- หน้าแรก
- ยุคใหม่แห่งเซียนดาบ
- ตอนที่ 16 ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่เก้า
ตอนที่ 16 ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่เก้า
ตอนที่ 16 ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่เก้า
ตอนที่ 16 ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่เก้า
ในฤดูหนาว แม้อากาศจะหนาวเย็นยะเยือก แต่ทิวเขาแห่งนี้ยังคงเขียวขจี ต้นไม้น้อยใหญ่ชุ่มชื้นเขียวสด ราวกับไม่ได้รับผลกระทบใดๆ
ภายใต้แสงดาวระยิบระยับ ส่องประกายแวววาวดุจคริสตัล
ในเรือนพักห่างไกลบนไหล่เขา แสงตะเกียงสีเหลืองนวลดูโดดเด่นสะดุดตาในความมืด
"พวกเจ้าจะเข้าร่วมสมาคมเกื้อกูลหรือหอเพลงดาบพวกนั้นไหม?" ซินซูหมิงเอ่ยถามขึ้น
"ข้าหรือ? ขอดูก่อนสักสองสามวันแล้วกัน" จงชิงตอบเสียงไม่ค่อยมั่นใจนัก
"แล้วเจ้าล่ะ ชิงหลิน!" ซินซูหมิงหันไปถามเฉินชิงหลินต่อ
"ข้าหรือ? ตอนนี้ยังไม่คิดจะเข้าร่วมกลุ่มพวกนั้นหรอก ลำพังเวลาฝึกยุทธ์ก็แทบไม่พอแล้ว"
"อย่างนั้นหรือ?" ซินซูหมิงหันไปมองฉีฮั่นเหวินที่ยังคงเงียบกริบ แล้วตัดสินใจจบหัวข้อสนทนาลง
กลุ่มชั่วคราวจากอำเภอติ้งหยวน เริ่มมีความคิดเห็นไม่ตรงกันเสียแล้ว ทั้งที่เพิ่งผ่านมาไม่ถึงวัน
"ข้าไปฝึกเพลงดาบก่อนนะ" เฉินชิงหลินพูดจบก็เดินออกจากเรือนพักไป
ดูเหมือนพวกเรากำลังจะเดินไปคนละเส้นทาง เฉินชิงหลินคิดในใจ พลางร่ายรำดาบยาวเร็วขึ้นเรื่อยๆ
ภายใต้แสงจันทร์ เงาดาบสีขาวตัดผ่านอากาศราวกับมังกรว่ายวนรอบตัวเขา เสียงหวีดหวิวของอากาศที่ถูกฉีกกระชากดังก้องป่าเขา
เคร้ง! เคร้ง เคร้ง! เคร้ง!
ฟึ่บ!
เสียงดาบถูกเก็บเข้าฝักดังทึบ เฉินชิงหลินเอนกายลงนอนบนก้อนหิน จ้องมองดวงจันทร์สว่างไสวบนท้องฟ้ายามค่ำคืน
คืนไหนบ้างไร้แสงจันทร์? ที่ใดบ้างไร้มิตรสหาย? เพียงแต่คนรู้ใจที่จะร่วมทางไปจนสุดสายปลาะนั้นหายากยิ่ง
ข้ายังผ่านการพรากจากมาไม่พออีกหรือ? แม้ต้องเดินลำพัง ข้าก็จะใช้ดาบในมือฟาดฟันขวากหนามเพื่อก้าวเดินต่อไป...
