- หน้าแรก
- ผมมีหน้าต่างสถานะ ไว้ปั่นค่าความชำนาญในโลกยุทธ์
- บทที่ 35 - พันธนาการแห่งยีนสามร้อยล้านปี
บทที่ 35 - พันธนาการแห่งยีนสามร้อยล้านปี
บทที่ 35 - พันธนาการแห่งยีนสามร้อยล้านปี
บทที่ 35 - พันธนาการแห่งยีนสามร้อยล้านปี
★★★★★
เก็บมือถือลงกระเป๋ากางเกง
เมืองจีเฉิง
เดือนพฤษภาคม
อากาศเริ่มร้อนระอุ บนท้องถนนเต็มไปด้วยทิวทัศน์อันงดงามของเหล่าหญิงสาวที่แต่งกายรับลมร้อน เส้นโค้งเว้าที่เย้ายวนตาปรากฏให้เจียงซูเห็นเป็นระยะ
พ่อของเขา เจียงหย่งอี้ รับงานใหญ่ต้องขับรถไปส่งลูกค้าที่เมืองข้างเคียง คงอีกสักพักใหญ่กว่าจะกลับ
ส่วนน้องสาวตัวแสบ เจียงเหยียนเยว่ ก็หนีไปเดินห้างกับเพื่อนสาวคนสนิท
เจียงซูเดินทอดน่องไปตามถนนในตัวเมือง มุ่งหน้าตรงไปยังร้านขายเสื้อผ้าของแม่
"เจ๊สวี ค่าเช่าที่ทางนี้ก็ขึ้นเหมือนกันเหรอ"
"ขึ้นสิ ตอนนี้อะไรๆ ก็ขึ้นหมด มีแต่รายได้นี่แหละที่ไม่ขึ้น คนซื้อเสื้อผ้าก็น้อยลงทุกที ช่างมันเถอะ สมัยนี้ฉันได้เฝ้าร้าน ไม่ต้องตากแดดตากฝนก็ถือว่าดีถมไปแล้ว กำไรไม่เยอะแต่ก็พอใช้จ่ายในบ้าน"
"เฮ้อ เหมือนกันเลย พอมีซื้อของออนไลน์ คนก็แทบไม่มาเดินซื้อเสื้อผ้าแถวร้านฉันแล้ว เออจริงสิ ได้ยินว่าลูกชายเธอปีนี้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วนี่นา วางแผนหรือยังว่าจะเข้าที่ไหน"
"โอ๊ย เรื่องนั้นฉันกับพ่อเขาไม่ซีเรียหรอก ลูกมีความสุขอยากไปไหนก็ไป เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนรุ่นเรานะ เขามีความคิดของเขาเอง ขอแค่เขามีความสุขก็พอแล้ว"
"พูดแบบนั้นก็ไม่ถูกนะ จบมหาวิทยาลัยดีๆ มา อนาคตเธอก็จะสบายไปด้วยไง ลูกชายฉันนะสอบจำลองรอบนี้คะแนนดีมาก บอกว่ามีลุ้นเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้เลย แต่ฉันว่ามันขี้โม้ ปกติก็อยู่แค่ท็อปเทนของห้อง จะไปติดมหาลัยชั้นนำได้ไง อย่างเก่งก็คงแค่มหาลัยระดับหนึ่งแหละ"
"มหาลัยระดับหนึ่งยังไม่พออีกเหรอ ฉันนี่แทบจะกราบไหว้ฟ้าดินขอให้ลูกสาวสอบติดระดับหนึ่งเลยนะ ก่อนหน้านี้ฉันบอกลูกว่าเรียนสบายๆ เข้ามหาวิทยาลัยจีเฉิงก็พอ ใกล้บ้านด้วย จะกลับมานอนบ้านเมื่อไหร่ก็ได้ แต่แม่คุณไม่ยอม สอบเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่งได้โควตาพิเศษเฉยเลย นี่ถ้าเกิดสอบติดมหาวิทยาลัยชั้นนำขึ้นมา คงต้องไปเรียนต่างเมืองอีก เฮ้อ..."
