขาออกไป พร้อมด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่างเปล่า
หลินหมิงยังพยายามจะพูดอะไรต่อ แต่เพื่อนร่วมชั้นรอบข้างเริ่มแสดงความไม่พอใจกันแล้ว
เมื่อก่อนตอนที่เซี่ยซินเหยียนยังเออออด้วย พวกเขาก็พูดอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้ในเมื่อเธอปฏิเสธชัดเจนขนาดนี้ หมอนี่ยังจะหน้าด้านอยู่อีกเหรอ?
นำทัพโดยลิลลี่ ทั้งเพื่อนชายและเพื่อนหญิงต่างพากันรุมประณาม
"หลินหมิง นายนี่มันหน้าด้านจริงๆ ตัวเองไม่เรียนแล้วยังจะไปรบกวนคนอื่นอีก"
"นั่นสิ! ก่อนหน้านี้กรรมการวิชาการก็ช่วยนายมาตั้งนานแล้ว นายคิดว่าเป็นหน้าที่ของเธอหรือไง?"
"เกรดห่วยๆ อย่างนาย ให้เพื่อนคนไหนในห้องติวให้ก็ได้ ทำไมต้องเจาะจงแต่เซี่ยซินเหยียนด้วย คิดว่าคนอื่นเขาดูไม่ออกหรือไงว่านายคิดอะไร?!"
"หน้าตาอัปลักษณ์แต่ฝันสูงชะมัด!"
"จะบอกให้นะ เมื่อไม่กี่วันก่อน ฉันเห็นหลินหมิงไปมีเรื่องชกต่อยกับชาวบ้านด้วย ฉันว่าไอ้ที่ทำเป็นรักเรียนเนี่ย ก็แค่สร้างภาพ..."
"ฉันก็ว่างั้น... ข้อสอบสักข้อยังไม่เคยทำ แล้วจะมากระตือรือร้นอะไรเฉพาะตอนอยู่กับกรรมการวิชาการ..."
ทุกคนต่างมีความหมั่นไส้ในความอวดดีของหลินหมิงที่สั่งสมมานาน และในที่สุดวันนี้ก็ได้ระบายออกมาเสียที
ส่วนเซี่ยซินเหยียนยังคงรักษาสีหน้าเรียบเฉย
หากเป็นเมื่อก่อน เมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ เธอคงคิดว่าเพื่อนร่วมชั้นตัดสินคนอื่นเร็วเกินไปและใจร้ายเกินไป เธอคงคิดว่าไม่ควรทำแบบนั้นและควรให้โอกาสคนอื่นได้ปรับปรุงตัว
แต่หลังจากได้ล่วงรู้ "ธาตุแท้" และตระหนักว่าตัวเองถูกหลินหมิงหลอกปั่นหัวราวกับเหยื่อ เซี่ยซินเหยียนก็รู้สึกโกรธจนตัวสั่น
ด้วยพยานหลักฐานทั้งพยานบุคคลและวัตถุพยานที่มัดตัวแน่นหนา เซี่ยซินเหยียนคิดไม่ออกเลยว่าจะแก้ต่างให้หลินหมิงได้อย่างไร
ต่อให้ทุกคนถูกหวังเฮ่าหรานซื้อตัวไปหมด แล้วตัวหลินหมิงเองล่ะ? คงไม่มีใครถูกซื้อตัวให้มาใส่ร้ายตัวเองหรอกจริงไหม?
เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นตัวตลกโง่ๆ
เซี่ยซินเหยียนรู้สึกว่าเพื่อนร่วมชั้นยังด่าน้อยไปและรักษามารยาทกันเกินไปด้วยซ้ำ ถ้าไม่ใช่เพราะต้องรักษาภาพลักษณ์ เธอคงลุกขึ้นมาชี้หน้าด่าเขาด้วยตัวเองไปแล้ว
ตอนนี้ ยิ่งมองหน้าหลินหมิง เธอก็ยิ่งรู้สึกว่ามันดูน่าเกลียดน่าขยะแขยงขึ้นทุกที
หลังจากแยกทางกับหวังเฮ่าหราน เธอไม่ได้เอารูปกลับไปให้พ่อดู แต่เธอกดลบทิ้งไปทันที
เธอรู้สึกว่าคนน่ารังเกียจพรรค์นั้น ไม่คู่ควรจะมีรูปอยู่ในโทรศัพท์ของเธอ
ทางด้านหลินหมิง เขารู้สึกอับอายขายขี้หน้าอย่างที่สุด
เหตุผลที่ก่อนหน้านี้เขาไม่ยี่หระต่อคำดูถูกของเพื่อนร่วมชั้น ก็เพราะเขามีเซี่ยซินเหยียนยืนอยู่ข้างเขา
แต่ตอนนี้ แม้แต่เซี่ยซินเหยียนยังแสดงสีหน้ารังเกียจออกมา เขาไม่อาจทนรับได้อีกต่อไป
"พอได้แล้ว! หุบปากกันให้หมด!"