ดึกสงัด เฉินชิงหลินนั่งขัดสมาธิบนเตียง พลังเลือดลมปะทุขึ้นจากเนื้อหนังมังสา ไหลเวียนไปทั่วร่าง นอกจากจะไม่ลดน้อยถอยลง กลับยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น
ทว่ากระแสพลังเลือดลมที่พุ่งพล่านกลับไม่มีทีท่าว่าจะบ้าคลั่ง มันเพียงแค่ชะล้างขัดเกลาร่างกายของเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ในที่สุด ราวกับทะลวงผ่านจุดวิกฤตบางอย่าง พลังเลือดลมพลันเพิ่มพูนขึ้นอย่างฉับพลัน และยังคงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วต่อเนื่อง
การเพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันทำให้เฉินชิงหลินควบคุมพลังของตนได้ไม่ดีเท่าแต่ก่อน
หากมองจากภายนอก ร่างกายของเขาแดงก่ำ มีไอร้อนระเหยออกมาไม่ขาดสาย
เขาบสัมผัสได้ทันทีถึงการยกระดับของเส้นเอ็น กระดูก ผิวหนัง กล้ามเนื้อ อวัยวะภายใน และพละกำลัง
พลังเลือดลมแผ่ซ่านไปทั่วสรรพางค์กาย พร้อมกับความรู้สึกฮึกเหิมราวกับจะชกภูเขาให้ทลายได้
แต่เขารู้ดีว่านั่นเป็นเพียงภาพลวงตา จึงรีบปรับสภาพจิตใจ
เขาค่อยๆ ผ่อนลมหายใจ นั่งขัดสมาธิปรับลมปราณ
จากนั้นจึงเปิดหน้าต่างสถานะขึ้นตรวจสอบ
【เฉินชิงหลิน】
อายุขัย: 14 / 99
ขอบเขตพลัง: ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่เก้า
ทักษะ: ยิงธนู (สมบูรณ์แบบ 10000 / 10000), หมัดลวดเหล็ก (สมบูรณ์แบบ 3033 / 10000), เคล็ดวิชาดาบเหล็ก (สมบูรณ์แบบ 6585 / 10000)
ในที่สุดก็ทะลวงสู่ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่เก้าได้สำเร็จ ขั้นต่อไปคือการควบคุมพลังเลือดลมทั่วร่างให้ได้ดั่งใจ แล้วจึงทะลวงสู่ขอบเขตปราณภายใน
โดยปกติ จอมยุทธ์ในขอบเขตขัดเกลากายาจะมีพลังเลือดลมมหาศาล หลายคนใช้เวลาทั้งชีวิตก็ยังไม่อาจควบคุมมันได้สมบูรณ์
การจะทะลวงสู่ขอบเขตปราณภายใน จำต้องควบแน่นพลังเลือดลมให้รวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อให้กำเนิด 'ปราณแท้' ขึ้นมา
สรรพคุณของ 'ยาเม็ดรวมปราณ' คือช่วยในการควบแน่นพลังเลือดลมนี้ เพื่อช่วยให้จอมยุทธ์ก้าวข้ามสู่ขอบเขตปราณภายใน
แม้พรสวรรค์ของเฉินชิงหลินจะอยู่แค่ระดับกลางค่อนสูง แต่เขามีหน้าต่างพรสวรรค์คอยหนุน ทำให้สามารถใช้งานวิทยายุทธ์และควบคุมพละกำลังของตนได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ขอเพียงมีชั่วขณะหนึ่งที่ระเบิดพลังได้รุนแรงขึ้น เขาก็จะจดจำสภาวะนั้นได้ ทำให้สามารถดำรงอยู่ในระดับนั้นได้ตลอดไป
ตอนนี้เขาเพิ่งทะลวงสู่ชั้นที่เก้า ยังต้องใช้เวลาปรับตัวอีกสักพัก
