- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 57 ศึกตัดสินครั้งสุดท้าย!
ตอนที่ 57 ศึกตัดสินครั้งสุดท้าย!
ตอนที่ 57 ศึกตัดสินครั้งสุดท้าย!
"เจ้าคอยดูเถอะ ข้าจะทำให้เจ้ารู้สำนึกว่าจุดจบของการล่วงเกินข้าเกาเฟิงเป็นอย่างไร"
เกาเฟิงกวาดตามองซูหานพลางกล่าวเสียงเย็น
ซูหานพยักหน้า
"ได้"
"บัดซบ!"
"มันจะมากเกินไปแล้ว!!"
เกาเฟิงหันหลังเดินขึ้นสู่ลานประลองด้วยใบหน้าถมึงทึง
"กล้าดีอย่างไรมายั่วโมโหข้าซ้ำแล้วซ้ำเล่า ข้าจะเชือดมันทิ้งด้วยมือข้าเอง"
ดวงตาของเขาฉายแววอำมหิตขึ้นวูบหนึ่ง
หลินชิงเหยาและคนอื่นๆ ทยอยเดินขึ้นเวทีตามลำดับ
ซูหานกลับดูสงบนิ่ง ยืนดูการประลองอยู่ด้านล่าง ผลการแข่งขันเป็นไปตามคาด สองคู่แรกผู้ชนะคือเกาเฟิงและหลินชิงเหยา
ส่วนอีกสองคนต้องไปชิงอันดับสี่และห้า
"ต่อไปเป็นการจับสลากรอบใหม่"
"ผู้ได้ไม้แดงชนะผ่าน อีกสองคนประลองกันแบบตัวต่อตัว จากนั้นจะเป็นศึกตัดสินรอบสุดท้ายของการประลองศิษย์สายนอกเพื่อหาผู้ชนะเลิศอันดับหนึ่ง"
เกาฉยงประกาศเสียงเย็น
ซูหานและอีกสองคนเดินขึ้นไปบนลานประลองอีกครั้ง และครั้งนี้ผู้ที่จับได้ไม้แดงคือเกาเฟิง
เกาเฟิงกำไม้ติ้วสีแดงในมือแน่น พลางมองซูหานด้วยสายตาเย็นชา ก่อนจะอดไม่ได้ที่จะแค่นหัวเราะออกมา
"ซูหาน เจ้าอย่าเพิ่งแพ้ให้ชิงเหยาก่อนจะได้สู้กับข้าล่ะ"
"ไม่อย่างนั้นข้าคงผิดหวังแย่"
เขาแสยะยิ้มมองซูหานอย่างดุร้าย
ซูหานยิ้มเยาะ
"ในใจเจ้าคงอยากให้ข้าแพ้ใจจะขาดล่ะสิ"
"จะได้เยาะเย้ยข้าให้หนำใจ"
"จะเสแสร้งไปทำไมกัน?"
"ไม่เหนื่อยหรือไง?"
"เฮ้อ"
พูดจบ ซูหานและหลินชิงเหยาก็เดินขึ้นไปบนลานประลอง
ใบหน้าของเกาเฟิงแข็งค้าง ก่อนจะบิดเบี้ยวด้วยความโกรธจัด ดวงตาฉายแววอาฆาตมาดร้ายราวกับแมงป่องพิษ หากไม่มีคนอื่นอยู่ตรงนี้...
เขาคงลงมือฆ่าซูหานไปแล้ว ไม่เคยมีใครกล้าพูดกับเขาเช่นนี้ และยิ่งไม่มีใครกล้าพูดตอกหน้าเขาแบบนี้มาก่อน
มันเหมือนกับการกระชากหน้ากากที่เขาใช้ปิดบังความอัปลักษณ์ทิ้งไปอย่างไร้เยื่อใย
'ไอ้เดรัจฉาน ข้าจะฆ่าเจ้า!'
