- หน้าแรก
- ผมมีหน้าต่างสถานะ ไว้ปั่นค่าความชำนาญในโลกยุทธ์
- บทที่ 15 - เขาไม่คู่ควร
บทที่ 15 - เขาไม่คู่ควร
บทที่ 15 - เขาไม่คู่ควร
บทที่ 15 - เขาไม่คู่ควร
★★★★★
สวนสาธารณะเยี่ยนต่าง
เจียงซูร่ายรำเพลงหมัดเพื่อวอร์มร่างกาย ช่วงล่างยืนท่านั่งม้าอย่างมั่นคง โคจรพลังเลือดลม ทุกจังหวะการปล่อยหมัดและชักหมัด ก้อนเนื้อเล็กๆ ที่ปูดโปนใต้ผิวหนังก็เคลื่อนไหวไปทั่วร่าง
ผ่านไปครึ่งชั่วโมง ไอสีขาวสายหนึ่งก็พุ่งออกจากปากของเขาราวกับลูกธนูที่หลุดจากคันศร
การลงมือที่สถาบันสอนยุทธ์หยางหมิงเมื่อครู่ สำหรับเขาแล้วยังไม่ถือว่าเป็นการวอร์มร่างกายด้วยซ้ำ
ก็แค่ยกขาเตะทีเดียว
ยิ่งไปกว่านั้น ตอนนั้นเขายังออมแรงไว้เยอะ
ไม่อย่างนั้นถ้าเอาจริง
ไอ้ครูฝึกนั่น ไม่ตายก็พิการ
ยังไงที่นี่ก็เป็นสังคมที่มีกฎหมาย ยังไงที่นี่ก็คือดาวเสวียนซิง
ถ้าเป็นที่อำเภอผิงหลิงล่ะก็...
แววตาฉายจิตสังหารวูบหนึ่ง เจียงซูเก็บหมัดยืนตรง ล้วงโทรศัพท์ที่สั่นอยู่ในกระเป๋ากางเกงมานานออกมาดู
เห็นชื่อเมมไว้ว่า "ครูเหยียน" เขาก็กดรับสาย
"เจียงซูใช่ไหม ครูเองนะ" เสียงของเหยียนเต๋อโฮ่วดังมาจากปลายสาย "วันที่ 1 มีนาคม หรือก็คือพรุ่งนี้ เวลาแปดโมงครึ่ง ทางโรงเรียนจะจัดบรรยายพิเศษเกี่ยวกับวิถีแห่งยุทธ์ วิทยากรเป็นผู้เชี่ยวชาญที่เชิญมาจากเซิ่งจิง ดูเหมือนจะมีตำแหน่งและฝีมือไม่ธรรมดา รายละเอียดครูก็ไม่ค่อยรู้ แต่ถ้าเธอว่าง ก็อย่าลืมมาให้ตรงเวลาล่ะ"
"เนื้อหาคงจะเกี่ยวกับนโยบายด้านการยุทธ์ของอาณาจักรเซี่ย และการแบ่งระดับขั้นของการฝึกยุทธ์ น่าจะมีประโยชน์กับเธอมาก"
"ขอบคุณครับครูเหยียน ผมจะไปแน่นอนครับ ช่วงนี้ไข้หวัดใหญ่ระบาด ครูเหยียนก็รักษาสุขภาพด้วยนะครับ ทำงานหนักก็ต้องพักผ่อนบ้าง ร่างกายสำคัญที่สุดครับ"
สูดอากาศบริสุทธิ์ในสวนสาธารณะ เจียงซูพูดด้วยความจริงใจ
ชาติก่อนเขาเป็นเด็กกำพร้า กินไม่อิ่มนอนไม่อุ่น ร่างกายสะสมโรคภัยไว้ตั้งแต่เด็ก พอเรียนจบออกมาทำงาน ก็ต้องตื่นเช้ากลับดึก ทำงานล่วงเวลาแลกกับเงินเดือนอันน้อยนิด จนสุดท้ายก็วูบหมดสติระหว่างทางกลับบ้านในดึกคืนหนึ่งตอนอายุยังไม่ถึงสามสิบ
พอส่งโรงพยาบาล ก็สายเกินแก้ ป่วยเข้าขั้นวิกฤตเสียแล้ว
นี่คือสาเหตุที่เขาตัดสินใจฝึกยุทธ์
ชาตินี้ เขาต้องการกุมชะตาชีวิตของตัวเองไว้ในมือ!
