- หน้าแรก
- ยุคใหม่แห่งเซียนดาบ
- ตอนที่ 13 (ตอนต้น)
ตอนที่ 13 (ตอนต้น)
ตอนที่ 13 (ตอนต้น)
ตอนที่ 13 (ตอนต้น)
สองดาบปะทะกันเสียงดังแสบแก้วหูอย่างที่ใครก็คาดไม่ถึง ราวกับจะทำลายโสตประสาทของผู้คนให้แหลกสะบั้น
ทว่าทั้งสองกลับไม่สะทกสะท้าน ความเร็วในการรุกรับกลับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
ทันทีที่ดาบกระทบกัน การโจมตีครั้งต่อไปก็ตามมาติดๆ
คุณชายเฉินชิงหลินกำลังสนุกกับการล่าเหยื่อ เขาไม่รีบร้อนจะปิดเกม เมื่อสัมผัสได้ว่าความชำนาญในเพลงดาบของเขากำลังพุ่งทะยานขึ้น
สะท้อนแสง, เงาดาบซ้อน, แสงดาบเหิน
คมดาบแหวกอากาศ แปรเปลี่ยนเป็นลำแสงที่มองเห็นด้วยตาเปล่าฟาดฟันไปทั่วสนามประลอง
กระบวนท่าเพลงดาบดาบเหล็กถูกปลดปล่อยออกมาท่าแล้วท่าเล่า
จนกระทั่งจงชิงเริ่มอ่อนแรง ความเร็วในการเหวี่ยงดาบตกลง เฉินชิงหลินจึงปิดเกมด้วยกระบวนท่า 'สายลมพัดยอด'
"เป็นอะไรไหม พี่จง?" เขายื่นมือไปดึงจงชิงที่นั่งอยู่บนพื้นให้ลุกขึ้น
"ข้าไม่เป็นไร ขอบคุณพี่เฉินที่ออมมือให้"
"พูดอะไรแบบนั้น พี่จงมีเพลงดาบที่ยอดเยี่ยมมาก ไว้วันหลังมาประลองกันใหม่นะ"
"ตกลง..."
ถัดมาคือการประลองกับฉีฮั่นเหวิน ซึ่งไม่มีอะไรตื่นเต้นเท่าไหร่นัก
หลังจากแลกเปลี่ยนกระบวนท่ากันอย่างดุเดือดเพียงสิบกว่าเพลง เฉินชิงหลินก็เอาชนะฉีฮั่นเหวิน คว้าอันดับหนึ่งในการประลองยุทธ์ไปครอง ส่วนจงชิงที่ใช้พลังไปมาก พ่ายแพ้ให้แก่ฉีฮั่นเหวินไปอย่างน่าเสียดาย ได้เพียงอันดับสาม
"โอ้โห! ชิงหลิน เจ้านี่ยอดเยี่ยมไปเลย! ชนะรวดทุกแมตช์ แถมยังเอาชนะแปดสำนักใหญ่ได้อีก!" เฉินชิงสือตื่นเต้นดีใจกับเฉินชิงหลินที่เพิ่งเดินกลับมา ราวกับว่าเขาเป็นคนได้ที่หนึ่งเสียเอง
"ถ้าอย่างนั้น พี่ชิงสือ ท่านต้องขยันฝึกซ้อม แล้วก็ลดๆ การไปหอจันทราแดงกับศิษย์พี่ลงหน่อย ท่านก็ทำได้เหมือนกันแหละ ฮ่าๆ..."
"เขาใส่ร้ายข้า! ชิงหลิน เขาใส่ร้ายข้า!" เจียงจงรีบประท้วง
"ฮ่าๆๆ..."
"กลับกันเถอะ อีกไม่กี่วันก็ถึงตาพวกท่านแล้ว ศิษย์พี่ ต้องทำให้เต็มที่นะ!"
"อ๊าก! จะถึงตาข้าเร็วขนาดนี้เลยเหรอ!"
