- หน้าแรก
- ทะลุมิติเป็นตัวร้าย คู่หมั้นตัวดีบังคับให้ผมไปขอโทษพระเอก
- บทที่ 18 พันลี้มุ่งหา รักลึกซึ้งดุจหิมะโปรย
บทที่ 18 พันลี้มุ่งหา รักลึกซึ้งดุจหิมะโปรย
บทที่ 18 พันลี้มุ่งหา รักลึกซึ้งดุจหิมะโปรย
บทที่ 18 พันลี้มุ่งหา รักลึกซึ้งดุจหิมะโปรย
ทั้งสองโอบกอดกันอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะผละออกจากกัน
หวังเฮ่าหรานสังเกตเห็นว่าชุดคลุมสีขาวของหนิงเสวี่ยลั่วขาดวิ่นและเปรอะเปื้อน ผมเผ้าสีดำขลับของเธอก็ยุ่งเหยิง จึงบอกให้เธอไปอาบน้ำชำระล่างกายเสียก่อน
ประมาณสิบนาทีต่อมา ประตูห้องน้ำก็เปิดออก
หวังเฮ่าหรานที่นอนรออยู่บนเตียงปรายตามองไป
หนิงเสวี่ยลั่วสวมเพียงเสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่ง วิ่งถลากระโดดขึ้นเตียงมากอดรัดหวังเฮ่าหรานด้วยความตื่นเต้น ใช้เรือนร่างอันงดงามเบียดเสียดแนบชิด แล้วซุกใบหน้าถูไถกับอกแกร่งของเขา
หวังเฮ่าหรานลูบผมของเธอและพบว่ามันแห้งสนิทแล้ว
สมกับที่เป็นยอดยุทธ์ขอบเขตแปลงจิต แม้จะบาดเจ็บสาหัส แต่การใช้ลมปราณทำให้ผมแห้งย่อมเป็นเรื่องง่ายดาย
หวังเฮ่าหรานลูบไล้เส้นผมนุ่มสลวยของหนิงเสวี่ยลั่วอย่างต่อเนื่อง
ในขณะเดียวกัน นิ้วเรียวของหนิงเสวี่ยลั่วก็วาดวนเป็นวงกลมบนหน้าอกของเขา พลางพึมพำกับตัวเองเบาๆ
"เฮ่าหราน... สามี... คนใจร้าย... ท่านอาจารย์..."
"ท่านอาจารย์... คนใจร้าย... สามี... เฮ่าหราน..."
หลังจากพึมพำอยู่ครู่หนึ่ง หนิงเสวี่ยลั่วก็เริ่มสะอึกสะอื้นและเล่าถึงเหตุการณ์ก่อนที่จะมาถึงบ้านของหวังเฮ่าหราน
"เฮ่าหราน คุณรู้ไหม? หลังจากที่ฉันพยายามทะลวงด่านสู่ขอบเขตปรมาจารย์แต่ล้มเหลว ความทรงจำเกี่ยวกับคุณก็หวนกลับคืนมา"
"จากนั้น ฉันก็รีบวิ่งมาหาคุณโดยไม่หยุดพักเลยสักวินาทีเดียว"
"ฉันไม่มีบัตรประชาชน ไม่มีเงินติดตัว ได้แต่อาศัยสองขาคู่นี้วิ่งติดต่อกันสี่วันสี่คืน!"
"ฉันบาดเจ็บ ไม่มีเวลากินข้าว แต่ก็ไม่กล้าหยุดพัก ฉันแค่อยากจะเจอคุณใจจะขาด"
"ถ้าคุณไม่ต้องการฉันแล้ว ฉันก็ไม่รู้จะมีชีวิตอยู่ไปทำไม!"
ไม่หรอก เธอรู้ดีอยู่แล้ว ถ้าฉันไม่เอา เธอคงแทงฉันไส้ไหลแน่!
หวังเฮ่าหรานแอบบ่นในใจ
อย่างไรก็ตาม เมื่อคำนึงถึงระยะทางจากที่ซ่อนตัวของหนิงเสวี่ยลั่วมายังเมือง S ต่อให้เป็นยอดยุทธ์ขอบเขตแปลงจิต การจะเดินทางมาถึงภายในสี่วันก็ต้องทุ่มเทพลังจนสุดตัว
หวังเฮ่าหรานจึงอดรู้สึกปวดใจไม่ได้ เขาโอบกอดเธอแน่นขึ้นพร้อมเอ่ยปลอบโยนอย่างอ่อนโยน
ไม่นานนัก หนิงเสวี่ยลั่วที่ผ่อนคลายลงก็ผล็อยหลับไป
หวังเฮ่าหรานจัดท่าทางให้หนิงเสวี่ยลั่วนอนสบายๆ และเตรียมจะนอนบ้าง
ทว่าจู่ๆ เขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้จนตัวสั่นสะท้าน
"ถ้าเกิดนางเอกคนอื่นๆ ฟื้นความทรงจำขึ้นมาบ้างล่ะ จะทำยังไงดี?!"