เมื่อปรับตัวและควบคุมพลังเลือดลมที่เพิ่มขึ้นมาใหม่ได้สมบูรณ์ เมื่อนั้นคือเวลาที่จะทะลวงสู่ขอบเขตปราณภายใน
และความก้าวหน้าในวิถียุทธ์ยังส่งผลให้ความชำนาญจากการฝึกฝนในแต่ละวันเพิ่มขึ้น กลายเป็นวัฏจักรที่ดี
ตอนเริ่มฝึกใหม่ๆ วันหนึ่งร่ายรำเพลงหมัดได้ยี่สิบรอบก็นับว่าเก่งแล้ว
แต่ตอนนี้ นอกจากเพลงหมัด เขายังฝึกเพลงดาบด้วย ทั้งหมัดลวดเหล็กและเคล็ดวิชาดาบเหล็ก ค่าความชำนาญเพิ่มขึ้นวันละกว่าสองร้อยแต้ม
นี่ขนาดยังมีเรื่องให้เสียเวลาอยู่บ้างในช่วงนี้
ตามการคาดเดาของเฉินชิงหลิน ตอนนี้เขาอาศัยปริมาณการฝึกเพื่อเพิ่มความชำนาญ แต่สติปัญญาและการหยั่งรู้ของคนเราไม่ใช่สิ่งตายตัว
ในอนาคตเมื่อฝึกฝนวิชามากขึ้น ความรู้ความเข้าใจกว้างขวางขึ้น และระดับพลังยกระดับขึ้น ความสามารถในการหยั่งรู้และสติปัญญาของเขาก็จะเพิ่มตามไปด้วย
ความชำนาญที่ได้จากการฝึกแต่ละครั้งก็จะยิ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ
ถึงตอนนั้น เกรงว่าวิชาพื้นฐานอย่างหมัดลวดเหล็ก แค่มองปราดเดียวแล้วลองฝึกสักรอบก็คงบรรลุขั้นสูง ฝึกสองรอบก็คงสมบูรณ์แบบ
คิดได้ดังนั้น ความหม่นหมองเล็กๆ ในใจก่อนหน้านี้ก็มลายหายไป กลับกลายเป็นความตื่นเต้นเข้ามาแทนที่
(>y<)
ระงับความดีใจไว้ ดึงผ้าห่มผืนเล็กขึ้นมาคลุมโปง แล้วหลับปุ๋ยไป zzz!!
ในอีกด้านหนึ่ง เขาหลับสบาย แต่ซินซูหมิงและจงชิงกลับนอนไม่ค่อยหลับ
อย่างไรก็ตาม พวกเขาล้วนเป็นจอมยุทธ์ การอดนอนไม่กี่วันไม่ใช่เรื่องใหญ่
ส่วนฉีฮั่นเหวิน ขออภัย เขาไม่สนโลก เข้านอนตรงเวลาเป๊ะ ชีวิตมีระเบียบวินัยสุดๆ...
สิบวันผ่านไป ศิษย์ใหม่แห่งหออวิ๋นชิงเริ่มจับกลุ่มกันชัดเจน สมาคมเมฆามังกรประกอบด้วยศิษย์จากมณฑลอวิ๋น สมาคมเกื้อกูลจากมณฑลชาง และสมาคมโยวฉีจากมณฑลโยว
นอกจากนี้ยังมีกลุ่มย่อยๆ และพวกศิษย์ฉายเดี่ยวอีกจำนวนหนึ่ง
พวกศิษย์ฉายเดี่ยวส่วนใหญ่เป็นพวกบ้าพลัง มุ่งมั่นฝึกยุทธ์อย่างเดียว
หรือไม่ก็พวกมั่นใจในฝีมือตัวเอง ไม่อยากยุ่งเรื่องวุ่นวาย
และยังมีพวกที่มองว่าการแก่งแย่งชิงดีเล็กน้อยพวกนี้ไร้สาระ ไม่อยากลดตัวลงไปยุ่ง
โลกก็เป็นเช่นนี้ และเฉินชิงหลินกับฉีฮั่นเหวินย่อมจัดอยู่ในประเภทหลังอย่างแน่นอน
หลายวันนี้ กิจวัตรประจำวันของเฉินชิงหลินและฉีฮั่นเหวินเหมือนเดิมเป๊ะ
ฝึกยุทธ์ในลานบ้าน - หิวก็ไปเติมพลังที่โรงอาหาร - กลับมาฝึกยุทธ์ต่อ
จมดิ่งอยู่ในโลกส่วนตัว
ส่วนจงชิงและซินซูหมิง อาจเพราะรู้สึกว่าพรสวรรค์ตนเองไม่ค่อยดีนัก หลังสังเกตการณ์และสืบข่าวมาหลายวัน ในที่สุดก็ตัดสินใจเข้าร่วมสมาคมเกื้อกูล
