- หน้าแรก
- ผมมีหน้าต่างสถานะ ไว้ปั่นค่าความชำนาญในโลกยุทธ์
- บทที่ 32 - หมัดดุจพยัคฆ์ ผลักภัยสู่ผู้อื่น
บทที่ 32 - หมัดดุจพยัคฆ์ ผลักภัยสู่ผู้อื่น
บทที่ 32 - หมัดดุจพยัคฆ์ ผลักภัยสู่ผู้อื่น
บทที่ 32 - หมัดดุจพยัคฆ์ ผลักภัยสู่ผู้อื่น
★★★★★
เมืองชั้นนอก
สถานการณ์การแย่งชิงพื้นที่ระหว่างพรรคงูเขียวและพรรคทมิฬทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ
ในตรอกฉูเช่อ ชาวบ้านและคนจรจัดย้ายหนีออกไปเกือบครึ่ง
ส่วนใหญ่หนีไปอยู่ตรอกที่แก๊งอื่นคุ้มครอง แม้ช่วงแรกจะต้องจ่ายค่าคุ้มครองเพิ่มบ้าง แต่อย่างน้อยชีวิตก็ปลอดภัย ไม่ต้องคอยระแวงเหมือนสองเดือนที่ผ่านมา ที่ก้าวออกจากบ้านทีไรก็กลัวจะเจอคนของพรรคทมิฬดักทำร้าย
"ก๊อก ก๊อก ก๊อก"
เมื่อกลับมาถึงตรอกฉูเช่อ
เห็นแสงไฟยังลอดออกมาจากหน้าต่างบ้านผู้เฒ่าหลี่ เจียงซูยังไม่รีบกลับบ้านตัวเอง แต่เดินไปเคาะประตูบ้านแกก่อน
มาอยู่อำเภอผิงหลิงได้หกเดือน
ผู้เฒ่าหลี่คือคนคนเดียวที่ดีกับเขาโดยไม่หวังผลตอบแทน
ตอนนี้เขาได้เป็นศิษย์สายตรงของสำนักพยัคฆ์หิวแล้ว พรุ่งนี้ก็จะได้ทะเบียนราษฎร์และย้ายเข้าไปอยู่เมืองชั้นใน
ยังไงก็ต้องมาลาผู้เฒ่าหลี่สักหน่อย
ติดอยู่ตรงที่ตอนนี้เขาต้องเดินทางข้ามไปข้ามมาระหว่างสองโลก ความลับนี้แพร่งพรายไม่ได้ แถมเขาก็เพิ่งเป็นศิษย์สายตรง เพิ่งจะขอให้อาจารย์โฉวช่วยเรื่องทะเบียนราษฎร์ไปหยกๆ จะไปเรียกร้องอะไรเพิ่มอีกก็เกรงใจ
เอาไว้วันหน้าเขาเป็นจอมยุทธ์เต็มตัวเมื่อไหร่ ถ้ามีโอกาสค่อยจัดหาบ้านเล็กๆ ในเมืองชั้นในให้ผู้เฒ่าหลี่ไปอยู่ ก็คงไม่สาย
สายฝนชะโลมกายเจียงซู คิ้วของเขาค่อยๆ ขมวดเข้าหากัน
ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ระดับพลังเลือดลมหมุนเวียนรอบกาย เมื่อตั้งสมาธิฟัง เขาย่อมได้ยินเสียงลมหายใจในห้อง... ที่มีมากกว่าหนึ่งคน
แถมไฟก็เปิดอยู่ เคาะประตูไปตั้งหลายที ทำไมไม่มีคนมาเปิด
หรือว่า... เกิดเรื่องร้ายขึ้น?
ขณะที่เจียงซูกำลังคิดจะพังประตูเข้าไป ประตูก็ส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าดเปิดออก ใบหน้าของผู้เฒ่าหลี่โผล่ออกมา ทำหน้ายู่ยี่ขยิบตาพลางพูดเสียงดังว่า "ไอ้เด็กบ้าที่ไหนมาเคาะประตูมั่วซั่วดึกๆ ดื่นๆ ข้าจะนอนแล้ว!"