"ดีๆๆ ขอบใจมากนะเจียงซู ครูขออวยพรให้เธอประสบความสำเร็จในวิถีแห่งยุทธ์ สมหวังในสิ่งที่ตั้งใจ และสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่พอใจได้นะ"
เหยียนเต๋อโฮ่วหัวเราะร่า เขาไม่เหมือนครูบางคนที่ดูแต่ผลการเรียน
การเคารพครูบาอาจารย์ ก็ถือเป็นข้อดีที่ชัดเจนไม่ใช่หรือ
ถ้านักเรียนทุกคนเอาแต่เรียนเก่งแต่ไม่เคารพครู พวกเขาที่เป็นครู ก็คงไม่ต่างอะไรกับเครื่องจักรผลิตความรู้
"ครับ ผมจะพยายาม"
หลังจากวางสาย เจียงซูเห็นแจ้งเตือนขอเป็นเพื่อนในวีแชต ระบุข้อความว่าเป็นเพื่อนของน้องสาว เขาจึงกดรับ
"พี่ชายเหยียนเหยียนสวัสดีค่ะ หนูชื่อซางจื้อโหรว พี่จะเรียกหนูว่าเจ้าลูกหม่อนเหมือนเหยียนเหยียนก็ได้ค่ะ"
"เจียงซู"
"ยืนท่าเสาอยู่ ไม่คุยนะ"
เจียงซูพิมพ์ชื่อตัวเอง แล้วตามด้วยประโยคตัดบทสั้นๆ จากนั้นก็เก็บมือถือใส่กระเป๋า เริ่มยืนท่าเสาทันที
แม้เมื่อกี้จะแค่มองผ่านๆ ไม่ได้ใส่ใจ
แม้ชาติก่อนเขาจะผ่านการดูคลิปสาวสวยในติ๊กต็อกมานับไม่ถ้วน
แต่เจียงซูก็ต้องยอมรับว่า เพื่อนของน้องสาวคนนี้ เป็นแม่พิมพ์ของสาวงามขนานแท้
ยังโตไม่เต็มที่ ก็สวยสะพรั่งราวดอกบัวพ้นน้ำ มีเค้าความงามล่มเมืองให้เห็นแล้ว
แต่ทว่า เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับเขา
คุยแชต?
คุยแชตจะไปสู้อารมณ์ฟินตอนยืนท่าเสาได้ยังไง!
บนหน้าต่างสถานะ ค่าความชำนาญของท่าเสาพยัคฆ์หมอบถ้ำและวิชาลมหายใจพยัคฆ์หิวเพิ่มขึ้นทุกวัน
เจียงซูรู้สึกปลื้มปริ่มเหมือนชาวนาที่มองดูรวงข้าวสีทองสุกสกาวรอวันเก็บเกี่ยว
"ถ้าท่าเสาและวิชาลมหายใจบรรลุขั้นความสำเร็จขั้นเล็กแล้ว ยังมีความเร็วในการพัฒนาขนาดนี้ก็คงดี"
เจียงซูอดจินตนาการไม่ได้ ถ้าเป็นอย่างนั้นจริง เขาคงใช้เวลาไม่ถึงสองเดือน ก็บรรลุขั้นพลังเลือดลมหมุนเวียนรอบกาย
กลายเป็นยอดฝีมือในเมืองชั้นนอกอำเภอผิงหลิง
ห่างจากจอมยุทธ์ตัวจริงแค่ก้าวเดียว!
