เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 16 ตระกูลเก่าแก่พันปี? ข้าเห็นเป็นแค่ไอ้เต่าพันปีเสียมากกว่า!

ตอนที่ 16 ตระกูลเก่าแก่พันปี? ข้าเห็นเป็นแค่ไอ้เต่าพันปีเสียมากกว่า!

ตอนที่ 16 ตระกูลเก่าแก่พันปี? ข้าเห็นเป็นแค่ไอ้เต่าพันปีเสียมากกว่า!


เฉาหนานจ้องมองซูหานด้วยสีหน้าตื่นเต้นสุดขีด เขาเป็นถึงผู้ฝึกยุทธ์ระดับขอบเขตทะเลปราณขั้น 4 สูงสุด

ไอ้เศษสวะนี่กล้าโผล่หัวมาอยู่ตรงหน้าเขา นี่มิใช่รนหาที่ตายหรอกหรือ?

อุตส่าห์ตามหาแทบตายกลับไม่พบ แต่มันดันเสนอหน้ามาให้เชือดถึงที่

ซูหานยิ้มเยาะเย็นชา นัยน์ตาฉายแววเหยียดหยามวูบหนึ่ง

สายตาดูแคลนนั้นตกอยู่ในครรลองสายตาของเฉาหนานอย่างชัดเจน ใบหน้าที่เคยหล่อเหลาพลันบิดเบี้ยวด้วยความโทสะ เขาคำรามลั่น

"ตายแล้วยังไม่เจียมตัว ยังกล้าทำอวดดี เดี๋ยวข้าจะทุบเจ้าให้พิการเดี๋ยวนี้แหละ"

"หมัดพยัคฆ์คลั่ง!"

สิ้นเสียง นัยน์ตาของเขาก็ฉายแววอำมหิต ปลดปล่อยคลื่นหมัดอันทรงพลังออกมาประหนึ่งพยัคฆ์ร้ายที่หลุดจากพันธนาการ ส่งเสียงคำรามกึกก้องน่าสยดสยอง

วิชายุทธ์ระดับลึกลับขั้นสูง

นี่คือกระบวนท่าที่พัฒนาขึ้นมาจากกรงเล็บพยัคฆ์คลั่ง

วิชายุทธ์ระดับนี้เมื่อมาอยู่ในดินแดนทุรกันดารเช่นนี้ ย่อมเปรียบเสมือนไพ่ตายระดับราชัน

ไอ้เด็กนี่จะเอาอะไรมาต้านทาน? เขาเหมือนจะมองเห็นภาพซูหานคุกเข่าร้องขอชีวิตอยู่รำไร

นัยน์ตาของซูหานฉายแววเยือกเย็น กำปั้นถูกกำแน่นในชั่วพริบตา กระดูกส่งเสียงลั่นเปรี้ยะปร๊ะ

หมัดสะท้านฟ้าแปดทิศ!

วิชายุทธ์ที่จักรพรรดินีชิงเย่ว์ถ่ายทอดให้เขา

ว่ากันว่าวิชานี้ไม่มีระดับขั้นที่ตายตัว ยิ่งผู้ใช้แข็งแกร่งเท่าไหร่ อานุภาพของหมัดสะท้านฟ้าแปดทิศก็จะยิ่งทรงพลังมากขึ้นเท่านั้น

หมัดปะทะหมัด

ปัง!

กำปั้นของซูหานบดขยี้กำปั้นของเฉาหนานจนแหลกละเอียดในชั่วพริบตา กระดูกแตกกระจาย เลือดสดๆ สาดกระเซ็นระเบิดออกมารอบทิศ

เสียงกรีดร้องด้วยความเจ็บปวดดังระงม เฉาหนานเซถลาถอยหลังไปหลายก้าว ดวงตาแดงก่ำด้วยความบ้าคลั่ง ตวาดลั่น

"เป็นไปได้อย่างไร?"

เขาเนี่ยนะสู้ไม่ได้?

อัปยศ

นี่มันความอัปยศครั้งใหญ่หลวง

ในดินแดนบ้านนอกคอกนาเช่นนี้ เขาที่เป็นถึงศิษย์สำนักใหญ่กลับต้องมาบาดเจ็บ?

ไอ้เด็กนี่ เขาจะไม่มีวันให้อภัยเด็ดขาด

"ทำไมกัน?"

ทางด้านหลิวหยางและอวี๋เชี่ยน สีหน้าพลันเปลี่ยนเป็นย่ำแย่ถึงขีดสุด สายตาของพวกเขาจ้องมองซูหานด้วยความไม่อยากจะเชื่อ เต็มไปด้วยความตกตะลึง

"อาการบาดเจ็บของซูหานหายดีแล้วงั้นรึ แถมฝีมือยังแข็งแกร่งขึ้นอีก?"