"ลุงหลี่ พูดอะไรของลุงน่ะ"
ถ้าเป็นคนอื่น พอสังเกตเห็นความผิดปกติคงรีบถอยหนีทันที
วิญญูชนไม่ยืนใต้กำแพงร้าว
แต่เมื่อเป็นผู้เฒ่าหลี่ เจียงซูแสร้งทำเป็นไม่เข้าใจ ผลักประตูเดินเบียดผู้เฒ่าหลี่เข้าไปในห้องทันที
ตะเกียงน้ำมันส่องแสงริบหรี่
กลิ่นคาวเลือดจางๆ ลอยคลุ้งอยู่ในห้อง
ชายฉกรรจ์แปลกหน้าคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงของผู้เฒ่าหลี่ แขนที่โผล่ออกมานอกผ้าห่มเต็มไปด้วยบาดแผล เลือดซึมไหลออกมาไม่หยุด
เขาไว้หนวดเครารุงรัง กล้ามเนื้อภายใต้เสื้อตัวสั้นดูแข็งแกร่งบึกบึน แม้จะนอนอยู่ แต่สายตากลับจ้องเขม็งมาที่ประตูอย่างดุร้าย จนกระทั่งเห็นเจียงซูเดินเข้ามา เขาจึงคลายความระแวงลง แล้วค่อยๆ ลุกขึ้นนั่ง
"ตาเฒ่าหลี่ พ่อหนุ่มนี่ชื่ออะไร หน้าตาหล่อเหลาเอาการ ให้เข้ามาคุยใกล้ๆ สิ"
แสงตะเกียงส่องกระทบใบหน้าหล่อเหลาของเจียงซู ชายฉกรรจ์พอคลายกังวลแล้ว ยิ่งมองเจียงซูก็ยิ่งเคลิบเคลิ้ม ถึงกับเผลอหลุดปากพูดออกมา
"ท่าน... ท่านหัวหน้าเจิ้ง..."
ขาสองข้างของผู้เฒ่าหลี่สั่นพั่บๆ ความกลัวแล่นพล่านขึ้นมาอีกครั้ง
เขาไม่ได้กลัวเพื่อตัวเอง
แต่กลัวว่าพ่อหนุ่มเจียงจะไม่รู้ความ แล้วไปล่วงเกินคนโหดเหี้ยมคนนี้เข้า
พรรคงูเขียว หัวหน้าตึกเขี้ยวพิษ เจิ้งคุน!
วันนี้บาดเจ็บจากการปะทะกับพรรคทมิฬ
บอกว่าที่ตึกไม่ปลอดภัย ในพรรคก็ไม่ปลอดภัย เลยหนีมาซ่อนตัวที่บ้านเขา
เขาปรนนิบัติพัดวีอย่างดี ไม่กล้าขัดใจแม้แต่นิดเดียว
นึกว่าพอตกดึก อีกฝ่ายหลับไป ตื่นมาคงไม่มีอะไรแล้ว
ใครจะคิดว่า พ่อหนุ่มเจียงดันโผล่มา
นี่มัน...
กวาดตึกอยู่ที่ตึกเขี้ยวพิษมานาน เขาจะไม่รู้ได้ยังไงว่าหัวหน้าเจิ้ง... เป็นคนยังไง
พ่อหนุ่มเจียง...
เขากัดฟันเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง
แต่กลับเห็นเจียงซูยืนอยู่ที่ประตู จ้องมองเจิ้งคุนเขม็ง "หัวหน้าเจิ้ง? เจิ้งคุน หัวหน้าตึกเขี้ยวพิษ พรรคงูเขียว?"
"โอ้ รู้จักข้าด้วยรึ?"
เจิ้งคุนยิ้มกริ่ม ร่างกายผ่อนคลายลง
ครั้งนี้เพื่อหลบหนีการไล่ล่า เขาไม่กล้าอยู่ที่ตึก ไม่กล้าไปที่พรรค และไม่กล้าไปหาชู้รัก เลือกมุดหัวมาซ่อนตัวที่บ้านตาเฒ่าคนกวาดขยะที่ไม่มีใครสนใจ เพื่อรักษาตัวเงียบๆ
ขอแค่พรรคทมิฬหาเขาไม่เจอ รอผ่านไปไม่กี่วัน เขาก็จะฟื้นพลัง กลับมาผงาดโดยไม่ต้องกลัวใครหน้าไหน
เดิมทีคิดว่าจะต้องเบื่อหน่ายอยู่หลายวัน ไม่นึกว่าสวรรค์จะเมตตา
รู้ว่าเขาเหงา เลยส่งหนุ่มน้อยหน้ามนมาให้ถึงที่
"รู้จัก"
น้ำเสียงของเจียงซูราบเรียบ เขาผลักผู้เฒ่าหลี่ไปหลบข้างประตูเบาๆ แล้วเดินตรงเข้าไปหาเจิ้งคุน
เจิ้งคุนแม้จะสงสัยในการกระทำของเจียงซู แต่เมื่อเห็นเจียงซูเดินเข้ามาหาช้าๆ ในใจก็อดลิงโลดไม่ได้
เขานึกขึ้นได้ว่า เหมือนเมื่อสองเดือนก่อน มีลูกน้องเคยมาบอกว่าที่ตรอกฉูเช่อมีเด็กหนุ่มหน้าตาดีอาศัยอยู่คนหนึ่ง
ตอนนั้นนึกว่าลูกน้องแค่อยากประจบสอพลอเลยกุเรื่องขึ้นมา
ที่ไหนได้ เป็นเรื่องจริงเสียด้วย
น่าเสียดาย ถ้ารู้เร็วกว่านี้ เขาคงมาหาตั้งนานแล้ว จะได้เสพสุขให้หนำใจ
"มา เข้ามาใกล้ๆ ให้ป๋าดูหน้าชัดๆ หน่อย"
เจิ้งคุนหรี่ตาลง เริ่มจินตนาการถึงฉากวาบหวามที่จะเกิดขึ้นต่อไป
ทว่า ในขณะที่จิตใจเขากำลังเคลิบเคลิ้ม เสียงเย็นชาดุจน้ำแข็งก็ดังขึ้นข้างหู
"ข้าไม่ได้ไปหาเจ้า เจ้ากลับมาแส่หาที่ตายเองงั้นรึ?"