ได้ยินการขิงกลับแบบผู้ดีของแม่ เจียงซูที่ยังเดินไม่ถึงร้านแทบจะหลุดขำพรืดออกมา
ต้องยอมรับว่าการมีอยู่ของน้องสาว เจียงเหยียนเยว่ เป็นทุนรอนให้พ่อกับแม่เอาไว้คุยข่มคนอื่นได้ดีจริงๆ
ตั้งแต่เล็กจนโต ใครก็ตามที่คิดจะมาอวดเรื่องผลการเรียนต่อหน้าพ่อแม่เขา พอแม่งัดเรื่องน้องสาวมาพูดปุ๊บ อีกฝ่ายเป็นอันต้องเงียบกริบแทบทุกราย
โควตาพิเศษเข้าโรงเรียนมัธยมอันดับหนึ่ง
ด้วยความสามารถระดับนี้ ขอแค่ตอนมัธยมปลายไม่ทำตัวเหลวไหล มหาวิทยาลัยชั้นนำก็เหมือนของตายในกำมือ
มีแต่เขาเองนี่แหละ ที่ไม่เคยสร้างความภาคภูมิใจอะไรให้พ่อแม่เลย
แต่นั่นมันคืออดีต ต่อจากนี้ไปมันจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว
และก็เป็นไปตามคาด พอแม่พูดจบ อีกฝ่ายก็ได้แต่หัวเราะแห้งๆ
"แม่ครับ"
เจียงซูก้าวเข้าไปในร้าน ส่งเสียงเรียกสวีลี่จือ
"เจ๊กัว ไม่คุยแล้วนะ ลูกชายฉันมาหา"
สวีลี่จือเห็นเจียงซู ใบหน้าก็เปื้อนยิ้มทันที นางหันไปบอกลาหญิงวัยกลางคนข้างๆ แล้วรีบเดินมาหาลูกชาย
"เมื่อกี้ใครเหรอครับ" เจียงซูกวาดตามองราวเสื้อผ้าที่แขวนจนแน่นเอี๊ยด แล้วถามขึ้นหลังจากหญิงคนนั้นเดินจากไป
"อ๋อ คนเช่าร้านข้างๆ น่ะ เพิ่งมาเปิดร้านขายเสื้อผ้าเด็ก ธุรกิจไม่ค่อยดีกันทั้งคู่ ก็เลยมานั่งจับกลุ่มคุยแก้เซ็ง ว่าแต่เสี่ยวซู วันนี้ลูกไม่ไปฝึกยุทธ์เหรอ"
"ฝึกจนเหนื่อยแล้วครับ เลยแวะมาหาแม่ เห็นว่าเงียบๆ ลูกชายคนนี้เลยจะพาแม่ไปเดินเล่นสักหน่อย เหนื่อยมานานแล้ว พักผ่อนบ้างเถอะครับ"
สวีลี่จือชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้า "ได้สิ"
ธุรกิจนั้นสำคัญ
งานการก็ทำไม่จบไม่สิ้น
แต่ในฐานะคนเป็นพ่อแม่ เวลาที่ได้อยู่กับลูกนั้นไม่เคยพอ โดยเฉพาะหลังจากที่เธอเปิดร้าน ตอนแรก็กอบโกยเงินได้บ้าง แต่ตอนนั้นลูกๆ ยังเล็ก เธอเลยดูแลได้ไม่ทั่วถึง ความรู้สึกผิดนี้จึงฝังใจเธอมาตลอดจนถึงทุกวันนี้
พอลูกชายเอ่ยปากชวน เธอจะปฏิเสธได้ยังไง
สวีลี่จือเก็บของในร้าน เอาเงินสดใส่กระเป๋า ปิดประตูร้าน แล้วเดินตามเจียงซูมุ่งหน้าสู่ห้างสรรพสินค้าหยิงไท่
ชั้นหนึ่งของห้างส่วนใหญ่เป็นร้านทอง เครื่องประดับ สินค้าแบรนด์เนม และเครื่องสำอางราคาแพง
เจียงซูทำทีเป็นพาแม่เดินดูของ โดยอ้างว่าแม่ไม่ค่อยได้มาเดิน
"เสี่ยวซู แม่ได้ยินเจ้าตัวเล็กบอกว่าช่วงนี้มีหนังเกี่ยวกับวิถียุทธ์เข้าโรง เราขึ้นไปดูหนังกันไหม ถือว่าแม่มาอัปเดตเทรนด์วัยรุ่นหน่อย"
"ได้หมดครับ ผมไม่ค่อยได้ตามเรื่องหนังเท่าไหร่ เดี๋ยวลองถามยัยตัวเล็กดูว่าเรื่องอะไร"
เจียงซูแอบจำโซนสินค้าที่แม่หยุดมองบ่อยๆ ไว้ในใจ แล้วหยิบมือถือส่งข้อความหาน้องสาว
เจ้าก้อนแป้งหน้ากลม: "ช็อก! (อีโมจิหมา) ดูหนัง!!! พี่เจียงไอ้คนโสดตลอดกาลอย่างพี่จะไปดูหนังเนี่ยนะ รีบบอกมาว่าไปกับสาวที่ไหน... แงๆๆ..."
เจียงซู: "ไปกับแม่แก"
เจ้าก้อนแป้งหน้ากลม: "?!! (เกาหัว) ไม่ใช่สิ พี่คิดว่าพี่เป็นคนตลกเหรอ?"