จอมยุทธ์ จอมยุทธ์... จอมยุทธ์ขั้นแรกของราชวงศ์ต้าจิ่งคือขั้นฝึกผิว พลังแทรกซึมถึงหินผา ฟันแทงไม่เข้า แล้วจอมยุทธ์บนดาวเสวียนซิงล่ะ จะมีอานุภาพขนาดไหน
วันจันทร์หน้า บรรยายพิเศษด้านวิถียุทธ์
หวังว่าจะไม่ทำให้เขาผิดหวังนะ
เจียงซูดึงสติกลับมา หมอบนั่งดั่งพยัคฆ์ หายใจดั่งเสือร้าย
ร้านชานม
ซางจื้อโหรวนั่งอยู่บนเก้าอี้ทรงสูง ขาของเธอสั้นจนแตะไม่ถึงพื้น จึงแกว่งไปแกว่งมา "เหยียนเหยียน พี่ชายเธอเท่จังเลย ตอบแชตฉันยังบอกว่าจะไปยืนท่าเสา"
"เขาก็เป็นแบบนั้นแหละ กินข้าวยังนั่งยองๆ ยืนท่าเสาเลย"
เจียงเหยียนเยว่ที่พ่ายแพ้ต่อแผนการเลี้ยงชานมตลอดหนึ่งเดือน จนต้องยอมถวายวีแชตพี่ชายให้เพื่อน ถอนหายใจเฮือกใหญ่ "วันๆ เอาแต่ยืนท่าเสา มือถือแทบไม่แตะ ฉันยังคิดว่าสมาร์ตโฟนไม่เหมาะกับเขา เขาควรใช้มือถือปุ่มกดแบบอาม่าอากงมากกว่า เอาไว้แค่โทรเข้าโทรออกก็พอ"
"สุดยอดเลย" ซางจื้อโหรวอุทานเสียงเบา ในยุคอินเทอร์เน็ต โทรศัพท์มือถือกลายเป็นอวัยวะที่ 33 ของมนุษย์ไปแล้ว การไม่เล่นมือถือแล้วทุ่มเทให้กับการฝึกยุทธ์ การยับยั้งชั่งใจระดับนี้ เหนือกว่าคนรุ่นเดียวกันไปไกลโข
จบกัน ผู้หญิงที่ตกอยู่ในห้วงความรัก ตรรกะความคิดมันคนละมิติกับคนปกติจริงๆ
เจียงเหยียนเยว่กุมขมับด้วยความเพลียจิต ก่อนจะดูดชานมคำโต แล้วบ่นต่อ "กิจวัตรประจำวันของเขานะ ตื่นนอน กินข้าวเช้า ฝึกยุทธ์ กินข้าวเที่ยง ฝึกยุทธ์ กินข้าวเย็น ฝึกยุทธ์ นอน ทำซ้ำๆ ทุกวัน เหมือนหุ่นยนต์ไม่มีผิด"
"แล้วตอนนี้เขาฝึกถึงขั้นไหนแล้ว ท่านั่งม้านั่นความสำเร็จขั้นเล็กหรือขั้นใหญ่แล้ว" ซางจื้อโหรวถามด้วยความอยากรู้ เธอมองข้ามขั้นพื้นฐานไปเลย ท่านั่งม้าขั้นพื้นฐานไม่มีทางมีพลังขนาดนั้นแน่
"ไม่รู้สิ คราวก่อนฉันถามว่าเขาสัมผัสพลังเลือดลมได้หรือยัง เขาบอกหน้าตาเฉยว่ายัง ฉันถึงได้รู้ว่าผู้ชายปากเหม็นพวกนี้เชื่อไม่ได้สักคำ!" เจียงเหยียนเยว่กำหมัดแน่นแยกเขี้ยวขู่ "คนปกติที่ไหนจะมีแรงเยอะขนาดนั้น หิ้วคอคนลอยได้เลยนะ!"