สิ้นเสียง พลังเลือดลมทั่วร่างก็ถูกระเบิดออก พละกำลังเก้าร้อยชั่งของเจียงซูถูกรวบรวมไว้ที่หมัดเดียว ต่อยออกไปพร้อมกับเสียงลมกรรโชกแรง!
เจิ้งคุนที่นอนอยู่บนเตียงจะไปหลบทันได้ยังไง เขาทำได้แค่ยกมือขึ้นปัดป้อง แล้วก็ถูกหมัดของเจียงซูกระแทกเข้าใส่อย่างจัง
"ปัง!"
"กร๊อบ"
กระดูกแขนแตกละเอียด บาดแผลที่แขนปริออกทันที เลือดสดๆ พุ่งกระฉูดออกมาเหมือนเขื่อนแตก
หมัดของเจียงซูเปื้อนเลือด หมัดแรกไม่ตาย หมัดสองตามมาติดๆ
"แก... แกเป็นคนของพรรคทมิฬ?"
ในฐานะหัวหน้าตึก ประสบการณ์ต่อสู้ย่อมโชกโชน
เจิ้งคุนกลิ้งตัวลงจากเตียงอย่างรวดเร็ว อาศัยพื้นที่แคบๆ ในห้องทิ้งระยะห่างจากเจียงซูได้ไม่กี่ก้าว หลบหมัดที่สองไปได้อย่างหวุดหวิด เหงื่อเย็นไหลท่วมตัว เขาคาดไม่ถึงเลยว่าเด็กหนุ่มหน้าตาดีคนนี้ จะเป็นจอมยุทธ์ระดับพลังเลือดลมหมุนเวียนรอบกายเหมือนกับเขา!
ไม่ใช่สิ
จอมยุทธ์อายุน้อยขนาดนี้ ไม่มีทางเป็นคนของพรรคทมิฬแน่
หัวหน้าตึกของพรรคทมิฬเขารู้จักหน้าทุกคน ไม่มีใครมีท่าร่างดุดันขนาดนี้
หรือจะเป็นศิษย์สายตรงของสำนักยุทธ์ในเมืองชั้นใน?
แต่พวกศิษย์สายตรงที่ไหนจะลดตัวลงมาเดินในเมืองชั้นนอก
แล้วใครกัน ที่เจอหน้าปุ๊บก็กะจะเอาชีวิตเขาปั๊บ
เจิ้งคุนตื่นตระหนกสุดขีด เขาอยากจะหนี แต่เจียงซูยืนขวางอยู่ตรงหน้า ด้านหลังเขามีเพียงกำแพงดิน
เผชิญกับคำถามของเจิ้งคุน เจียงซูไม่ตอบแม้แต่คำเดียว ร่างกายทุกส่วนของเขาเคลื่อนไหวโดยสัญชาตญาณ รวบรวมพลังทั้งหมดไว้ที่หมัด
นี่คือเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ที่เขาเพิ่งตระหนักได้จาก "เคล็ดพลังพยัคฆ์หิวคำรามขุนเขา"
ตอนนี้ ได้เวลาทดลองของจริง!
หมัดนี้... ออกหมัดดุจพยัคฆ์!
กลิ่นคาวเลือดคละคลุ้งห้อง เจียงซูแฝงจิตสังหาร พลังเลือดลมเดือดพล่านไม่หยุด
"ปัง! ปัง!"
เจิ้งคุนที่บาดเจ็บอยู่แล้วจะไปรับมือการโจมตีบ้าคลั่งแบบนี้ของเจียงซูไหวได้ยังไง
หมัดหนึ่งเสยเข้าที่จมูก เลือดทะลัก จมูกเบี้ยวผิดรูป
อีกหมัดกระแทกเข้าปาก ฟันหน้าหลุดกระเด็น ร้องไม่ออก
เจิ้งคุนล้มลงไปดิ้นพราดๆ กับพื้น ทำได้แค่มองหมัดสุดท้าย ที่พุ่งตรงเข้าแสกหน้า!
"ผัวะ!"
ชั่วพริบตา โลกมืดดับลง
เจียงซูเก็บหมัด ยืนตระหง่าน
แทบเท้าของเขา เจิ้งคุนนอนจมกองเลือด สภาพเหมือนหมาตายซาก ไร้ซึ่งลมหายใจ
[จบแล้ว]