- หน้าแรก
- วิวัฒนาการต้องห้าม ในจักรวาลมาร์เวล
- บทที่ 4 - สั่งสอนไฮดราด้วยพลังระดับสูตรโกง
บทที่ 4 - สั่งสอนไฮดราด้วยพลังระดับสูตรโกง
บทที่ 4 - สั่งสอนไฮดราด้วยพลังระดับสูตรโกง
บทที่ 4 - สั่งสอนไฮดราด้วยพลังระดับสูตรโกง
ภายในห้องแล็บ
เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนึกถึงความน่ากลัวของกัปตันอเมริกาที่เคยได้ยินมา ความหวาดกลัวกระตุ้นให้พวกเขาระดมยิงไม่หยุด
ทว่าโต๊ะโลหะเหล่านั้นเกือบทั้งหมดเป็นโลหะตัน กระสุนจึงทำได้เพียงทิ้งรอยบุบเล็กๆ เอาไว้ ไม่อาจระคายผิวเฉินเฟยได้เลย
พวกเขายิงกดดันพลางเคลื่อนที่อ้อมไปด้านหลังโต๊ะทดลอง ต่อให้เป็นซูเปอร์โซลเจอร์ ถ้าโดนยิงก็ต้องเจ็บ ถ้าเจ็บก็ต้องตายเหมือนกัน
เฉินเฟยที่นั่งพิงหลังอยู่กับโต๊ะทดลอง ฟังเสียงปืนเพื่อระบุตำแหน่งและใช้กระจกเงาบานหนึ่งที่อยู่ไกลออกไปช่วยกะระยะ
ทันใดนั้นเขาก็เคลื่อนไหว
เขาม้วนตัวลุกขึ้นจากอีกฝั่งของโต๊ะทดลอง คว้าเสื้อกาวน์สีขาวมาคลุมร่างอย่างรวดเร็ว
เขาเคลื่อนที่หลบหลีกด้วยความเร็วสูง ระหว่างนั้นสมองก็คำนวณเส้นทางอย่างบ้าคลั่ง กระโดดข้ามโต๊ะทดลองทีเดียวหลายตัว
มือขวาถือฝาครอบเครื่องจักรที่เป็นโลหะกันกระสุน ส่วนมือซ้ายถือมีดผ่าตัดที่เพิ่งคว้าติดมือมาเมื่อครู่
มีดผ่าตัดนี่แหละเหมาะกับการต่อสู้ระยะประชิดที่สุด
เพียงสองก้าวเขาก็พุ่งเข้าถึงกลุ่มคน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ตอนแรกตกใจเริ่มตั้งสติและลั่นไกปืน
แต่ถึงเสียงปืนจะดังสนั่น เฉินเฟยยังคงวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใจเย็น แผ่นโลหะกันกระสุนในมือปัดป้องกระสุนได้อย่าวแม่นยำ เกิดเสียงดัง ปัง ปัง ปัง ถี่รัว
ด้วยปฏิกิริยาตอบสนองในตอนนี้ กระสุนพวกนี้ทำอะไรเขาไม่ได้เลย ยิ่งมีโล่กำบังด้วยแล้วยิ่งไม่ต้องพูดถึง
เจ้าแผ่นกันกระสุนนี่ทนทานใช้ได้เลยทีเดียว
วินาทีที่เขาพุ่งเข้าไปกลางวงล้อม มีดผ่าตัดในมือผสานกับร่างกายที่แข็งแกร่ง เปรียบเสมือนพยัคฆ์ร้ายกระโจนเข้าฝูงแกะ สถานการณ์พลิกผันในพริบตา
ในสายตาของเขา เจ้าหน้าที่เหล่านี้ที่นับว่าร่างกายแข็งแรงในหมู่คนธรรมดา กลับเชื่องช้าราวกับเด็กน้อย
อีกฝ่ายเพิ่งจะยกกระบอกปืนขึ้นเล็ง เขาก็ไปโผล่ตรงหน้าแล้ว มีดผ่าตัดในมือตวัดวูบพาเอาเลือดสาดกระเซ็น
ฉึก! ฉึก!