ดวงตาของเขาแดงก่ำ
"..."
บนลานประลอง
ซูหานและหลินชิงเหยามองหน้ากันแล้วยิ้ม
"ข้ายอมแพ้"
ยังไม่ทันได้ลงมือ
หลินชิงเหยาก็เอ่ยปากยอมแพ้อย่างใจกว้าง
"อะไรกันเนี่ย?"
"ศิษย์พี่หญิงชิงเหยายอมแพ้เฉยเลย?"
"นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น?"
"ข้ายังอยากดูอยู่เลยว่าซูหานกับศิษย์พี่หญิงชิงเหยาใครจะเก่งกว่ากัน?"
บรรดาศิษย์ที่อยู่รอบสนามต่างพากันงุนงงเป็นไก่ตาแตก ต้องรู้ก่อนว่าในศิษย์สายนอก หลินชิงเหยาเปรียบเสมือนเทพธิดาในดวงใจของใครหลายคน
เป็นสาวงามที่ทำได้เพียงมองดูอยู่ห่างๆ เท่านั้น
"ยอมแพ้?"
ซูหานชะงักไปเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจ
หลินชิงเหยายิ้มกล่าว
"ข้าไม่ใช่คู่มือของเกาเฟิงหรอก เรื่องเกาเฟิงปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเจ้าจัดการเถอะ"
"ได้ที่สามข้าก็พอใจมากแล้ว"
"เจ้าต้องคว้าที่หนึ่งมาให้ได้นะ"
ซูหานยิ้มตอบ
"ตกลง"
"ข้ารับปากเจ้า"
สีหน้าของเกาฉยงขรึมลงเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้พูดทัดทานอะไร
"หลินชิงเหยา เจ้ายืนยันจะยอมแพ้หรือ?"
"เจ้าค่ะ"
"ยืนยันเจ้าค่ะท่านผู้อาวุโสใหญ่"
หลินชิงเหยายอมรับอย่างเปิดเผยและสง่างาม
"ดี ในเมื่อเป็นเช่นนี้ การประลองรอบนี้ซูหานเป็นฝ่ายชนะ หลินชิงเหยาได้อันดับสามในการประลองศิษย์สายนอก"
เกาฉยงไม่พูดพร่ำทำเพลง ประกาศผลเสียงเรียบ
ใบหน้าของเกาเฟิงมืดมนลงทันตา เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันด้วยความเจ็บใจ หลินชิงเหยาถึงกับยอมแพ้เพื่อซูหานเชียวรึ?
'บัดซบ นังแพศยานี่!'
'ช่างหน้าไม่อายสิ้นดี'
จิตสังหารในใจของเกาเฟิงลุกโชนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม
"ในที่สุดก็มาถึงคู่ของซูหานกับคุณชายเกาแล้ว"
ศิษย์จำนวนมากในที่นั้นต่างตั้งตารอคอยการต่อสู้คู่นี้อย่างใจจดใจจ่อ
ไม่รู้ว่าสถิติไร้พ่ายในศิษย์สายนอกจะถูกทำลายลงหรือไม่
เป็นเพราะซูหานแข็งแกร่งเกินไป อัจฉริยะในศิษย์สายนอกคนอื่นๆ แทบจะต้านทานพลังของเขาไม่ได้เลย
เกาฉยงประกาศเสียงดัง
"ต่อไปคือศึกตัดสินครั้งสุดท้าย"
"เพื่อตัดสินผู้ชนะอันดับหนึ่งและสอง"
"เชิญทั้งสองฝ่ายขึ้นลานประลอง"
ซูหานและเกาเฟิงก้าวขึ้นมาบนเวที
เกาเฟิงหรี่ตาลง ดวงตาที่เย็นเยียบทอประกายอำมหิต พลางแสยะยิ้ม
"ท้ายที่สุดก็ต้องพึ่งผู้หญิงถึงจะได้มาสู้กับข้า"
ซูหานได้ยินดังนั้นก็หัวเราะเยาะ
"ข้ามีผู้หญิงคอยช่วย"
"แล้วเจ้ามีไหมล่ะ?"
