- หน้าแรก
- ฉันก็แค่เล่นเกมกาชา ใครก็ได้บอกทีว่าทำไมตัวละครในเกมถึงกลายเป็นคนจริงไปได้
- บทที่ 10 ทำไมนางถึงทำเช่นนั้น?
บทที่ 10 ทำไมนางถึงทำเช่นนั้น?
บทที่ 10 ทำไมนางถึงทำเช่นนั้น?
ในเวลานี้ เวลาในโลกความเป็นจริงล่วงเลยมาถึงตีห้าครึ่งแล้ว
แม้แต่ฉางเล่อที่คุ้นชินกับการนอนดึก ก็ยังง่วงจนตาแทบจะลืมไม่ขึ้น
แต่เขาก็มองจุดประสงค์ของเกมนี้ออกในทันที
"ก็แค่เร่งให้เปิดกาชาไม่ใช่หรือไง..."
เป้าหมายโดยตรงของการเร่งให้เพิ่มความแข็งแกร่งคือการเร่งให้เปิดกาชา และเป้าหมายสูงสุดของการเร่งให้เปิดกาชาก็คือการบีบให้เติมเงิน
สำหรับวิธีการนี้ของค่ายเกม ฉางเล่อไม่ได้รู้สึกต่อต้านมากนัก
ประการแรก การบีบให้เติมเงินถือเป็นเรื่องปกติสำหรับเกมส่วนใหญ่ในท้องตลาด
บริษัทเกมต้องมีกระแสเงินหมุนเวียนถึงจะอยู่รอดได้ ฉางเล่อเข้าใจจุดนี้ดี
ประการที่สอง อาศัยการเขียนนิยาย ฉางเล่อก็มีอิสรภาพทางการเงินโดยพื้นฐานแล้ว
ขอแค่ไม่ไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องลามก การพนัน ยาเสพติด และงานอดิเรกเล็กๆ น้อยๆ ที่เทียบเท่ากับอบายมุขพวกนั้น โดยพื้นฐานแล้วเขาก็ไม่ต้องกังวลเรื่องเงินไปอีกเป็นสิบปี
ก็แค่เติมเงินเกม ไม่ใช่พวกเกมอย่าง Fantasy Westward Journey สักหน่อย เกมอนิเมะแค่นี้ จะใช้เงินสักเท่าไหร่กันเชียว?
เมื่อตระหนักได้ดังนี้ ฉางเล่อก็ไม่ลังเลอีกต่อไป
อย่างไรเสียก็อีกตั้ง 12 ชั่วโมงกิจกรรมถึงจะอัปเดต สู้รีบนอนให้เร็วหน่อยดีกว่า เดี๋ยวเงินยังใช้ไม่หมดแต่คนตายซะก่อน—ถุยๆๆ ไม่เป็นมงคลเลย!
ส่วนจะสุ่มหรือไม่สุ่ม... ไว้ตื่นนอนแล้วค่อยตัดสินใจก็แล้วกัน
หลังจากตัดสินใจแล้ว ฉางเล่อก็กดเปิดหน้าหลักอีกครั้ง และพบลูเน็ตในซอกมุมหนึ่งของเมืองจันทร์เสี้ยว
เธอยังคงรักษาผู้บาดเจ็บในซากปรักหักพังอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
ฉางเล่อยื่นนิ้วไปลูบหัวแม่ชีน้อยในหน้าจอ
ลูเน็ต:(´ー`)
ทำไมดูเหมือนจะกระอักกระอ่วนใจชอบกล?
อ้อ~ ที่แท้อัญมณีบนคทาก็กลิ้งตกลงไปที่พื้นอีกแล้ว
"ฟุ่บ" แม่ชีน้อยตาไวรีบเก็บอัญมณีขึ้นมาตบเข้าที่หัวคทา แล้วส่งอีโมติคอน "ദ്ദി˶•̀֊<)✧" ให้ฉางเล่อ
ดูเหมือนทุกอย่างจะโอเค มั่นใจเต็มเปี่ยม
จริงๆ เล้ย...