เลือดสดๆ ที่ยังอุ่นและข้นคลั่กพุ่งทะลักออกมาด้วยแรงดันภายในร่างกาย สาดกระเซ็นเปรอะเปื้อนใบหน้าของเฉินเฟย
เพียงไม่นาน
เฉินเฟยจัดการศัตรูราวกับหั่นผักปลา มีดผ่าตัดกรีดผ่านลำคอคนแล้วคนเล่า ปลิดชีพพวกเขาอย่างรวดเร็ว
เสียงอึกทึกเงียบลง ตอนนี้ทั้งห้องแล็บตกอยู่ในความเงียบสงัด มีเพียงเลือดที่เจิ่งนองค่อยๆ ไหลลามไปทั่วพื้น
เหลือเพียงเฉินเฟยคนเดียวที่ยังยืนหยัดอยู่
เสื้อกาวน์สีขาวและใบหน้าของเขาชุ่มโชกไปด้วยเลือด ประกอบกับสีหน้าเรียบเฉย ทำให้เขาดูราวกับปีศาจที่เพิ่งปีนขึ้นมาจากขุมนรก
"ต่อไปก็ห้องควบคุมหลัก" เฉินเฟยพึมพำ ยังมีข้อมูลบางอย่างที่เขาต้องเอามาจากที่นั่น ไม่อย่างนั้นก็เสียเที่ยวเปล่า
เขาคว้าปืนกระบอกหนึ่งจากพื้นพร้อมเสื้อเกราะกันกระสุนมาสวม และเตรียมแม็กกาซีนสำรองให้พร้อม
เขาต้องรีบเอาข้อมูลแล้วรีบชิ่ง
ตอนนี้เขาเป็นแค่ซูเปอร์โซลเจอร์ ไม่ใช่ทุกคนจะเป็นเหมือนกัปตันอเมริกา
ถ้าพวกมันส่งซูเปอร์โซลเจอร์ที่ไม่สมบูรณ์อย่างวินเทอร์โซลเจอร์มา น้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เขาอาจจะพลาดท่าได้
ความแค้นที่มีต่อไฮดรา เอาไว้รอให้เขาแข็งแกร่งกว่านี้ค่อยกลับมาทำลายพวกมันให้สิ้นซากก็ยังไม่สาย
ด้วยพรสวรรค์ที่มีในตอนนี้ เขามั่นใจว่าทำได้แน่
แต่ก่อนจะออกไป เขาต้องเอาข้อมูลอื่นๆ ของสถาบันวิจัยแห่งนี้ไปด้วย ของพวกนั้นจะช่วยให้เขาเติบโตได้อย่างรวดเร็ว
เขาไม่ใช่พระเอกในทีมอเวนเจอร์สที่จะพอใจแค่เซรุ่มซูเปอร์โซลเจอร์
เขาต้องการพลังที่แข็งแกร่งกว่านี้เพื่อรับมือกับไฮดราและวิกฤตที่จะเกิดขึ้นในอนาคต
...
เฉินเฟยพุ่งตัวออกไปข้างนอก หัวหน้าทหารที่เห็นภาพนี้ผ่านจอมอนิเตอร์ตัวสั่นเทิ้ม รูม่านตาหดเกร็ง
จากผลงานเมื่อครู่ เฉินเฟยกลายเป็นซูเปอร์โซลเจอร์ไปแล้วแน่นอน แถมยังมีสติสัมปชัญญะครบถ้วน
เสียงของเขาสั่นเครือเล็กน้อย "เป็นไปได้ยังไง"
บารอนถามต่อด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น "ผลการทดสอบเป็นยังไง"
เขาเห็นแค่เปลวไฟลุกท่วม เพราะเมื่อกี้เฉินเฟยเคลื่อนไหวเร็วเกินไป กว่าเขาจะเชื่อมต่อกล้องวงจรปิดได้ ทุกอย่างก็จบลงแล้ว
"ท่านครับ เฉินเฟยดูเหมือนจะทำสำเร็จครับ!"
หัวหน้าทหารรีบตอบพร้อมกับย้อนภาพกล้องวงจรปิดไปช่วงที่เฉินเฟยวิ่ง ในจอภาพปรากฏร่างชายหนุ่มผมดำสวมเสื้อกาวน์เปื้อนเลือดกำลังวิ่งตะบึงไปตามทางเดิน
แววตาสงบนิ่งเยือกเย็น ไม่มีความบ้าคลั่งเหมือนพวกซูเปอร์โซลเจอร์ที่ล้มเหลว
สตรัคเกอร์มองดูเฉินเฟยในสภาพนั้น "นี่คือตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จงั้นเหรอ"
"ชะ...ใช่ครับ!"
