เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 40 - พบเย่เจินเจินอีกครั้ง

บทที่ 40 - พบเย่เจินเจินอีกครั้ง

บทที่ 40 - พบเย่เจินเจินอีกครั้ง


บทที่ 40 - พบเย่เจินเจินอีกครั้ง

★★★★★

ชิบหายแล้ว

ทันทีที่เจียงซูเอ่ยปากประโยคแรก

ในหัวของเจียงหงเฟยก็มีแต่คำนี้ผุดขึ้นมา

รู้งี้เขาไม่น่าให้เจียงซูอยู่รอเลย!

ทั้งที่รู้ว่าน้องมันมาตามกลับบ้าน แต่ตัวเองดันไปใช้น้องมันทำงาน

โง่จริงๆ ตัวเรา!

ตอนนี้คำพูดก็หลุดออกจากปากไปแล้ว

เขาควรจะกลับ หรือควรจะอยู่ต่อดี

ถ้ากลับ ก็เป็นการไม่ให้เกียรติผู้อำนวยการเจิ้ง

ถ้าอยู่ต่อ จะทำให้ผู้อำนวยการเจิ้งมองว่าเขาเป็นคนอกตัญญูไม่รักครอบครัวหรือเปล่า!

เจียงหงเฟยรู้สึกหนังหัวชาไปหมด ขาแข็งก้าวไม่ออก รอยยิ้มดีใจเมื่อครู่หายวับไป เหลือแต่ใบหน้าที่แดงก่ำด้วยความอับอาย

เขาทำตัวไม่ถูกโดยสิ้นเชิง

แต่ทว่า ในวินาทีต่อมา

บุคคลระดับเพดานบินในสายตาเขา... ผู้อำนวยการเจิ้ง กลับเอ่ยชื่อลูกพี่ลูกน้องของเขาออกมา

และน้องชายของเขา ก็ดันตอบกลับไปว่า "ลุงเจิ้ง"

โลกใบนี้... มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?

ลูกพี่ลูกน้องเจียงซู ไม่ใช่นักเรียนมัธยมธรรมดาเหรอ?

อารองของเขา ก็แค่คนขับแกร็บวัยเกษียณไม่ใช่หรือไง?

อาสะใภ้ ก็แค่เปิดร้านขายเสื้อผ้าเล็กๆ

ครอบครัวพื้นๆ แบบนั้น

เจียงซู... ไปรู้จักกับผู้อำนวยการเจิ้งได้ยังไง?!!!

บนโต๊ะอาหาร หัวหน้ากัวที่เพิ่งลุกขึ้นเตรียมจะสั่งสอนเด็กไม่รู้ความ ก็หน้าถอดสีทันที คนที่สามารถเรียกผู้อำนวยการเจิ้งว่า "ลุงเจิ้ง" ได้ หรือว่าเด็กคนนี้จะมีเบื้องหลังอะไรที่ไม่ธรรมดา?

ความคิดนับร้อยแล่นผ่านสมอง เขารีบหันไปหาเจียงซูด้วยสีหน้าประจบประแจง "ท่านผู้อำนวยการเจิ้ง ท่านรู้จักนักเรียนคนนี้ด้วยเหรอครับ มาๆๆ น้องนักเรียนเชิญนั่งทางนี้เลย มาคุยเล่นกินข้าวกันตามสบายเลยนะ"

พูดไป หัวหน้ากัวก็เดินออกจากที่นั่ง เข้ามาต้อนรับเจียงซูอย่างกระตือรือร้น

เปลี่ยนสีหน้าได้ไวยิ่งกว่ากิ้งก่า ปรับตัวได้ทุกสถานการณ์ คนที่นั่งตำแหน่งนี้ได้ ย่อมไม่ใช่พวกไก่อ่อนสอนขันอย่างเจียงหงเฟยแน่นอน

"อื้ม ถ้าเจียงซูไม่รีบ ก็มานั่งเล่นก่อนสิ พอดีลุงมีเรื่องอยากจะขอให้ช่วยนิดหน่อยอยู่พอดี"

