เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1 - ทางเลือกของผู้ตื่นรู้

บทที่ 1 - ทางเลือกของผู้ตื่นรู้

บทที่ 1 - ทางเลือกของผู้ตื่นรู้


บทที่ 1 - ทางเลือกของผู้ตื่นรู้

★★★★★

การเปิดภาคเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมปลายปีสามมักจะมาถึงเร็วกว่าปกติเสมอ

ณ โรงเรียนมัธยมจีเฉิงที่ห้า

เจียงซูเริ่มวอร์มร่างกายด้วยการวิ่งเหยาะๆ รอบสนามสองรอบ จากนั้นจึงเดินเข้าไปยังระเบียงทางเดิน ปรับลมหายใจอยู่หลายนาที ก่อนจะทิ้งน้ำหนักตัวลงในท่านั่งม้าอย่างมั่นคง ร่างกายขยับขึ้นลงเบาๆ ราวกับระลอกคลื่น

ในยามนี้ท้องฟ้ายังคงมืดสลัว ผิวน้ำในทะเลสาบหน้าระเบียงทางเดินยังคงจับตัวเป็นน้ำแข็งบางๆ ที่ยังไม่ละลาย

"วิถีแห่งยุทธ์... แท้จริงแล้วต้องทำเช่นไรถึงจะเรียกว่าก้าวเข้าสู่ขอบเขตแห่งยุทธ์อย่างแท้จริงกันนะ"

เจียงซูพึมพำในใจ ในชาติก่อนเขาป่วยหนักต้องนอนติดเตียง และจากโลกนี้ไปก่อนวัยเพียงสามสิบปี ดังนั้นในชาตินี้ หลังจากที่เขาทลายปริศนาในครรภ์มารดาและระลึกอดีตชาติได้เมื่อสามเดือนก่อน จนกระทั่งปลุกพลังพิเศษขึ้นมาได้ เขาจึงตั้งใจแน่วแนว่าจะเดินบนเส้นทางเพียงสายเดียวนั่นคือการฝึกยุทธ์

มีเพียงการรวบรวมพลังอำนาจมาไว้ที่ตนเองเท่านั้น จึงจะสามารถกุมชะตาชีวิตของตนเองได้อย่างแท้จริง!

ความคิดที่ล่องลอยออกไปถูกดึงกลับมาอย่างรวดเร็ว เจียงซูจินตนาการว่าตนเองเป็นดั่งชามน้ำที่ขุ่นมัว เมื่อสงบนิ่งลง ตะกอนทั้งหลายก็จะตกผลึก จนน้ำกลับมาใสสะอาด

นี่คือ "เคล็ดวิชาหนึ่งชามน้ำ" ที่เขาได้มาจากชาติก่อน เมื่อนำมาใช้ร่วมกับท่านั่งม้าแล้วกลับเข้ากันได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยให้ได้ผลลัพธ์ทวีคูณโดยใช้แรงเพียงกึ่งหนึ่ง

ยามยืดตัวขึ้น นิ้วเท้าจิกแน่นราวกับกรงเล็บไก่ ขาเกร็ง เอวยืด หน้าท้องแขม่ว

ยามย่อตัวลง นิ้วเท้าผ่อนคลายราวกับพังผืดเป็ด ขาผ่อน เอวทิ้งน้ำหนัก หน้าท้องป่องออก

ในระหว่างจังหวะขึ้นลงนี้ ดวงอาทิตย์สีแดงชาดก็ค่อยๆ โผล่พ้นขุนเขาไกลลิบ

แสงแดดอุ่นๆ ผสานกับสายลมหนาวเดือนอ้าย กระทบลงบนเส้นผมของเจียงซูที่ยาวระใบหู

ภายใต้เส้นผมดกดำนั้น ไอร้อนจากการขับเหงื่อกำลังระเหยออกมา ขมับที่ปูดโปนขึ้นเล็กน้อยเป็นสิ่งที่ไม่มีผู้ใดสังเกตเห็น

......