อย่าประหยัดขนาดนั้นสิ!
จะทำให้ 'ท่านเทพ' คนนี้เกิดความสงสารเอานะเฮ้ย!
...
เมืองจันทร์เสี้ยว
หลังจากสัมผัสได้ว่าการจ้องมองที่รวมอยู่ที่ตัวเธอค่อยๆจางหายไป ลูเน็ตก็มองคทาในมือ แล้วเผยรอยยิ้มอย่างจนใจออกมา
ช่วยไม่ได้จริงๆ ลูเน็ต
ถ้าแค่เรื่องอาวุธที่เหมาะมือยังต้องไปรบกวนท่านผู้นั้น ในฐานะผู้ให้คำสัตย์ปฏิญาณและผู้ศรัทธาอย่างเจ้า ลูเน็ต เจ้าออกจะอ่อนแอเกินไปแล้ว
เธอใช้คทายันร่างกายให้ลุกขึ้นยืน
แม้จะได้รับการถ่ายทอดพลังเวทจากท่านผู้นั้น แต่หลังจากยุ่งวุ่นวายมาตลอดทั้งศึก พอจบศึกก็ต้องวิ่งวุ่นในสนามรบ รวบรวมทหารบาดเจ็บมารักษา พลกำลังของลูเน็ตก็ได้เหือดแห้งไปแล้ว
ฝ่ามือส่งความรู้สึกเจ็บปวดเล็กน้อยมาให้
เธอแบมือออก ฝ่ามือที่ขาวเนียนละเอียดมีบาดแผลเล็กๆ แต่ลึกเพิ่มขึ้นมาไม่น้อย แผลเหล่านี้ล้วนเกิดจากคทาที่ชำรุดเล่มนี้
อายุขัยของคทาใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดแล้ว
เวลาใช้งาน ไม่เพียงแต่จะลดทอนความสามารถของเธอ แต่ยังสร้างความเสียหายให้ตัวเธอด้วย
ทุกครั้งที่ใช้ พลังเวทที่รั่วไหลออกมาจะบาดฝ่ามือเธอราวกับมีดเล่มเล็กๆ บางครั้งก็เจ็บจนเธอถือคทาไว้ไม่อยู่
หากอัญมณีหลุดออก การสะท้อนกลับของอาการบาดเจ็บจะยิ่งรุนแรงขึ้น
แต่ก็ช่วยไม่ได้ เมืองจันทร์เสี้ยวถูกสูบจนกลวงเปล่าไปแล้ว
พ่อค้าที่ผลิตคทาได้พาครอบครัวหนีไปตั้งแต่เดือนแรกของการล้อมเมืองแล้ว
ลูเน็ตหาอาวุธที่จะมาแทนคทาเล่มนี้ชั่วคราวไม่ได้แล้ว
ไม่ใช่แค่เธอ ดาบอัศวินของอัศวินเวริคก็บิ่นงอ พวกเขาคือกองกำลังพิทักษ์ที่เข้าตาจน ซึ่งกำลังปกป้องเมืองที่ว่างเปล่าแห่งนี้
แต่ยังดีที่... กองกำลังของเทพธิดาจันทร์ทมิฬถอยร่นไปชั่วคราว เมืองจันทร์เสี้ยวจึงมีโอกาสได้หายใจหายคออีกครั้ง
หลังจากรักษาทหารบาดเจ็บรายนี้เสร็จ ลูเน็ตก็นั่งลงบนกำแพงเมืองที่เสียหายมองออกไปในระยะไกล หว่างคิ้วฉายแววกังวลเล็กน้อย
แต่ท่านสตรีศักดิ์สิทธิ์จะไม่มานั่งทอดถอนใจถึงความยากลำบากของชีวิต
เธอมองเมืองจันทร์เสี้ยวที่ทรุดโทรม เพิ่งจะตีฝ่าวงล้อมของกองทัพข้าศึกได้ ก็ต้องเริ่มคิดเรื่องการบูรณะเมืองนี้เสียแล้ว
พวกขุนนางเฒ่าหนีไปจากที่นี่นานแล้ว ดังนั้นคนที่มีอำนาจพูดมากที่สุดก็คือหญิงสาวร่างบอบบางคนนี้
เธอหยิบม้วนกระดาษหนังแกะออกมา ใช้ดินสอที่เหลือเพียงแท่งสั้นๆเขียนลงบนกระดาษ
"ข้าต้องรวบรวมช่างตีเหล็กจำนวนหนึ่ง"
"คนงานก่อสร้างจำนวนหนึ่ง..."