บารอนสตรัคเกอร์ลุกพรวดขึ้นตะโกนลั่น "งั้นไอ้พวกขยะอย่างพวกแกจะมัวยืนบื้ออะไรอยู่! ไปจับเป็นมันกลับมา เดี๋ยวนี้! หมอนั่นคืออัจฉริยะและเป็นตัวอย่างที่สมบูรณ์แบบ!
ห้ามฆ่าเขาเด็ดขาด!"
"ถ้าจับตัวเขาได้ ฉันจะเลื่อนตำแหน่งแกให้เป็นหัวหน้ากองร้อย!"
บารอนสตรัคเกอร์คิดไม่ถึงเลยว่าจะมีเรื่องเซอร์ไพรส์แบบนี้ นักวิจัยที่ควรจะถูกกำจัด กลับระเบิดศักยภาพไร้ขีดจำกัดออกมาเพื่อเอาชีวิตรอด
แถมยังวิจัยเซรุ่มซูเปอร์โซลเจอร์จนสำเร็จ
เพื่อความไม่ประมาท เขาจึงต่อสายโทรศัพท์อีกเครื่องทันที "ส่งหน่วยรบพิเศษไปที่ฐานวิจัยหมายเลข 31 ด่วน ไปจับตัวคนที่ชื่อเฉินเฟย
ปลุกซูเปอร์โซลเจอร์ขึ้นมาอีกหนึ่งทีม ให้ไปคอยสนับสนุน! ขอแค่จับตัวเฉินเฟยได้ ไอ้ขยะพวกนั้นก็ไม่จำเป็นอีกต่อไป!"
ตอนนี้ซูเปอร์โซลเจอร์ที่ไฮดราควบคุมอยู่ล้วนมีข้อบกพร่อง ควบคุมยากและคุ้มคลั่งง่าย ปกติจึงต้องแช่แข็งเอาไว้
จะใช้เมื่อไหร่ค่อยปลุกขึ้นมา
แถมของพรรค์นั้นยังต้องใช้วัตถุดิบเป็นทหารที่มีจิตใจเข้มแข็ง อัตราความสำเร็จก็ต่ำเตี้ยเรี่ยดิน การผลิตจำนวนมากแทบเป็นไปไม่ได้
แต่ถ้าได้สูตรเซรุ่มที่สมบูรณ์แบบมา
ขยะพวกนั้นก็หมดความหมาย ขนาดนักวิจัยธรรมดายังใช้ได้ นับประสาอะไรกับทหารที่ผ่านการฝึกมาแล้ว
ถึงตอนนั้นกองทัพของเขาก็จะเต็มไปด้วยซูเปอร์โซลเจอร์ระดับเดียวกับกัปตันอเมริกา
เพียงพอที่จะบดขยี้พวกสวะชิลด์ให้แหลกคามือ
แค่คิด บารอนสตรัคเกอร์ก็เริ่มเพ้อฝันถึงอนาคตอันยิ่งใหญ่
ในห้องทำงาน
หัวหน้าทหารได้ยินคำสั่งของบารอนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น ถ้าได้เป็นหัวหน้ากองร้อย เขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนองค์กรเก็บอีกต่อไป
คิดได้ดังนั้นเขารีบคว้าวิทยุสื่อสารตะโกนสั่งการ "เจ้าหน้าที่ทุกคน สกัดมันไว้! แต่จำไว้ว่าห้ามใช้ปืน ต้องจับเป็นเท่านั้น ถ้ามันตาย พวกแกเตรียมตัวตายตามมันไปได้เลย!"