"ท่านอาจารย์ ทำไมท่านไม่ลงชื่อศิษย์น้องชิงหลินในการประลองรอบหลังด้วยล่ะขอรับ?"
"ข้าว่าถ้าชิงหลินลงแข่ง เผลอๆ อาจคว้าที่หนึ่งมาได้อีกรางวัล! เจ้าว่าไหม ศิษย์น้องโจว?"
"ข้าก็คิดงั้น ชิงหลินดุเดือดเกินไปแล้ว"
"ใครจะไปรู้ล่ะ?" เซี่ยเฟิงเองก็รู้สึกเสียดายอยู่ลึกๆ แม้เขาจะรู้ว่าศิษย์คนเล็กผู้นี้มีฝีมือไม่เบา แต่ไม่นึกว่าจะเก่งกาจถึงเพียงนี้
เขาฝ่าด่านอรหันต์ กวาดล้างคู่ต่อสู้เรียบวุธ คว้าที่หนึ่งในการประลองรอบแรกมาครอง
เซี่ยเฟิงดีใจจนหุบยิ้มไม่ได้ เดินตัวลอยเลยทีเดียว
"เวอร์ไปแล้ว ศิษย์พี่ พวกท่านมั่นใจในตัวข้าเกินไปแล้ว"
"จริงนะ..."
"ฮ่าๆๆ..."
เช้าวันรุ่งขึ้น
ก่อนที่การประลองรอบที่สองจะเริ่มขึ้น ก็มีคนมารอพบเขาเสียแล้ว
"ใช่นายน้อยเฉินชิงหลินหรือไม่ขอรับ?" ทันทีที่เขาก้าวออกจากลานบ้าน ก็เห็นคนรับใช้ยืนรออยู่ด้านนอก ข้างๆ มีรถม้าหรูหราจอดอยู่
ตัวรถทาสีชาด สลักลวดลายวิจิตรบรรจง หลังคาคลุมด้วยผ้าไหมสีเหลือง มีพู่ห้อยระย้า
"ข้าคือเฉินชิงหลิน" เห็นคนรับใช้โค้งคำนับ เฉินชิงหลินรีบโค้งตอบตามมารยาท
"ข่าวดีขอรับ นายน้อยเฉิน นายท่านของข้าเชื้อเชิญท่าน" คนรับใช้โค้งคำนับให้เฉินชิงหลินด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม
"นายท่านของเจ้าเป็นใคร? ข้ารู้จักด้วยหรือ?" เฉินชิงหลินงุนงง เขาไม่รู้จักเศรษฐีหรือผู้มีอิทธิพลในอำเภอติ้งหยวนเลยสักคน
"นายท่านของข้าคือนายอำเภอแห่งอำเภอติ้งหยวน ท่านเชิญนายน้อยไปหารือที่ที่ว่าการอำเภอเป็นการเฉพาะ ขอเชิญนายน้อยให้เกียรติด้วยขอรับ" คนรับใช้กล่าวอย่างนอบน้อม
"มิกล้าๆ พี่ชาย เชิญนำทางเถิด" นายอำเภอมีธุระอะไรกับเขากันนะ? หรือจะเกี่ยวกับที่เขาได้ที่หนึ่งในการประลองเมื่อวาน?
"เชิญขอรับ นายน้อย เชิญขึ้นรถ" เขาเปิดม่านให้เฉินชิงหลิน ผายมือเชื้อเชิญให้ขึ้นไปนั่ง
หลังจากเฉินชิงหลินขึ้นไปนั่งเรียบร้อย รถม้าก็เคลื่อนตัวมุ่งหน้าสู่ที่ว่าการอำเภอ
เมื่อมาถึงที่ว่าการอำเภอ เขาพบว่าไม่ได้มีแค่เขาคนเดียวที่ถูกเชิญมา ซินซูหมิง, ฉีฮั่นเหวิน และจงชิง ก็อยู่ที่นั่นด้วย
เมื่อเห็นเฉินชิงหลิน จงชิงก็เดินเข้ามาหา
"ข้ากะแล้วว่าพี่เฉินต้องมาด้วย"
"พี่จง พี่ซิน พี่ฉี" เฉินชิงหลินทักทายทั้งสามคนทีละคน แล้วเริ่มสนทนากับจงชิง
"พี่จง พอจะรู้ไหมว่าท่านนายอำเภอเรียกพวกเรามาทำไม?"