ใบหน้าของหลินหมิงแดงก่ำ เขาขบกรามแน่นด้วยความโกรธ
"เกรดฉันห่วยงั้นเหรอ?"
"คอยดูเถอะ! ในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย ฉันจะคะแนนนำพวกแกทุกคน!"
"เตรียมตัวรอฉันตบหน้าพวกแกให้หงายได้เลย!"
หลินหมิงจงใจกั๊กคะแนนสอบไว้ในครั้งก่อนๆ เพราะกลัวว่าจะทำตัวโดดเด่นเกินไป
แต่เขาไม่คาดคิดเลยว่า การทำตัวเจียมเนื้อเจียมตัวจะถูกมองว่าไร้ฝีมือ
คอยดูเถอะ ถึงวันสอบเข้ามหาวิทยาลัยเมื่อไหร่ ฉันจะสำแดงระดับที่แท้จริง (ลอกข้อสอบให้ยับและครอบคลุมยิ่งกว่าเดิม) แล้วทิ้งพวกแกทุกคนไว้ข้างหลัง!
เมื่อจินตนาการถึงสีหน้าตื่นตะลึงของเพื่อนร่วมชั้นหลังจากถูกเขาหักหน้า หลินหมิงก็แอบกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ พอดีกับที่เสียงกริ่งเข้าเรียนดังขึ้น หลินหมิงแค่นเสียงเฮอะ ก่อนจะเดินวางมาดกลับไปนั่งที่โต๊ะด้วยท่าทางเย่อหยิ่งจองหอง
...
ยามค่ำคืน
หวังเฮ่าหรานนั่งอยู่ข้างเตียงนอน
หลังจากหนิงเสวี่ยลั่วมาถึง หวังเฮ่าหรานก็ตัดสินใจเปลี่ยนแผนเพื่อกำจัดหลินหมิงให้เร็วขึ้น
แม้ว่ารัศมีตัวเอกของหลินหมิงจะลดลงไปมาก แต่เขาก็ยังขึ้นชื่อว่าเป็นพระเอกวันยังค่ำ
อย่าเห็นว่าตอนนี้เซี่ยซินเหยียนกับหลิวอวิ๋นซวงจะเกลียดขี้หน้าหลินหมิง แต่ตราบใดที่หมอนั่นได้โชว์ฉาก 'วีรบุรุษช่วยสาวงาม' และยอมแลกชีวิตปกป้องพวกเธอสักสองสามครั้ง ต่อให้ใจแข็งดั่งหินผาก็ต้องอ่อนระทวย
เขาจะมัวแต่คอยวางแผนใส่ร้ายป้ายสีตลอดไปไม่ได้หรอก จริงไหม?!
"แต่ว่าระบบ ลั่วลั่วเองก็เป็นนางเอกไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงไม่ตัดรัศมีตัวเอกของพระเอกล่ะ?"
"โฮสต์ระดับสูง นั่นเป็นเพราะเธอยังไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับตัวเอก! การที่หนิงเสวี่ยลั่วสวามิภักดิ์ต่อโฮสต์ระดับสูง จึงไม่ส่งผลกระทบต่อตัวเอกในปัจจุบัน!"
"ตกลง ระบบ สุ่มจับรางวัลแต้มโชคลาภสิบครั้ง!"