เจ้าหน้าที่ในสถาบันวิจัยได้รับคำสั่ง ต่างพากันวิ่งกรูกันไปทางห้องแล็บเป็นขบวน
ไม่นานพวกเขาก็ปะทะกับเฉินเฟยที่พุ่งสวนออกมา
การต่อสู้ระเบิดขึ้นในพริบตา
ในทางเดินแคบๆ ปืนแทบจะไร้ประโยชน์ บวกกับความเร็วระดับปีศาจของเฉินเฟย เพียงพุ่งตัวครั้งเดียวเขาก็เข้าไปอยู่กลางวงล้อม
จากนั้นมหกรรมสังหารก็เริ่มขึ้น มือตวัดมีด คว้าคอคนมาบังกระสุนเป็นโล่มนุษย์
เสียงกรีดร้องและเสียงลมรั่วจากลำคอที่ถูกเชือดดังระงม เลือดสดๆ ไหลทะลักเจิ่งนองพื้น เจ้าหน้าที่ล้มลงกุมลำคอทีละคน คนที่เพิ่งวิ่งมาถึงก็โดนศพเพื่อนร่วมงานกระแทกใส่
ตามมาด้วยเสียงปืนดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่ร่วงลงไปกองกับพื้นอีกเป็นเบือ
ในที่สุด เฉินเฟยก็มาถึงห้องควบคุมข้อมูลหลัก
เขาพุ่งเข้าไปสังหารเจ้าหน้าที่ข้างในจนเกลี้ยงโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
นิ้วมือรัวแป้นพิมพ์อย่างรวดเร็ว กวาดข้อมูลสำคัญทั้งหมดลงในฮาร์ดดิสก์พกพา
หนึ่งในข้อมูลนั้น
มีชื่อว่า 'โครงการ เวพอน เอ็กซ์'
ใช่แล้ว โครงการที่สร้าง เดดพูล X-23 และ วูล์ฟเวอรีน ขึ้นมานั่นเอง
เป้าหมายต่อไปของเขาคือ โลแกน
เจ้าวูล์ฟเวอรีนตัวนั้น
ความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองที่น่าสยดสยองของวูล์ฟเวอรีนคือสิ่งที่เขาต้องการ ขอแค่ไม่ตาย แผนการทุกอย่างของเขาก็จะเป็นจริง
เฉินเฟยต้องเอาความสามารถนี้มาให้ได้ ที่สำคัญคือมีตัวอย่างที่ทดลองสำเร็จแล้ว
ทั้งเดดพูลและ X-23
ดังนั้นเขาจึงให้ความสำคัญกับการหาความสามารถที่ใช้งานได้จริงและหาได้ง่ายเป็นอันดับแรก
สิ่งที่จะรับประกันความปลอดภัยของชีวิตเขา และมีตัวอย่างความสำเร็จให้เห็น
ย่อมเป็นทางเลือกแรกของเฉินเฟย
แน่นอนว่าไม่ใช่แค่โลแกน ข้อมูลของพวกยอดมนุษย์คนอื่นๆ ก็ถูกดูดลงฮาร์ดดิสก์มาจนหมด
คนพวกนี้จะเป็นจิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญในอนาคตของเฉินเฟย
เพียงไม่กี่ชั่วโมงที่ข้ามมิติมา เฉินเฟยได้วางแผนเส้นทางชีวิตไว้หมดแล้ว นี่คือโลกมาร์เวล
พูดถึงมาร์เวล ก็ต้องนึกถึงคอมิกอเมริกัน
และถ้าพูดถึงคอมิกอเมริกัน ตัวละครที่แข็งแกร่งที่สุดที่ถูกขนานนามว่าเป็นดั่งพระเจ้าในร่างมนุษย์ ก็คือ ซูเปอร์แมน
ซูเปอร์แมนมีหลายร่าง ทั้งร่างสมอลล์วิลล์ ร่างซิลเวอร์เอจ ร่างโกลด์เดนเอจ หรือแม้แต่ร่างคอสมิกอาร์มเมอร์ในภายหลัง
เขาตั้งใจจะใช้ความสามารถของตัวเองสร้าง 'พระเจ้าในร่างมนุษย์' หรือก็คือตัวเขาเอง ให้จุติลงมาบนโลกใบนี้
เริ่มจากเซรุ่มซูเปอร์โซลเจอร์ ไปจนถึงการรวบรวมข้อมูลเหล่านี้
เขาวางแผนเส้นทางการวิวัฒนาการ และความสามารถที่ต้องชิงมา รวมถึงเป้าหมายที่เป็นเจ้าของพลังเหล่านั้นไว้อย่างละเอียดแล้ว
พื้นฐานพลังของซูเปอร์แมน เขาคำนวณไว้คร่าวๆ แล้ว แน่นอนเขารู้ว่าเส้นทางนี้ยากลำบาก และอาจต้องเผชิญหน้ากับศัตรูมากมาย
แต่ด้วย 'เจ้าแห่งการวิจัย' และ 'จิตวิญญาณแห่งวิวัฒนาการ' ที่เป็นดั่งไพ่ตาย รวมถึงความรู้เกี่ยวกับโลกมาร์เวลที่มี
เฉินเฟยมั่นใจว่าจะทำให้พระเจ้าในร่างมนุษย์ปรากฏขึ้นที่นี่ได้แน่นอน
[จบแล้ว]