ลองคิดดูดีๆ เขาเจอมาแล้วสามคน
หนิงเสวี่ยลั่วฟื้นความทรงจำเมื่อสี่วันก่อน
แต่หลิวอวิ๋นซวงกับเซี่ยซินเหยียนยังดูปกติดี ไม่มีความเปลี่ยนแปลงใดๆ
จริงๆ แล้วสองคนนั้นยังพอรับมือได้ ต่อให้ฟื้นความทรงจำขึ้นมา หวังเฮ่าหรานก็มั่นใจว่าเอาอยู่ แต่ถ้านางเอกคนอื่นที่เหลือฟื้นความทรงจำแล้วจ้องจะฆ่าเขาล่ะ...
หวังเฮ่าหรานกระชับอ้อมกอดหนิงเสวี่ยลั่วแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ไม่ต้องกลัว! มีลั่วลั่วอยู่ตรงนี้ ต่อให้เป็นอาจารย์ของเจ้าหลินหมิงที่เป็นตาแก่หนังเหนียวนั่นก็ต้องตาย!
เช้าวันต่อมา
หลังจากแม่บ้านเตรียมอาหารเช้าเสร็จเรียบร้อย พ่อบ้านสวีฝูก็รู้สึกแปลกใจที่หวังเฮ่าหรานผู้ตรงต่อเวลายังไม่ลงมาข้างล่าง
ในขณะที่กำลังสงสัย เขาก็เห็นหวังเฮ่าหรานเดินลงบันไดมา
"ท่านประมุข...?!"
สวีฝูเสียอาการอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เมื่อเห็นหญิงสาวนางหนึ่งกำลังควงแขนท่านประมุขเดินลงมา
ทำไมกัน? เธอมาตั้งแต่เมื่อไหร่?
สมองของสวีฝูเริ่มประมวลผลอย่างรวดเร็ว
เมื่อวานท่านประมุขกลับมาคนเดียวและไม่ได้ออกไปไหนอีก
แสดงว่าต้องแอบพาเธอเข้ามากลางดึกตอนที่เขาหลับไปแล้วแน่ๆ
สวีฝูเหลือบไปเห็นเสื้อผ้าที่หนิงเสวี่ยลั่วสวมใส่ ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นอีก
นั่นมันเสื้อของท่านประมุขไม่ใช่หรือ? นี่มัน... หรือว่า...
กลางดึกเงียบสงัด ไฟปรารถนาลุกโชน เร่าร้อนจนกระชากเสื้อผ้า...
มิน่าล่ะ ท่านประมุขถึงทำตัวลับๆ ล่อๆ หลบหน้าเขา...
เมื่อเห็นสวีฝู หวังเฮ่าหรานเพียงเอ่ยทักทายเรียบๆ ส่วนหนิงเสวี่ยลั่วก็เอ่ยทักเสียงหวาน "สวัสดีค่ะ ลุงฝู!"
สวีฝูตื่นเต้นจนเนื้อเต้น นี่ถึงขั้นแนะนำตัวกับคนในบ้านแล้วหรือ?!
สวีฝูปาดน้ำตาพลางถอนหายใจ รำพึงรำพันกับอากาศธาตุ
"นายท่านครับ เมื่อคืนนายน้อยพาผู้หญิงเข้าบ้านเป็นครั้งแรกแล้ว!"
"ในที่สุดนายน้อยก็โตเป็นผู้ใหญ่สักที นายท่านนอนตายตาหลับได้แล้วครับ!"
หวังเฮ่าหรานที่นั่งลงแล้วเห็นสายตาคาดหวังของหนิงเสวี่ยลั่วก็สังหรณ์ใจไม่ดี จึงรีบสั่งสวีฝู
"ลุงฝู วันนี้ผมมีธุระ ช่วยยกเลิกนัดหมายทั้งหมดให้ที!"
"รับทราบครับท่านประมุข" สวีฝูตอบรับพร้อมโค้งคำนับแล้วถอยออกไป
เป็นไปตามคาด หนิงเสวี่ยลั่วกินไปได้ไม่กี่คำก็เริ่มใช้ลูกอ้อนกึ่งบังคับให้เขาเล่นเกม "เป่าแล้วป้อน" ด้วยกัน
ถ้าอยากจะตัวติดกันขนาดนี้ ก็ต้องตามใจเธอสินะ!