"วันๆ จ้องแต่จะหลอกฉัน! ยังมีหน้ามาหลอกอีกว่าฝึกยุทธ์แล้วจิตใจใสดุจคริสตัล หลับลึกไม่มีฝัน นอนชั่วโมงเดียวเท่าคนปกติหลับสองชั่วโมง มาชวนให้ฉันฝึกยุทธ์จะได้หลับลึกเหมือนกัน จะบ้าตาย เขาไม่รู้จักความสุขของการนอนเลยหรือไง การนอนคือสวรรค์ชัดๆ ฉันนี่อยากจะนอนวันละสิบชั่วโมงด้วยซ้ำ"
"ลองคิดดูสิ ถ้าหลับลึกจริงๆ วันหนึ่งนอนห้าชั่วโมง ตื่นมาเหมือนนอนเต็มอิ่มสิบชั่วโมง แล้วก็นอนไม่หลับ จะลุกก็ไม่อยากลุก มันทรมานขนาดไหน!!!"
เจียงเหยียนเยว่บ่นกระปอดกระแปด พอพูดถึงเจียงซู เธอก็มีเรื่องให้เผาได้ไม่หยุด
แต่ในจินตนาการของซางจื้อโหรว ภาพลักษณ์ของชายหนุ่มแปลกหน้าคนนั้นกลับยิ่งชัดเจนขึ้น
รู้จักข่มใจ มุ่งมั่นฝึกยุทธ์ ให้ความสำคัญกับครอบครัว
ถึงจะเรียนไม่เก่ง แต่ด้วยพละกำลังและความสามารถขนาดนี้ อย่างน้อยก็น่าจะเข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำได้สบายๆ ต่อให้เรียนแค่วิทยาลัยอาชีวะแล้วไงล่ะ ตัวเธอเรียนเก่งเดี๋ยวเธอเลี้ยงเองก็ได้...
แถมยัง... หน้าตาดีขนาดนั้น...
ไม่ได้ๆ ซางจื้อโหรว เธอคิดอะไรอยู่เนี่ย
เธอยังไม่ได้เข้า ม.4 เลยนะ!
คิดฟุ้งซ่านไปไกล ซางจื้อโหรวดูดชานมเฮือกสุดท้าย เขย่าแก้วเช็กว่าหมดเกลี้ยงแล้ว ถึงได้ถามเสียงอ้อมแอ้ม "เหยียนเหยียน... พี่ชายเธอ... เคยบอกไหมว่าเขาชอบผู้หญิงแบบไหน"
เจียงเหยียนเยว่ชะงักกึก เมื่อกี้ยังแค่สงสัย
แต่คำถามนี้ของซางจื้อโหรว เท่ากับยืนยันข้อสันนิษฐานของเธอชัดเจน
เธอจับหน้าซางจื้อโหรวหันมาพิจารณาตั้งแต่หัวจรดเท้า
ผมดกดำนุ่มสลวยยาวถึงเอว ผิวขาวเนียนละเอียดราวกับเป่าเบาๆ ก็แตก ครึ่งท่อนบนถือว่าเติบโตเกินวัยไปมาก แม้จะสวมเสื้อกันหนาวหนาเตอะ ก็ยังเห็นส่วนเว้าส่วนโค้งชัดเจน
ส่วนสูงร้อยห้าสิบแปดถึงจะเตี้ยไปนิด แต่เจียงซูบอกว่าฝึกยุทธ์แล้วตัวจะสูงขึ้นนี่นา
ไม่แน่ อีกสองปี ยัยลูกหม่อนอาจจะกลายเป็นสาวสวยร้อยหกสิบกว่าก็ได้
หน้าตาก็ดี หุ่นก็เด็ด บ้านก็รวย
นึกถึงฐานะทางบ้านของยัยลูกหม่อน นึกถึงการดูแลเอาใจใส่เป็นพิเศษจากครูที่โรงเรียน
เจียงเหยียนเยว่ถอนหายใจยาว พูดด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า "ซางจื้อโหรว เธอสวยเกินไป"
"เขาไม่คู่ควร"
ซางจื้อโหรว: ???
[จบแล้ว]