พอได้ยินเจิ้งเหยียนป๋อเอ่ยปาก เจียงซูถึงได้ก้าวเท้าเดินกลับเข้ามาในห้อง

ในโลกแห่งความเป็นจริง คนที่เคยช่วยเหลือเขาจริงๆ มีไม่มากนัก

เจิ้งเหยียนป๋อคือนับเป็นหนึ่งในนั้น

คำพูดไม่กี่ประโยคที่ห้องอาจารย์ใหญ่ในวันนั้น คือคำชี้แนะที่ล้ำค่าอย่างแท้จริง

แม้เขาจะพอเดาอะไรได้บ้าง แต่สิ่งที่เดาได้ก็แค่ภาพรวมกว้างๆ ไม่มีรายละเอียดเจาะลึก

แต่คำพูดจากปากคนวงในแค่ประโยคเดียว

หลังจากที่ได้รู้เรื่อง "สมุนไพรวิเศษฟ้าดิน" และ "เนื้อสัตว์อสูรกลายพันธุ์" เป้าหมายของเขาก็ชัดเจนขึ้นมาทันที

ในดาวเสวียนซิง เขาจะใช้ระดับวรยุทธ์ที่เหนือกว่าคนทั่วไป กอบโกยทรัพยากรยุทธ์มาให้ได้มากที่สุด

จากนั้นก็นำทรัพยากรเหล่านั้น ไปเพิ่มความแข็งแกร่งให้ตัวเองอย่างรวดเร็วในอีกโลกหนึ่งที่ทรัพยากรถูกผูกขาด!

สร้างวงจรบวกที่เกื้อหนุนกัน!

"ลุงเจิ้งมีอะไรให้ช่วยก็บอกมาได้เลยครับ"

เจียงซูเดินไปหยุดข้างๆ เจิ้งเหยียนป๋อ โดยเว้นระยะห่างจากเย่เจินเจินเล็กน้อย แล้วเอ่ยถาม

"ขอแนะนำหน่อย นี่คือดาราขวัญใจวัยรุ่น คุณเย่ เย่เจินเจิน เธอคงเคยได้ยินชื่อนะ ช่วงนี้เธอกำลังจะถ่ายทำคลิปโปรโมทวิถียุทธ์ที่เมืองจีเฉิงของเรา พวกเธออายุรุ่นราวคราวเดียวกัน พอดีเลย เธอช่วยแนะนำเคล็ดลับท่านั่งม้าให้คุณเย่หน่อยสิ"

"ถึงจะเป็นแค่คลิปโปรโมท แต่ถ้าทำออกมาให้สมจริงหน่อยก็เป็นเรื่องดี อีกอย่าง ในเมื่อเป็นคลิปโปรโมท ก็ต้องมีทั้งชายและหญิง ตอนแรกฉันยังปวดหัวอยู่เลยว่าจะหาดาราชายคนไหนมาคู่ดี แต่ตอนนี้พอดูบุคลิกของเธอแล้ว ฉันว่าเธอดูดีกว่าดาราชายพวกนั้นเสียอีก"

เจิ้งเหยียนป๋อวางถ้วยชาลง แล้วพูดต่อ "แน่นอน เรื่องนี้แล้วแต่เธอนะ เพราะช่วงนี้เธอต้องเตรียมสอบเข้ามหาลัย เวลาคงรัดตัว แต่ถ้าพอมีเวลาก็อยากให้มาลองถ่ายดู เรื่องนี้มีแต่ได้กับได้ นอกจากจะได้ค่าตัวงามๆ แล้ว ยังได้สะสมชื่อเสียงด้วย"

"ยุคนี้ ชื่อเสียงก็คือเงินทอง การฝึกยุทธ์ถ้าไม่มีเงินก็ไปไม่รอดนะ"

เจิ้งเหยียนป๋อแสดงท่าทีสนับสนุนเจียงซูอย่างออกนอกหน้า ถือเป็นการส่งน้ำใจให้อีกครั้ง หากอนาคตของเจียงซูพุ่งทะยานไปตามกระแสของอาณาจักรเซี่ยได้จริง

การกระทำของเขาในวันนั้นและวันนี้ จะส่งผลตอบแทนมหาศาล

แน่นอนว่านอกจากการลงทุนหวังผลแล้ว ส่วนตัวเขาก็ชอบนิสัยของเจียงซูมาก

ตรงไปตรงมา ดีมาดีตอบ ร้ายมาร้ายตอบ

คนแบบนี้แหละ น่าคบค้าสมาคมด้วยที่สุด

"ช่วงนี้ผมน่าจะพอมีเวลาอยู่ครับ"