โชคดีที่สวีฝูไม่อยู่แล้ว ไม่อย่างนั้นเขาคงทำตัวไม่ถูกและปล่อยไก่แน่ๆ
ส่วนสวีฝูที่เดินออกมาก็กำลังพึมพำกับตัวเอง
"นายน้อยพัฒนาความสัมพันธ์ไปถึงขั้นนี้แล้ว... ฉันต้องกลับไปทบทวนตำราว่าจะทำยังไงต่อไป..."
เมื่อหวังเฮ่าหรานขึ้นเป็นผู้นำตระกูลหวัง สวีฝูเปลี่ยนคำเรียกขานเป็น "ท่านประมุข" เพื่อให้เกียรติ แต่ในใจลึกๆ เขายังคงอยากเรียกว่า "นายน้อย" มากกว่า
เพื่อช่วยเหลือนายน้อย สวีฝูค้นหาข้อมูลมากมายในอินเทอร์เน็ตเกี่ยวกับวิธีเป็นพ่อบ้านที่ดี
จนกระทั่งไปสะดุดตากับบทความเรื่อง "สามีแต่งสายฟ้าแลบของฉันคือมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งแห่งเมือง S"
พอกดเข้าไปดูถึงรู้ว่าเป็นนิยายที่คนแต่งขึ้น
แต่พออ่านจบ สวีฝูก็รู้สึกตื่นเต้นสุดขีด
พระเอกในเรื่องทั้งหนุ่ม หล่อ เย็นชา เผด็จการ มีกลยุทธ์แพรวพราว แถมยังรวยล้นฟ้า... นี่มันนายน้อยของเขาชัดๆ!
ส่วนพ่อบ้านของพระเอกก็ขยันขันแข็ง ละเอียดรอบคอบ คอยช่วยเหลือเจ้านายทั้งเรื่องงาน เรื่องส่วนตัว ไปจนถึงเรื่องความรัก ทำให้เส้นทางการจีบสาวของพระเอกราบรื่น... นี่แหละต้นแบบพ่อบ้านที่เขาอยากเป็น!
สวีฝูจึงไม่รอช้า รีบกดลิงก์อ่านจนจบ แล้วดาวน์โหลดเก็บไว้ทันที
เขาได้ความรู้และประโยชน์มากมายจากนิยายเรื่องนี้
น่าเสียดายที่วิชาจีบสาวที่เรียนรู้จากนิยายยังไม่มีโอกาสได้ใช้
ก่อนหน้านี้กับหลิวอวิ๋นซวง นายน้อยก็บอกว่าจะจัดการเอง ห้ามใครยุ่ง มาคราวนี้ นายน้อยก็ดันจัดการรวบหัวรวบหางเรียบร้อยไปแล้วซะงั้น
สวีฝูตั้งใจว่าถ้ามีเวลาจะกลับไปทบทวนดูว่าพ่อบ้านควรวางตัวอย่างไร และมีข้อควรระวังอะไรบ้างเมื่อเจ้านายมีความรัก
ครึ่งชั่วโมงต่อมา
สวีฝูจัดการงานตามคำสั่งเสร็จแล้ว ตอนนี้เขากำลังว่างจึงนั่งจิบชาดูหน้าจอมือถือ
จู่ๆ สวีฝูก็นึกขึ้นได้
ตอนนี้นายน้อยกำลังพาคุณผู้หญิงไปช้อปปิ้ง มีความเป็นไปได้สูงที่จะเจอพนักงานขายตาต่ำที่จ้องจะดูถูกและหาเรื่องคุณผู้หญิง
จังหวะนี้แหละที่นายน้อยจะได้แสดงบทบาท "สามีสายเปย์ผู้ปกป้องภรรยา" โทรเรียกเขาไปเทคโอเวอร์ร้านนั้น ให้คุณผู้หญิงเลือกของที่ชอบจนพอใจ แล้วไล่พนักงานคนนั้นออก
ดังนั้นสวีฝูจึงเตรียมพร้อมเต็มที่ รอแค่เสียงโทรศัพท์จากนายน้อยเพื่อจะไปช่วยเสริมบารมีให้ยิ่งใหญ่
แต่น่าเสียดาย จนกระทั่งหวังเฮ่าหรานและหนิงเสวี่ยลั่วขนของกลับมาเต็มคันรถ สวีฝูก็ไม่ได้รับสายจากนายน้อยเลยแม้แต่สายเดียว