"ซัพพลายเออร์วัสดุจำนวนหนึ่ง..."
"หากต้องการทำให้สิ่งเหล่านี้สำเร็จ ข้าต้องใช้เงินจำนวนหนึ่ง..."
หญิงสาวผู้เยาว์วัยคนนี้ไม่ยอมละทิ้งเมืองที่เต็มไปด้วยบาดแผล
และ ณ ที่ห่างออกไปพันลี้ ก็มีคนที่รู้สึกโกรธเกรี้ยวเพราะการแสวงหาทางรอดของเมืองแห่งนี้เช่นกัน
...
ราชรัฐออเรนซ์ ปราสาทจันทราเงิน
บิชอปทั้งสิบสามคนของศาสนจักรเทพธิดาจันทรากำลังจัดการประชุมขึ้นที่นี่
ผู้เป็นประธานในการประชุมคือคาร์ดินัลคลีเมนต์ที่ได้รับการแต่งตั้งจากพระสังฆราช เนื้อหาการประชุมของพวกเขาวันนี้คือจะทำอย่างไรให้ได้เปรียบในการทำสงครามกับศาสนจักรเทพธิดาสงคราม
การประชุมดำเนินมาเป็นเวลาสามวันสามคืนแล้วจนถึงวันนี้ พวกเขาได้วางแผนการรบไว้หลายชุด
ภายใต้เงื่อนไขเช่นนี้ เหล่าบิชอปต้องการทางระบายอารมณ์ที่หงุดหงิดงุ่นง่าน
บิชอปรูนาเซียสได้รับโอกาสนั้น
เขาเป็นชายวัยกลางคนที่มีผมยาวสีน้ำตาลอ่อน ดูสุภาพและอ่อนโยน
"ข้าได้รับข่าวมาเรื่องหนึ่ง"
เขาลุกขึ้นยืนอย่างมีมารยาท
ทุกคนจึงหันไปมองเขา
"ในเขตปกครองของข้า ภายในสหพันธรัฐสิบสามเกาะ สถานที่ที่ชื่อว่า 'เมืองจันทร์เสี้ยว' เกิดเหตุการณ์ทรยศต่อศรัทธาขึ้น"
เขาพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ
เดิมทีเรื่องนี้มันเล็กน้อยเกินไป ไม่มีคุณสมบัติพอที่จะเป็น "ข่าว" เพื่อนำมาพูดในที่ประชุมบิชอปเลยด้วยซ้ำ
เพียงแต่ทุกคนกำลังต้องการชัยชนะที่ "มั่นใจว่าชนะใสๆ" เพื่อปลุกขวัญกำลังใจ ดังนั้นเรื่องที่ดูเล็กน้อยที่สุดในสายตาของรูนาเซียสเรื่องนี้ จึงถูกนำขึ้นโต๊ะกลายเป็นเครื่องหย่อนใจของเหล่าบิชอปแห่งศาสนจักรเทพธิดาจันทรา
"การทรยศต่อศรัทธาเป็นเรื่องที่ให้อภัยไม่ได้" บิชอปคนหนึ่งกล่าว
"ผู้มีส่วนร่วมควรถูกตัดสินแขวนคอ!" บิชอปอีกคนหนึ่งกล่าว
"อัศวินวิหารศักดิ์สิทธิ์ไม่มีการเคลื่อนไหวเลยรึ?" บิชอปอ้วนคนหนึ่งถาม
"อัศวินวิหารศักดิ์สิทธิ์ทั้งหมดอยู่ที่แนวหน้ากันหมดแล้ว" บิชอปหญิงชราคนหนึ่งตอบ
"พวกอัศวินก็น่าจะทำอะไรบ้างสิ" มีคนพูดขึ้นอีก แต่เสียงเบาเกินไป รูนาเซียสจึงไม่รู้ว่าใครเป็นคนพูด
เขาพูดว่า: "เหล่าอัศวินก็เข้าร่วมการทรยศต่อศรัทธาด้วย"
บรรยากาศเงียบลงชั่วขณะ
"นั่นเป็นเมืองที่ใครรับผิดชอบ?"