จนกระทั่งเจียงซูฝึกท่านั่งม้าเสร็จและกลับไปอาบน้ำที่หอพักจนออกมาอีกครั้ง เสียงนาฬิกาปลุกในหอพักจึงเพิ่งจะดังขึ้น

บริเวณหน้าประตูโรงเรียนเริ่มมีนักเรียนจับกลุ่มกันเดินเข้าสู่รั้วโรงเรียนทีละสองสามคน

เขาเดินทอดน่องไปในโรงเรียนด้วยประสาทสัมผัสที่เฉียบคม หูได้ยินทุกบทสนทนาของเพื่อนนักเรียนอย่างชัดเจน

"ปากกาหนึ่งด้ามกับไฟหนึ่งดวง สร้างปาฏิหาริย์ในชั่วข้ามคืน เมื่อวานฉันยุ่งแทบตายเลย อยากย้ายไปเป็นนักเรียนสายยุทธ์จัง เขาว่ากันว่าแค่วันๆ ยืนทำท่านั่งม้าก็พอแล้ว เวลาที่เหลืออยากทำอะไรก็ทำ ส่วนพวกเราน่ะเหรอ เข้าเรียนเจ็ดโมงเช้า เลิกเรียนสามทุ่มครึ่ง กินแย่กว่าหมู นอนดึกกว่าหมา ตื่นเช้ากว่าไก่"

"อิจฉาเหรอ? ถ้าไม่ใช่พวกเรียนไม่ไหว ใครเขาจะไปเป็นนักเรียนสายยุทธ์กัน ครูประจำชั้นก็บอกแล้วนี่ ว่าไอ้สายยุทธ์เนี่ย จริงๆ ก็แค่การทดลองปฏิรูปการสอบของรัฐบาล โรงเรียนที่พวกสายยุทธ์เข้าได้ ก็มีแต่วิทยาลัยวิชาชีพทั้งนั้น จะไปเทียบกับพวกเราที่เป็นว่าที่นักศึกษาปริญญาตรีได้ยังไง"

"จะพูดแบบนั้นก็ไม่ถูกซะทีเดียวมั้ง ขอแค่สัมผัสถึงพลังเลือดลมในกายได้ ก็ยื่นขอโควตาเข้ามหาวิทยาลัยได้โดยไม่ต้องสอบแล้ว ยิ่งถ้าสามารถโคจรพลังเลือดลมได้นะ ยิ่งสุดยอดเข้าไปใหญ่ ได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำทันที! โรงเรียนเรามีคนติดมหาวิทยาลัยชั้นนำกี่คนเชียว เผลอๆ ถ้าเก่งกว่านั้น อาจจะได้เข้าสำนักยุทธ์..."

"เหอะ นายคิดว่าท่านั่งม้ามันเป็นวิทยายุทธ์สุดยอดอะไรหรือไง? มันก็แค่พื้นฐาน! ต่อให้ฝึกจนเข้าขั้น ก็ไม่ได้ทำให้กลายเป็นซูเปอร์แมนได้หรอก ลองไปดูพวกครูฝึกตามโรงยิมสิ ต่อยกระสอบทรายดูเหมือนจะเก่ง แต่มีสักกี่คนที่ฝึกท่านั่งม้าจนบรรลุขั้นต้น ขมับปูดโปนได้? ก็แค่พวกเอาดีเข้าตัว ของจริงก็แค่มวยสากลสมัยใหม่ ไม่ใช่วิถีแห่งยุทธ์ของจริงหรอก! ก้มหน้าก้มตาท่องหนังสือไปเถอะ พ่อหนอนหนังสือบ้านนอก"

"ถุย หนอนหนังสือบ้านนอกแล้วไง? สอบติดปริญญาตรี เรียนจบหางานมั่นคงทำ มีหน้ามีตา นี่มันความฝันของคนตั้งกี่คน รู้จักพอใจซะบ้าง"

เดือนพฤศจิกายน ปีศักราชเสวียนซิงที่ 2026 รัฐบาลระดับสูงของอาณาจักรเซี่ยได้ประกาศนโยบายใหม่ นักเรียนมัธยมปลายไม่ว่าจะสายวิทย์หรือสายศิลป์ สามารถย้ายไปเป็นนักเรียนสายยุทธ์ได้ โดยเน้นฝึกฝนท่านั่งม้า

ผู้ใดที่ฝึกท่านั่งม้าจนบรรลุขั้นต้นและสัมผัสถึงพลังเลือดลมในกายได้ จะได้รับสิทธิ์เข้าศึกษาต่อในมหาวิทยาลัยระดับปริญญาตรีได้ทันทีโดยไม่ต้องสอบ

ทว่าในโรงเรียนมัธยมต่างๆ นอกจากนักเรียนที่หมดหวังกับการสอบเข้ามหาวิทยาลัยและเตรียมใจไปเรียนต่อสายอาชีพ แทบไม่มีใครลงสมัครสายยุทธ์เลย

อยู่ ม.6 กันแล้ว ไม่มีใครอยากเอาอนาคตตัวเองมาล้อเล่นหรอก

จะมีก็แต่พวกเด็ก ม.4 ที่เพิ่งเข้าใหม่ ซึ่งยังมีความกดดันเรื่องเรียนไม่มาก ด้วยความอยากรู้อยากเห็นและความสนใจ จึงพากันเปิดดูคลิปสอนท่านั่งม้าที่กระทรวงศึกษาธิการเผยแพร่ วาดฝันว่าสักวันหนึ่งตนเองจะฝึกจนบรรลุขั้นต้น ไม่ต้องสอบเอ็นทรานซ์ก็เข้ามหาวิทยาลัยได้

เจียงซูเดินฝ่าฝูงชนขึ้นไปยังชั้นห้า แล้วเคาะประตูห้องพักครู

"เข้ามา"

เสียงของครูประจำชั้น แซ่เหยียน ดังขึ้น เจียงซูจึงผลักประตูเข้าไป เห็นเพียงครูเหยียนกำลังพิมพดีดคอมพิวเตอร์อย่างขะมักเขม้น ดูเหมือนกำลังจัดการเอกสารเปิดเทอมอยู่

"เจียงซูเหรอ มาหาครูมีธุระอะไรหรือเปล่า?"

เหยียนเต๋อโฮ่วเงยหน้าขึ้นมองด้วยความแปลกใจเล็กน้อย

ผลการเรียนของเจียงซูจัดอยู่ในระดับกลางๆ ของห้อง ถ้าขยันหน่อยและโชคดี ก็อาจจะพอสอบติดมหาวิทยาลัยได้

นักเรียนระดับนี้มักจะมีตัวตนในห้องน้อยมาก เผลอๆ ทั้งเทอมอาจจะไม่เคยเข้าห้องพักครูเลยสักครั้ง ไม่รู้ว่าครั้งนี้มีเรื่องอะไรถึงได้มาหาเอง

"ครูเหยียนครับ ผมมาขอยื่นเรื่องพักการเรียนครับ"

เจียงซูพูดเข้าประเด็นทันที

หลังจากฝึกยุทธ์ จิตใจของเขาก็ใสกระจ่างดุจคริสตัล มองทุกสิ่งอย่างเรียบง่ายไม่ซับซ้อน

"พักการเรียน? ที่บ้านมีปัญหาอะไรรึเปล่า?"

เหยียนเต๋อโฮ่วละมือจากงานทันที คิ้วขมวดมุ่น ลุกขึ้นยืนถามด้วยความเป็นห่วง

"เปล่าครับ ผมเตรียมจะย้ายไปเป็นนักเรียนสายยุทธ์ เทอมสุดท้ายนี้เลยตั้งใจจะกลับไปฝึกท่านั่งม้าด้วยตัวเองที่บ้านครับ"

"นักเรียนสายยุทธ์... นี่มัน..."

พอได้ยินคำว่านักเรียนสายยุทธ์ เหยียนเต๋อโฮ่วก็เงียบไป คำพูดเกลี้ยกล่อมมากมายจุกอยู่ที่คอหอย

เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีก่อน ทางผู้บริหารโรงเรียนได้จัดประชุม เนื้อหาคือหากนักเรียนคนใดประสงค์จะย้ายไปสายยุทธ์ ครูประจำชั้นห้ามขัดขวางเด็ดขาด และต้องอนุมัติทันที

"เจียงซู ลองคิดดูอีกทีไหม จริงๆ เกรดของเธอ ถ้าฮึดอีกหน่อย ปริญญาตรีก็ยังมีหวังนะ แล้วอีกอย่าง ต่อให้ย้ายไปสายยุทธ์ ก็ยังต้องสอบเหมือนเดิม ถ้าสัมผัสพลังเลือดลมไม่ได้ ก็เข้าเรียนโดยไม่ต้องสอบไม่ได้หรอกนะ..."

"ครูเหยียนเองก็ไม่ได้บังคับให้เธอต้องตั้งใจเรียนหรือทำการบ้านเหมือนคนอื่น ถ้าว่างก็เข้ามานั่งฟังในคาบ มีเวลาก็ลองทำข้อสอบดู เผื่อตอนไปสอบจริงจะได้ไม่หัวสมองว่างเปล่า เตรียมตัวไว้ทั้งบู๊ทั้งบุ๊นก็ดีออก อีกอย่างยังเหลือเวลากว่าสอบ ตัดสินใจปุบปับแบบนี้..."

ในเมื่อตอนนี้ในห้องพักครูไม่มีคนอื่น เหยียนเต๋อโฮ่วจึงอดไม่ได้ที่จะพูดเตือน เขาเป็นครูมากว่ายี่สิบปี มีความคิดแบบอนุรักษนิยม หวังอยากให้ลูกศิษย์สอบเข้ามหาวิทยาลัยดีๆ ได้อย่างราบรื่น

ไอ้สายยุทธ์หรือท่านั่งม้าอะไรนั่น ในสายตาเขาไม่ใช่เส้นทางที่ยั่งยืน เหมือนทางลัดที่เสี่ยงเกินไปมากกว่า

ถ้าคนขอยื่นเรื่องเป็นพวกเด็กหลังห้องที่ผลการเรียนแย่ก็ว่าไปอย่าง

แต่เจียงซู เป็นเด็กที่มีลุ้นสอบติดปริญญาตรีชัดๆ

"ครูเหยียนครับ ผมตัดสินใจแล้ว"

ไม่มีคำอธิบายยืดยาว เจียงซูยื่นใบคำร้องให้ เขาศึกษาขั้นตอนมาแล้ว ขอแค่เป็นเรื่องสายยุทธ์ ทางโรงเรียนจะอนุมัติทันที

ปรากฏการณ์นี้พิสูจน์ได้เพียงอย่างเดียวว่า วิถีแห่งยุทธ์ในโลกนี้ ไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เพื่อนๆ ของเขาเข้าใจแน่

"ก็ได้"

เหยียนเต๋อโฮ่วมองเจียงซูสลับกับลายเซ็นผู้ปกครองในใบคำร้องอยู่หลายรอบ

เขาถอนหายใจยาว ได้แต่หวังว่าการพักการเรียนครั้งนี้ จะเป็นการตัดสินใจที่ไตร่ตรองมาอย่างดีที่สุดแล้วของลูกศิษย์คนนี้

"ขอบคุณครับครูเหยียน"

"ถ้าไม่มีอะไรแล้ว งั้นเจียงซูกลับไปที่ห้องก่อนไหม เดี๋ยวครูจะไปบอกเพื่อนๆ เราจะได้จัดงานเลี้ยงอำลาเล็กๆ กัน อยู่ด้วยกันมาปีกว่า คงมีความผูกพันกันบ้าง"

"ไม่เป็นไรครับ แค่พักการเรียน ไว้มีโอกาสค่อยเจอกันก็ได้"

เจียงซูปฏิเสธครูเหยียนอย่างเรียบง่ายแล้วหันหลังเดินจากไป

หลังจากไขปริศนาในครรภ์มารดาได้ จิตวิญญาณจากชาติก่อนก็กลับมาเป็นหลัก ในโลกนี้ นอกจากพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดและน้องสาวที่โตมาด้วยกันแล้ว คนอื่นก็ไม่ได้มีความสำคัญอะไรในใจเขาเลยแม้แต่น้อย

