- หน้าแรก
- ผมมีหน้าต่างสถานะ ไว้ปั่นค่าความชำนาญในโลกยุทธ์
- บทที่ 13 - ลงทัณฑ์? แกมีสิทธิ์รึ
บทที่ 13 - ลงทัณฑ์? แกมีสิทธิ์รึ
บทที่ 13 - ลงทัณฑ์? แกมีสิทธิ์รึ
บทที่ 13 - ลงทัณฑ์? แกมีสิทธิ์รึ
★★★★★
สวมรองเท้าผ้าใบธรรมดาๆ คู่หนึ่ง
เจียงซูในชุดเสื้อเชิ้ตเดินก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามา ด้วยส่วนสูงร้อยเจ็ดสิบแปดเซนติเมตร เขายืนประจันหน้ากับครูฝึกชุดขาว สายตามองลงต่ำด้วยความราบเรียบ เอ่ยถามว่า "แกสินะ ที่ไม่ยอมให้น้องสาวฉันกลับ?"
"ดูถูกเทควันโด ก็ต้องขอโทษ!"
"เทควันโดของเกาหลีเรา คือวิถีแห่งยุทธ์ที่แท้จริง ท่าเสาของอาณาจักรเซี่ยพวกแก มันเพิ่งจะตั้งไข่! สถาบันของเรากำลังนำประสบการณ์อันล้ำค่าของเทควันโด มาชี้แนะท่าเสาอันหยาบโลนของพวกแกต่างหาก!"
"น้องสาวแก มันมีตาหามีแววไม่!"
ครูฝึกชุดขาวแค่นเสียงเย็นชา เขาฝึกเทควันโดมาสิบปี ศรัทธาอย่างแรงกล้า เชื่อหมดใจว่าเทควันโดคือศิลปะการต่อสู้ที่ดีที่สุดในโลก!
ไอ้หนุ่มตรงหน้านี่ แม้จะตัวสูงกว่าเขาหน่อย แต่กล้ามเนื้อไม่ได้ดูบึกบึนเท่าเขาเลยสักนิด หน้าตาที่ดูดีติดจะละอ่อนนั่น มองปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นแค่นักเรียน
เหมือนพวกดาราหน้าขาวของเกาหลี ไม่มีรังสีความเป็นลูกผู้ชายเลยสักนิด!
สูงกว่าแล้วไง!
เขาจับทุ่มด้วยมือเดียวก็ร่วงแล้ว!
"เชี่ย พี่คนนี้เขาห้าวเป้งมาจากไหนเนี่ย กล้ามาทำเก๋ากับครูฝึกปาร์ค?"
"ไม่รู้สิ ฟังดูเหมือนจะเป็นพี่ชายของผู้หญิงคนนั้น น่าจะเป็นเด็ก ม.ปลาย หรือไม่ก็เด็กมหาลัยเหมือนเรานี่แหละ"
"จิ๊ๆๆ โตป่านนี้แล้วยังสมองนิ่ม เดี๋ยวพอครูฝึกปาร์คของขึ้น เขาจะรู้ซึ้งว่านรกมีจริง"
"โถ่ เอ้ย ไม่ต้องถึงมือครูฝึกปาร์คหรอก ฉันว่าฉันลงไปซัดเองยังไหว หมอนั่นดูตัวเท่าๆ กับฉัน แต่ฉันเรียนคอร์สขั้นสูงมาแล้วนะเว้ย เรียนท่าไม้ตายมาเพียบ วันก่อนเพิ่งฟันอิฐหักโชว์เพื่อนในห้องไป เพื่อนงี้อึ้งกันทั้งบาง บอกว่าฝ่ามือฉันใครจะไปรับไหว แต่ฉันรู้ตัวเองดี พลังของฉันยังไม่ได้เสี้ยวหนึ่งของครูฝึกปาร์คเลย ถ้าครูฝึกปาร์คตบไปสักเปรี้ยงเดียว ไอ้หนุ่มนั่น..."
ในสนามฝึก เหล่านักเรียนต่างยืนเหยียบเส้นขาว ชะเง้อคอดูกันอย่างสนุกสนาน
พวกเขาเรียนที่นี่มาหลายเดือนแล้ว
เห็นความเทพของครูฝึกปาร์คมาไม่รู้กี่ครั้ง
ทั้งใช้นิ้วเจาะไม้กระดาน ทั้งเหยียบแขนนักเรียนกระโดดตัวลอยขึ้นไปเตะไม้กระดานที่สูงหลายเมตรจนหักครึ่ง!