"นี่ไม่เท่ากับบอกว่าข้านิสัยดีกว่าเจ้าหรอกหรือ?"
"เจ้า!"
เมื่อได้ยินคำย้อนของซูหาน ใบหน้าของเกาเฟิงก็บิดเบี้ยวไปด้วยความโกรธ ไอเย็นแผ่ซ่านเต็มใบหน้า ไอ้เด็กนี่กล้าทำให้เขาขายหน้าอีกแล้ว
"ดี! ต่อจากนี้ ข้าจะทำให้เจ้ารู้ซึ้งถึงราคาที่ต้องจ่ายในการต่อสู้กับข้า"
น้ำเสียงของเขาฟังดูน่าสยดสยอง
ตูม!
สิ้นเสียงของเกาเฟิง
กลิ่นอายพลังของเขาก็ระเบิดออกมาทันที พลังกดดันนี้แข็งแกร่งกว่าระดับขอบเขตทะลวงชีพจรทั่วไปมากนัก
สีหน้าของทุกคนในที่นั้นเปลี่ยนไปทันที
"คุณชายเกาก้าวเข้าสู่ขอบเขตสรรพสิ่งแล้วหรือนี่?"
มีคนร้องอุทานด้วยความตกใจ
ผู้อาวุโสรองหลี่เตี้ยนมีสีหน้าเคร่งเครียด กล่าวด้วยความตกตะลึง
"นี่ยังไม่ใช่ขอบเขตสรรพสิ่ง แต่เป็นครึ่งก้าวสู่ขอบเขตสรรพสิ่ง อีกเพียงก้าวเดียวก็จะเข้าสู่ขอบเขตสรรพสิ่งอย่างสมบูรณ์"
เกาฉยงยิ้มเย็น แววตาฉายแววภาคภูมิใจ
"เกาเฟิงก้าวเข้าสู่ครึ่งก้าวขอบเขตสรรพสิ่งแล้ว"
"การประลองครั้งนี้คงไม่มีอะไรต้องลุ้นอีก"
ผู้อาวุโสสามกล่าวด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มอย่างยินดี
ผู้อาวุโสสี่และผู้อาวุโสห้าต่างพากันพยักหน้าเห็นด้วย
ความแข็งแกร่งระดับครึ่งก้าวสู่ขอบเขตสรรพสิ่งนั้นไม่ใช่เรื่องล้อเล่น
ซูหานมีเพียงระดับทะลวงชีพจรขั้น 4
เกาเฟิงมีระดับพลังสูงกว่าเขาถึง 6 ขั้น แถมยังก้าวขาข้างหนึ่งเข้าไปในขอบเขตสรรพสิ่งแล้วด้วย
ความห่างชั้นของพลังนั้นชัดเจนจนไม่ต้องสงสัย
"ผู้อาวุโสรอง เรายังต้องแข่งกันอีกหรือ? พวกท่านรีบโอนแต้มผลงานมาให้พวกเราเลยดีกว่ามั้ง"
"ผลลัพธ์มันเห็นกันชัดๆ อยู่แล้ว"
ผู้อาวุโสสามหัวเราะเยาะ
หลี่เตี้ยนกล่าวเสียงแข็ง
"ผู้อาวุโสสาม การประลองยังไม่ทันได้เริ่มเลย ฟ้าดินยังไม่ตัดสิน การต่อสู้ย่อมเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นได้เสมอ ไม่แน่ว่าซูหานอาจจะระเบิดฟอร์มเหนือความคาดหมายก็ได้"
"ฮึ! ข้าล่ะอยากจะเห็นนักว่าซูหานจะเอาอะไรมาแสดงให้ดูในรอบนี้"
เกาฉยงแค่นเสียงหัวเราะ
ชัยชนะของการประลองครั้งนี้ตกอยู่ในกำมือของฝ่ายเขาแล้ว
หลี่เตี้ยนเริ่มรู้สึกกังวลใจขึ้นมา
บนลานประลอง
เกาเฟิงเอ่ยเสียงเย็น
"ซูหาน ข้าอาจจะพิจารณาดูอีกที"
"แค่ตอนนี้เจ้ายอมคุกเข่าให้ข้า ข้าอาจจะยอมลงมือเบาหน่อย"
"แน่นอนว่าเจ้าต้องสาบานว่าจะยอมเป็นสุนัขรับใช้ข้าเกาเฟิงด้วยนะ"
ซูหานสวนกลับเสียงเรียบ
"สมองเจ้ามีปัญหาหรือเปล่า?"