"รับทราบ! ฟิ้ว-- ฟิ้ว--"
แสงสว่างวาบขึ้น
"ติ๊ง! การจับรางวัลสำเร็จ! ขอแสดงความยินดี โฮสต์ได้รับรางวัลดังต่อไปนี้: แต้มความสามารถ +2; แต้มความสามารถ +2; แต้มความสามารถ +2; แต้มความสามารถ +4; แต้มความสามารถ +6; พลังจิต +10; แต้มความสามารถ +2; แต้มความสามารถ +2; เสน่ห์ +10; ทักษะ - ป้อมปราการนิรันดร์ Lv1"
หลังจากใช้แต้มทักษะจนหมด หวังเฮ่าหรานก็เปิดหน้าต่างสถานะส่วนตัวขึ้นมาตรวจสอบ
"หวังเฮ่าหราน: โฮสต์ระดับสูง 'ระบบวายร้าย'
แต้มโชคลาภ: 40
แต้มความสามารถ: 0
พละกำลัง: 170 (ขอบเขตหมิงจิน ขั้นกลาง)
กายภาพ: 120
พลังจิต: 210
เสน่ห์: 110
ทักษะ: ตรวจสอบ; ช่วงชิง; โล่พลัง; ระเบิดพลัง Lv1; ประสาทสัมผัสฉับไว; ป้อมปราการนิรันดร์ Lv1 (เพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันของโฮสต์เล็กน้อย)
ไอเทม: ไม่มี"
ขณะที่หวังเฮ่าหรานกำลังใช้ความคิด ร่างหนึ่งก็โผเข้าสวมกอดเขาแน่นจากทางด้านหลัง
เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่แฝงไปด้วยความตึงแน่นเล็กน้อยแนบชิดแผ่นหลัง หวังเฮ่าหรานก็รู้สึกงุนงง
"ลั่วลั่ว?"
หนิงเสวี่ยลั่วไม่ตอบคำ แต่กลับบิดเรือนร่างแนบชิดและเริ่มบดเบียดไปมา
สัมผัสที่แผ่นหลังเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ ร่างกายของหวังเฮ่าหรานเริ่มมีการตอบสนอง เขาเผลอตรวจสอบสถานะของหนิงเสวี่ยลั่วโดยไม่รู้ตัว
"หนิงเสวี่ยลั่ว: นางเอก
พละกำลัง: 358 (จุดสูงสุดของขอบเขตฮั่วจิน, บาดเจ็บสาหัส)
กายภาพ: 285 (กายาเหมันต์ไร้มลทิน)
พลังจิต: 215 (สับสนเล็กน้อย)
ความรัก: 100"
ยังบาดเจ็บสาหัสอยู่ ไม่เห็นต้องรีบร้อนเลย
"นอนเถอะนะ ลั่วลั่ว"
คราวนี้หนิงเสวี่ยลั่วไม่เชื่อฟังอย่างว่าง่ายเหมือนเคย เธอทำปากยื่น สีหน้าดูเศร้าสร้อยเล็กน้อย
"สามีคะ... หนูเตรียมตัวพร้อมแล้วนะ..."
"ไม่ต้องรีบหรอก คุณยังเจ็บอยู่นะ!"
หวังเฮ่าหรานทำท่าจะหันไปกอดหนิงเสวี่ยลั่ว แต่เธอกลับเบี่ยงตัวหลบอย่างนุ่มนวล
"สามีหาข้ออ้างอีกแล้ว! ถึงหนูจะบาดเจ็บอยู่ แต่ร่างกายของหนูก็แข็งแกร่งกว่าคุณตั้งเยอะ!"
"เมื่อก่อนเวลาเราทำเรื่องแบบนั้นกัน พละกำลังของคุณเหนือกว่าหนูไปแล้ว..."
"ตอนนี้เป็นโอกาสหาได้ยาก หนูอยากจะสวีทกับคุณตอนที่คุณยังอ่อนแอกว่าหนูบ้าง..."
หนิงเสวี่ยลั่วพูดด้วยน้ำเสียงเหมือนจะร้องไห้
"หรือว่าสามี... กำลังกลัวหนูอยู่เหรอคะ?"
เมื่อได้ยินประโยคนั้น หัวใจของหวังเฮ่าหรานก็กระตุกวูบ—
หรือว่าเราจะถูกมองออกแล้ว?!