เจียงซูตอบตกลงทันทีโดยไม่ต้องคิดมาก

ในอำเภอผิงหลิง เขาได้เป็นศิษย์สายตรงของสำนักพยัคฆ์หิวแล้ว แค่ต้องทุ่มเทฝึกฝน "ฝึก-เลี้ยง-ตี" สามวิชาหลักให้บรรลุขั้นสมบูรณ์ ก็จะเริ่มฝึก "เคล็ดพลังพยัคฆ์หิวคำรามขุนเขา" เพื่อก้าวสู่ขั้นฝึกผิวได้

ส่วนในโลกปัจจุบัน เขาบรรลุขั้นพลังเลือดลมหมุนเวียนรอบกายแล้ว แค่ใช้เวลาฝึกท่านั่งม้าให้ถึงขั้นสมบูรณ์ ก็การันตีการเข้าสถาบันยุทธ์ได้ร้อยเปอร์เซ็นต์

แบ่งเวลามาถ่ายคลิปโปรโมทไม่กี่วัน ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร

"ดี! ดีมาก! งั้นเธอก็คุยรายละเอียดกับคุณเย่ดูนะ" เจิ้งเหยียนป๋อยิ้มตาหยี เจียงซูที่อยู่ในขั้นโคจรพลังเลือดลม ก็ถือว่าการันตีมหาวิทยาลัยชั้นนำ และมีลุ้นเข้าสถาบันยุทธ์ ยิ่งได้มาเล่นคลิปโปรโมท ต่อให้ฝีมือไม่พัฒนาขึ้นเลย หลังสอบเสร็จ สถานะนักศึกษามหาวิทยาลัยชั้นนำก็จะยิ่งช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของคลิปนี้เข้าไปอีก

แต่ถ้าเจียงซูก้าวหน้าไปอีกขั้น คลิปโปรโมทชุดนี้ จะต้องยกระดับขึ้นไปอีก

และจะสร้างกระแสระลอกใหม่ในเมืองจีเฉิงได้อย่างแน่นอน!

ยิงปืนนัดเดียวได้นกหลายตัว

"ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ นักเรียนเจียงซู หวังว่าจะได้ร่วมงานกันนะคะ"

เย่เจินเจินเอียงคอยิ้มหวาน ยื่นมือออกมาทักทาย จากบทสนทนาสั้นๆ เธอพอจะจับใจความได้ว่า นักเรียนเจียงซูคนนี้ต้องเป็นเด็กสายวิถียุทธ์ที่มีพรสวรรค์สูงมาก และอาจจะเป็นญาติห่างๆ ของผู้อำนวยการเจิ้งด้วยหรือเปล่า อันนี้ยังไม่แน่ใจ

แต่ถ้าเป็นญาติกันจริง ทำไมผู้อำนวยการเจิ้งถึงเรียกว่า "นักเรียนเจียงซู" ล่ะ?

เป็นไปได้สูงว่าผู้อำนวยการเจิ้งแค่มองเห็นแววและเอ็นดูเด็กคนนี้

ถ้าเป็นอย่างนั้น เธอคงต้องให้ความสำคัญกับเด็กหนุ่มคนนี้เพิ่มขึ้นอีกหน่อยแล้ว

"ครับ ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ"

เจียงซูจับมือทักทายแล้วปล่อย แววตาของเขาสงบนิ่งลึกซึ้งราวกับบ่อน้ำลึก

ราวกับว่าคนที่เขาเพิ่งจับมือด้วย ไม่ใช่ซุปตาร์สาวพราวเสน่ห์อย่างเย่เจินเจิน แต่เป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น

...

ณ ห้องอาหารของตระกูลเจียง

บนโต๊ะอาหาร กับข้าวเย็นชืดหมดแล้ว

เจียงหย่งอี้ขมวดคิ้วหลายครั้ง

ไหนบอกว่าห้องหัวหน้าอะไรนั่นอยู่แค่ชั้นสอง? ทำไมลูกชายเขาไปนานขนาดนี้ หาห้องพี่ชายไม่เจอหรือไง?