"พี่เฉิน ไม่ต้องกังวล ถ้าข้าเดาไม่ผิด นี่เป็นข่าวดี"
"หืม?" ขณะที่เฉินชิงหลินกำลังสงสัย เสียงกังวานก็ดังขึ้น
"สหายตัวน้อยทั้งหลาย รอนานกันแล้ว ข้ามีราชการเล็กน้อยในโถงใหญ่ เลยทำให้ล่าช้า ต้องขออภัยสหายตัวน้อยด้วย"
เขาเงยหน้าขึ้นเห็นขุนนางรูปร่างสูงใหญ่ องอาจผ่าเผยในชุดคลุมยาวสีครามเดินเข้ามา
"ข้าคือฮั่นหลาง วันนี้ที่เชิญสหายตัวน้อยมาที่นี่มีสองเหตุผล ข้อแรกเพื่อพบปะอัจฉริยะรุ่นเยาว์ของอำเภอเรา ข้อสองคือมีคนฝากข้ามาเชิญพวกเจ้า"
"ท่านใต้เท้ากล่าวชมเกินไป พวกข้าน้อยมิบังอาจรับไว้"
"ซูหมิง ไม่เจอกันนานเลยนะ เจ้าทำเอาลุงเขยประหลาดใจจริงๆ"
"ขอบพระคุณท่านลุงเขยที่เป็นห่วงขอรับ"
"น้าของเจ้าบ่นถึงเจ้าบ่อยๆ ว่างๆ ก็แวะไปเยี่ยมนางบ้างล่ะ"
"ขอรับ ข้าเองก็ไม่ได้เจอกับท่านน้ามานานแล้วเหมือนกัน"
"สหายตัวน้อยทุกคนล้วนเป็นผู้มีความสามารถโดดเด่น ไม่ทราบว่าพวกเจ้าสนใจจะไปศึกษาต่อที่สำนักศึกษากวางขาวในเมืองมณฑลหรือไม่..."
ยังพูดไม่ทันจบ เสียงตวาดก็ดังขัดขึ้น
"ไอ้แก่ฮั่น เจ้ากล้าแย่งคนของข้ารึ! ไม่มียางอายหรือไง? ปีนี้ยังไม่ถึงตาเจ้าสักหน่อย ปีหน้าโน่น!"
..."พี่เสิน ใจเย็นๆ ใจเย็นๆ ข้าแค่ล้อเล่นน่า"
ทำไมตาแก่นี่มาเร็วนักนะ? ทีนี้ข้าก็แย่งคนไม่ได้แล้วสิ ฮั่นหลางคิดในใจ
"ล้อเล่นให้มันจริงเถอะ ไม่อย่างนั้นวันหน้า... หึหึ" ผู้มาใหม่หมายมั่นปั้นมือว่าวันหน้าจะเอาคืนบ้าง
"..."
"ท่านนี้คือเสินสือ ผู้ดูแลศิษย์สายนอกของเขาชิงเฟิง เขาคือคนที่ต้องการพบพวกเจ้าในวันนี้"
"พวกเจ้าทั้งสี่ ยินดีจะไปเขาชิงเฟิงหรือไม่? ถ้าไม่ ข้าก็จะไม่บังคับ" คนจากเขาชิงเฟิงกล่าวตรงไปตรงมา
ล้อเล่นน่า? ใครจะไม่ยินดีบ้าง?