พวกเขาหวังว่าจะได้รับการสนับสนุนทรัพยากรจากภายในกลุ่ม และเมื่อมีใครในสมาคมทะลวงสู่ขอบเขตปราณภายในได้เป็นศิษย์สายใน ก็จะได้ช่วยดึงพวกตนขึ้นไปบ้าง
ตลอดสิบวันมานี้ เวลาฝึกยุทธ์ของพวกเขาลดน้อยลงเรื่อยๆ
กลับกัน พวกเขาต้องคอยติดตามคนในสมาคมเกื้อกูล วิ่งวุ่นไปทั่วเพื่อชักชวนคนที่ยังไม่มีสังกัด
แม้แต่เฉินชิงหลินและฉีฮั่นเหวิน ก็มักถูกทั้งสองตามตื๊อให้เข้าร่วมสมาคมอยู่บ่อยครั้ง
แน่นอนว่าทั้งสองไม่ตอบรับ
ทว่าช่วงหลังมานี้ สมาคมเกื้อกูล สมาคมโยวฉี สมาคมเมฆามังกร และอื่นๆ อาจจะเริ่มปีกกล้าขาแข็ง จึงเริ่มลงมือ
เริ่มแรก พวกเขาบังคับให้สมาชิกทุกคนส่งมอบยาเม็ดขัดเกลากายาคนละหนึ่งเม็ด โดยอ้างว่าเพื่อรวบรวมทรัพยากรให้ผู้ที่มีพรสวรรค์สูงได้ใช้ทะลวงสู่ขอบเขตปราณภายในก่อน แล้วค่อยกลับมาช่วยดึงคนอื่น
จากนั้นก็เริ่มเก็บ 'ค่าคุ้มครอง' รายเดือนจากศิษย์ฉายเดี่ยว เดือนละสองเม็ด ใครไม่จ่ายก็โดนรุมซ้อมและแย่งชิงยาไปทั้งหมด
ศิษย์สายนอกของเขาชิงเฟิงได้รับยาขัดเกลากายาเดือนละหนึ่งขวด ซึ่งมีแค่สามเม็ด ถ้าต้องส่งให้พวกมันสองเม็ด แล้วจะเอาอะไรฝึก?
ศิษย์เหล่านั้นจึงจำใจเข้าร่วมสมาคม และเริ่มออกรีดไถศิษย์คนอื่นที่ยังไม่เข้าร่วมอย่างหนักหน่วงยิ่งกว่าเดิม
ตอนแรก เหล่าสมาคมยังเกรงใจทางเขาชิงเฟิงอยู่บ้าง แต่พอเห็นว่าทางสำนักไม่ลงมาจัดการ ปล่อยให้พวกตนทำตามอำเภอใจ สถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายลง
ความรุนแรงทวีคูณขึ้นเรื่อยๆ...
"ศิษย์พี่จง ได้ยินว่าเรือนพักของท่านยังมีศิษย์อีกสองคนที่ยังไม่ยอมเข้าสมาคม?"
"ศิษย์พี่อู๋ พี่น้องข้าทั้งสองคนนั้นเป็นพวกบ้าฝึกยุทธ์ เลยยังไม่ได้เข้าร่วมขอรับ"
"พูดแบบนี้ไม่ถูกนะ มีของดีจะไม่นึกถึงพี่น้องได้ไง! เจ้าว่าไหม ซูหมิง?"
"ข้า..." ซินซูหมิงพูดไม่ออกไปชั่วขณะ สีหน้าดูไม่เป็นธรรมชาติ
"เอาเถอะ ไม่ต้องพูดมาก พาพวกข้าไปดูหน่อย ข้าอยากรู้ว่าพี่น้องของพวกเจ้าจะหน้าใหญ่แค่ไหน" อู๋เฉิง หัวหน้ากลุ่มกล่าว
กลุ่มของพวกเขามีทั้งหมดสิบสามคน สามคนอยู่ขอบเขตขัดเกลากายาชั้นที่แปด อู๋เฉิงเองอยู่ชั้นที่เก้า ส่วนที่เหลืออีกเก้าคนล้วนเป็นจอมยุทธ์ชั้นที่เจ็ด
กลุ่มคนแผ่รังสีคุกคามเดินมุ่งหน้าไปยังเรือนพักของเฉินชิงหลิน เมื่อมองดูดีๆ จะเห็นจงชิงและซินซูหมิงรวมอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย
ทางด้านเฉินชิงหลินและฉีฮั่นเหวินยังคงไม่รู้ตัว เพราะทั้งคู่กำลังมุ่งมั่นฝึกยุทธ์อยู่ที่หน้าเรือน
[จบตอน]