เขาอยากจะโทรตามเจียงซูใจจะขาด แต่ตอนนี้พี่ใหญ่กับพ่อแม่กำลังผลัดกันอวยเจียงหงเฟยว่าทำงานดีอย่างนั้นอย่างนี้ ได้เจ้านายเอ็นดู ป่านนี้คงโดนเจ้านายรั้งตัวไว้นั่งกินเหล้าด้วยแล้วมั้ง

ขืนโทรไปสุ่มสี่สุ่มห้า ถ้าลูกชายเขาดันอยู่ในวงเหล้านั้นด้วยแล้วเสียงมือถือดังขึ้น มันจะเสียมารยาทขนาดไหน

"เหยียนเหยียน เสี่ยวซูจะสอบเข้าสถาบันยุทธ์ที่ไหนเหรอ"

ลูกพี่ลูกน้อง 'เจียงอิ๋งเล่ย' ที่เพิ่งเลิกงานและมาถึงช้าที่สุด นั่งลงข้างๆ เจียงเหยียนเยว่ แล้วถามเรื่องชาวบ้านทันที

"หนูจะไปรู้ได้ไงคะ อาจจะเซิ่งจิง หรือไม่ก็ตงไห่ แต่เทียนสู่คงไม่ไปหรอก พี่เขาไม่กินเผ็ด" เจียงเหยียนเยว่เคี้ยวผลไม้แก้มตุ่ย ตอบแบบขอไปที

ตอนเด็กๆ เธอยังชอบงานรวมญาติแบบนี้อยู่บ้าง

เพราะจะได้กินของอร่อยๆ ที่ที่บ้านไม่ค่อยได้กิน

แต่พอโตขึ้น เริ่มรู้ความมากขึ้น เจียงเหยียนเยว่ก็เริ่มมองเห็นคลื่นใต้น้ำที่ซ่อนอยู่ภายใต้บทสนทนาอันแสนกลมเกลียวบนโต๊ะอาหาร

ปู่กับย่า ลำเอียงสุดๆ

เจียงหงเฟยสอบราชการติดก็จริง แต่พี่เจียงซูจะเข้าสถาบันยุทธ์ได้ มันด้อยกว่าตรงไหน?

เห็นๆ อยู่ว่าวันนี้พี่เจียงซูคือพระเอกของงาน

แต่ลุงใหญ่พูดไม่กี่คำ ก็วกกลับไปอวยเจียงหงเฟยอีกแล้ว

ยังจะให้ไปตามเจียงหงเฟยมาอีก?

เหอะ เขาจะไปเกาะขาเจ้านาย ก็ปล่อยไปสิ

จะไปตามมาทำไม?

บนโต๊ะนี้ ขาดเขาไปสักคนก็ไม่เห็นจะเป็นไร

"อิจฉาพี่ใหญ่จัง เรียนจบก็ได้งานมั่นคงเลย ไม่เหมือนฉัน เตรียมตัวมาตั้งปี สอบอะไรก็ไม่ผ่าน จบมหาลัยชั้นนำมาจะมีประโยชน์อะไร สุดท้ายก็ต้องไปทำบริษัทต่างชาติ เงินเดือนสองสามหมื่นก็จริง แต่ยังไงก็สู้ความมั่นคงของงานราชการแบบพี่ใหญ่ไม่ได้หรอก"

เจียงอิ๋งเล่ยรินไวน์แดง จิบเบาๆ ปากบอกว่าถอนหายใจ แต่แววตาและน้ำเสียงเต็มไปด้วยการอวดโอ้

เจียงเหยียนเยว่ขี้เกียจจะฟังแล้ว

"พ่อคะ ให้หนูไปตามพี่ไหม"

เธอกระซิบถามพ่อ เตรียมจะลุกขึ้น

แต่ทันใดนั้น ประตูห้องก็ถูกผลักเปิดออก

เจียงซูก้าวเข้ามา

ด้านหลังเขา ตามมาด้วยลูกพี่ลูกน้องที่ลุงใหญ่เจียงหย่งเหรินโม้เหม็นมาเกือบชั่วโมง... เจียงหงเฟย

แสงไฟสาดส่องกระทบใบหน้า

เขามีสีหน้าเหม่อลอย คอตก ไร้ซึ่งสง่าราศีที่เคยมีโดยสิ้นเชิง

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 40 - พบเย่เจินเจินอีกครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว