เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13: ข้าควรใช้ ‘ปลาย่างเสน่ห์นางมาร’ หรือไม่?

บทที่ 13: ข้าควรใช้ ‘ปลาย่างเสน่ห์นางมาร’ หรือไม่?

บทที่ 13: ข้าควรใช้ ‘ปลาย่างเสน่ห์นางมาร’ หรือไม่?


บทที่ 13: ข้าควรใช้ ‘ปลาย่างเสน่ห์นางมาร’ หรือไม่?

ความรู้สึกของฮั่วอวี่เฮ่าที่มีต่อโรงเรียนเชร็คนั้นซับซ้อนและย้อนแย้งยิ่งนัก

เขาตระหนักดีถึงข้อเสียสารพัดของเชร็ค ทั้งความเย่อหยิ่ง จองหอง และการถือดีในศักดิ์ศรี พวกเขาให้ค่ากับสิ่งที่เรียกว่า "เกียรติยศหมื่นปี" มากกว่าชีวิตของนักเรียน มุ่งเน้นเพียงการขัดเกลาผู้มีพรสวรรค์ และเขี่ยผู้ไร้พรสวรรค์ทิ้งราวกับรองเท้าเก่าๆ

พี่สาวเสี่ยวหยาเป็นถึงเจ้าสำนักคนสุดท้ายของสำนักถัง และสำนักถังกับเชร็คก็มีมิตรภาพยาวนานนับหมื่นปี แต่เมื่อถึงคราวที่สำนักถังล่มสลาย ทางโรงเรียนกลับเมินเฉย ทั้งที่สามารถยุติปัญหาได้ด้วยการส่งอาจารย์จากโรงเรียนส่วนนอกไปเพียงคนเดียว

ทว่า เบื้องบนของโรงเรียนกลับมองว่าสำนักถังไร้ค่าและหมดประโยชน์ อีกทั้งยังดูแคลนพรสวรรค์ของถังหยา จึงทอดทิ้งสำนักถังไปอย่างไม่ไยดี

ยามที่เขามีเพียงวิญญาณยุทธ์เนตรวิญญาณ ทั้งเหยียนเส้าเจ๋อและผู้อาวุโสซวนต่างดูถูกเขาในทุกวิถีทาง แม้แต่สถานะศิษย์หลักก็ยังปฏิเสธที่จะมอบให้ แต่ทันทีที่เขาเผยวิญญาณยุทธ์น้ำแข็งขั้นสูงสุด พวกเขากลับประเคนผลประโยชน์และพยายามดึงตัวเขาเข้าร่วม การเลือกปฏิบัติที่หน้ามือเป็นหลังมือเช่นนี้ช่างน่ารังเกียจสิ้นดี

ในฐานะสถานศึกษา พวกเขาหลงลืมเป้าหมายหลักในการอบรมสั่งสอนและบ่มเพาะศิษย์ แต่กลับให้ค่ากับผลประโยชน์และชื่อเสียงมากกว่าชีวิตคน

อาจกล่าวได้ว่าในชาติภพก่อน หากเขาไม่ได้ยื่นมือเข้าช่วย เชร็คคงต้องชดใช้ราคาแพงให้กับความจองหองของตนเอง ไม่เพียงแต่จะพ่ายแพ้ในการประลองวิญญาณจารย์ แต่จักรวรรดิสุริยันจันทราซึ่งมีความแค้นฝังลึกกับโรงเรียนเชร็ค คงจะกวาดล้างเชร็คจนสิ้นซากในช่วงสงครามระดับทวีป

ฮั่วอวี่เฮ่ารังเกียจเชร็คในรูปแบบนี้ แต่เพราะคนบางคนในนั้น ทำให้เขาไม่อาจยืนดูอยู่เฉยๆ โดยไม่ทำอะไรได้

คนแรกคือมู่เอิน ท่านมิเพียงเป็นอาจารย์ของเขา แต่ยังเป็นผู้นำที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกล ท่านมองเห็นแนวโน้มการพัฒนาของทวีปมานานแล้ว และเข้าใจดีว่าอุปกรณ์วิญญาณคืออนาคต ท่านต้องการผลักดันการปฏิรูปในเชร็ค แต่สังขารไม่อาจเอื้ออำนวยให้ทำสิ่งใดได้อีก

มู่เอินไม่เคยยึดติดกับเกียรติยศหมื่นปีจอมปลอมนั่น ท่านถึงกับตั้งใจให้เชร็คพ่ายแพ้ในการประลองวิญญาณจารย์เพื่อเป็นระฆังเตือนสติทุกคนในโรงเรียน ทว่าฮั่วอวี่เฮ่ากลับเป็นคนทำลายแผนการนั้นเสียเอง

ในฐานะครู มู่เอินทุ่มเทให้ฮั่วอวี่เฮ่าอย่างแท้จริง ท่านไม่เพียงถ่ายทอดทักษะวิญญาณที่คิดค้นขึ้นเอง แต่ยังถ่ายทอดพลังวิญญาณให้เขาก่อนสิ้นใจ ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อฮั่วอวี่เฮ่าล้มเหลวในการควบแน่นแก่นแท้พลังวิญญาณดวงที่สอง มู่เอินก็ช่วยเขาจนดวงจิตของตนต้องแตกสลาย ทั้งยังฝากฝังให้หลงเซียวเหยาเก็บแก่นมังกรไว้ให้เขาอีกด้วย

อาจกล่าวได้ว่าบุญคุณของมู่เอินที่มีต่อฮั่วอวี่เฮ่านั้นยิ่งใหญ่ไพศาลนัก

ยังมีฟานอวี่และเฉียนตัวตัว แม้พวกเขาจะเห็นค่าในพรสวรรค์ของเขาเป็นหลัก แต่พวกเขาก็เต็มใจยื่นมือเข้าช่วยในยามที่เขาอ่อนแอ และต่อสู้กับเหยียนเส้าเจ๋อเพื่อเรียกร้องผลประโยชน์ให้เขา บุญคุณนี้เขาไม่อาจลืม

รวมถึงพี่สาวเสี่ยวหยาและศิษย์พี่เป่ยเป่ย ในชาตินี้ ฮั่วอวี่เฮ่าไม่เพียงแต่จะไม่เข้าร่วมสำนักถัง แต่จะทำลายมันให้สิ้นซาก อย่างไรก็ตาม ในเมื่อทั้งสองเคยเต็มใจมอบคัมภีร์ลับสำนักถังให้เขาในยามที่เขามีเพียงวงแหวนวิญญาณสิบปี เขาจึงตัดสินใจว่าจะช่วยฉุดถังหยาและเป่ยเป่ยขึ้นมาจากโคลนตมที่ชื่อว่าสำนักถังให้จงได้

และที่สำคัญที่สุด อาอิ๋น มารดาของถังซาน ตอนนี้กำลังสิงสถิตอยู่ใต้ต้นทองคำโบราณ นางน่าจะกำลังเริ่มกระบวนการกัดกินแก่นแท้ของระนาบทวีปโต้วหลัว ซึ่งฮั่วอวี่เฮ่าต้องหยุดยั้งเรื่องนี้ให้ได้

ดังนั้น ฮั่วอวี่เฮ่าจึงไม่มีเจตนาจะทำลายล้างเชร็ค ในทางตรงกันข้าม เขาจะเข้าร่วมเชร็คและดำเนินการ "ล้างบาง" ครั้งใหญ่จากภายใน ทั้งยังจะใช้ชื่อเสียงของเชร็คเพื่อสร้างฐานอำนาจของตนเอง

ในขณะนี้ ฮั่วอวี่เฮ่ารู้สึกลังเลเล็กน้อย เขาควรจะใช้ทักษะติดตัวอย่าง "ปลาย่างเสน่ห์นางมาร" กับศิษย์พี่หญิงใหญ่แห่งโรงเรียนส่วนในของเชร็คในอนาคตคนนี้ดีหรือไม่?

เหตุผลหลักก็เพราะในความทรงจำของคนจาก "ดาวสีฟ้า" ผู้นั้น ชื่อของทักษะนี้มันช่างน่าอับอายเหลือเกิน!

หลังจากลังเลอยู่นาน เพื่อที่จะเอาชนะใจศิษย์พี่หญิงใหญ่ผู้นี้ให้ได้ในอนาคต ฮั่วอวี่เฮ่าจึงตัดสินใจงัดทักษะนี้ออกมาใช้สักครั้ง

ฮั่วอวี่เฮ่าลุกขึ้นและเดินไปยังริมฝั่งแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกล

ไม่นานนัก เขาก็มาถึงลำธารเล็กๆ กว้างประมาณสามเมตร น้ำใสแจ๋วราวกระจก มอบความเย็นสดชื่นท่ามกลางอากาศร้อนระอุของฤดูร้อน

ฮั่วอวี่เฮ่าจำแม่น้ำสายนี้ได้แม่นยำ เพราะครั้งล่าสุดที่เขามาที่นี่คือตอนที่เขาเลี้ยงปลาเผาเป่ยเป่ยและถังหยา

คราวนั้น เขาต้องเปิดใช้งานวิญญาณยุทธ์และเพ่งมองผิวน้ำอย่างระมัดระวังเพื่อจับปลา

แต่ตอนนี้ ฮั่วอวี่เฮ่าหยิบเหล็กเสียบหลายอันออกมาจากอุปกรณ์วิญญาณเก็บของ แล้วสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว เหล็กเสียบก็พุ่งทะลุหัวปลาหลีฮื้อ (ปลาไน) ทันที ร่างของพวกมันลอยหงายท้องขึ้นมาเหนือน้ำทีละตัว

ฮั่วอวี่เฮ่าจับปลาได้กว่าสามสิบตัวและเก็บทั้งหมดลงในอุปกรณ์วิญญาณก่อนจะเดินกลับ ฝั่งเชร็คมีกันถึงสิบสองคน หากจับไปน้อยเกินไปคงไม่ทั่วถึง

ขณะเดินกลับ ฮั่วอวี่เฮ่าบังเอิญสบตากับจางเล่อซวน ทั้งสองยิ้มให้กันเล็กน้อย เนื่องจากเป็นเพียงคนรู้จักที่เพิ่งเคยพบหน้า ชาวเชร็คจึงไม่ได้ซักไซ้ไล่เลียงอะไรแม้จะเห็นฮั่วอวี่เฮ่าเดินแยกตัวออกไป

ฮั่วอวี่เฮ่าหยิบกริชพยัคฆ์ขาวออกมา ล้างปลา ขูดเกล็ด และควักไส้อย่างชำนาญ ปลาหลีฮื้อตัวหนึ่งถูกทำความสะอาดอย่างรวดเร็ว

ต้องยอมรับว่าปลาในทวีปโต้วหลัวนั้นเหมาะแก่การนำมาย่างเป็นอย่างยิ่ง นอกจากจะเตรียมง่ายแล้ว ขนาดตัวยังไม่ใหญ่เกินไป เนื้อปลารสชาติดี มีคุณค่าทางอาหารสูง และไม่มีกลิ่นคาวจัด

หลังจากรวบรวมฟืนและหยิบเครื่องปรุงออกมา ฮั่วอวี่เฮ่าก็เริ่มย่างปลาอย่างตั้งใจ

จะว่าไป นี่ดูเหมือนจะเป็นครั้งแรกที่ฮั่วอวี่เฮ่าย่างปลานับตั้งแต่กลับมาเกิดใหม่ ตลอดสองปีที่ผ่านมา เขาไม่เคยทำอาหารกินเองเลยเพื่อทุ่มเทเวลาให้กับการบำเพ็ญเพียร เขาอาศัยกินอาหารฝีมือฮั่วอวิ๋นเอ๋อร์หรือไม่ก็อาหารโภชนาการสูงที่ราชสำนักจัดเตรียมให้

ฮั่วอวี่เฮ่าปล่อยใจให้ล่องลอย แต่สองมือยังคงทำงานไม่หยุด ไม่นานนัก ปลาหลีฮื้อก็ค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง กลิ่นหอมอันเป็นเอกลักษณ์เริ่มลอยฟุ้งออกมาจากกองไฟ ลอยไปเตะจมูกกลุ่มคนของเชร็คที่อยู่ใกล้ๆ

ในชั่วพริบตา สายตาทั้งสิบสองคู่ก็หันขวับมาทางฮั่วอวี่เฮ่า ต้องบอกก่อนว่าด้วยเหตุผลวิปริตบางประการ อาหารที่พ่อครัวของโรงเรียนเชร็คส่วนในจัดเตรียมไว้ให้นักเรียนในภารกิจนั้นขึ้นชื่อเรื่องรสชาติที่เลวร้ายอย่างน่าเหลือเชื่อ แม้ว่าจะให้พลังงานสูงก็ตาม

เมื่อได้กลิ่นหอมหวลจากทิศทางของฮั่วอวี่เฮ่าในขณะที่เคี้ยวเสบียงกรังของตัวเอง ทุกคนต่างรู้สึกว่าสิ่งที่อยู่ในปากนั้นขมฝาดและสากลิ้นราวกับกำลังเคี้ยวอุจจาระ

"น้องชาย เจ้าหมักปลาย่างด้วยอะไรน่ะ? กลิ่นหอมเหลือเกิน!"