การได้เข้าสำนักศึกษาหรือสำนักยุทธ์ใหญ่ๆ ไม่เพียงนำรางวัลทรัพยากรมาสู่ครอบครัวและสำนักเดิม แต่ยังได้ไปศึกษาต่อในสภาพแวดล้อมที่ดีกว่า พ่อแม่พี่น้องย่อมภูมิใจ
"พวกข้าน้อยยินดีขอรับ ท่านผู้ดูแล" เซี่ยเฟิงเคยบอกไว้แล้วว่าถ้ามีโอกาสเข้าพรรคหรือสำนักศึกษา ให้ตอบตกลงทันที เฉินชิงหลินจึงตอบรับคำเชิญของเสินสือ
"ดี เขาชิงเฟิงของข้าครอบคลุมพื้นที่มณฑลชาง อวิ๋น และโยว ของราชวงศ์ต้าเสวียน รับศิษย์ใหม่อย่างน้อยปีละพันคน"
"ที่นี่พวกเจ้าอาจถูกมองว่าเป็นอัจฉริยะ แต่ในมุมมองของทั้งสามมณฑล ยังมีคนแบบพวกเจ้าอีกนับไม่ถ้วน"
"ข้าจะพาพวกเจ้าไปที่สำนัก ถึงตอนนั้นจะมีการคัดเลือกตามพรสวรรค์และระดับพลังของแต่ละคน"
"ตอนนี้ข้าให้เวลาพวกเจ้าสามวัน เราจะออกเดินทางหลังจบการประลองรอบสอง กลับไปเตรียมตัวซะ"
"ขอรับ" * 4
เมื่อออกจากที่ว่าการอำเภอ เฉินชิงหลินเงยหน้ามองท้องฟ้า เกรงว่าเขาคงไม่มีเวลากลับไปร่ำลาครอบครัว เฮ้อ...
เฉินชิงหลินกลับมาเล่าเรื่องนี้ให้อาจารย์และเหล่าศิษย์พี่ฟัง พร้อมฝากฝังให้ทางสำนักยุทธ์ช่วยดูแลพ่อแม่และครอบครัวของเขา
เซี่ยเฟิงและศิษย์พี่ทุกคนต่างรับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะว่าจะช่วยดูแลให้
เย็นวันนั้น ในบ้านพักของเฉินชิงหลินและเฉินชิงสือ
เฉินชิงหลินนำตั๋วเงินสามร้อยตำลึงออกมา เงินจำนวนนี้คือรายได้จากการล่าสัตว์ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา หลังจากหักค่าใช้จ่ายส่วนตัวแล้ว
เขามอบเงินให้เฉินชิงสือ บอกให้เขากลับไปอธิบายสถานการณ์ให้พ่อแม่ฟัง และเกลี้ยกล่อมให้พวกท่านย้ายเข้ามาอยู่ในตัวเมือง
"พี่ชิงสือ ทางที่ดีให้ครอบครัวท่านย้ายมาอยู่เมืองชิงหยานด้วย จะได้ดูแลกันง่ายขึ้น อีกสามวันข้าต้องไปแล้ว ช่วงนี้คงต้องรบกวนท่านช่วยดูแลพ่อแม่ข้าด้วย"
"ชิงหลิน ไม่ต้องห่วง เจ้าไปตั้งใจฝึกยุทธ์เถอะ ข้าจะบอกท่านอาสามกับอาสะใภ้สามให้เอง"
"ข้าจะดูแลพวกท่านเป็นอย่างดี พอกลับไปข้าจะคุยกับพ่อและอาสาม ให้ย้ายมาอยู่ใกล้ๆ สำนักยุทธ์ทั้งสองครอบครัว จะได้อยู่เป็นเพื่อนอารองด้วย"
เฉินชิงสือมองลูกพี่ลูกน้องที่เติบโตมาด้วยกัน เข้าสำนักยุทธ์มาด้วยกัน ฝึกวิชามาด้วยกัน รู้สึกใจหายที่จะต้องจากลา
แต่เขาไม่ได้รั้งอีกฝ่ายไว้ เพราะรู้ดีว่านี่เป็นโอกาสทอง และเขาก็หวังให้ชิงหลินมีอนาคตที่สดใส
สองพี่น้องคุยกันจนดึกดื่นก่อนจะแยกย้ายกันไปนอน
[จบตอน]