"ถ้าสมองพังแล้ว ให้ข้าช่วยเปลี่ยนหัวใหม่ให้เอาไหม?"
"ดี! ปากดีนัก ข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจอย่างถ่องแท้ว่า คนบางคนไม่ใช่คนที่เจ้าจะบังอาจมาตอแยได้"
พูดจบ เกาเฟิงก็ระเบิดโทสะถึงขีดสุด กลิ่นอายพลังระดับครึ่งก้าวขอบเขตสรรพสิ่งพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง เขาก้าวเท้าออกไปอย่างรวดเร็ว แรงกดดันอันเกรี้ยวกราดกระแทกไปทั่วทิศ
ฝ่ามือระเบิดพลังรุนแรง ปราณพลังงานหมุนวนรอบฝ่ามือของเกาเฟิงราวกับสายฟ้าแลบ
"ฝ่ามือสายฟ้าฟาด!"
ทักษะยุทธ์ระดับปฐพีขั้นกลาง
เขาฝึกฝนจนถึงขั้นสูง เรียบร้อยแล้ว
ดวงตาของซูหานเป็นประกาย ร่างกายของเขาพุ่งวูบกลายเป็นแสงเงาพาดผ่าน แล้วปล่อยหมัดสวนออกไปตรงๆ
"รนหาที่ตาย"
เมื่อเห็นซูหานกล้าใช้หมัดปะทะตรงๆ เกาเฟิงก็ฉายแววตาดูถูกเหยียดหยาม
เขามีสายเลือดระดับ 4 ขั้นต้น พลังสายเลือดช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้ร่างกาย แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับทะลวงชีพจรขั้น 9 สูงสุดบางคนยังไม่กล้าปะทะหมัดกับเขาซึ่งหน้า
ปัง!
ทันทีที่หมัดและฝ่ามือปะทะกัน พลังทำลายล้างมหาศาลก็ระเบิดออกมาอย่างบ้าคลั่ง
ใบหน้าของเกาเฟิงพลันแข็งค้าง เขารู้สึกถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งที่อัดกระแทกเข้ามาที่กลางฝ่ามือ ท่ามกลางเสียงร้องอุทานของฝูงชน ร่างของเขาถูกซัดกระเด็นถอยหลังไปหลายก้าวถึงจะทรงตัวอยู่ได้
สีหน้าของทุกคนในที่นั้นเปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เสียงอุทานดังระงม
"คุณชายเกา... แค่ยกแรกก็ตกเป็นรองเสียแล้วหรือนี่!?"
ใบหน้าของเกาฉยงมืดครึ้มลงทันที แววตาเต็มไปด้วยความอำมหิต
นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เขาต้องการจะเห็น
เกาหู่ที่นั่งอยู่ด้านหลังลานประลองก็มีสีหน้าเคร่งเครียดมืดมนเช่นกัน
ทั้งสนามเงียบกริบราวกับป่าช้า
ไม่มีใครกล้าเชื่อสายตาตัวเองกับภาพที่เกิดขึ้นตรงหน้า