ฮั่วอวี่เฮ่าเงยหน้าขึ้นเห็นร่างหนึ่งที่มีแก้มยุ้ยเล็กน้อยยืนอยู่ตรงหน้า

ซูหลินหลิน เป็นวิญญาณจารย์สายอาหารระดับ 57 ที่มีวิญญาณยุทธ์ผลไม้สวรรค์หอมหวล แม้จะเป็นผู้หญิง แต่นางรักการกินเนื้อเป็นชีวิตจิตใจและแทบขาดเนื้อไม่ได้ในแต่ละมื้อ ทว่าเสบียงที่ต้องพกมาทำภารกิจทำให้นางรู้สึกว่า หากเนื้อสัตว์ทั้งโลกมีรสชาติแย่เหมือนอาหารของโรงเรียน นางยอมตายเสียยังดีกว่า

ดังนั้น นางจึงเคยไปเรียนทำอาหารด้วยความตื่นเต้น หวังจะสนองความอยากของตนเองและทำเซอร์ไพรส์เพื่อนร่วมทีมระหว่างภารกิจ

ส่วนผลลัพธ์หลังจากนั้น... ทุกครั้งที่ซูหลินหลินเสนอตัวจะทำอาหารให้ทุกคนกิน เพื่อนๆ ต่างรีบห้ามปรามและบอกว่าไม่จำเป็น อาหารของโรงเรียนก็อร่อยดีอยู่แล้ว... ด้วยเหตุนี้ ซูหลินหลินจึงสงสัยใคร่รู้เป็นพิเศษเกี่ยวกับน้องชายตัวน้อยที่ดูอายุเพียงเก้าขวบ แต่กลับย่างปลาได้หอมกรุ่นปานนี้

"ท่านแม่ข้าสอนมาน่ะครับ พี่สาว ท่านอยากลองชิมปลาย่างบ้างไหม?" ฮั่วอวี่เฮ่าคิดในใจว่าทักษะขี้โกงของเขานี่มันได้ผลชะงัดนัก มีคนติดเบ็ดง่ายดายจริงๆ

"จริงเหรอ? ข้ากินได้จริงๆ เหรอ น้องชาย?" ซูหลินหลินมองฮั่วอวี่เฮ่าด้วยความตื่นเต้น น้ำลายแทบจะไหลย้อยที่มุมปาก

"แน่นอนครับ" ฮั่วอวี่เฮ่ากล่าวพลางหันไปมองคนอื่นๆ จากโรงเรียนเชร็ค "พี่ชายพี่สาวทุกท่าน ข้าจับปลามาเยอะเลย กินคนเดียวไม่หมดหรอกครับ ถ้าใครอยากทาน ข้ายินดีเลี้ยงปลาย่างพวกท่าน"

"ไม่..."

"เกรงใจแย่เลยน้องชาย เอาอย่างนี้ บอกราคามาเถอะ ถือว่าพวกเราขอซื้อปลาย่างจากเจ้าก็แล้วกัน" จางเล่อซวนกำลังจะปฏิเสธตามมารยาท แต่ฉินเหยียนเจ๋อที่อยู่ข้างๆ กลับทนไม่ไหว ลุกขึ้นเดินตรงดิ่งมาหาฮั่วอวี่เฮ่าทันที

สมาชิกทีมคนอื่นๆ ก็วางอาหารในมือลงและเดินตามมาที่วงล้อม ไม่นานกลุ่มคนก็เริ่มสนทนากับเขา

จางเล่อซวนและรองหัวหน้าทีม จัวชิงหยา หันมาสบตากัน

จัวชิงหยามองดูอาหารในมือสลับกับมองไปที่ฮั่วอวี่เฮ่า นางรู้สึกว่าในเมื่อกลุ่มของพวกตนนับว่าโตกว่าเขามาก จะไปรับของกินจากเด็กตัวแค่นี้ได้อย่างไร? ไม่ควรเลย... มันไม่สมควรจริงๆ!

จบบทที่ บทที่ 13: ข้าควรใช้ ‘ปลาย่างเสน่ห์นางมาร’ หรือไม่?

คัดลอกลิงก์แล้ว