"มันเป็นแบบนี้ไปได้อย่างไร?"

ทันใดนั้น เสียงของหลิวหยางก็แหลมสูงขึ้น เต็มไปด้วยความหวาดผวา

"บัดซบ ถึงมันจะทะลวงขอบเขตได้ แต่มันก็ยังอยู่แค่ระดับชักนำปราณนะ ส่วนเฉาหนานอยู่ระดับทะเลปราณขั้น 4 ซึ่งเหนือกว่าซูหานตั้งเยอะ?"

"ทำไมถึงกลายเป็นแบบนี้ไปได้?"

ใบหน้าสวยของอวี๋เชี่ยนดูไม่ได้เลยทีเดียว มือเรียวกำแน่น

"ไอ้สารเลว"

หน้าของเฉาหนานซีดเผือด บิดเบี้ยวเหยเก ดวงตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง เลือดสดๆ ยังคงหยดไหลจากกำปั้นที่แหลกเหลว ดูน่าเวทนายิ่งนัก

"ตอนนี้พร้อมจะไปตายหรือยัง?"

ซูหานกล่าวเสียงเย็น

"ไม่... ซูหาน เจ้าฆ่าข้าไม่ได้นะ"

"ข้าเป็นคนของตระกูลเฉาแห่งตงฮวง ตระกูลเก่าแก่พันปีเชียวนะ! แถมพี่ชายข้ายังเป็นอัจฉริยะที่มีกายาพิเศษ ตอนนี้ก็อยู่ที่ตำหนักหลิงเซียว เป็นศิษย์สายตรงเหมือนกัน"

"ถ้าเจ้ากล้าลงมือกับข้า เจ้าตายแน่ เจ้าจะต้องตายอย่างทรมานที่สุด"

เฉาหนานที่สภาพเหมือนสุนัขจนตรอกตะเกียกตะกายอยู่บนพื้น จ้องมองซูหานพลางตะโกนขู่คำราม

"กายาพิเศษ?"

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉาหนาน นัยน์ตาของซูหานก็เปล่งประกายวูบหนึ่ง

จักรพรรดินีชิงเย่ว์เคยบอกเขาไว้

หากต้องการให้สายเลือดแห่งความโกลาหลแข็งแกร่งขึ้น จำเป็นต้องกลืนกินสายเลือดที่แข็งแกร่งที่สุด พี่ชายของเฉาหนานมีกายาพิเศษ หากนำมาหลอมรวม มิใช่ว่าเป็นทรัพยากรชั้นยอดที่สายเลือดแห่งความโกลาหลต้องการหรอกหรือ?

แก่นแท้แห่งความโกลาหลนั้นหายากยิ่ง แต่สายเลือดของผู้มีกายาพิเศษนั้นหาได้ไม่ยากเลย

ดวงตาของเขาเป็นประกายขึ้นมาทันที

ตอนนี้เขากลับรู้สึกคาดหวังให้พี่ชายของเฉาหนานมาหาเรื่องเขาเสียแล้วสิ

"ใช่!"

"พี่ข้า เฉาตง ครอบครองกายายุทธ์เพลิงชาด สายเลือดระดับ 5 ขั้นต้น หากเจ้ากล้าสังหารข้า พี่ข้าและตระกูลเฉาจะต้องพลิกแผ่นดินล่าสังหารเจ้าแน่"

ดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความผิดปกติของซูหาน เฉาหนานแสยะยิ้มบิดเบี้ยวอย่างน่ารังเกียจ บนใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มอำมหิต

"ซูหาน เจ้ารีบยอมแพ้เสียเถอะ เจ้าสู้พวกเราไม่ได้หรอก"

"ศิษย์พี่สวีและศิษย์พี่หญิงหลิวต่างก็เป็นศิษย์สายตรงของตำหนักหลิงเซียว เป็นที่โปรดปรานของพวกระดับสูงมากนะ"

อวี๋เชี่ยนจ้องมองซูหานด้วยสายตาอาฆาตมาดร้าย

ร่างบางสั่นเทา นางโกรธแค้นยิ่งนัก มดปลวกจากชายแดนบ้านนอกคนหนึ่ง กลับต้อนพวกเขาจนมุมได้ถึงขนาดนี้

สมควรตายจริงๆ

นางอิจฉา

"ซูหาน เจ้ายั่งไม่รีบคุกเข่าโขกหัวรับผิดอีกรึ?"