พละกำลังขนาดนี้ พลังกระโดดขนาดนี้
ใครจะไปสู้ได้
ได้ยินเสียงซุบซิบจากนักเรียนด้านหลัง ครูฝึกปาร์คยิ่งได้ใจ ยืดอกเชิดหน้า ราวกับร่างกายขยายใหญ่ขึ้นกว่าเจียงซู
"เท่าที่ฉันรู้จักครูฝึกปาร์ค เขาคงจะลงมือแล้วแหละ! ทายซิว่าครูฝึกปาร์คจะตบไอ้หนุ่มนั่นร่วงในกี่ฝ่ามือ"
"สามเจ็ดแล้วกัน ครูฝึกปาร์คออกสามฝ่ามือ ไอ้หนุ่มนั่นทำบุญเจ็ดวัน"
"เฉียบ"
"ไม่ได้โม้นะ ถ้าครูฝึกปาร์คตบฉันสักที ไม่เกินห้าวินาที เขาต้องรีบลงมานั่งคุกเข่าปั๊มหัวใจ ขอร้องให้ฉันอย่าเพิ่งตายแน่ๆ"
เสียงวิจารณ์ของเหล่านักเรียนดังมาเข้าหูทีละประโยคโดยไม่ปิดบัง
"ฉันว่าคนที่ไม่มีตา คือพวกแกมากกว่ามั้ง มาเปิดร้านขายเนื้อหมาในอาณาจักรเซี่ยไม่พอ ยังมาทำตัวเป็นอันธพาลข่มขู่ลูกค้าอีก นึกว่าที่นี่เป็นเกาหลีหรือไง"
"วันๆ จ้องแต่จะขโมยของคนอื่น เทศกาลก็ของพวกแก วิถียุทธ์ก็ของพวกแก วันนี้กล้ามาเปิดสถาบันสอนยุทธ์ในอาณาจักรเซี่ย พรุ่งนี้คงหน้าด้านประกาศว่าวิถียุทธ์ของอาณาจักรเซี่ยมีต้นกำเนิดมาจากพวกแก คนรู้ก็ด่าว่าขี้ขโมย คนไม่รู้คงนึกว่าพวกแกแปลภาษาเก่งเฉยๆ"
"ส่วนไอ้นักเรียนที่แกสอน ก็ผีเน่ากับโลงผุ เหมาะกันดีจริงๆ ฉันว่าพวกมันไม่ได้มาเรียนยุทธ์หรอก มาเรียนวิชาปากเก่งกันมากกว่า คลิปสอนท่านั่งม้าไม่เคยดู แต่มีมในเน็ตนี่ตามทันทุกอัน เจอกล้ามโตหน่อยทำเป็นหงอ พอเจอผู้หญิงสองคนทำเป็นเก่ง"
"พวกเดียวกันชัดๆ! ขอโทษทีนะ แกเป็นคนเกาหลี สำนวน 'พวกเดียวกัน' (หมาจิ้งจอกในโพรงเดียวกัน) นี่คงเกินความรู้แกไปหน่อย ไม่เป็นไร กลับไปเสิร์ชดู แล้วก็ขโมยไปเคลมว่าเป็นสำนวนบ้านแกซะสิ"
เจียงเหยียนเยว่ไม่ยอมใครอยู่แล้ว พอเห็นเจียงซูมาถึง เธอก็เปิดฉากด่าไฟแลบ
ถึงเธอจะไม่รู้ว่าเจียงซูเก่งแค่ไหน
แต่เธอคิดว่าเธอรู้จักพี่ชายตัวเองดี
ตั้งแต่ฝึกยุทธ์มา พี่ชายเธอก็ทำตัวลึกลับซับซ้อนตลอด
ครั้งนี้กล้าเปิดหน้าชนขนาดนี้ แสดงว่าต้องมั่นใจสุดๆ!
อีกอย่าง ต่อให้เจียงซูฝีมือไม่ถึง
แต่ดูจากปริมาณข้าวที่กินเข้าไปทุกวัน อย่างน้อยก็น่าจะมีแรงเยอะพอตัว ไม่น่าจะเสียเปรียบง่ายๆ
เทควันโดเหรอ ก็แค่ท่าสวยไว้โชว์ไม่ใช่เหรอไง
ไอ้ครูฝึกนี่จะเก่งแค่ไหนเชียว?
ถ้าไม่ไหวจริงๆ เจียงเหยียนเยว่กำมือถือแน่น เตรียมกดเบอร์ฉุกเฉินสามตัวไว้แล้ว อุ่นใจได้
ในอาณาจักรเซี่ย จะยอมให้ไอ้เกาหลีมาบูลลี่ได้ไง?
"บังอาจ!"
"พวกแก ต้องเจอการลงทัณฑ์จากเทควันโดเกาหลีอันยิ่งใหญ่!"
โดนเจียงเหยียนเยว่ด่าจนตัวสั่น ครูฝึกปาร์คทนไม่ไหวอีกต่อไป คว้ามือไปที่เจียงเหยียนเยว่ ราวกับอินทรีโฉบลูกไก่ ด้วยความโกรธจัด ความเร็วของเขาจึงรวดเร็วมาก
เขารู้ดีว่าการลงไม้ลงมือกับเด็กสาวที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะจะสร้างปัญหาใหญ่
แต่ เขาเป็นคนเกาหลี
ถ้าอยู่เซี่ยไม่ได้ ก็แค่หนีกลับเกาหลี ก็เสวยสุขได้เหมือนเดิม!