เจียงซู: "เรื่องจริง"
เขายกมือถือขึ้นถ่ายรูปเซลฟี่คู่กับแม่ แล้วกดส่ง
เจ้าก้อนแป้งหน้ากลม: "......"
"นั่นไง ว่าแล้วเชียว คนโสดพันปีอย่างพี่ คนที่จะยอมไปดูหนังด้วยก็มีแต่แม่นั่นแหละ ชิๆ แต่ถือว่าพี่โชคดีนะ ช่วงนี้เรื่อง 'ศกราชวิถียุทธ์' กำลังดังสุดๆ ในอาณาจักรเซี่ย เอฟเฟกต์อลังการงานสร้าง ดารานำก็ระดับตัวพ่อตัวแม่ทั้งนั้น"
"เสียดายที่ เย่เจินเจิน เกิดช้าไปหน่อย เพิ่งจะมาดัง เลยได้บทรับเชิญแค่นิดเดียว ไม่อย่างนั้นฉันคงต้องหาเรื่องไปดูเธอให้ได้!"
"???"
...
ภายในโรงภาพยนตร์
ที่นั่งถูกจับจองไปกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ เจียงซูกับแม่เลือกนั่งตรงมุมห้อง
ไม่นานภาพยนตร์ก็เริ่มฉาย
บนจอภาพยนตร์ เรือสำราญขนาดยักษ์กำลังแล่นฝ่าความเงียบสงบของท้องทะเลไปอย่างมั่นคง
มุมกล้องจากมุมสูงค่อยๆ โฟกัสลงมา แล้วซูมเข้าไปใกล้
ติดตามนักท่องเที่ยวบนดาดฟ้าเรือเข้าสู่ภายในตัวเรือ
โคมไฟระย้าคริสตัลขนาดมหึมาห้อยลงมาใจกลางห้อง การตกแต่งภายในหรูหราอลังการ กลิ่นหอมของอาหารบนโต๊ะราวกับจะทะลุจอออกมาแตะจมูกผู้ชม
หนุ่มสาวพูดคุยหยอกล้อ เสียงเพลงและการเต้นรำ ราวกับสวรรค์บนดิน
ภายใต้เสียงเปียโนอันนุ่มนวล ไม่เพียงแต่ตัวละครในหนัง แม้แต่ผู้ชมในโรงก็ต่างรู้สึกผ่อนคลายไปด้วย
เวลาล่วงเลย นอกเรือมีเพียงผืนน้ำกว้างไกลและดวงจันทร์สุกสว่าง
ภาพตัดฉาก จากผิวน้ำที่เงียบสงบ ดำดิ่งลึกลงไป
ลึกลงไปยี่สิบเมตร ฝูงปลาที่คุ้นตาแหวกว่ายหาอาหาร แนวปะการังแผ่ขยายงดงามตระการตา
ลึกลงไปหกสิบเมตร ฝูงวาฬเพชฌฆาตแหวกว่ายผ่านไป
ลึกลงไปร้อยยี่สิบเมตร...
ปลาหมึกยักษ์ใต้ทะเลลึกสองตัวกำลังผสมพันธุ์กัน
แต่หลังจากผสมพันธุ์เสร็จ ตัวผู้กลับไม่ได้จากไปในทันที
และตัวเมียก็ไม่ได้จับตัวผู้กินเป็นอาหารเหมือนที่นักวิทยาศาสตร์เคยค้นพบ
หนวดทั้งแปดเส้นแผ่สยาย ร่างกายมหึมาขนาดห้าหกเมตรของปลาหมึกยักษ์ทั้งสองตัวอยู่ร่วมกันอย่างสันติ ราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ที่มุมมืดของโรงหนัง เจียงซูที่ตอนแรกไม่ได้สนใจเนื้อเรื่องเท่าไหร่ กำมือแน่นโดยไม่รู้ตัว
คำพูดของเจิ้งเหยียนป๋อวันนั้นดังก้องขึ้นมาในหูอีกครั้ง "สัตว์ป่าบางชนิด ราวกับเข้าสู่ช่องทางด่วนแห่งการวิวัฒนาการ"
วินาทีนี้ เขาเข้าใจความหมายของประโยคนั้นอย่างถ่องแท้
ดวงตาของเจียงซูจ้องเขม็งไปที่จอภาพยนตร์ ความผ่อนคลายเมื่อครู่มลายหายไปจนหมดสิ้น
ปลาหมึกยักษ์สองตัวนี้ มีความเป็นไปได้สูงมากว่า...
พวกมันได้ทำลายพันธนาการ
ที่กักขังเผ่าพันธุ์ของพวกมันมานานถึงสามร้อยล้านปีลงแล้ว!
[จบแล้ว]