"พวกนี้ล้วนเป็นอัจฉริยะจากตงฮวงทั้งนั้นนะ"

หลิวหยางเดินเข้ามา ใบหน้าถมึงทึงจ้องมองซูหาน ตวาดเสียงกร้าว

"รูเยียนน่ะ เป็นถึงศิษย์สายตรงของตำหนักหลิงเซียว"

"นางกับนายน้อยตระกูลสวีถึงจะเป็นคู่แท้ที่เหมาะสมกัน ตอนนี้ไม่ใช่เวลาที่เจ้าจะมาทำตัวไร้เหตุผล รีบคุกเข่ารับผิดซะ"

"ไม่อย่างนั้นใครก็ช่วยเจ้าไม่ได้"

สีหน้าของเขาเย็นชา จ้องมองซูหานด้วยสายตาที่ยิ่งทวีความอำมหิต

เคร้ง!

ทันใดนั้น ซูหานก็ชักกระบี่ออกมา

ฉัวะ!

ศีรษะของหลิวหยางกระเด็นหลุดจากบ่าในทันที เลือดพุ่งกระฉูด ดวงตาของหลิวหยางยังคงเบิกโพลงด้วยความตื่นตระหนกและไม่ยินยอมพร้อมใจ

"พูดมากอยู่ได้ ไม่รู้หรือไงว่าต้องลงไปอยู่เป็นเพื่อนผู้นำตระกูลหลิวของพวกเจ้าน่ะ?"

ซูหานปรายตามองศพของหลิวหยางอย่างเรียบเฉย แววตาฉายชัดถึงความดูแคลน

เมื่อเห็นการลงมือของซูหาน เฉาหนานและอวี๋เชี่ยนต่างหวาดกลัวจนตัวสั่นเทา ความหนาวเหน็บแล่นปราดขึ้นสู่สมอง

"ซูหาน เจ้าห้ามลงมือกับพวกเราเด็ดขาดนะ"

"ถ้าเจ้าลงมือ เจ้าจะต้องตายอย่างอนาถแน่"

"ต่อให้หนีไปสุดล่าฟ้าเขียว ก็ไม่มีใครช่วยเจ้าได้"

เฉาหนานมองซูหานด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความเคียดแค้นและดุร้าย

"ดอกเสวี่ยหลิงนี่ กับแหวนมิติ เจ้าเอาไปได้เลย แต่ว่า..."

เคร้ง!

เฉาหนานยังพูดไม่ทันจบ

เคร้ง!

ซูหานแสยะยิ้มเย็น ปลายกระบี่ซื่อหยวนพุ่งเข้าจ่อที่กลางหน้าผากของเฉาหนานในชั่วพริบตา รูม่านตาของอีกฝ่ายหดวูบ

"ไม่นะ"

ฉึก!

วินาทีถัดมา หน้าผากก็ถูกแทงทะลุ

เฉาหนานเบิกตากว้างมองซูหานอย่างไม่อยากเชื่อ มันกล้าฆ่าเขาได้อย่างไร

เขาเป็นคนของตระกูลเฉานะ

"เจ้าจะต้องตายอย่างทรมาน บิดาจะไปรอเจ้าในนรก"

สิ้นเสียงคำสาปแช่ง ร่างของเฉาหนานก็ล้มตึงลงกับพื้น ขาดใจตายทันที

"ไอ้สารเลว เจ้ากล้าฆ่าเฉาหนาน เจ้าตายแน่ เจ้าตายแน่ๆ"

ใบหน้าของอวี๋เชี่ยนบิดเบี้ยว ดวงตาฉายแววหวาดผวา จ้องมองซูหานอย่างกินเลือดกินเนื้อ

ชายหนุ่มแค่นเสียงเย็น สวนหมัดออกไปตูมหนึ่ง กระแทกเข้าที่ใบหน้าของอวี๋เชี่ยนเต็มแรง ศีรษะระเบิดกระจาย เลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว

"เหอะ"

ซูหานมีท่าทีเฉยเมย ต่อให้เขาไม่ฆ่าพวกมัน พวกมันก็ต้องหาทางกลับมาแก้แค้นเขาอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงไม่ใส่ใจเลยสักนิด

ตัวเขาหัวเดียวกระเทียมลีบ คนตัวเปล่าเล่าเปลือยไม่กลัวคนสวมรองเท้า จะเป็นตระกูลพันปี หรือตระกูลหมื่นปี ก็ช่างหัวมันปะไร