"คือสตรีศักดิ์สิทธิ์ลูเน็ต"
"อ้อ เด็กสาวจากตระกูลไวท์คนนั้น นางเป็นผู้ศรัทธาที่ภักดี นางไม่ได้ทำอะไรเลยรึ?"
"แน่นอนว่าทำ นางนั่นแหละที่เป็นแกนนำในการทรยศต่อศรัทธา"
"นางสมควรตาย!"
"ใช่ นางสมควรตาย! แม้จะเป็นเด็กของตระกูลไวท์ก็ตาม!"
"นางเป็นแกนนำในการทรยศต่อศรัทธาครั้งนี้" รูนาเซียสยืนขึ้นอย่างสง่างาม ราวกับกำลังเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจ: "นางใช้วิธีการสังเวย ชักนำให้เทพองค์ใหม่จุติลงที่เมืองจันทร์เสี้ยว ข้าไม่เคยได้ยินชื่อของเทพองค์นั้นมาก่อน อาจจะเป็นเทพมารก็ได้!"
"นั่นเป็นอาชญากรรมที่สมควรโดนทัณฑ์จันทรา!"
"ทำไมนางถึงทำเช่นนั้น?" บิชอปหญิงชราคนนั้นถาม
แต่รูนาเซียสไม่ได้ตอบคำถามนี้ เขาพูดอย่างเคร่งขรึมว่า: "นางปลุกปั่นกองอัศวิน และศาสนิกชนกว่าแปดพันคน ให้ไปสู่อ้อมกอดของเทพมาร!"
หึ่งๆ
เหล่าบิชอปในที่ประชุมเริ่มถกเถียงกัน
พวกเขาตำหนิ พวกเขากล่าวโทษ พวกเขาอ้างความชอบธรรม
"นางและศาสนิกชนเหล่านั้นต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง?" บิชอปหญิงชราถามอีกครั้ง
แต่ก็ยังคงไม่มีใครตอบคำถามของนาง
ผ่านไปครู่หนึ่ง คาร์ดินัลคลีเมนต์ก็ใช้คทาเคาะพื้น ทุกคนเงียบเสียงลง
"รูนาเซียส เรื่องนี้มอบหมายให้เจ้าเป็นผู้รับผิดชอบแต่เพียงผู้เดียว จงทำให้ผู้ทรยศต่อศรัทธาได้รับการลงโทษ และทำให้ผู้ที่ถูกยุยงกลับคืนสู่ครรลองเดิม"
"รับทราบขอรับ ท่านคลีเมนต์"
รูนาเซียสรับภารกิจนี้ด้วยท่าทีสง่างาม
ส่วนคำถามนั้นที่ว่า—ทำไมนางถึงทำเช่นนั้น? นางและศาสนิกชนเหล่านั้นต้องเผชิญกับอะไรมาบ้าง?
ไม่มีใครใส่ใจ