ยิ่งไปกว่านั้น ชาติก่อนเขาอายุตั้งสามสิบแล้ว

ได้กลับมาใช้ชีวิตอีกครั้ง จิตใจย่อมเติบโตกว่าตอนนั้น จะให้ไปคุยอะไรกับเด็ก ม.ปลาย ที่ยังไม่ประสีประสาโลกภายนอก

นักเรียนในโรงเรียนเริ่มเยอะขึ้น ส่งเสียงเจี๊ยวจ๊าวราวกับนกกระจอก

ในห้องเรียนเริ่มมีเพื่อนก้มหน้าก้มตาปั่นการบ้านปิดเทอมกันยิกๆ

เจียงซูเลือกที่จะไม่เก็บหนังสือในโต๊ะ แต่เดินออกจากตึกเรียนตรงดิ่งกลับไปยังหอพักที่ว่างเปล่า

แผ่นหน้าต่างโปร่งแสงปรากฏขึ้นในห้วงความคิด:

เจียงซู—

ภาษา/อักษรราชวงศ์ต้าจิ่ง: ขั้นต้น (926/1000)

ท่านั่งม้า: ความสำเร็จขั้นเล็ก (526/1000)

เวลานับถอยหลังสู่การข้ามภพ: 00:00

"นึกไม่ถึงว่ารอมาสามเดือน อาณาจักรเซี่ยก็ยังไม่ประกาศวิธีฝึกยุทธ์ที่แท้จริงออกมา แม้ว่าแผงหน้าจอจะยืนยันผลการฝึกถาวร แต่ยิ่งฝึกไป ท่านั่งม้าก็ยิ่งพัฒนาช้าลง"

"กว่าจะถึงวันสอบ อย่างมากก็น่าจะหยุดอยู่ที่ขั้นความสำเร็จขั้นใหญ่ พอโคจรพลังเลือดลมได้ ก็แค่ได้สิทธิ์เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำโดยไม่ต้องสอบเท่านั้น"

"การได้เข้ามหาวิทยาลัยชั้นนำ อาจจะถือว่านำหน้าเด็กนักเรียนโรงเรียนมัธยมจีเฉิงที่ห้าไปกว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ แต่ในเมื่อชาตินี้พ่อแม่สนับสนุนขนาดนี้ แล้วทำไมเราจะไม่ลองสู้เพื่อเข้าสำนักยุทธ์ดูล่ะ!"

"ราชวงศ์ต้าจิ่ง สิบแปดมณฑล สองร้อยเจ็ดสิบอำเภอ และเมืองระดับอำเภออีกนับพัน ไม่ว่าเมืองไหนก็มีจอมยุทธ์ขั้นฝึกอวัยวะประจำการอยู่ ขอแค่มีเงินตำลึงมากพอ ก็ฝากตัวเป็นศิษย์สำนักยุทธ์ในเมืองเพื่อเรียนวิชาได้!"

เจียงซูหวนนึกถึงข่าวคราวที่เคยได้ยินมาตอนอยู่ที่อำเภอผิงหลิง เขาไม่รู้ว่าระดับขั้นการฝึกยุทธ์บนดาวเสวียนซิงนี้แบ่งแยกอย่างไร หรือฝึกฝนกันแบบไหน

แต่เขารู้เรื่องของอีกโลกหนึ่ง ในราชวงศ์ต้าจิ่ง ที่เมืองผิงหลิง จอมยุทธ์แบ่งออกเป็นสามระดับขั้น

ขั้นฝึกผิว ขั้นฝึกกระดูก ขั้นฝึกอวัยวะ

เขายังจำประโยคที่นักเล่านิทานพูดตอนหุบพัดลงได้อย่างแม่นยำ:

"จอมยุทธ์ขั้นฝึกอวัยวะ พลังแทรกซึมถึงอวัยวะภายใน อายุขัยยืนยาวกว่าสองรอบวัฏจักร!"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 1 - ทางเลือกของผู้ตื่นรู้

คัดลอกลิงก์แล้ว