ครูฝึกปาร์คหมุนตัว ชุดฝึกสีขาวสะบัดพรึ่บ ฝ่ามือวาดผ่านอากาศจนเกิดภาพติดตา
เขาเร็วแล้ว
แต่เจียงซูเร็วกว่า!
"ลงทัณฑ์?"
ดีแต่ชื่อว่าเป็นครูฝึกสอนยุทธ์ แต่ก้าวย่างโคลงเคลง กล้ามเนื้อดูเหมือนเยอะ แต่พลังเลือดลมในกาย ยังอ่อนกว่าตอนที่เขาเพิ่งสัมผัสพลังเลือดลมได้ใหม่ๆ เสียอีก
ความเร็วที่ปล่อยออกมาตอนนี้ ยิ่งช้า ช้าจนเต่ากัดยาง!
แค่นี้ ยังกล้าจะมาลงมือกับน้องสาวต่อหน้าเขา?
"ผัวะ"
สามกระบวนท่าพยัคฆ์!
ตัด!
เจียงซูเตะสวนออกไปเพียงเปรี้ยงเดียว เสียงลมกรรโชกแรง
เมื่อบรรลุขั้นโคจรพลังเลือดลม เลือดลมเดือดพล่าน การโจมตีธรรมดาก็ทรงพลังมหาศาล
เสียงขากางเกงเสียดสีกันดังสนั่น ปลายเท้าพุ่งเข้าใส่หน้าท้องของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำ
"ปัง!"
เพียงแค่ลูกเตะเดียว ร่างของครูฝึกปาร์คก็งอตัวลงทันที เหมือนกุ้งถูกน้ำร้อนลวก เซถลาไปหลายก้าว ร่างกายเหมือนไร้กระดูกค้ำจุน ทรุดฮวบลงก้นจ้ำเบ้ากับพื้น
เจียงซูก้าวเข้าไปสองก้าว แววตาเย็นเยียบ ย่อตัวลงเล็กน้อย กางกรงเล็บคว้าคอครูฝึกปาร์ค แล้วยกขึ้นลอยหวือ!
สองขาแกว่งไกว ลอยสูงจากพื้นยี่สิบเซนติเมตร!
ครูฝึกปาร์คตาถลน สองมือพยายามตะเกียกตะกายแกะมือของเจียงซูที่ล็อกคอหอยตัวเองอยู่
แต่มือนั้น แข็งแกร่งราวกับคีมเหล็กกล้า ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย
หนึ่งวินาที
สองวินาที
สิบวินาที
ความเจ็บปวดที่หน้าท้องจากการถูกเตะ ความทรมานจากการขาดอากาศหายใจ และสายตาอันเย็นยะเยือกของเจียงซูที่ผ่านการฆ่าคนมาแล้ว จ้องมองมา ครูฝึกปาร์ครู้สึกเหมือนเห็นยมทูตมายืนรอรับวิญญาณ
"ช่ว..."
เขาพยายามเค้นเสียงออกมาคำหนึ่ง
แต่สิ่งที่ได้รับกลับมา มีเพียงแรงบีบที่รัดแน่นขึ้นจนหายใจไม่ออก
"ตุบ"
ผ่านไปครึ่งนาทีเต็มๆ เจียงซูถึงได้ปล่อยมือ
ครูฝึกปาร์คผู้เคยยิ่งใหญ่ในสถาบันสอนยุทธ์ เคยใช้ฝ่ามือผ่าไม้กระดาน ร่วงลงไปกองกับพื้น อ้าปากพะงาบๆ สูดอากาศเข้าปอดอย่างตะกละตะกลาม ใบหน้าที่เคยซีดเผือดเปลี่ยนเป็นแดงก่ำ ร่างกายอ่อนปวกเปียก แววตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัวดั่งคนที่เพิ่งรอดตาย
ทั้งสถาบันเงียบกริบ
แม้แต่เสียงหายใจของนักเรียนก็ยังได้ยินชัดเจน
ครูฝึกที่พวกเขาคิดว่าเก่งกาจไร้เทียมทาน ภายในเวลาไม่กี่วินาที กลับเปราะบางเหมือนโคมกระดาษ จิ้มนิดเดียวก็แตก
เจียงซูกวาดสายตามองไปรอบๆ
หลบตา! ก้มหน้า!
ไม่มีใครกล้าสบตาเขาแม้แต่คนเดียว!
เสียงเยาะเย้ยถากถางเมื่อครู่ หายไปจนหมดสิ้น
เหลือเพียงเสียงราบเรียบของเจียงซู ที่ดังก้องกังวาน:
"กบในกะลา มองเห็นฟ้าเท่าปากบ่อ"
"จะลงทัณฑ์? แกมีสิทธิ์รึ"
[จบแล้ว]