ชีวิตเป็นเรื่องเล็ก ศักดิ์ศรีเป็นเรื่องใหญ่ ไม่พอใจก็เข้ามาบวก

เมื่อโคจรเคล็ดกายาเทพมารบรรพกาล ผสานเข้ากับสายเลือดแห่งความโกลาหล แรงดึงดูดอันมหาศาลก็ก่อตัวขึ้น กลืนกินโลหิตและแก่นพลังชีวิตของคนทั้งสามจนเหือดแห้ง

เคล็ดกายาเทพมารบรรพกาลนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง สามารถขัดเกลาร่างกาย กลั่นกระดูกเทพมาร และสร้างพลังเทพมารได้ในเวลาอันสั้น เพียงพอที่จะสยบทุกสิ่ง

วิชาที่ได้จากหม้อเทพโกลาหล ย่อมไร้เทียมทานอย่างแน่นอน

หลังจากนั้น ซูหานก็ถือดอกเสวี่ยหลิงไว้ในมือ แววตาเป็นประกายด้วยความยินดี นี่คือสมุนไพรระดับ 2 ขั้นกลางเชียวนะ

จากนั้นเขาก็ใช้พลังวิญญาณตรวจสอบแหวนมิติของเฉาหนานและอวี๋เชี่ยน

มีหินวิญญาณระดับต่ำอยู่จำนวนหนึ่ง และแน่นอนว่ามีระดับกลางอยู่ไม่น้อยเช่นกัน

ทรัพยากรเหล่านี้เพียงพอให้เขาก้าวเข้าสู่ระดับชักนำปราณขั้นสูงสุดได้แล้ว

สีหน้าของซูหานเต็มไปด้วยความปิติยินดี แต่ว่าโบราณสถานแห่งนี้มีของแค่เท่านี้เองหรือ?

เขาเพิ่งจะมาถึง จึงยังไม่แน่ใจว่าพวกเฉาหนานได้กวาดต้อนของในโบราณสถานไปหมดแล้วหรือยัง

"ลองกวาดตามองดูก่อนแล้วกัน บางทีพวกเฉาหนานอาจจะตาถั่ว มองข้ามอะไรไปก็ได้"

ซูหานครุ่นคิดครู่หนึ่งก็ตัดสินใจที่จะค้นหาในโบราณสถานตรงหน้าอีกรอบ ตอนนี้เขามีกายาที่ยอดเยี่ยม ประสาทสัมผัสรับรู้ยิ่งเหนือกว่าคนทั่วไป

การค้นหาทรัพยากรย่อมทำได้ดีกว่าเจ้าสวะอย่างพวกเฉาหนานหลายเท่านัก

เขาเดินลึกเข้าไป ผ่านไปราวหนึ่งชั่วยาม

ซูหานขมวดคิ้ว ดูเหมือนจะไม่มีอะไรแล้วจริงๆ ขณะที่กำลังจะหันหลังกลับ ทันใดนั้นฝีเท้าของเขาก็ชะงักลง คิ้วเข้มขมวดมุ่น เพ่งเล็งไปที่จุดหนึ่งไม่ไกลนัก

"นั่นมัน..."

ลึกเข้าไปในดวงตาของเขาฉายแววตื่นเต้นอย่างปิดไม่มิด

เขาพุ่งตัวเข้าไปในถ้ำตรงหน้าทันที

ที่ด้านหนึ่งของถ้ำ มีโครงกระดูกสัตว์อสูรวางอยู่ ดูท่าทางจะเก่าแก่มากแล้ว

แต่ด้วยสัมผัสอันเฉียบคมของซูหาน เขาสัมผัสได้ว่าภายในโครงกระดูกสัตว์อสูรนี้ยังมีแก่นพลังต้นกำเนิดหลงเหลืออยู่

นั่นหมายความว่าโครงกระดูกสัตว์อสูรนี้ยังใช้การได้ สามารถนำมาหลอมกลั่นได้

ซูหานไม่อาจระงับความปิติยินดีในใจได้ สายตากวาดมองศพของเฉาหนาน อวี๋เชี่ยน และคนอื่นๆ อย่างเรียบเฉย ทว่าลึกๆ ในแววตากลับซ่อนความดูแคลนไว้อย่างปิดไม่มิด

"ของดีขนาดนี้ พวกมันกลับมองไม่เห็น?"

"ยังจะกล้าคุยโวว่าเป็นตระกูลพันปี ข้าเห็นเป็นแค่ไอ้เต่าพันปีเสียมากกว่า!"

จบบทที่ ตอนที่ 16 ตระกูลเก่าแก่พันปี? ข้าเห็นเป็นแค่ไอ้เต่าพันปีเสียมากกว่า!

คัดลอกลิงก์แล้ว